Q2 2026 CP Axtra PCL Earnings Call

Speaker #1: ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การนําเสนอผลการดําเนินงานประจําไตรมาส 2 ปี 2569 นะคะ และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้าร่วมฟังข้อมูลของบริษัทในวันนี้นะคะ ในลําดับแรก ดิฉันขอแนะนําท่านผู้บริหารที่เข้าร่วมบรรยายและตอบคําถามในวันนี้ก่อนนะคะ ท่านแรก คุณธนิน บูรณมานิช ประธานคณะบริหาร ผู้บริหารกลุ่มบริษัทค่ะ

[Company Representative] (CP Axtra): ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การนำเสนอผลการดำเนินงานประจำไตรมาสสองปี 2569 นะคะ และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้าร่วมฟังข้อมูลของบริษัทในวันนี้นะคะ ในลำดับแรก ดิฉันขอแนะนำท่านผู้บริหารที่เข้าร่วมบรรยายและตอบคำถามในวันนี้ก่อนนะคะ ท่านแรก คุณธนินท์ บูรณมานิช ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทค่ะ

Speaker #2: สวัสดีครับ

Speaker #1: ท่านที่สองนะคะ คุณสมพงษ์ รุ่งดิรัตติศัย ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าปลีก และประธานคณะผู้บริหารกลุ่มสายงานบริหารพื้นที่ศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ค่ะ

ธนินท์ บูรณมานิช: สวัสดีครับ

[Company Representative] (CP Axtra): ท่านที่สองนะคะ คุณสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าปลีก และประธานคณะผู้บริหารกลุ่มสายงานบริหารพื้นที่ศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ค่ะ

Speaker #3: ครับ สวัสดีครับ

สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย [ประธานคณะผู้บริหาร: สวัสดีครับ

Speaker #1: ลําดับที่สามนะคะ คุณธนิต เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าส่ง และประธานคณะผู้บริหารกลุ่มงานสายการพาณิชย์สินค้าค่ะ

[Company Representative] (CP Axtra): ลำดับที่สามนะคะ คุณธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าส่ง และประธานคณะผู้บริหารกลุ่มสายงานการพาณิชย์สินค้าค่ะ

Speaker #4: สวัสดีครับ

ธนิศร์ เจียรวนนท์ [ประธานคณะผู้บริหาร: สวัสดีครับ

Speaker #1: ท่านที่สี่นะคะ คุณธนิต ธราวิศิษฐ์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มสายงานทางการเงินค่ะ

[Company Representative] (CP Axtra): ท่านที่สี่นะคะ คุณธนิก ธราวิศิษฏ์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มสายงานทางการเงินค่ะ

Speaker #2: สวัสดีครับ

ธนิก ธราวิศิษฏ์: สวัสดีครับ

Speaker #1: ท่านที่ห้านะคะ คุณศิโรจน์ วิชญาไพร Chief Finance Accounting and Corporate Share Services กลุ่มธุรกิจค้าส่งค่ะ

[Company Representative] (CP Axtra): ท่านที่ห้านะคะ คุณสิโรจน์ วิชญาไพฑูรย์ Chief Finance Accounting and Corporate Shared Services กลุ่มธุรกิจค้าส่งค่ะ

Speaker #4: สวัสดีครับ

สิโรจน์ วิชญาไพฑูรย์: สวัสดีครับ

Speaker #1: และท่านสุดท้ายนะคะ คุณรณกิจ พจมานพรชัย Chief Finance Accounting and Corporate Share Services กลุ่มธุรกิจค้าปลีกค่ะ

[Company Representative] (CP Axtra): และท่านสุดท้ายนะคะ คุณรณกฤต พจมานพรชัย Chief Finance Accounting and Corporate Shared Services กลุ่มธุรกิจค้าปลีก ค่ะ

Speaker #2: ครับ

รณกฤต พจมานพรชัย: ครับ

Speaker #1: ค่ะ และสําหรับ agenda ในวันนี้นะคะ จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนด้วยกัน หนึ่งก็จะเป็นส่วนของ key highlights นะคะ การวิเคราะห์ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 โดยทั้ง 2 ส่วนนี้จะนําเสนอโดยทีม IR นะคะ ส่วนที่สามจะเป็นการฉายภาพให้เห็นถึงทิศทางธุรกิจในอนาคตนะคะ ก็จะบรรยายโดยคุณสมพงษ์ และคุณธนิตจะช่วยให้ภาพในเรื่องของกลยุทธ์ wholesale รวมไปถึง ROA maximization strategy ค่ะ จากนั้นก็จะเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ถามนะคะ ซึ่ง session วันนี้น่าจะไม่เกิน 1 ชั่วโมง 30 นาทีค่ะ ขอเริ่มต้นที่ key highlights ก่อนนะคะ เราจะฉายภาพให้เห็นถึงภาพเศรษฐกิจในภาพรวมก่อนนะคะ โดยแม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยนะคะ จะมีการปรับเพิ่มประมาณการ GDP ในปี 2569 นะคะ จาก 2% เนี่ยเป็น 2.3% นะคะ แต่ถ้าเราดูอะค่ะ ตัว driver หลักๆ เนี่ยจะมาจากภาคการส่งออก แล้วก็การลงทุนในเรื่องของเทคโนโลยี แล้วก็ปัญญาประดิษฐ์นะคะ ในขณะที่ภาค retail เองยังคงอ่อนแอนะคะ สะท้อนจาก retail sales is index ที่มีการอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง และ consumer confidence index ที่แม้จะมีการฟื้นตัวเล็กน้อยในช่วงเดือนมิถุนายน แต่ก็ยังอยู่ต่ํากว่าระดับต้นปีนะคะ สะท้อนให้เห็นถึงกําลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศไทยที่ยังคงเปราะบางอยู่มากนะคะ อย่างไรก็ดี ถ้าเรามองในมุมของประเทศมาเลเซียนะคะ เราจะเห็นภาพที่สลับกัน ประเทศมาเลเซียยังคงแข็งแกร่งนะคะ โดยธนาคารกลางมาเลเซียเนี่ยยังคงเป้าหมายการเติบโตของ GDP ในปีนี้เนี่ยที่ราว 4.5% และมูลค่ายอดขายของค้าส่งค้าปลีกก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีนะคะ นอกเหนือไปจากนั้น consumer confidence index เนี่ยที่แม้จะมีการชะลอตัวบ้างนะคะ ในช่วงเดือนเมษายน เพราะเนื่องมาจากความกังวลในเรื่องของเงินเฟ้อ แต่ในภาพรวมนะคะ ก็ยังสามารถกลับไปยืนในระดับที่สูงได้ในเดือนถัดไป และสามารถทรงตัวต่อในระดับสูงในเดือนถัดมาด้วยนะคะ ดังนั้นภาพรวม potential ของตลาดมาเลเซียยังดีอยู่มากเลยทีเดียวค่ะ นอกเหนือไปจากเรื่องของปัจจัยกํา ในด้านกําลังซื้อที่ยังคงเปราะบางในไทยนะคะ อีก 3 ประเด็นหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลการดําเนินงานของบริษัท เกิดจากทั้งแรงกดดันในเรื่องของค้าการ เอ่อ ราคาขายนะคะ รวมไปถึงต้นทุนการดําเนินงาน ในบ้าน ในด้าน price deflation นะคะ เราจะเห็นจากกราฟทางด้านซ้ายเนี่ยว่าราคาหมูในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 เนี่ยนะคะ มีการปรับลงราว 20% จากปีก่อนนะคะ ทําให้ราคาขายและเม็ดบาทของรายได้เนี่ยถูกกดดัน ในขณะที่ต้นทุนการดําเนินงานเนี่ยส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ทําให้ส่วนต่างของราคาขายและต้นทุนเนี่ยมันแคบลง กดดันในเรื่องของอัตรากําไรของบริษัท นอกจากนั้นแล้วต้นทุนพลังงานก็ปรับตัวสูงขึ้นนะคะ ผลกระทบดังกล่าวเนี่ยค่ะ มีผลต่อทั้งในเรื่องของต้นทุนและก็ค่าขนส่งโลจิสติกส์ให้เพิ่มสูงขึ้นด้วยนะคะ ประเด็นสุดท้ายก็คือเพื่อสร้างรายได้ให้เต็มตลอดทั้งปีค่ะ บริษัทก็มีการเปิดสาขาใหม่นะคะ ในช่วงต้นปีเนี่ยกว่า 127 สาขานะคะ คิดเป็นพื้นที่ขายรวมกว่า 12,000 ตารางเมตรนะคะ อย่างไรก็ตามการเร่งเปิดสาขาใหม่เนี่ยก็ช่วงแรกอะค่ะ ก็จะมีต้นทุนที่บันทึกเข้ามา อาทิเช่นเรื่องของบุคลากร แล้วก็ค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขานะคะ ในภาพใหญ่ก็จะเห็นว่าในไตรมาส 2 เนี้ยก็ยังเผชิญทั้งแรงกดดันทั้งในเชิงของ top line อัตรากําไร แล้วก็ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานนะคะ อย่างไรก็ดีด้วยสภาพเศรษฐกิจแล้วก็กําลังซื้อที่ยังคงมีความท้าทายอยู่มากนะคะ เราก็มีความพยายามในการที่จะสร้างการเติบโตของยอดขาย โดยในด้านสินค้าเนี่ยเรามุ่งสร้างความแตกต่างของสินค้าในทุกหมวดนะคะ กลุ่มอาหารสดเองเราก็ยังมุ่งในเรื่องของการสร้าง value add ให้กับ product ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักในการพัฒนาผ่าน ready to eat, ready to cook นะคะ ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับเชฟแล้วก็แบรนด์ชั้นนําต่างๆ ซึ่งช่วยผลักดันให้ยอดขายในกลุ่มเนี้ยเติบโตได้กว่า 170 ล้านบาทในไตรมาสที่ 2 ค่ะ กลุ่มของ dry food เองนะคะ เราก็เน้นการนําเสนอทางเลือกคุ้มค่าคุ้มราคาผ่าน pack size ที่แตกต่าง สินค้า own brand สินค้าคุณภาพ เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และสอดรับกับกําลังซื้อที่มีจํากัดของลูกค้าด้วยนะคะ ส่วนสินค้า non-food เองเราก็ร่วมมือกับแบรนด์แล้วก็คาแรคเตอร์ที่ได้รับความนิยม เช่น Snoopy, Toy Story, แล้วก็ตุ๊กตา Fuggler นะคะ ควบคู่กับการทํา global sourcing นําเข้าสินค้าราคาพิ นําเข้าสินค้าพิเศษนะคะ แล้วก็หาซื้อจากผู้ค้าปลีก

[Company Representative] (CP Axtra): และสำหรับ Agenda ในวันนี้นะคะ จะประกอบไปด้วยสามส่วนด้วยกัน หนึ่งก็จะเป็นส่วนของ Key Highlight นะคะ การวิเคราะห์ผลประกอบการในไตรมาสที่สอง โดยทั้งสองส่วนนี้จะนำเสนอโดยทีม IR นะคะ ส่วนที่สามจะเป็นการฉายภาพให้เห็นถึงทิศทางธุรกิจในอนาคตนะคะ ก็จะบรรยายโดยคุณสมพงษ์ และคุณธนิศร์จะช่วยให้ภาพในเรื่องของกลยุทธ์ Wholesale รวมไปถึง ROA Maximization Strategy ค่ะ จากนั้นก็จะเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ถามนะคะ ซึ่ง Session วันนี้น่าจะไม่เกินหนึ่งชั่วโมงสามสิบนาทีค่ะ ขอเริ่มต้นที่ Key Highlight ก่อนนะคะ เราจะฉายภาพให้เห็นถึงภาพเศรษฐกิจในภาพรวมก่อนนะคะ โดยแม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยนะคะจะมีการปรับเพิ่มประมาณการ GDP ในปี 2569 นะคะ จาก 2% เป็น 2.3% นะคะ แต่ถ้าเราดูตัว Driver หลักๆ จะมาจากภาคการส่งออกและการลงทุนในเรื่องของเทคโนโลยีแล้วก็ปัญญาประดิษฐ์นะคะ ในขณะที่ภาค Retail เองยังคงอ่อนแอนะคะ สะท้อนจาก Retail Sales Index ที่มีการอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง และ Consumer Confidence Index ที่แม้จะมีการฟื้นตัวเล็กน้อยในช่วงเดือนมิถุนายน แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าระดับต้นปีนะคะ สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศไทยที่ยังคงเปราะบางอยู่มากนะคะ อย่างไรก็ดี ถ้าเรามองในมุมของประเทศมาเลเซียนะคะ เราจะเห็นภาพที่สลับกัน ประเทศมาเลเซียยังคงแข็งแกร่งนะคะ โดย Bank Negara Malaysia ยังคงเป้าหมายการเติบโตของ GDP ในปีนี้ที่ราว 4.5% และมูลค่ายอดขายของค้าส่งค้าปลีกก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีนะคะ นอกเหนือไปจากนั้น Consumer Confidence Index ที่แม้จะมีการชะลอตัวบ้างนะคะในช่วงเดือนเมษายน เพราะเนื่องมาจากความกังวลในเรื่องของเงินเฟ้อ แต่ในภาพรวมนะคะก็ยังสามารถกลับไปยืนในระดับที่สูงได้ในเดือนถัดไป และสามารถทรงตัวต่อในระดับสูงในเดือนถัดมาด้วยนะคะ ดังนั้นภาพรวม Potential ของตลาดมาเลเซียยังดีอยู่มากเลยทีเดียวค่ะ นอกเหนือไปจากเรื่องของปัจจัยในด้านกำลังซื้อที่ยังคงเปราะบางในไทยนะคะ อีกสามประเด็นหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลการดำเนินงานของบริษัท เกิดจากทั้งแรงกดดันในเรื่องของราคาขายนะคะ รวมไปถึงต้นทุนการดำเนินงาน ในด้าน Price deflation นะคะ เราจะเห็นจากกราฟทางด้านซ้ายว่าราคาหมูในช่วงไตรมาสสองปี 2569 นะคะ มีการปรับลงราว 20% จากปีก่อนนะคะ ทำให้ราคาขายและเม็ดบาทของรายได้ถูกกดดัน ในขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ทำให้ส่วนต่างของราคาขายและต้นทุนมันแคบลง กดดันในเรื่องของอัตรากำไรของบริษัท นอกจากนั้นแล้วต้นทุนพลังงานก็ปรับตัวสูงขึ้นนะคะ ผลกระทบดังกล่าวมีผลต่อทั้งในเรื่องของต้นทุนและค่าขนส่ง Logistics ให้เพิ่มสูงขึ้นด้วยนะคะ ประเด็นสุดท้ายก็คือ เพื่อสร้างรายได้ให้เต็มตลอดทั้งปีค่ะ บริษัทก็มีการเปิดสาขาใหม่นะคะในช่วงต้นปีกว่า 127 สาขานะคะ คิดเป็นพื้นที่ขายรวมกว่า 12,000 ตารางเมตรนะคะ อย่างไรก็ตาม การเร่งเปิดสาขาใหม่ก็ช่วงแรกค่ะ ก็จะมีต้นทุนที่บันทึกเข้ามา อาทิเช่น เรื่องของบุคลากรแล้วก็ค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขานะคะ ในภาพใหญ่ก็จะเห็นว่าในไตรมาสสองนี้ก็ยังเผชิญทั้งแรงกดดันทั้งในเชิงของ Topline อัตรากำไร และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานนะคะ อย่างไรก็ดี ด้วยสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังคงมีความท้าทายอยู่มากนะคะ เราก็มีความพยายามในการที่จะสร้างการเติบโตของยอดขาย โดยในด้านสินค้าเรามุ่งสร้างความแตกต่างของสินค้าในทุกหมวดนะคะ กลุ่มอาหารสดเองเราก็ยังมุ่งในเรื่องของการสร้าง Value add ให้กับ Product ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักในการพัฒนาผ่าน Ready-to-Eat Ready-to-Cook นะคะ ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับเชฟและแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ซึ่งช่วยผลักดันให้ยอดขายในกลุ่มนี้เติบโตได้กว่า 170 ล้านบาทในไตรมาสที่สองค่ะ กลุ่มของ Dried Food เองนะคะ เราก็เน้นการนำเสนอทางเลือกคุ้มค่าคุ้มราคาผ่าน Pack Size ที่แตกต่าง สินค้า Own Brand สินค้าคุณภาพ เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งและสอดรับกับกำลังซื้อที่มีจำกัดของลูกค้าด้วยนะคะ ส่วนสินค้า Non-Food เองเราก็ร่วมมือกับแบรนด์และ Character ที่ได้รับความนิยม เช่น Snoopy, Toy Story และตุ๊กตา Fugglers นะคะ ควบคู่กับการทำ Global Sourcing นำเข้าสินค้าพิเศษและหาซื้อจากผู้ค้าปลีก

สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย [ประธานคณะผู้บริหาร: เสียงในออนไลน์หายไปนะครับ

Speaker #2: เสียงในออนไลน์หายไปนะครับ

Speaker #1: ขอโทษค่ะ

Speaker #2: เสียงหายครับผม

[Company Representative] (CP Axtra): ขอโทษค่ะ

สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย [ประธานคณะผู้บริหาร: เสียงหายครับผม

Speaker #1: ค่ะ ได้ยินแล้วใช่ไหมคะ อ่า โอเค

[Company Representative] (CP Axtra): ได้ยินแล้วใช่ไหมคะ

Speaker #2: ได้ยินแล้วครับ

สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย [ประธานคณะผู้บริหาร: ได้ยินแล้วครับ

Speaker #1: ค่ะ ขอบคุณค่ะพี่ป้อม เอ่อ ขอเริ่มในกลุ่มของการช่องทางการจัดจําหน่ายนะคะ ภายใต้กลยุทธ์ Strengthen the Core Accelerate the Next นะคะ ผลประกอบการที่ผ่านมานะคะ จะเห็นว่ารายได้ต่อตารางเมตรเนี่ยมีการ อ่า ต่อตารางเมตรต่อวันนะคะ ปรับเติบโตขึ้นอยู่ที่ 3.5% จากปีก่อนนะคะ ก็จะสะท้อนให้เห็นว่าช่องทางการขาย dual engine ของเรานะคะ ไม่ว่าจะเป็นในหน้าด้านของหน้าร้านแล้วก็ omnisional เองเนี่ย ก็สร้างรายได้เสริมซึ่งกันและกันนะคะ โดย omnisional เนี่ยตอบโจทย์ในเรื่องของการ migrate ของลูกค้านะคะ จากช่องทางหน้าร้านไปสู่ออนไลน์ แล้วก็ยังสามารถขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มเติมอีกนะคะ สร้าง demand ใหม่ให้กับทั้งระบบได้อีกด้วย สําหรับ the core ในไตรมาสที่ 2 นะคะ บริษัทมีการเปิดสาขาใหม่ในทําเลศักยภาพ 12 สาขา Go Fresh ในไทยนะคะ แล้วก็ 1 สาขาในมาเลเซีย ทําให้เมื่อนับรวมสาขาใหม่สุทธิแล้วเนี่ย เราเห็นการปรับพอร์ตเครือข่ายสาขา ทําให้ปัจจุบันเนี่ยเรามีร้านค้าทั้งหมด 2,827 ร้านค้านะคะ พื้นที่ขายรวมกว่า 2.8 ล้านตารางเมตรค่ะ ในมุมของ the next นะคะ เรามี 2 แกนสําคัญนะคะ ก็ได้แก่แกน omnisional ซึ่งยอดขายยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งนะคะ ที่ 22.8% จากปีก่อน ทําให้สัดส่วนต่อยอดขายรวมเนี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 23.9% นะคะ และแกนที่ 2 ก็คือ regional นะคะ ซึ่งคือการเติบโตในระดับภูมิภาค ตรงนี้เนี่ยมีส่วนสําคัญในเรื่องของการสร้างสมดุลของรายได้แล้วก็ฐานลูกค้านะคะ หากเราไม่นับรวมธุรกิจในกัมพูชาที่ต้องยอมรับว่าอยู่ในภาวะที่ไม่ปกตินะคะ พอร์ตรายได้ของภูมิภาคเนี่ยจะมีสัดส่วนเติบโตถึง 28.9% นะคะ นับเป็นสัดส่วนที่ 12.9% ค่ะ โดยได้รับแรงหนุนสําคัญจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของประเทศมาเลเซีย การขยายสาขาในเมียนมาร์ และการรับรู้ผลประกอบการของกลุ่ม Lucky Frozen ค่ะ สําหรับธุรกิจของ Mall นะคะ เราก็ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ Happy and Healthy Mall นะคะ ส่งผลให้รายได้ของศูนย์การค้าเนี่ยเติบโตถึง 3.8% ซึ่งก็สูงกว่าปริมาณพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้นที่เพียง 2.4% นะคะ และถ้าเราวางความสําเร็จของ Mall Extension ในปีที่แล้วนะคะ เรามี Mall ที่ extend แล้วเสร็จเนี่ยทั้งหมด 3 Mall นะคะ ซึ่ง 3 Mall ดังกล่าวเนี่ยทําให้มีอัตราเช่าเนี่ยปรับเพิ่มขึ้นถึง 4% แล้วก็สามารถดึงดูดทราฟฟิกได้เพิ่มกว่า 22% ค่ะ ในไตรมาสที่ 2 นี้นะคะ เราก็มีการเปิด Mall ใหม่ที่อุดรธานี โดยที่พื้นที่รวมเนี่ยราวๆ 18,300 ตารางเมตรนะคะ อย่างไรก็ดีค่ะ อัตรากําไรค่ากํา อัตรากําไรของธุรกิจเนี้ยมีการปรับลดลงเล็กน้อยนะคะ เนื่องจากธุรกิจเนี่ยยังอยู่ในช่วงของการ ramp up นะคะ ส่งผลให้มีค่าเสื่อมราคาแล้วก็ค่าใช้จ่ายจากการปรับปรุงพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นค่ะ กลยุทธ์ที่กล่าวมามาในข้างต้นนะคะ ในมุมของทั้ง product มุม engine แล้วก็มุม malls เนี่ย ก็จะช่วยทําให้เราเนี่ยสามารถ protect top line growth ได้นะคะ แต่อย่างไรก็ดีนะคะ เราเห็นว่าภาพรวมเนี่ย sales ยังเติบโตได้ในช่วงไตรมาส 2 นะคะ แต่ด้วย head win ต่างๆ ทั้งในมุมของ price deflationary ต้นทุนพลังงาน การลงทุนกับการเติบโตของยอดขายหน้านอกร้านนะคะ รวมไปถึงการเปิดร้านใหม่แบบ front load ก็กดดันทําให้อัตรากําไรขั้นต้นเนี่ยลดลงราว 20 basis points นะคะ รวมไปถึงอัตรากําไรสุทธิเนี่ยลดลงที่ 35 basis points หรือลงไปประมาณสัก 18% มาอยู่ที่ 1,874 ล้านบาทค่ะ และถ้าเราลองซูมเข้าไปในแต่ละธุรกิจนะคะ เริ่มต้นที่ wholesale ก่อนนะคะ ในไตรมาส 2 เนี่ยเราเห็น same store sales ของ macro Thailand เนี่ยเป็นภาพบวกนะคะ จากกลยุทธ์ เอ่อ asset optimization แล้วก็ ROA enhancement นะคะ ทั้งนี้เนี่ยยอดขายของ food retailer ค่ะ เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างเด่นชัดนะคะ อย่างไรก็ดีสถานการณ์ geopolitical tension ต่างๆ เนี่ยก็กดดันภาพรวมให้ wholesale ค่ะ มี same store sales ที่ติดลบราว 0.9% ในมุมของยอดขายเองอ่ะ การเปิดร้านใหม่รวมไปถึงการเติบโตของยอดขาย omnisional ที่แข็งแกร่งนะคะ ประกอบกับการรับรู้เต็มไตรมาสของ LFG นะคะ หรือ Lucky Frozen เนี่ยก็หนุนให้ wholesale มียอดขายเติบโตกว่า 3.5% นะคะ อย่างไรก็ดีเนื่องด้วยการเติบโตของยอดขายดังกล่าวอ่ะค่ะ มาจากกลุ่มสินค้าอาหารแห้งซึ่งมีอัตรากําไรขั้นต้นเนี่ยต่ํากว่าค่าเฉลี่ยนะคะ อีกทั้งเรื่องของการบริหารราคาสินค้าให้สอดคล้องกับกําลังซื้อที่ยังคงเปราะบางนะคะ ก็เลยทําให้อัตรากําไรขั้นต้นเนี่ยอ่อนตัวลงมาบ้างนะคะ ที่ประมาณสัก 30 basis points มาอยู่ที่ระดับ 11.2% ค่ะ สําหรับต้นทุนในการจัดจําหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารนะคะ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.8% สาเหตุหลักก็มาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารของกลุ่ม Lucky Frozen นะคะ แล้วก็การเติบโตของธุรกิจ omnisional ซึ่งทําให้เกิดค่าใช้จ่ายผันแปรที่เติบโตขึ้นตามระดับการดําเนินงานที่เติบโตขึ้นนะคะ นอกไปจากนั้นแล้วบริษัทก็มีลองการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ last mile delivery เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ โดยเป็นการลงทุนล่วงหน้านะคะ ในลักษณะที่เป็น bulk แล้วก็มีความเป็น step up เพื่อสร้าง capacity รองรับการขยายตัวของยอดขายในอนาคตค่ะ ทั้งนี้นะคะ รายได้จาก data monetization ก็ช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วนนะคะ ส่งผลให้ EBIT margin เนี่ยมาอยู่ที่ 2.2% หรือลดลงไปประมาณสัก 25 basis points year on year ค่ะ

[Company Representative] (CP Axtra): ขอบคุณค่ะ พี่ป้อม ขอเริ่มในกลุ่มของช่องทางการจัดจำหน่ายนะคะ ภายใต้กลยุทธ์ Strengthen the Core, Accelerate the Next นะคะ ผลประกอบการที่ผ่านมาจะเห็นว่ารายได้ต่อตารางเมตรต่อวันปรับเติบโตขึ้นอยู่ที่ 3.5% จากปีก่อนนะคะ ก็จะสะท้อนให้เห็นว่าช่องทางการขาย Dual Engine ของเราไม่ว่าจะเป็นในด้านของหน้าร้านและ Omnichannel เองก็สร้างรายได้เสริมซึ่งกันและกันนะคะ โดย Omnichannel ตอบโจทย์ในเรื่องของการ Migrate ของลูกค้าจากช่องทางหน้าร้านไปสู่ออนไลน์ และยังสามารถขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มเติมอีกนะคะ สร้าง Demand ใหม่ให้กับทั้งระบบได้อีกด้วย สำหรับ The Core ในไตรมาสที่สองนะคะ บริษัทมีการเปิดสาขาใหม่ในทำเลศักยภาพ 12 สาขา Go Fresh ในไทยนะคะ และ 1 สาขาในมาเลเซีย ทำให้เมื่อนับรวมสาขาใหม่สุทธิแล้ว เราเห็นการปรับพอร์ตเครือข่ายสาขา ทำให้ปัจจุบันเรามีร้านค้าทั้งหมด 2,827 ร้านค้านะคะ พื้นที่ขายรวมกว่า 2.8 ล้านตารางเมตรค่ะ ในมุมของ The Next นะคะ เรามีสองแกนสำคัญ ได้แก่ แกน Omnichannel ซึ่งยอดขายยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งนะคะที่ 22.8% จากปีก่อน ทำให้สัดส่วนต่อยอดขายรวมปรับเพิ่มขึ้นเป็น 23.9% นะคะ และแกนที่สองก็คือ Regional นะคะ ซึ่งคือการเติบโตในระดับภูมิภาค ตรงนี้มีส่วนสำคัญในเรื่องของการสร้างสมดุลของรายได้และฐานลูกค้านะคะ หากเราไม่นับรวมธุรกิจในกัมพูชาที่ต้องยอมรับว่าอยู่ในภาวะที่ไม่ปกตินะคะ พอร์ตรายได้ของภูมิภาคจะมีสัดส่วนเติบโตถึง 28.9% นะคะ นับเป็นสัดส่วนที่ 12.9% ค่ะ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของประเทศมาเลเซีย การขยายสาขาในเมียนมาร์ และการรับรู้ผลประกอบการของกลุ่ม Lucky Frozen ค่ะ สำหรับธุรกิจของ Mall นะคะ เราก็ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ Happy and Healthy Mall นะคะ ส่งผลให้รายได้ของศูนย์การค้าเติบโตถึง 3.8% ซึ่งก็สูงกว่าปริมาณพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้นที่เพียง 2.4% นะคะ และถ้าเรามองความสำเร็จของ Mall Extension ในปีที่แล้วนะคะ เรามี Mall ที่ Extend แล้วเสร็จทั้งหมด 3 Mall นะคะ ซึ่ง 3 Mall ดังกล่าวทำให้มีอัตราเช่าปรับเพิ่มขึ้นถึง 4% และสามารถดึงดูด Traffic ได้เพิ่มกว่า 22% ค่ะ ในไตรมาสที่สองนี้นะคะ เราก็มีการเปิด Mall ใหม่ที่อุดรธานี โดยที่พื้นที่รวมราวๆ 18,300 ตารางเมตรนะคะ อย่างไรก็ดี อัตรากำไรของธุรกิจนี้มีการปรับลดลงเล็กน้อยนะคะ เนื่องจากธุรกิจยังอยู่ในช่วงของการ Ramp Up นะคะ ส่งผลให้มีค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายจากการปรับปรุงพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นค่ะ กลยุทธ์ที่กล่าวมาข้างต้นนะคะ ในมุมของทั้ง Product มุม Engine และมุม Mall ก็จะช่วยทำให้เราสามารถ Protect Top-line Growth ได้นะคะ อย่างไรก็ดีนะคะ เราเห็นว่าภาพรวม Sales ยังเติบโตได้ในช่วงไตรมาสสองนะคะ แต่ด้วย Headwind ต่างๆ ทั้งในมุมของ Price Deflationary ต้นทุนพลังงาน การลงทุนกับการเติบโตของยอดขายนอกร้าน รวมไปถึงการเปิดร้านใหม่แบบ Front Load ก็กดดันทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงราว 20 Basis Points นะคะ รวมไปถึงอัตรากำไรสุทธิลดลงที่ 35 Basis Points หรือลงไปประมาณสัก 18% มาอยู่ที่ THB 1,874 ล้านค่ะ และถ้าเราลอง Zoom เข้าไปในแต่ละธุรกิจนะคะ เริ่มต้นที่ Wholesale ก่อนนะคะ ในไตรมาสสอง เราเห็น Same-store Sales ของ Makro Thailand เป็นภาพบวกนะคะ จากกลยุทธ์ Asset Optimization และ ROA Enhancement นะคะ ทั้งนี้ยอดขายของ Food Retailer เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างเด่นชัดนะคะ อย่างไรก็ดี สถานการณ์ Geopolitical Tension ต่างๆ ก็กดดันภาพรวมให้ Wholesale มี Same-store Sales ที่ติดลบราว 0.9% ในมุมของยอดขายเอง การเปิดร้านใหม่ รวมไปถึงการเติบโตของยอดขาย Omnichannel ที่แข็งแกร่งนะคะ ประกอบกับการรับรู้เต็มไตรมาสของ LFG หรือ Lucky Frozen ก็หนุนให้ Wholesale มียอดขายเติบโตกว่า 3.5% นะคะ อย่างไรก็ดี เนื่องด้วยการเติบโตของยอดขายดังกล่าวมาจากกลุ่มสินค้าอาหารแห้ง ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนะคะ อีกทั้งเรื่องของการบริหารราคาสินค้าให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่ยังคงเปราะบาง ก็เลยทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงมาบ้างที่ประมาณสัก 30 Basis Points มาอยู่ที่ระดับ 11.2% ค่ะ สำหรับต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.8% สาเหตุหลักก็มาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารของกลุ่ม Lucky Frozen นะคะ และการเติบโตของธุรกิจ Omnichannel ซึ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายผันแปรที่เติบโตขึ้นตามระดับการดำเนินงานที่เติบโตขึ้นนะคะ นอกไปจากนั้นแล้ว บริษัทก็มีการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ Last Mile Delivery เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ โดยเป็นการลงทุนล่วงหน้าในลักษณะที่เป็น Bulk และมีความเป็น Step Up เพื่อสร้าง Capacity รองรับการขยายตัวของยอดขายในอนาคตค่ะ ทั้งนี้รายได้จาก Data Monetization ก็ช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วนค่ะ ส่งผลให้ EBIT Margin มาอยู่ที่ 2.2% หรือลดลงประมาณสัก 25 Basis Points Year on Year ค่ะ

Speaker #2: ครับ อันนี้อาจจะขออนุญาตเสริม เอ่อ ทางคุณเมเมนิดนึงนะครับผม คือในมิติของฝั่ง wholesale นะครับ เอ่อ อยากจะเรียนอธิบายว่าสิ่งที่เราโฟกัสเนี่ยคือเรื่องของ quality growth นะครับ โดยที่ยุทธยุทธศาสตร์ใหญ่ของเราเนี่ยนะครับ เอ่อ ก็คือเรื่องของ asset optimization นะครับ แล้วก็การที่จะทําเรื่องของ ROA enhancement นะครับ ซึ่งมันจะทําให้เราสามารถ deliver sustainable quality growth ในระยะยาวได้นะครับ เอ่อ ถ้าเราดูตัวเลขในหน้าเนี้ย มันจะมีอยู่ 2 ตัวนะครับ ที่เราให้ความสําคัญนะครับ เอ่อ แล้วเราเชื่อว่ามันเป็นการที่ เอ่อ เป็นตัวที่ indicate ว่าเรากําลัง moving ในทิศทางที่ถูกต้องหรือเปล่า นะครับ ก็คือเรื่องของตัว เอ่อ same store sales growth กับตัว sales growth itself นะครับ เอ่อ เราเชื่อว่า 2 ตัวเนี้ยจะควรที่จะต้องไปในทิศทางเดียวกันนะครับ และควรจะมีระดับที่ใกล้เคียงกันนะครับ ซึ่ง เอ่อ ใน quarter ที่ผ่านมาเนี่ย เอ่อ ทั้ง 2 ตัวเนี่ย เอ่อ ก็เติบโตได้นะครับ แล้ว gap ของ 2 ตัวเนี้ยก็ต้องเรียนว่า เอ่อ ค่อยๆ narrow มา move เข้าสู่กันและกันนะครับ เอ่อ เหตุผลที่เรามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญนะครับ เพราะว่าอย่างสมมุติถ้าเรายกตัวอย่างว่าถ้าเรา same store sales เราโต 2% นะครับ แต่ถ้า total sales เราโต 10% gap 8% เนี่ย เราอย่างเงี้ยมันก็แค่แปลว่าเราเพิ่ม เอ่อ footage เพิ่ม store นะครับ แต่เราไม่ได้มีความสามารถในการที่จะเพิ่ม เอ่อ asset optimization การ utilize asset ของเรา เอ่อ ที่เราเคยมีอยู่แล้วเนี่ยให้มีประสิทธิภาพนะครับ อันนี้คือเรื่องสําคัญเรื่องแรกที่อยากเรียนนะครับผม เอ่อ ส่วนเรื่องที่ 2 นะครับ คือเรื่องของ gross margin นะครับ อันเนี้ยก็ เอ่อ อย่างที่ทราบกันนะครับ เอ่อ มี เอ่อ factor อยู่ 2 เรื่องนะครับ ที่ทําให้ เอ่อ เรามี gross margin เนี่ย เอ่อ ที่ลดลงนะครับ เรื่องแรกคือเรื่องของ mix นะครับ อันเนี้ยก็เป็นมาจากการที่ลูกค้าเนี่ย เอ่อ consumer เนี่ยมีกําลังจ่ายที่ค่อนข้างน้อยนะครับ เพราะฉะนั้น เอ่อ tendency ก็คือว่า เอ่อ เวลาเขาเลือกซื้อสินค้าเลือก basket เนี่ย เขาจะค่อนข้างเน้นนะครับ ไปสินค้าที่เรียกว่าเป็นพวก staples หรือพวกสินค้าจําเป็นนะครับ ซึ่งโดยธรรมชาติเนี่ยสินค้าพวกเนี้ยจะมี margin ที่ต่ํากว่านะครับ เอ่อ อันนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งนะครับ อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของ เอ่อ ราคานะครับ price deflation โดยเฉพาะ เอ่อ ฝั่ง fresh นะครับ ไม่ว่าจะเป็นหมูหรือไก่ นะครับ ที่ เอ่อ เราเห็นเรื่องเนี้ยเป็น head win มาตั้งแต่ต้นปีนะครับ เอ่อ แต่เราก็เชื่อว่าในเรื่องของ price deflation เนี่ย เอ่อ ภายใน quarter 3 เนี่ย เราคิดว่าน่าจะเราน่าจะเห็น bottom แล้ว คือหมายความว่าน่าจะจบนะครับ เอ่อ ในขณะที่เรื่องของ mix เนี่ย อันนี้ก็เป็นการบ้านนะครับ ที่ฝั่งฝ่ายจัดการเนี่ยนะครับ เอ่อ จะต้องรับโจทย์นะครับ เอ่อ เพื่อไปทําให้ดีขึ้นนะครับ ไม่ว่าในเรื่องของการ uplift basket หรือการไปต่อรองกับ supplier นะครับ เอ่อ ให้ เอ่อ ได้ เอ่อ สินค้าและ เอ่อ ราคานะครับ ที่ทําให้เรา เอ่อ มี margin ที่สูงขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็นการบ้านที่เราต้องรับไปแก้นะครับ ส่วนอีกอันหนึ่งที่เป็นตัวใหญ่ของเราเนี่ย คือเรื่องของ operating expense นะครับ ซึ่ง เอ่อ quarter ที่ผ่านมาเนี่ย เรามีการลงทุนนะครับ เอ่อ สําหรับอนาคต นะครับ เอ่อ สําหรับธุรกิจออนไลน์ของเรา ต้องเรียนว่าธุรกิจออนไลน์ของเราตอนเนี้ยนับเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของ เอ่อ รายได้ของเราแล้วนะครับ เอ่อ quarter เอ่อ ใน quarter ที่ผ่านมาเนี่ย ออนไลน์เนี่ยยังโตได้ดีนะครับ ยังโตบวกประมาณ 25% นะครับ โดยเฉพาะอีกช่องหนึ่งที่เราค่อนข้างให้สําคัญคือ unassisted คือ channel ที่ทางลูกค้าเนี่ยสามารถเข้าไปกดซื้อสินค้าด้วยตัวเองได้นะครับ โดยไม่ต้องมี เอ่อ เอ่อ มี มี มี เอ่อ เอ่อ เรียกว่า service มาช่วยนะครับ อันเนี้ยโตอยู่ประมาณ 35 ถึง 40% นะครับ ถือว่ายังเติบโตได้ดีมาก ทีนี้เพื่อรองรับการเติบโตอันเนี้ย เราก็มีความจําเป็นที่จะต้องสร้าง capacity เผื่อไปนะครับ เอ่อ ซึ่งก็ทําให้มี เอ่อ ค่าใช้จ่ายที่เราต้อง เอ่อ จําเป็นที่จะต้อง เอ่อ ลงทุนไปก่อนนะครับ เอ่อ เพราะ capacity เนี่ยมันสร้างสําหรับอีก 6 เดือนข้างหน้านะครับ แต่อันเนี้ยผมก็เชื่อว่าถ้า growth trajectory ของออนไลน์เนี่ยเป็นไปตามอดีตก็คือบวก 25 บวก 30 นะครับ ผมเชื่อว่า เอ่อ ภายใน Q3 เนี่ย cost to serve ตรงเนี้ยก็จะได้มีรับการ rebalance นะครับ เอ่อ จากการที่ เอ่อ มีการเติบโตนะครับ ก็คิดว่าเชื่อว่าภายใน quarter 3 ก็น่าจะกลับมาอยู่ในระดับที่เราเรียกคิดว่า เอ่อ เหมาะสมนะครับผม อันนี้อาจจะเรียนเสริมประมาณนี้ก่อนนะครับ แล้วผมคิดว่าเดี๋ยวตอน outlook เนี่ย ทางคุณ เอ่อ ธนิตนะครับ อาจจะมาให้ เอ่อ เอ่อ เอ่อ comment เพิ่มเติมนะครับ ในเรื่องของ vision กับยุทธศาสตร์ของฝั่งของเซลล์นะครับผม

สิโรจน์ วิชญาไพฑูรย์: อันนี้อาจจะขออนุญาตเสริมทางคุณเหมนิดหนึ่งนะครับ ในมิติของฝั่ง Wholesale นะครับ อยากจะเรียนอธิบายว่าสิ่งที่เรา Focus คือเรื่องของ Quality Growth นะครับ โดยที่ยุทธศาสตร์ใหญ่ของเราก็คือเรื่องของ Asset Optimization นะครับ แล้วก็การที่จะทำเรื่องของ ROA Enhancement นะครับ ซึ่งมันจะทำให้เราสามารถ Deliver Sustainable Quality Growth ในระยะยาวได้นะครับ ถ้าเราดูตัวเลขในหน้านี้มันจะมีอยู่ 2 ตัวที่เราให้ความสำคัญนะครับ แล้วเราเชื่อว่ามันเป็นตัวที่ Indicate ว่าเรากำลัง Moving ในทิศทางที่ถูกต้องหรือเปล่า ก็คือเรื่องของตัว Same Store Sales Growth กับตัว Sales Growth Itself นะครับ เราเชื่อว่า 2 ตัวนี้ควรที่จะต้องไปในทิศทางเดียวกัน และควรจะมีระดับที่ใกล้เคียงกันนะครับ ซึ่งใน Quarter ที่ผ่านมาทั้ง 2 ตัวก็เติบโตได้นะครับ แล้ว Gap ของ 2 ตัวนี้ก็ต้องเรียนว่าค่อยๆ Narrow มา Move เข้าสู่กันและกันนะครับ เหตุผลที่เรามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ เพราะว่าสมมุติถ้าเรายกตัวอย่างว่าถ้าเรา Same Store Sales เราโต 2% นะครับ แต่ถ้า Total Sales เราโต 10% Gap 8% อย่างนี้มันก็แค่แปลว่าเราเพิ่ม Footage เพิ่ม Store นะครับ แต่เราไม่ได้มีความสามารถในการที่จะเพิ่ม Asset Optimization การ Utilize Asset ของเราที่เราเคยมีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพนะครับ อันนี้คือเรื่องสำคัญเรื่องแรกที่อยากเรียนนะครับ ส่วนเรื่องที่ 2 นะครับ คือเรื่องของ Gross Margin นะครับ อันนี้ก็อย่างที่ทราบกันนะครับ มี Factor อยู่ 2 เรื่องที่ทำให้เรามี Gross Margin ที่ลดลงนะครับ เรื่องแรกคือเรื่องของ Mix นะครับ อันนี้ก็เป็นมาจากการที่ลูกค้า Consumer มีกำลังจ่ายที่ค่อนข้างน้อยนะครับ เพราะฉะนั้น Tendency ก็คือว่าเวลาเขาเลือกซื้อสินค้าเลือก Basket เขาจะค่อนข้างเน้นไปสินค้าที่เรียกว่าเป็นพวก Staples หรือพวกสินค้าจำเป็นนะครับ ซึ่งโดยธรรมชาติสินค้าพวกนี้จะมี Margin ที่ต่ำกว่านะครับ อันนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งนะครับ อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของราคานะครับ Price Deflation โดยเฉพาะฝั่ง Fresh นะครับ ไม่ว่าจะเป็นหมูหรือไก่นะครับ ที่เราเห็นเรื่องนี้เป็น Headwind มาตั้งแต่ต้นปีนะครับ แต่เราก็เชื่อว่าในเรื่องของ Price Deflation ภายใน Quarter 3 เราคิดว่าเราน่าจะเห็น Bottom แล้ว คือหมายความว่าน่าจะจบนะครับ ในขณะที่เรื่องของ Mix อันนี้ก็เป็นการบ้านที่ทางฝ่ายจัดการจะต้องรับโจทย์เพื่อไปทำให้ดีขึ้นนะครับ ไม่ว่าในเรื่องของการ Uplift Basket หรือการไปต่อรองกับ Supplier ให้ได้สินค้าและราคานะครับ ที่ทำให้เรามี Margin ที่สูงขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็นการบ้านที่เราต้องรับไปแก้นะครับ ส่วนอีกอันหนึ่งที่เป็นตัวใหญ่ของเราคือเรื่องของ Operating Expense นะครับ ซึ่ง Quarter ที่ผ่านมาเรามีการลงทุนสำหรับอนาคตสำหรับธุรกิจออนไลน์ของเรา ต้องเรียนว่าธุรกิจออนไลน์ของเราตอนนี้นับเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของรายได้ของเราแล้วนะครับ ใน Quarter ที่ผ่านมาออนไลน์ยังโตได้ดีนะครับ ยังโตบวกประมาณ 25% นะครับ โดยเฉพาะอีกช่องหนึ่งที่เราค่อนข้างให้ความสำคัญคือ Unassisted คือ Channel ที่ทางลูกค้าสามารถเข้าไปกดซื้อสินค้าด้วยตัวเองได้นะครับ โดยไม่ต้องมีเรียกว่า Service มาช่วยนะครับ อันนี้โตอยู่ประมาณ 35-40% นะครับ ถือว่ายังเติบโตได้ดีมาก ทีนี้เพื่อรองรับการเติบโตอันนี้เราก็มีความจำเป็นที่จะต้องสร้าง Capacity เผื่อไปนะครับ ซึ่งก็ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่เราจำเป็นที่จะต้องลงทุนไปก่อนนะครับ เพราะ Capacity มันสร้างสำหรับอีก 6 เดือนข้างหน้านะครับ แต่อันนี้ผมก็เชื่อว่าถ้า Growth Trajectory ของออนไลน์เป็นไปตามอดีต ก็คือบวก 25 บวก 30 นะครับ ผมเชื่อว่าภายใน Q3 Cost to Serve ตรงนี้ก็จะได้รับการ Rebalance จากการที่มีการเติบโตนะครับ ก็เชื่อว่าภายใน Quarter 3 ก็น่าจะกลับมาอยู่ในระดับที่เราคิดว่าเหมาะสมนะครับ อันนี้อาจจะเรียนเสริมประมาณนี้ก่อนนะครับ แล้วผมคิดว่าเดี๋ยวตอน Outlook ทางคุณธนิชอาจจะมาให้

ธนิศร์ เจียรวนนท์ [ประธานคณะผู้บริหาร: Comment เพิ่มเติมนะครับในเรื่องของ Vision กับยุทธศาสตร์ของฝั่ง Wholesale นะครับ ผมเพื่อเสริมนิดหนึ่ง ผมก็จะมี Comment เรื่อง Outlook นะครับสำหรับ Wholesale แต่ว่าก่อนที่จะเข้าสู่ Outlook นะครับ แค่เสริมนิดหนึ่งว่าอัตราเติบโตของธุรกิจออนไลน์ก็เติบโตไปต่อนะครับ ก็คือถ้าเราดูข้อมูลเป็น First half นะครับ First half ก็คืออออนไลน์ตอนนี้ 31.8% Sale pass แล้วนะครับ แต่ว่าถ้าดูเป็น Second quarter นะครับก็จะเป็น 33.2% ก็คือ Sale pass มันเพิ่มขึ้นนะครับ แล้วก็อย่างที่คุณหล้ารายงานก็คืออัตราเติบโต Total Online นะครับ จริงๆ แล้วเป็นสอง Component นะครับ Component ที่หนึ่งก็คือ Makro PRO ที่เป็น Assisted Sale ก็คือมีคนไปหาลูกค้านะครับ กับ Makro PRO UA หรือ Unassisted ก็คือลูกค้าสั่งเองนะครับ จะเห็นว่าอัตราเติบโตของ Unassisted นะครับ ทั้ง First half ก็คือ First half โตอยู่ที่ 38.2% ตอนที่ Second quarter ก็ยังอยู่ที่ 38% นะครับ แล้วก็ตัวที่เป็น Assisted ก็โตอย่างดีนะครับ ก็เลยอยากจะเสริมว่าอาจจะในด้าน OPEX นะครับก็จะดูเหมือนว่ามันมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเข้ามาใน Second quarter นะครับ แต่ว่ามันเป็นการลงทุนหกเดือนข้างหน้านะครับ แล้วก็เลยถ้ามันยังมีอัตราเติบโตแบบนี้ เรา Expect ว่าใน Third quarter นะครับ OPEX ต่างๆ ใน Percentage Sale ก็จะดีขึ้นครับ ขอบคุณครับ

Speaker #1: ก็เสริมนิดนึง ก็ผมก็จะมี comment เรื่อง outlook นะครับ สําหรับ wholesale แต่ว่า เอ่อ ก่อนที่จะเข้าสู่ outlook นะครับ แค่เสริมนิดนึงว่า เอ่อ อัตราเติบโตของธุรกิจออนไลน์ก็เติบโตไปต่อนะครับ ก็คือถ้าเราดู เอ่อ เป็นข้อมูลเป็น first half นะครับ first half ก็คือออนไลน์ตอนเนี้ย 31.8% เซลล์พาแล้วนะครับ แต่ว่าถ้าดูเป็น เอ่อ second quarter เอ่อ ใช่ second quarter นะครับ ก็จะเป็น 33.2% ก็คือเซลล์พามันเพิ่มขึ้นนะครับ แล้วก็อย่างที่คุณล่ารายงานก็คืออัตราเติบโต total ออนไลน์นะครับ จริงๆ แล้วเป็น 2 component นะครับ component ที่ 1 ก็คือ macro growth ที่เป็น assisted sales ก็คือมีคนไป ไปหาลูกค้านะครับ กับ เอ่อ macro growth UA หรือ unassisted ก็คือลูกค้าสั่งเองนะครับ จะเห็นว่าอัตราเติบโตของ unassisted นะครับ ทั้ง first half ก็คือ first half โตอยู่ที่ 38.2 ตอนที่ เอ่อ second quarter ก็ยังอยู่ที่ 38 นะครับ แล้วก็ตัวที่เป็น เอ่อ assisted ก็โตอย่างดีนะครับ ก็เลยอยากจะเสริมว่า เอ่อ อาจจะในด้าน OPEX นะครับ ก็จะดูเหมือนว่ามันมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเข้ามาใน second quarter นะครับ แต่ว่ามันเป็นการลงทุน 6 เดือนข้างหน้านะครับ แล้วก็เลยถ้ามันยังมีอัตราเติบโตแบบนี้ เรา expect ว่าใน third quarter นะครับ เอ่อ OPEX ต่างๆ ใน ใน ใน percentage sales ก็จะดีขึ้นครับ ขอบคุณครับ

Speaker #2: ขอบคุณค่ะ ค่ะ สําหรับตัดภาพมาที่มุมของ retail นะคะ retail ในไตรมาส 2 เนี่ย แม้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบเชิงลบนะคะ จากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสนะคะ แต่ด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่งของประเทศมาเลเซีย ประกอบกับการเร่งเปิดสาขาใหม่นะคะ แล้วก็ปรับโฉมสาขาเดิมในไทยเนี่ย ก็ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกเนี่ยมียอดขายเติบโตกว่า 0.4% year on year นะคะ ในด้านการทํากําไร บริษัทก็ดําเนินมาตรการควบคุมสินค้าสูญเสีย และลงทุนด้านราคาที่เหมาะสมนะคะ ก็เลยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานได้บางส่วน ส่งผลให้ gross profit margin เนี่ยอ่อนตัวลงเล็กน้อยราว 10 basis points นะคะ มาอยู่ที่ 17.7% และที่สําคัญนะคะ มีการปรับ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนนะคะ ที่ 60 basis points ค่ะ ต้นทุนในการจัดจําหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารนะคะ บริษัทยังคงบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัยนะคะ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายนี้มีการปรับเพิ่มขึ้นราว 7.5% นะคะ จากการเร่งเปิดสาขาใหม่อย่างที่ได้เรียนในเบื้องต้นนะคะ ว่ามีการทํา front load expansion นะคะ การเติบโตของธุรกิจ omnichannel ทําให้เรื่องของค่าใช้จ่ายผันแปรก็ปรับเพิ่มขึ้นตามยอดขาย รวมไปถึงเรื่องของต้นทุนพลังงานก็ยังคงกดดันนะคะ ภาพรวม retail เนี่ย เราก็จะเห็นการรายงาน EBIT margin เนี่ยอยู่ที่ 3.6% ค่ะ ในด้านของสถานะทางการเงินเองนะคะ เราก็ยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งนะคะ จะเห็นได้ว่า net interest bearing debt เนี่ย to equity เนี่ยอยู่ที่ 0.37 เท่านะคะ ซึ่งก็ยังถือว่าต่ํากว่าข้อกําหนดตามสัญญาทางการเงินที่ 2.5 เท่าค่ะ สําหรับในมุมของ เอ่อ dividend นะคะ คณะกรรมการบริษัทก็ได้อนุมัติค่า เอ่อ การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.18 บาทต่อหุ้นนะคะ ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับปีก่อนนะคะ โดย one record date นะคะ ก็คือวันที่ 21 สิงหาคม 2569 แล้วก็ กําหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 3 กันยายน ปี 2569 นะคะ ใน section ถัดไปจะเป็นการพูดถึงภาพรวมทิศทางธุรกิจในระยะข้างหน้านะคะ โดยจะเริ่มต้นจากกลุ่มธุรกิจ wholesale แล้วก็จะตามด้วย retail นะคะ ขออนุญาตเรียนเชิญคุณธนิตนะคะ ให้ภาพในมุมของ wholesale ก่อนเลยค่ะ

[Company Representative] (CP Axtra): ขอบคุณค่ะ สำหรับตัดภาพมาที่มุมของ Retail นะคะ Retail ในไตรมาสสอง แม้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบเชิงลบนะคะ จากมาตรการไทยช่วยไทย Plus นะคะ แต่ด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่งของประเทศมาเลเซีย ประกอบกับการเร่งเปิดสาขาใหม่นะคะ แล้วก็ปรับโฉมสาขาเดิมในไทย ก็ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกมียอดขายเติบโตกว่า 0.4% Year on Year นะคะ ในด้านการทำกำไร บริษัทก็ดำเนินมาตรการควบคุมสินค้าสูญเสียและลงทุนด้านราคาที่เหมาะสมนะคะ ก็เลยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานได้บางส่วน ส่งผลให้ Gross Profit Margin อ่อนตัวลงเล็กน้อยราว 10 Basis Point นะคะ มาอยู่ที่ 17.7% และที่สำคัญนะคะ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนนะคะที่ 60 Basis Point ค่ะ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารนะคะ บริษัทยังคงบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัยนะคะ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายนี้มีการปรับเพิ่มขึ้นราว 7.5% นะคะ จากการเร่งเปิดสาขาใหม่ อย่างที่ได้เรียนในเบื้องต้นนะคะว่ามีการทำ Frontload Expansion นะคะ การเติบโตของธุรกิจ Omnichannel ทำให้เรื่องของค่าใช้จ่ายผันแปรก็ปรับเพิ่มขึ้นตามยอดขาย รวมไปถึงเรื่องของต้นทุนพลังงานก็ยังคงกดดันนะคะ ภาพรวม Retail เราก็จะเห็นการรายงาน EBIT Margin อยู่ที่ 3.6% ค่ะ ในด้านของสถานะทางการเงินเองนะคะ เราก็ยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งนะคะ จะเห็นได้ว่า Net Interest Bearing Debt to Equity อยู่ที่ 0.37 เท่านะคะ ซึ่งก็ยังถือว่าต่ำกว่าข้อกำหนดตามสัญญาทางการเงินที่ 2.5 เท่าค่ะ สำหรับในมุมของ Dividend นะคะ คณะกรรมการบริษัทก็ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.18 บาทต่อหุ้นนะคะ ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับปีก่อนนะคะ โดยวัน Record Date นะคะ ก็คือวันที่ 21 สิงหาคม 2569 แล้วก็กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 3 กันยายน ปี 2569 นะคะ ใน Section ถัดไปจะเป็นการพูดถึงภาพรวมทิศทางธุรกิจในระยะข้างหน้านะคะ โดยจะเริ่มต้นจากกลุ่มธุรกิจ Wholesale แล้วก็จะตามด้วย Retail นะคะ ขออนุญาตเรียนเชิญคุณชนิดนะคะ ให้ภาพในมุมของ Wholesale ก่อนเลยค่ะ

ธนิศร์ เจียรวนนท์ [ประธานคณะผู้บริหาร: วันนี้ผมขอพูดถึง Outlook นะครับ แล้วก็ Theme ของ Wholesale ภาพใหญ่นะครับ ผมอยากจะเริ่มก่อนว่าตอนนี้เรากำลังขับเคลื่อนองค์กรด้วย Improvement ของ Return on Asset นะครับ Analyst หลายคนที่น่าจะตามธุรกิจ Wholesale มาสักช่วงหนึ่งก็จะเห็นว่ามันมีช่วงหนึ่งที่ Wholesale ก็คือเปิดสาขาเยอะๆ นะครับ Like for Like หรือ SSSG ต่ำ แต่ว่า Total Sale อาจจะสูงนะครับ แต่ว่าตอนนี้เราอยากจะแก้ Fundamental การแก้ Fundamental ก็คือจะเพิ่ม Asset และ Return on Asset ยังไงนะครับ ผมแค่จะโชว์เร็วๆ ว่าจริงๆ แล้วถ้าเราดูจาก 2024, 2025 ไปถึง Year to Date 2026 นะครับ เราจะเห็นว่าตอนนี้ตัว Quality Sale หรือ Sale per m² per day ก็คือเพิ่มขึ้นนะครับ 1.5% ตัวข้างล่างที่เขียนว่า Narrowing Gap Sale versus SSSG นี่คืออะไร นี่คือ Growth Total เทียบกับ Growth Like for Like หรือ SSSG นะครับ ใน Q4 2025 Gap นี้ 2.2% นะครับ ในไตรมาส 2 2026 Gap นี้ Narrow down ลงมาอยู่ที่ 0.4% ก็คือกำลังจะบอกว่าตอนนี้เรากำลังทำเรื่อง ROA นะครับ ผมขอเอา Example นะครับ Case หนึ่งของการเพิ่ม ROA นะครับ คืออะไร ในขอนแก่นนะครับ เราเคยมีขอนแก่นสองที่เป็น Food Service ที่ Sale Area แค่ 3,300 ตารางเมตรนะครับ หลังจากนั้นเราอัปเกรดสาขานี้ขึ้นมาเป็น 7,100 ตารางเมตรนะครับ อะไรเกิดขึ้นนะครับ ในสองอาทิตย์หลังที่เรา expansion แล้ว สาขาเพิ่มยอดขาย 12% นะครับ ยอดขายของ OCS หรือออนไลน์เพิ่มสองเท่า Year on Year นะครับ แล้วก็ Basket Size ก็เพิ่มขึ้นมา 40% นะครับ ตอนนี้เราก็มีการ Identify สาขาอื่นๆ ที่ต้องการ expansion อย่างเช่นที่เรา Comment อยู่ในนี้ก็คือเทพารักษ์ครับ ต่อมานะครับก็คือกลับมาสู่ Topic ROA อีกรอบหนึ่งก็คือ O2O Expansion คำว่า O2O Expansion คืออะไร เพราะว่าจริงๆ แล้วสาขาใหญ่ของ Makro นะครับ เรามีหลายสาขาที่ยังไม่ได้มีการเสริม Area ที่เป็น O2O นะครับ ก็จะเห็นว่าสาขาเช่นศรีนครินทร์ หาดใหญ่ พวกนี้ทำเสร็จแล้วนะครับ แต่ว่ามันก็ยังมีค้างสาขาหลายตัวที่ยังไม่มี O2O อันนี้ก็คือการเพิ่มพื้นที่ O2O ใน Existing สาขาก็จะทำให้ Omnichannel Sale เราเพิ่มขึ้นนะครับ ก็อย่างที่ผมรายงานก็คือจะเห็นว่า Sale Par ของออนไลน์ถ้าดูใน First Half นะครับก็จะเป็น 31.8% นะครับ แต่ว่าถ้าดูเป็น Second Q นะครับ Sale Par ขึ้นมาที่ 33.2% ก็เท่ากับว่าออนไลน์ก็ยังเติบโตยังแข็งแรงอยู่นะครับ อีกตัวหนึ่งที่ผมจะเสริมก็คือที่เรารายงานใน Last Year ว่า Makro PRO Total Platform หรือ Total Ecosystem คือ THB 71,000 ล้านนะครับ เราก็ Expect ว่าตัวนี้ก็จะเติบโตไปต่อนะครับ แล้วก็เราอยู่ในขบวนการคุยต่อกับ Euromonitor เพราะว่าตั้งแต่ปี 2025 นะครับ เราได้เคลมแล้วว่าเราเป็น First Party Platform ในประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุดนะครับ แต่ว่าตอนนี้เรากำลังขยายเคลมว่าเราอยากจะเป็นทั้ง First Party Platform ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและอาเซียนนะครับ แล้วก็อีกเคลมหนึ่งที่อยู่ในขบวนการก็คือ Largest Platform ในด้านอุปโภคบริโภคหรือ FMCG อันนี้ก็อยากจะเสริมว่า Wholesale เราก็อยากจะ Improve ROA แต่ว่าอีกตัวหนึ่งสุดท้ายที่ผมจะเสริมนะครับ ไม่ใช่แค่เพิ่ม ROA แต่ว่าเราก็ยังต้องขยายสาขาที่เป็น Size B หรือ Size C เป็นหกเจ็ดพัน เพราะว่าเราเห็นแล้วว่า Sweet Spot ของเราก็คือสาขาที่อยู่ในตารางเมตรหกถึงเจ็ดพัน ก็อันนี้ก็จะเป็นขบวนการที่เราจะก็คือ Strengthen the Core Improve Foundation แล้วก็เสริมด้วยสาขาที่ Size เหมาะสมที่สุดนะครับ แล้วก็สุดท้ายก็คือเรา Expect ว่า OPEX Percentage ก็จะลดลงมา เพราะว่าเรา Invest for the future แล้วก็ยอดของ OCS ก็ยังเติบโตต่อครับ ขอบคุณครับ

Speaker #1: ครับ ก็วันนี้ผมขอพูดถึง outlook นะครับ แล้วก็ธีมของ wholesale ภาพใหญ่นะครับ ผมอยากจะเริ่มก่อนว่าตอนเนี้ยเรากําลังขับเคลื่อนองค์กรด้วย เอ่อ improvement ของ return on asset นะครับ เอ่อ analyst หลายคนที่น่าจะตามธุรกิจ wholesale มาสักช่วงหนึ่งก็จะเห็นว่ามันมีช่วงหนึ่งที่ wholesale ก็คือเปิดสาขาเยอะๆ นะครับ like for like หรือ SSSG ต่ํา แต่ว่า total sales อาจจะสูงนะครับ แต่ว่าตอนนี้เราอยากจะแก้ fundamental แก้การ การแก้ fundamental ก็คือจะเพิ่ม asset นะ return on asset ยังไงนะครับ เอ่อ ผมแค่จะโชว์เร็วๆ ว่าจริงๆ แล้วถ้าเราดูจาก เอ่อ 2024 2025 ไปถึง 2000 year to date 2026 นะครับ เราจะเห็นว่าตอนเนี้ย เอ่อ ตัว quality sales หรือ sales per square meter per day ก็คือเพิ่มขึ้นนะครับ 1.5% ตัวข้างล่างที่เขียนว่า narrowing gap sales versus SSSG นี่คืออะไร นี่คือ growth total เทียบกับ growth like for like หรือ SSSG นะครับ ใน Q4 2025 gap เนี้ย 2.2% นะครับ ในไตรมาส 2 2026 gap เนี้ย narrow down ลงมาอยู่ที่ 0.4% ก็คือกําลังจะบอกว่าตอนเนี้ยเรากําลังทําเรื่อง ROA นะครับ เอ่อ ผมขอเอา example นะครับ เคสหนึ่งของการเพิ่ม ROA นะครับ คืออะไร ใน ในขอนแก่นนะครับ เราเคยมีขอนแก่น 2 ที่เป็น food service นะครับ ที่ เอ่อ sales area แค่ 3,300 ตารางเมตรนะครับ หลังจากนั้นเราอัปเกรดสาขาเนี้ยขึ้นมาเป็น 7,100 ตารางเมตรนะครับ อะไรเกิดขึ้นนะครับ เอ่อ ใน 2 อาทิตย์นะครับ หลังที่เรา expansion แล้วนะครับ สาขาเพิ่มยอดขาย 12% นะครับ เอ่อ ยอดขายของ OCS หรือ online นะครับ เพิ่ม 2 เท่า year on year นะครับ แล้วก็ basket size นะครับ ก็เพิ่มขึ้นมา 40% นะครับ ตอนนี้เราก็มีการ identify สาขาอื่นๆ ที่ต้องการ expansion อย่างเช่นที่เรา comment อยู่ในนี้ก็คือเทพารักษ์นะครับ ต่อมานะครับ ก็คือกลับมาสู่ topic ROA อีกรอบหนึ่งก็คือ O2O expansion คําว่า O2O expansion คืออะไร เพราะว่าจริงๆ แล้วสาขาใหญ่ของ ของ macro นะครับ เรามีหลายสาขาที่ยังไม่ได้มีการเสริม เอ่อ area ที่เป็น O2O นะครับ ก็จะเห็นว่าสาขาเช่นศรีนครินทร์ หาดใหญ่ พวกเนี้ยทําเสร็จแล้วนะครับ แต่ว่ามันก็ยังมีค้างสาขาหลายตัวที่ยังไม่มี O2O อันนี้ก็คือ เอ่อ การเพิ่มพื้นที่ O2O ใน existing สาขาก็จะทําให้ omnichannel sales เราเพิ่มขึ้นนะครับ ก็อย่างที่ผมรายงานนิดหนึ่งนะครับ ก็คือจะเห็นว่า เอ่อ sales par นะครับ ของ online นะครับ ถ้าดูใน เอ่อ first half นะครับ ก็จะเป็น 31.8% นะครับ แต่ว่าถ้าดูเป็น second Q นะครับ sales par ขึ้นมาที่ 33.2% ก็เท่ากับว่า online ก็ยังเติบโต ยังแข็งแรงอยู่นะครับ เอ่อ อีกตัวหนึ่งที่ผมจะเสริมก็คือที่เรารายงานใน last year ว่า เอ่อ macro growth นะครับ total platform หรือ total เอ่อ ecosystem คือ 71,000 ล้านบาทนะครับ เราก็ expect ว่าตัวนี้ก็จะเติบโตไปต่อนะครับ แล้วก็เราอยู่ในขบวนการคุยต่อกับ Euromonitor เพราะว่าตั้งแต่ปี 2020 5 เอ่อ 25 นะครับ เราได้เคลมแล้วว่าเราเป็น first party platform เอ่อ ในประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุดนะครับ เอ่อ แต่ว่าตอนนี้เรากําลังขยายเคลมว่าเราอยากจะเป็นทั้ง first party platform ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และอาเซียนนะครับ แล้วก็อีกเคลมหนึ่งที่อยู่ในขบวนการก็คือ largest platform ในด้านอุปโภคบริโภคหรือ FMCG อันนี้ก็อยากจะเสริมว่า เอ่อ wholesale เราก็อยากจะ improve ROA แต่ว่าอีกตัวหนึ่งสุดท้ายที่ผมจะเสริมนะครับ ไม่ใช่แค่เพิ่ม ROA แต่ว่าเราก็ยังต้องขยายสาขาที่เป็น size B หรือ size ที่เป็น 6-7 พัน เพราะว่าเราเห็นแล้วว่า sweet spot ของเราก็คือสาขาที่อยู่ในตารางเมตร 6-7 พัน ก็อันนี้ก็จะเป็นขบวนการที่เราต้อง ก็คือ strengthen the core improve foundation แล้วก็เสริมด้วยสาขาที่ size เหมาะสมที่สุดนะครับ แล้วก็สุดท้ายก็คือ เอ่อ เรา expect ว่า OPEX percentage ก็จะลดลงมา เพราะว่าเรา invest for the future แล้วก็ยอดของ OCS ก็ยังเติบโตต่อครับ ขอบคุณครับ

Speaker #2: ขอบพระคุณคุณธนิตนะคะ เอ่อ ลําดับถัดไปจะขออนุญาตรบกวนเชิญคุณสมพงษ์นะคะ ฉายภาพในเรื่องของ เอ่อ malls แล้วก็ร้านค้าที่จะเปิด รวมไปถึง strategic ค่ะ

[Company Representative] (CP Axtra): ขอบพระคุณคุณธนิตนะคะ ลำดับถัดไปจะขออนุญาตรบกวนเชิญคุณสมพงษ์นะคะ ฉายภาพในเรื่องของ malls แล้วก็ร้านค้าที่จะเปิด รวมไปถึง strategy ค่ะ

สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย [ประธานคณะผู้บริหาร: ถ้าว่าตามสไลด์ก่อนแล้วกันนะครับ คือถ้าเราพูดถึงโปรแกรม Opening เนี่ย ก็อย่างที่เรียนนะครับว่าปีนี้เรามีการเร่งการเปิด Store มาอยู่ที่ครึ่งปีแรกค่อนข้างเยอะ ก็จะเห็นในตารางนะครับ เปิดไป 127 แห่งนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ Retail ครึ่งปีหลัง ในส่วนของ Wholesale ก็จะมีการเปิด Store ในประเทศไทยสองแห่ง แล้วก็ที่ฟิลิปปินส์หนึ่งแห่ง ส่วน Retail เองก็จะ soften เรื่องของ Opening ลงนะครับ เหลือแค่ 12 Store ซึ่งในนี้ก็จะเป็น Store Size ขนาดใหญ่ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่สองแห่งนะครับ แล้วก็เป็น Store Size กลางกับ Size เล็กนะครับอีกประมาณแปดแห่ง แล้วก็ที่มาเลเซียนะครับอีกสามแห่ง รวมแล้วก็เป็น 15 ด้วยกัน โปรแกรมใหญ่ของเรานอกจากการเปิด New Store เนี่ย ก็คือเรื่องของการปรับปรุง Mall นะครับ ในครึ่งปีแรกเราปรับปรุง Mall ไปหกแห่งนะครับ ประกอบด้วยในไทยกับที่มาเลย์นะครับ ในครึ่งปีหลัง โปรแกรมตอนนี้อยู่ใน Pipeline การก่อสร้างนะครับ แล้วก็จะเปิดดำเนินการได้ในครึ่งปีหลัง ในประเทศไทย 12 แห่ง ซึ่งจะเป็นทั้งการปรับปรุงแล้วก็เป็นการทั้ง Extend Store นะครับ ในมาเลเซียก็สองแห่งนะครับ เวลาที่เราพูดถึง Mall Program หรือ Mall Improvement เนี่ย จริงๆ แล้วส่วนหนึ่งที่เราทำคือเราทำไปถึงส่วนที่เป็นร้านด้วยนะครับ ส่วนที่เป็นร้าน Lotus's ด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ตัว Mall เพียงเดียวนะครับ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะเห็นว่าตัวเลข ถ้าดูในเชิงตัวเลขเนี่ย Sellable Space ของเราก็จะเพิ่มขึ้น 3% ทั้งปี แล้วก็ Leasable Space จะเพิ่มขึ้น 9% ซึ่งอันนี้ก็จะเป็น Driver หนึ่งนะครับในการขับเคลื่อน Store ในบริเวณที่มีศักยภาพทั้ง Offline แล้วก็ Online นะครับ ในหน้าถัดไปครับ คือในหน้านี้ เมื่อกี้คุณธนิศร์อธิบายส่วนของ Wholesale ไปแล้วนะครับ ผมให้ Color นิดนึงของส่วน Retail แล้วกัน ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าถ้าเราดูตัวเลข ก็ต้องยอมรับครับว่า Retail ทำตัวเลขกำไรไม่ดีเลยนะครับในไตรมาสสองที่ผ่านมานะครับ ซึ่งสาเหตุหลักๆ ก็คือมาจาก Top Line นะ ซึ่ง Top Line ก็กระทบนะครับค่อนข้างสูงนะครับจากโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งก็ยังเห็นผลกระทบนั้นต่อเนื่องมานะครับ ซึ่งก็คาดว่าจะมีผลกระทบในไตรมาสสามต่อเนื่องมาด้วยนะครับ ในส่วนที่ผมมองเองว่ามีแนวโน้มที่ดีก็คือตัว Gross Margin เนี่ย จริงๆ ปรับตัว Quarter on Quarter ได้ค่อนข้างดีมากนะครับ ถึงประมาณ 50-60 Basis Point แล้วก็เทียบ Year on Year เนี่ย หายไปประมาณสิบ Basis Point ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าเราดู Exact ตัวเลขจริงๆ มันคือ 0.06 ซึ่งจริงๆ ถ้าเราไปดู Selling Margin จริงๆ มันดีขึ้นเยอะครับ แต่ว่า Pressure ที่ได้จากค่าน้ำมันนะครับ ซึ่ง Reflect ลงไปในค่าขนส่ง มันทำให้ Dilute Gross Margin ลงไปส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมคิดว่า Gross Margin เรามาถูกทางนะครับ ตัวที่เป็นปัญหาค่อนข้างเยอะก็คือค่าใช้จ่ายที่ดูสูงขึ้นประมาณ 1% ของยอดขาย ก็ต้องบอกว่ามันเป็น Combination ของสิ่งที่เกิดชั่วคราวและอาจที่จะเกิดขึ้นเป็นโดยถาวรนะครับ อย่างค่าใช้จ่าย New Store มีส่วนที่เกิดเป็นถาวร แล้วก็มีส่วนที่เกิดขึ้นเพียงเป็นแค่ Pre-opening ซึ่งมันต่างกันนิดหนึ่งนะครับว่า Pre-opening ในปีที่แล้วเกิดเยอะใน Second Half เพราะว่าเราเปิด Store เยอะใน Second Half แต่ปีนี้มันมาเกิดเยอะ มันก็ถาโถมเข้ามาเลยตั้งแต่ First Half ก็ทำให้ตัวค่าใช้จ่ายพุ่งสูงขึ้นเร็วกว่ายอดขายนะครับ อีกสองส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นก็คือ Last Mile Delivery ซึ่งก็ Reflect โดยตรงกับการเติบโตของยอดขายออนไลน์นะครับ ซึ่งอันนี้จริงๆ ถ้าเราดู Contribution มันไม่ได้ Contribution ไปที่ EBIT นะครับ และก็อีกตัวหนึ่งที่มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับก็คือค่าใช้จ่ายที่เริ่มเข้ามาของ Happitat เพราะฉะนั้นรวมความแล้วทั้งหมดนี้ ภาระค่าใช้จ่ายก็จะเป็นปัญหาสำคัญเลยที่ Drag ให้ EBIT ตกลงไป Year on Year ถึง 18% อย่างที่เห็น แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากเราวิเคราะห์จริงๆ มันก็มี Sweet Spot อะไรบางอย่างที่เราเห็นแล้วก็เป็นโอกาสของการเติบโตนะครับ ผมยกตัวอย่างสามข้อในนี้ อันดับแรก จริงๆ ร้านที่มีผลกระทบเยอะที่สุดจากโครงการไทยช่วยไทย แล้วก็การแข่งขันคือร้านขนาดเล็กนะครับ ก็คือ Lotus's Go Fresh แต่จริงๆ เราไปพบว่าร้านที่เราสร้างขนาดมากกว่า 300 ตารางเมตรขึ้นไปมีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่านะครับ ถึงแม้จะมี Impact มานะครับ บางสาขาของเราก็ยืนยอดได้นะครับ ไม่ได้มี Impact มากมายนะครับ ทำยอดเฉลี่ย ถ้าบอกว่า Same-store Sales Growth ก็มากกว่าค่าเฉลี่ยโดยทั่วไป 2% ยอดของสาขาเองก็สูงกว่า 20-30% แล้วก็เป็นส่วนใหญ่เป็นสาขาที่ทำกำไรได้ค่อนข้างดีนะครับ อีกตัวหนึ่งที่เห็นเป็นข้อดีก็คือว่าในร้านสาขาที่เราติดลบทั้งหมด สาขาใหญ่ สาขาที่เรามีการปรับปรุงสาขานะครับ Renovate Store แล้วก็ทำ Mall Extension มันกลับไปในอีกทางหนึ่งนะครับ มันโชว์ Positive Like for Like นะครับ แล้วก็ Traffic เพิ่มขึ้นถึง 20% Against Baseline นะครับ อันที่สามก็คือ Online to Offline Platform ที่เราเพิ่งเปิดปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานะครับ เราเปิด Platform AxtraMall นะครับ ซึ่ง Platform AxtraMall เดี๋ยวผมจะอธิบายเพิ่มเติมว่ามันไม่ใช่เพียงแค่เป็น Platform ที่เราเข้าไปทำ Marketplace หรือว่าเป็น 3P นะครับ แต่เป็นโปรแกรมที่เราดึงสินค้าจากออนไลน์มาสู่ออฟไลน์ได้เร็วมากยิ่งขึ้น เดี๋ยวผมขอไปหน้าถัดไปเพื่ออธิบายให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นนะครับ Platform ของ AxtraMall เปิดมาประมาณสักปลายๆ เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปลาย Quarter นะครับ เราก็ใช้ตัวข้อมูลในการเซ็นต์หานะครับ จริงๆ แล้วใน Marketplace ก็เปิดเป็น Open เป็น Seller Center นะครับ แล้วเราก็มีการติดต่อ Approach โดยตรงกับสินค้าที่ขายดี ตอนนี้เรามีอยู่ประมาณสองสามล้านรายการแล้วครับใน Platform AxtraMall นะครับ ยอดขายตรงนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญครับ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการต่อยอด เพราะว่าทันทีที่เราได้ของขายดีบนออนไลน์ ซึ่งเราวิเคราะห์จาก Platform Marketplace อื่นๆ เราเอาเข้ามาใน AxtraMall ในขณะเดียวกันมันเป็นช่องทางในการดึงสินค้าต่างๆ เหล่านั้นเข้ามาอยู่ในร้านของเราด้วยนะครับ โดยที่เราคัดเลือกสินค้าขายดี ทำราคาเท่าออนไลน์นะครับ แล้วก็ใส่ List In เข้าไปในร้านนะครับ โดย Dedicate ไปที่ In-cab ของสาขา ซึ่งตรงนี้ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีนะครับ มันทำให้สินค้าของเราขายดีในออนไลน์เข้ามาในออฟไลน์เร็วขึ้น และที่สำคัญที่สุดก็คือเมื่อมันอยู่ใน Platform ของร้าน อยู่ใน Stock ของร้าน ก็สามารถที่จะทำ On-demand Delivery ได้นะครับ นั่นก็คือเราสามารถส่งได้ภายในหนึ่งถึงสามชั่วโมงจากร้านของเรา นั่นแปลว่าตอนนี้สิ่งที่ AxtraMall ต่อยอดนะครับก็คือการนำสินค้าขายดีบนออนไลน์เข้ามาในสาขา และสาขาก็สามารถส่งไปถึงลูกค้าได้เร็วนะครับ มากกว่า Platform Marketplace อื่นๆ นั่นก็คือเรากำลังใช้ Store Network ของเราให้เป็นประโยชน์ในการขยายการขายสินค้า ซึ่งสินค้ากลุ่มหลักๆ ในนี้ก็จะเป็นสินค้า Non-Food, Health & Beauty, Pet Food แล้วก็บรรดาสิ่งต่างๆ ที่เป็น Non-Food อย่างเช่น Toy เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้น benefit ของ AxtraMall ที่เราเปิดก็เป็น benefit ทั้งในเชิงของ Offline Customer และเป็น benefit ในเชิง Online Customer ขณะนี้เราเริ่มขยายออกไปเรื่อยๆ เริ่มต้นจากไม่กี่ Store ตอนนี้ออกไป 25 แห่งแล้ว ก็กำลังจะขยายออกไป All Store นะครับ ในหน้าถัดไป คือถ้าผมไม่พูดก็คงมีคนถามถึง Happitat นะครับ ต้องบอกว่า Happitat เปิดวันที่ 21 สิงหาคมนี้ จริงๆ ก็พูดหลายครั้งแล้วว่าเราตั้งใจให้เป็น Magical Destination of Happiness นั่นแปลว่าเป็น Destination ที่เป็น Experienced ซึ่งการเตรียมการต่างๆ นาๆ ก็ต้องบอกว่า ณ วันเปิดในความพร้อมของเรา ผมว่าเราอยู่ที่ประมาณสัก 70-80% เราไม่ได้พร้อมทั้งหมด แต่ผมว่ามันถึง trigger point ที่เราต้องเปิดแล้ว ซึ่งนอกจากสิ่งที่เราเตรียมไว้แล้วก็คือมันมีร้าน Concept ใหม่ของ Lotus's ด้วย อย่างเช่น Lotus's Privé มีร้าน Concept ใหม่ของ CP Axtra ด้วยก็คือ Axtra Club ซึ่ง Axtra Club เพื่อความพร้อมก็ยังไม่ได้เปิดในวันที่ 21 สิงหาคม จะทยอยเปิด ซึ่งจะเลื่อนเปิดไปอีกนิดหนึ่ง อาจจะประมาณสักต้นๆ ไตรมาสที่สี่ ผมว่าจุดสำคัญของ Happitat ไม่ใช่แค่ตัว Happitat เอง แต่ว่าเราเรียนรู้แล้วก็เอาสิ่งที่บอก สิ่งที่ทำ สิ่งที่เห็นใน Happitat มาต่อยอดสู่ร้านสาขาอื่นๆ ของเราในรูปแบบที่เราเรียกว่า Happy & Healthy Mall ซึ่งเป็น Concept หลักเลยในการปรับปรุงสาขา ทำให้ร้านของเราลูกค้าเข้ามาแล้วมีความสุขมากขึ้น แล้วก็เป็น Concept ที่เราใช้ในการปรับปรุงร้านสาขาที่เปิดดำเนินการแล้ว แล้วก็จะใช้ Concept นี้ต่อไปเพื่อให้บรรลุผลในเป้าหมายระยะสั้นของเราตอนนี้ ในระยะเวลา 18 เดือนข้างหน้า เราจะมีการปรับปรุง Mall และปรับปรุง Store 60 แห่งด้วยกัน ซึ่งในปีนี้ก็จะเสร็จประมาณ 12 แห่ง ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นการต่อยอดโดยตรงกับโครงการ Happitat เป็นองค์ความรู้เข้าไปปรับปรุงธุรกิจ Mall ของเรา ถ้าถามว่าจะมีโครงการใหญ่อย่างแบบ Happitat ไหม ผมก็ตอบเหมือนเดิมว่าจริงๆ แล้วเราไม่ Give up investment ที่ให้ Good return แล้วเราก็เชื่อว่าเรามี Prime Location หลายแห่ง เพราะฉะนั้นเรา Focus investment ใน Prime Opportunity ตรงนั้น เพราะเราเชื่อว่ามัน Create value ของ Property ตรงนั้น แต่อย่างไรก็ตาม เราก็จะค่อนข้างระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในการใช้เงินลงทุน ในขณะเดียวกันก็มี Partner ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมทำงานกับเราในไซต์ต่างๆ ที่เราจะเปิด ซึ่งก็ต่อจาก Happitat ถ้าบอกว่าโครงการใหญ่อันถัดไปที่จะเริ่มลงเข็มแล้วก็ก่อสร้างก็คือโครงการที่อ่อนนุช ซึ่งก็จะเป็นโครงการ Mixed Use ซึ่งประกอบด้วยศูนย์การค้า โรงแรม แล้วก็คอนโดมิเนียม ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นเราร่วมมือกับ CP Future City Development Corporation และ C.P. Land ซึ่งก็มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มดังกล่าวอยู่แล้ว ผมกล่าวโดยภาพสรุปในหน้าถัดไปแล้วกันนะครับ คือถ้าโดย Strategic Focus ของเรา ความเป็น CP Axtra เราก็ยัง Focus ในเรื่องของ Omnichannel เมื่อกี้คุณธนิศร์พูดถึงเรื่องของการขยายออนไลน์ทั้ง Makro และ Lotus's ครับ เราก็จะทำเรื่องออนไลน์อย่างจริงจัง การกระโดดเข้าไปทำ AxtraMall ก็เป็นจุดหนึ่งที่จะทำให้เห็นว่าเราเคลื่อนเข้าสู่ธุรกิจ 3P แต่เราไม่ได้จบเพียงแค่เราขายออนไลน์ แต่เราดึง Assortment จากออนไลน์มาสู่ออฟไลน์ได้ แล้วเราก็มีร้าน Network Store Network ที่เตรียมพร้อมให้มัน มี Dedicated space เพื่อโชว์เคสสินค้าต่างๆ เหล่านี้ ก็เป็นแผนงานในการเพิ่ม Speed ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่ม Assortment แล้วก็ทำให้ราคาสู้แข่งขันได้กับออนไลน์ ผมว่าตัวสำคัญที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากๆ ก็คือสินค้ากลุ่ม Non-Food ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถได้รับสินค้าที่ขายดีบนออนไลน์ในราคาแบบออนไลน์ แต่ว่าไปถึงบ้านลูกค้าได้เร็วขึ้นในระยะเวลาหนึ่งถึงสามชั่วโมงนะครับ อันที่สอง เราก็ยัง Focus เรื่อง Value Creation นะครับ โดยคุณธนิศร์พูดถึงการทำ Asset เดิมของเรา Return มากยิ่งขึ้น ในแง่ของ Retail เอง เนื่องจากเราสัมผัสกับ B2C เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างโลกของ Happy and Healthy Ecosystem ให้เกิดให้ได้ ซึ่งอย่างที่บอก Road Map สำคัญของเราก็คือการ Renovate สาขาทั้ง 60 สาขาให้เสร็จในระยะ 18 เดือน แล้วก็จะเริ่มเห็นผลได้ในครึ่งปีหลังปีนี้ที่ 12 สาขา ในแง่ของ Investment คือ Strategic Location เราก็ยังดูต่อไป แล้วดูซิว่าเราจะสามารถขับเคลื่อนการสร้าง Value ของ Property นั้นให้เพิ่มขึ้นได้อย่างไร แล้วก็อันสุดท้ายที่จะเป็น Strategic ก็คือเรื่อง Portfolio Optimization ผมพูดข้างล่างก่อนนะครับ ก็คือ Opportunity Regional เราวางการเติบโตเป็น Regional Player เพราะฉะนั้นการขยายสาขาเปิดสาขาในฟิลิปปินส์ของ Makro หรือแม้แต่การเข้าไป Capture opportunity โดยการเข้าไป Takeover ตัว The Food Purveyor นะครับ ก็น่าจะเสร็จสมบูรณ์ในครึ่งปีหลังนะครับ ขณะนี้รัฐบาลอนุมัติแล้วนะครับ ก็อยู่ในขั้นตอนของการทำ Due Diligence ครั้งสุดท้าย ซึ่งตัวนี้เราก็จะเริ่มเห็น Contribution จาก The Food Purveyor ได้ ผมคาดว่าน่าจะเป็นไตรมาสสี่นะครับ กลับมาข้างบนนิดหนึ่งนะครับ เมื่อกี้พูดถึงเรื่องของ Portfolio Portfolio ที่สำคัญคือเราไปเจอว่าร้านเล็กนะครับ คำว่าร้านเล็กคือเล็กของ Makro กับเล็กของ Lotus's เหมือนกันเลย คือมีศักยภาพต่ำ มี Productivity ต่ำ เพราะฉะนั้นผมว่ามันถึงเวลาที่ต้องมีการรีวิว Portfolio กันอย่างจริงจังนะครับ ซึ่งอันนี้ก็จะถูกทำในไตรมาสสามนะครับ ถ้าผมพูดแบบตรงๆ ก็คือร้าน Lotus's Go Fresh ที่มีขนาดเล็กเกินไป แล้วก็มี Contribution ใน EBITDA เป็นลบมาต่อเนื่องระยะหนึ่งแล้ว เราก็จะตัดสินใจปิดเพื่อปรับพอร์ตโมเดลของเราไปสู่การทำกำไรระยะยาวมากขึ้น ซึ่งรายละเอียดตัวเลขคงยังไม่มีให้ ณ วันนี้นะครับ เรากำลัง work out อยู่ แต่ว่าก็คาดการณ์ว่าก็จะมีการทำในไตรมาสสาม ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่ามันจะทำให้ Core Profit ของเราเติบโตมากขึ้นนะครับ หน้าสุดท้าย Outlook ถ้าถามแบบรวมๆ นะครับ คือเราก็ยังเชื่อว่าเราอยู่ที่ Low to Mid นะครับ ถ้า Retail ก็ยังได้รับ Pressure อยู่ใน Quarter 3 ในแง่ของไทยช่วยไทย แต่ Quarter 4 เนี่ย Retail น่าจะเป็น Quarter ที่ดีของ Retail น่าจะเป็น Positive เพราะปีที่แล้วเรากระทบกับเหตุการณ์ที่มีปัญหาทางด้าน IT แล้วก็มีโครงการคนละครึ่งปีที่แล้ว บวกกับจะมี Contribution ของ The Food Purveyor เข้ามา เพราะฉะนั้นเราเชื่อว่ารวมๆ แล้วจากการรักษาฐานการเติบโตของ Makro ที่คุณธนิศร์พูดถึงเนี่ย เราเชื่อว่า CP Axtra โดยรวมนะครับก็น่าจะเติบโตอยู่ที่ Low to Mid-Single Digit Growth นะครับ Omnichannel ก็จะ Continue เติบโตต่อไปครับ จะไปแตะที่ 25% ซึ่งก็มั่นใจว่าทำได้ Gross Profit Margin ณ ตอนนี้เรา Forecast จาก Pressure ต่างๆ ที่มานะครับว่า Flat แต่อย่างไรก็ตาม แต่ในเชิง Retail เองน่าจะเห็น Retail ปรับตัวสูงขึ้น เพราะว่าอย่างที่เหตุผลที่บอกครับว่าเราเห็นแนวโน้มของตัว GP ที่ดีขึ้นนะครับ ในขณะเดียวกันปีที่แล้วเรา Up Against ตัวค่อนข้างต่ำจากปัญหาทางด้าน IT นะครับ ในแง่ของการเงินนะครับ Net Gearing เราก็ยังคงที่จะรักษาอยู่ที่น้อยกว่า 0.42 Equity นะครับ อันนี้ก็เป็นทั้งหมดที่ผมจะเรียนให้ทราบ ณ ตอนนี้ ก็ยินดีสำหรับคำถามในช่วงถัดไปครับ ขอบคุณครับ

Browse all earnings call transcripts

Q2 2026 CP Axtra PCL Earnings Call

Demo
CPAXT

CP Axtra

Earnings

Q2 2026 CP Axtra PCL Earnings Call

CPAXT

Tuesday, August 11th, 2026 at 9:59 AM

Transcript

No Transcript Available

No transcript data is available for this event yet. Transcripts typically become available shortly after an earnings call ends.

Want AI-powered analysis? Try AllMind →

Earnings analysis guides

Methods for extracting KPIs and checking source support when reviewing an earnings call.

Browse all earnings calls