Q2 2026 Thai Union Group PCL Earnings Call
Speaker #1: สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่กิจกรรม Earnings Call ของบริษัท Thai Union Group จํากัด (มหาชน) นะครับ สําหรับผลประกอบการประจําไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ครับ โดยในวันนี้นะครับได้รับเกียรติจากผู้บริหารนะครับ คุณพิญดา แสงศักดา หาญ ครับ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ครับ คุณวรัญญา ลี้ จาตุรงค์ นะครับ รองผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ครับ
Speaker #2: สวัสดีค่ะ
Speaker #1: และผม นิรชัย ทองพูน นะครับ จากฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์นะครับ ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว งั้นขอเริ่มตัวพรีเซนเทชันเลยนะครับ
Speaker #2: ค่ะ ก็มาถึง เอ่อ ไตรมาสที่ 2 ของเรานะคะ จะเห็นได้ว่าผลการดําเนินงานในไตรมาสที่ 2 เนี่ย อะไรนะคะ ผลการดําเนินงานในไตรมาสที่ 2 นะคะ ก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งนะคะ โดยอันแรกเรามียอดขายนะคะ ที่เติบโตนะคะ อันนี้เป็นขีดสําคัญในไฮไลต์ของไตรมาสที่ 2 ของปีนี้นะคะ อันแรกนะคะ รายได้ของเรานะคะ เติบโตอยู่ที่ 1.4% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วนะคะ ซึ่งหลักๆ เนี่ยก็จะเป็นการเติบโตนะคะ จาก Organic Growth ก็คือเป็นการเติบโตตามการดําเนินงานปกติของบริษัทนะคะ อยู่ที่ 1.5% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว หลักๆ นะคะ ก็จะมาจากการเติบโตในทุกๆ Key Category อีกทั้งนะคะ ยังมีผลจากการแปลงค่าของอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงนะคะ เหลือราวๆ 0.1% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนถึงเท่านั้นค่ะ หากมาดูขวามือนะคะ ถัดมาก็จะเป็นในเรื่องของ Volume นะคะ หรือปริมาณการขายของเราเนี่ย ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เอ่อ 10 ไตรมาสติดต่อกันนะคะ หลักๆ ก็จะมาจากตัว Demand ที่เติบโตดีในทุกๆ Key Category นะคะ ยกเว้นตัว Frozen เนื่องมาจากธุรกิจฟีดที่ลดลงเป็นหลักนะคะ ในขณะที่ถัดมาด้านขวามือนะคะ ก็จะเป็นตัว Gross Profit Margin จะเห็นได้ว่าในไตรมาสที่ 2 นี้นะคะ ทําอยู่ที่ All Time High นะคะ อยู่ที่ 21.4% ซึ่งในระดับนี้ก็ถือได้ว่าสูงกว่าปี 2026 ที่เป็นตัว Target Guidance นะคะ แล้วก็สูงกว่าปี 2030 ที่เป็น Target Guidance ที่เราตั้งเป้าจะมีตัว Gross Profit Margin อยู่ที่ 21 ถึง 23% นั่นเองนะคะ หลักๆ ตัว Gross Profit Margin ก็เติบโตในทุกๆ Category ยกตัวอย่างเช่น ใน Ambient นะคะ ก็จะมาจากปัจจัยด้าน Demand นะคะ ที่มีการหนุนตัว Margin ที่เติบโตดีขึ้นนะคะ อีกทั้งราคาปลาทูน่า เอ่อ เฉลี่ยเนี่ยก็ยังมีต้นทุนในระดับต่ําที่เราสามารถ Manage ได้นะคะ อันที่สองมาจากธุรกิจ Frozen นะคะ จากการ เอ่อ ที่ Gross Profit ปรับตัวดีขึ้นนะคะ หลักๆ ก็จะมาจากปัจจัยด้านราคากุ้งนะคะ ที่ปรับลดลงมาอย่างมีนัยสําคัญในไตรมาสนี้นั่นเอง และสุดท้ายนะคะ ตัว Pet Care นะคะ ที่ได้รับปัจจัยสนับสนุนนะคะ จาก Proportion ของตัว Premium Mix นะคะ ที่ในไตรมาสที่ 2 นี้ก็ได้ปรับตัวขึ้น เพิ่มขึ้นมาแล้วนะคะ อยู่ที่ราวๆ 52.4% นั่นเองค่ะ ถัดมานะคะ ก็จะเป็นในส่วนของ EPS นะคะ ก็ได้มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งอยู่ที่ 0.35% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วนั่นเองค่ะ นอกจากนี้แล้วนะคะ ด้วยผลการดําเนินงานที่ผ่านมา ทําให้ในไตรมาสนี้นะคะ ของครึ่งปีแรกเรามีการจ่ายปันผลนะคะ อยู่ที่ 0.4 บาทต่อหุ้นนะคะ ซึ่งก็ถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่ในปี 2022 นะคะ ที่เรามีการจ่ายในเรทเดียวกันนี้นะคะ ถือว่า เอ่อ หากเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้านะคะ ในครึ่งปีแรกของปีที่แล้วเนี่ย ก็ถือได้ว่าการจ่ายปันผลในครั้งนี้นะคะ สูงอย่างมีนัยสําคัญ อยู่ที่ราวๆ 14.3% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้านั่นเอง และตัวสุดท้ายนะคะ ที่ไฮไลต์ที่สําคัญก็คือตัว Net Debt to Equity นะคะ ที่ปรับลดลงมา นะคะ มาอยู่ที่ระดับ 1.15 เท่านั่นเองค่ะ สไลด์ถัดมานะคะ ด้วยผลการดําเนินงานที่ดีนะคะ ส่งผลทําให้ในครึ่งปีแรกของปี 2569 นี้นะคะ เรามีการจ่ายปันผลอยู่ที่ 0.4 บาทต่อหุ้นนะคะ ซึ่งก็ถือได้ว่าจ่ายสูงอย่างมีนัยสําคัญเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน อีกทั้งยังมีตัว Dividend Yield นะคะ ที่น่าสนใจอยู่ที่ราวๆ 3.4% นั่นเอง โดยใน Dividend นะคะ จะมีการ Payment Date นะคะ หรือว่าการจ่าย Dividend อยู่ที่วันที่ 28 สิงหาคม ในปีนี้นั่นเองค่ะ ถัดมานะคะ ก็จะเป็นปัจจัยนะคะ ที่ เอ่อ ช่วย ปัจจัยบวกนะคะ ที่ช่วยส่งผลทําให้การดําเนินธุรกิจในไตรมาสที่ 2 นี้นะคะ เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยอันแรกนะคะ ก็จะเป็นราคา Raw Material นะคะ ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่า การบริหารต้นทุนของเราเนี่ย เอ่อ ยังคงมีประสิทธิภาพนะคะ แม้ว่าราคาปลาทูน่าเนี่ยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้นะคะ อยู่ที่ราวๆ 2,000 ในเดือนมีนา แต่ว่าอย่างไรก็ดี ราคาปลาทูน่าเนี่ย ในปัจจุบันก็ได้ปรับลดลงมาแล้วนะคะ โดยในเดือน เอ่อ มิถุนายน นะคะ ราคาปลาทูน่าจะอยู่ที่ราวๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 1,700 USD ต่อตันนั่นเองค่ะ ในส่วนนี้ก็จะเป็นส่วนช่วยในการซัพพอร์ต Gross Profit Margin นั่นเอง ปัจจัยที่สองนะคะ มาจากตัว FX นะคะ หรือว่าการที่ค่าเงินบาทเนี่ยอ่อนค่าขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับ USD นะคะ ล่าสุดก็ได้มีการอ่อนค่านะคะ ราวๆ วันนี้นะคะ อยู่ที่ราวๆ 33.4 บาทต่อ USD นะคะ ซึ่งในส่วนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นปัจจัยบวกกับ เอ่อ ธุรกิจส่งออกของเรานั่นเอง ปัจจัยที่สามนะคะ เทรนด์การบริโภค Sardin and Mackerel จะเห็นได้ว่า เอ่อ ในช่วงที่ผ่านมาเนี่ย เทรนด์นี้นะคะ ค่อนข้างมาแรงเพราะว่า เอ่อ ไม่ว่าจะเป็นตัวทูน่าที่มีโปรตีนสูงนะคะ หรือว่าจะเป็นการบริโภค เอ่อ โปรตีนด้วยความคุ้มค่านะคะ จะเห็นได้ว่าเทรนด์นี้ค่อนข้างกําลัง กําลังมาในช่วงนี้ นะคะ เมื่อเปรียบเทียบกับของ Thai Union เนี่ย จะเห็นได้ว่า เอ่อ ทั้ง Sardin and Mackerel ของเราเนี่ย ก็ค่อนข้างเติบโตอย่างต่อเนื่องนะคะ โดยจะเห็นได้ว่าในปี 2022 เนี่ย ตัว Sardin and Mackerel เนี่ย ก็มีเปอร์เซ็นต์ Proportion นะคะ จาก 16% to Total Ambient Sales นะคะ มาอยู่ที่ราวๆ 22% นั่นเองค่ะ ปัจจัยถัดมานะคะ จะเป็นในเรื่องของ Tariff Refund นะคะ ซึ่ง เอ่อ จะเห็นได้ว่าในเดือนมิถุนายน นะคะ เราได้ตัว Tariff กลับคืนมาแล้ว แต่ว่าต้องเรียนก่อนว่า เอ่อ Proportion ส่วนใหญ่เนี่ย ก็จะมีการส่งคืนกลับไปให้กับลูกค้านะคะ ผ่านข้อตกลงทาง ทางการค้าต่างๆ นั่นเอง นอกจากปัจจัยที่กล่าวมาแล้วนะคะ ก็ยังมีปัจจัยอีกสองด้านที่จะเป็นในเรื่องของ Upside ให้ธุรกิจของเราได้เติบโตนะคะ อันแรกก็จะเป็นในเรื่องของ UK Duty Suspension นะคะ ที่มีการ เอ่อ ที่มีการให้ส่วนลดทางภาษีนะคะ สําหรับสินค้าทูน่านําเข้า จากเดิมที่เราได้อยู่ที่ 24% เนี่ย มาอยู่ในระดับ 0% นั่นเอง ซึ่ง เอ่อ ปัจจัยนี้นะคะ ก็ได้เริ่ม Effective แล้วนะคะ เอ่อ เมื่อเดือนสิงหาคมนะคะ แล้วก็จะไปจบอยู่ที่เดือน December ในปี 2028 นั่นเอง และสุดท้ายนะคะ UK, Thailand, and เอ่อ FTA นะคะ เป็นการ ข้อตกลงทางการค้าระหว่าง Thailand กับยุโรป ซึ่งในส่วนนี้ก็ยังอยู่ในระหว่างการเจรจาต่อรองของภาครัฐอยู่นะคะ แล้วก็เห็นว่าถ้าส่วนนี้มี การ Final แล้วออกมาว่า เอ่อ ได้ ได้ประโยชน์จากส่วนนี้นะคะ ก็ถือได้ว่าเป็นผลดีกับธุรกิจส่งออกของ Thai Union นั่นเองค่ะ ถัดมานะคะ ก็จะเป็นการอัปเดตตัวราคา Raw Material นะคะ ไม่ว่าจะเป็นตัวราคาทูน่า หรือว่าราคากุ้งนะคะ จะเห็นได้ว่า ราคาปลาทูน่านะคะ จากที่ได้กล่าวไปแล้วว่า เคยขึ้นนะคะ อยู่ที่ราวๆ เฉลี่ย 2,000 USD ต่อตัน ซึ่งในตอนนั้นอยู่ที่เดือนมีนา ก็ถือได้ว่าตอนนั้นนะคะ เอ่อ ที่ราคาปลาทูน่าเพิ่มเนี่ย จะมาจากการที่ฝั่ง Middle East นะคะ มีสงครามที่ยังมีความผันผวน ส่งผลให้ราคาน้ํามันเนี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งการที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นเนี่ย เป็นต้นทุนหลักนะคะ สําหรับชาวประมง ดังนั้นแล้วตัวราคาปลาทูน่าเนี่ย ก็ยังคงผันผวนและปรับตัวสูงตามขึ้นไป แต่ว่าอย่างไรก็ดี ระหว่างทางเนี่ยค่ะ ก็จะมี เอ่อ สถานการณ์ Middle East ก็คง ทรงตัว ปรับตัวลดลง อะไรอย่างเงี้ยค่ะ ก็เลยทําให้ตัวราคาปลาทูน่าเนี่ย ค่อยๆ เอ่อ ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1,700 ในเดือนมิถุนายน นั่นเอง นะคะ สําหรับราคากุ้ง จะเห็นได้ว่าเฉลี่ยในไตรมาสที่ 2 เนี่ย ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสําคัญนะคะ อยู่ที่ 128 บาทต่อกิโล ซึ่งในส่วนนี้ก็ลดลงอย่างมีนัยสําคัญ เนื่องมาจาก เอ่อ มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากนั่นเองค่ะ สําหรับถัดมานะคะ ก็จะเป็นในเรื่องของ Marketing แล้วก็ Innovation ต่างๆ นะคะ ตามที่เราได้เคยกล่าวไปแล้วใน Quarter ก่อนๆ ว่า เราก็ยังคงมีการทํา Marketing Campaign เพื่อเป็นการ Boost Brand Marketing นะคะ สําหรับสินค้าแบรนด์ของกลุ่มบริษัทนะคะ เพื่อเป็นการเพิ่มยอดขาย แล้วก็ทําผลกําไรอีกด้วย อีกทั้งนอกจาก เอ่อ ตัว Marketing นะคะ เรายังมีการทํา Innovation นะคะ ให้กับสินค้าของธุรกิจแบรนด์ภายใต้ John Ways นั่นเองนะคะ ซึ่งเป็นการ เอ่อ ทําเกี่ยวกับตัว Packaging ที่สามารถ Recycle ได้ง่ายนะคะ ในส่วนนี้เราก็ เอ่อ เป็นการ เพิ่ม ความสามารถในการแข่งขันด้วย แล้วก็เพื่อให้บรรลุต่อตัว Strategy เอ่อ Sea Change 2030 ที่เราได้ตั้งเป้าไว้นั่นเองค่ะ ถัดมานะคะ ก็จะมาสู่ตัวผลการดําเนินงานในไตรมาสที่ 2 นะคะ เดี๋ยวจะขอเริ่มที่อันแรกนะคะ ตัวยอดขายของเรา ที่ได้กล่าวไปแล้วนะคะ ว่าเพิ่มขึ้น 1.4% นะคะ เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว หลักๆ เนี่ย มาจาก Organic Growth ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งนะคะ ยังมีตัว Volume ที่มาซัพพอร์ตในการเติบโตของรายได้อีกด้วย ถัดมาตัว Gross Profit Margin นะคะ อยู่ที่ 7,200 ขอโทษค่ะ เอ่อ ตัว กําไรขั้นต้นอยู่ที่ 7,238 ล้านบาทนะคะ หรือว่าเพิ่มขึ้นราวๆ 10.2% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน ซึ่งหลักๆ เนี่ย ก็ได้รับ เอ่อ ปัจจัยสนับสนุนนะคะ ทําให้ เอ่อ ในเรื่องของราคาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนนั่นเอง จึงทําให้ตัว Gross Profit Margin ในไตรมาสนี้นะคะ เอ่อ ทํา เอ่อ ทํา High ได้อยู่ที่ 21.4% นั่นเอง ถัดมานะคะ จะเป็นในเรื่องของ Operating Profit นะคะ เพิ่มขึ้น 12.6% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วนะคะ มาอยู่ที่ 2,150 ล้านบาทนะคะ โดยหลักๆ เนี่ย ก็ได้รับปัจจัยหนุนจากตัว Gross Profit Margin ที่แข็งแกร่งขึ้นนะคะ แม้ว่าตัว SG&A เนี่ย จะเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากค่า Freight Cost นะคะ ซึ่ง ซึ่งค่า Freight เนี่ย มันก็จะ Relate ไปตาม เอ่อ ปริมาณการขายของเราที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นนั่นเองค่ะ อีกทั้งนะคะ เอ่อ ในไตรมาสนี้ ก็ถือได้ว่า เราได้รับผลกระทบจาก US Tariff Impact นะคะ เต็มไตรมาส เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เราจะ เอ่อ ได้ผลกระทบอยู่ไม่เต็มไตรมาสนั่นเองค่ะ และสุดท้ายนะคะ ตัว Net Profit จะอยู่ที่ 1,264 ล้านบาทนะคะ ซึ่งก็ถือได้ว่า Flat เล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากมาดูในสไลด์ถัดมานะคะ จะเห็นได้ว่าเป็นรายละเอียดของกําไรสุทธินะคะ จะเห็นได้ว่า นอกจาก เอ่อ ตัวกําไรสุทธิที่ค่อนข้าง Flat เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ Key Highlight ที่สําคัญนะคะ จะอยู่ที่ EPS ของเรานะคะ ที่มีการเติบโตนะคะ อยู่ที่ 3.5% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนนั่นเอง ถัดมานะคะ จะเห็นได้ว่า เอ่อ ตัว Operating Profit นะคะ จากหน้านี้จะเห็นได้ว่าตัวที่ Drive เอ่อ ตัว Net Profit นะคะ ก็คือ Operating Profit ของเรานะคะ ที่เพิ่มขึ้น 241 ล้านบาทนะคะ แต่ว่าอย่างไรก็ดี ก็ยังมีรายได้ เอ่อ อื่นๆ นะคะ แล้วก็ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงด้วยค่ะ สําหรับถัดไป เดี๋ยวขอส่งต่อให้คุณนิรชัย Breakdown ธุรกิจ by Category นั่นเองค่ะ ครับ ขอบคุณครับ ต่อมาก็จะเป็น เอ่อ ภาพรวมผลประกอบการแยกรายธุรกิจนะครับ ก็คือ อันนี้เราจะ Breakdown ให้ดูนะครับ โดยเรียงตาม ขนาดของ Sales Contribution นะครับ จากใหญ่ที่อยู่ทางด้านซ้าย เรียง จากซ้ายไปขวานะครับ ก็จะสังเกตเห็นว่า ยอด Sales อะครับ เติบโตขึ้นทุก ทุก ทุก Category นะครับ ยกเว้นตัว Frozen ที่ดู Flat ครับ แล้วก็ถ้าหากเรามาดูในมุมของ Gross Profit Margin นะครับ ก็จะเห็นว่า ทุก Segment นะครับ สามารถเติบโตได้ ยกเว้นตัว Value Added ครับ โดยทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ ตัว เอ่อ Strategy 2030 อะครับ เราอยากจะมีตัว เอ่อ Sales Contribution จากธุรกิจที่ High Margin ได้แก่ ธุรกิจ Pet Care และ Value Added อะครับ รวมกันให้ได้ ถึง 25 ถึง 30% of Total Sales แต่ว่า เอ่อ ปัจจุบันนะครับ ก็ถือว่า On Track ครับ แล้วก็มาอยู่ที่ระดับ เอ่อ 20.7% แล้ว ก็ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่าง อย่างต่อเนื่องครับ ต่อมาจะขอ เริ่มที่ตัวธุรกิจ Ambient นะครับ ธุรกิจ Ambient นะครับ ไตรมาสนี้มียอดขายอยู่ที่ 16,853 ล้านบาทนะครับ เพิ่มขึ้น 1.5% Year on Year นะครับ หลักๆ เป็นผลมาจากตัว Volume ที่เพิ่มสูงขึ้นครับ รวมถึงการปรับราคาขายครับ ของฝั่ง เอ่อ ลูกค้า OEM ครับ ตัว Volume ที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับ 4.4% นะครับ หลักๆ เป็น เอ่อ มีผลมาจากตัวลูกค้า OEM Demand ที่สูงขึ้นนะครับ เอ่อ ทั้งใน เอ่อ ธุรกิจอาหาร เอ่อ ปลาทูน่ากระป๋อง และรวมถึงตัวปลาแซลมอนกระป๋องครับ อีกทั้งนะครับ ไตรมาสสองยังเป็นช่วงที่ เอ่อ ตลาดฝั่งยุโรปอะครับ เป็นช่วงที่เขาทําโปรโมชั่นกันเยอะ ก็ ก็จะช่วย Boost ตัว Volume นี้ด้วยครับ ส่วนอันสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของตัว Trend Mega Trend ครับ ของตัวปลาซาดีนและปลาแมคเคอเรลครับ ที่คนรุ่นใหม่เนี่ย หัน หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น แล้วตัวผลิตภัณฑ์ชนิดเนี้ยครับ ก็มีโปรตีนที่สูง แล้วก็มีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย แล้วก็มี Tail Life ที่นานครับ ก็ ตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ที่มองหา เอ่อ ผลิตภัณฑ์ดีๆ ครับ ถ้ามาดูในมุมของ Gross Profit Margin นะครับ ไตรมาสนี้ นะครับ เพิ่มขึ้น 1.8% Year on Year นะครับ มาอยู่ที่ระดับ 23.8% ถือว่าเป็น เอ่อ Record High ของตัว Gross Profit Margin ของธุรกิจ Ambient ครับ โดยมีสาเหตุหลักๆ มาจากเรื่องหนึ่งก็คือ เรามีการปรับราคาขายที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้ รวมถึงตัวต้นทุนของ เอ่อ ปลาทูน่าในคลังวัตถุดิบของเราอะครับ มีต้นทุนที่ต่ํา ก็จะช่วยเรื่องของ Gross Profit Margin ตรงนี้ รวมถึงเรื่องของ Volume ที่กล่าวไปเมื่อสักครู่อะครับว่า พอเรามี Volume เข้ามาเยอะขึ้น เราต้องผลิตมากขึ้น ไอ้ตัว Fixed Cost อะครับ ก็ ก็จะ ก็จะกระจายไปกับสินค้าจํานวนมากขึ้นเนาะ เราก็จะทําให้ต้นทุนต่อหน่วยเนี่ยลดลง ก็จะช่วย ช่วยซัพพอร์ตของ Gross Profit Margin ของตัวธุรกิจ Ambient ด้วยครับ ธุรกิจที่สองนะครับ Frozen นะครับ เอ่อ ไตรมาสนี้มียอดขายที่ค่อนข้าง Flat นะครับ เมื่อเทียบ Year on Year นะครับ โดยมีสาเหตุหลักมาจากหนึ่งก็คือ เรื่องของ เอ่อ ไตรมาสเนี้ยครับ มันมีตัว Impact ของ US Tariff ที่เราต้องปรับราคาขายอะครับ เต็มไตรมาส แต่ว่าถ้าหากเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีที่แล้วอะครับ เราจะทําเรื่องนี้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องที่สองก็คือตัวยอดขายของธุรกิจกุ้งนะครับ ยังสามารถเติบโตได้ดีจากการปรับราคาขายดังกล่าว แต่ที่ไตรมาสนี้ตัวภาพรวมของ Frozen ยอดขาย ค่อนข้างจะ Flat อะครับ เพราะว่ามีตัว Demand ที่หดตัวลงของธุรกิจอาหาร ทะเลอื่นๆ รวมถึงธุรกิจปลาแซลมอนครับ ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องของตัว Middle East ที่ทําให้ต้นทุนสูงขึ้นครับ ถ้ามาดูในภาพของ Volume ของธุรกิจ Frozen นะครับ ไตรมาสนี้ลดลง 5.4% Year on Year นะครับ หลักๆ มาจากการลดลงของในตลาด US รวมถึง เอ่อ ธุรกิจอาหารสัตว์ครับ ก็คือมี ธุรกิจอาหารสัตว์มี Demand ที่ลดลงใน อ่า สินค้าประเภทอาหารปลาครับ ในมุมของ Gross Profit Margin ของ Frozen ไตรมาสนี้อยู่ที่ 13.5 นะครับ ปรับตัวดีขึ้น หลักๆ เป็นผลมาจากตัว เอ่อ ราคากุ้งที่ก่อนหน้านี้มีการ อ่า ลดลงไปตามที่คุณวรัญญาได้กล่าวไปข้างต้นครับ ต่อมาจะเป็นธุรกิจที่สามนะครับ ธุรกิจ Pet Care ครับ ไตรมาสนี้มียอดขายเพิ่มขึ้น 2.3% Year on Year นะครับ หลักๆ เป็นผลมาจากตัว Volume ที่เพิ่มสูงขึ้น 3.4% Year on Year ครับ ก็ตัว Volume ที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับ ก็เกิดจากตัว Demand ที่ดีขึ้นของทั้งตลาด US และตลาดยุโรปครับ ส่วนในมุมของ Gross Profit Margin นะครับ ไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 29.7% นะครับ ก็เหนือกว่ากรอบเป้าหมายที่ทาง ITC เคยให้ไว้ที่ 23 ถึง 25% ก็หลักๆ เป็นผลมาจากตัวสัดส่วนของสินค้าประเภทพรีเมียมครับ ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 52.4% ในไตรมาสนี้ครับ ธุรกิจสุดท้ายนะครับ ธุรกิจ Value Added นะครับ ไตรมาสนี้มียอดขายเพิ่มขึ้น 5.8% Year on Year นะครับ หลักๆ เป็นผลมาจากตัว Volume ที่เพิ่มสูงขึ้น 7.4% Year on Year นะครับ ก็ Volume ที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับ หลักๆ เป็นผลมาจากตัวธุรกิจ Packaging นะครับ ที่มีการเติบโตได้เป็นอย่างดีนะครับ เพื่อสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจ Ambient ครับ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก็จะเป็นตัว เอ่อ Demand ที่ดีขึ้นของธุรกิจ Value Added รวมถึง เอ่อ ธุรกิจ Buy Product ด้วยครับ แต่ถ้ามาดูในมุมของ Gross Profit Margin นะครับ จะเห็นว่า เอ่อ Gross Profit Margin ของตัว Value Added อะครับ ลดลงอยู่ที่ 22.1% นะครับ หลักๆ เป็นผลมาจากตัวธุรกิจ Value Added จะมีสินค้าพร้อมรับประทานอยู่ชนิดหนึ่งครับ ที่สามารถทํากําไรได้ค่อนข้างสูง แต่ว่าในช่วงที่ผ่านมานะครับ ยอดขายของ เอ่อ ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ลดลงครับ ก็เป็นผลทําให้ตัว Gross Profit Margin ค่อนข้างจะดรอปลงครับ และก็อีกเรื่องหนึ่งก็จะมีเรื่องของตัวราคาอลูมิเนียมครับ อลูมิเนียมครับ ที่ลดลงก็จะช่วยกดดันตัว Gross Profit Margin ของกลุ่ม Value Added ด้วยครับ จบ อ่า Line Segment ครับ ขอส่งต่อคืนให้คุณวรัญญาครับ ค่ะ สําหรับตัว Net-Debt นะคะ ก็จะเห็นได้ว่า เอ่อ Net-Debt นะคะ ณ สิ้นมิถุนานะคะ จะอยู่ที่ 61,385 ล้านบาทนะคะ ซึ่งก็ถือได้ว่าค่อนข้างใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของ ณ สิ้นปีที่แล้วนะคะ ที่อยู่ที่ 61,471 ล้านบาทนั่นเอง จะเห็นได้ว่าตัว Net-Debt Equity นะคะ ก็ปรับลดลงมานะคะ จาก 1.18 เท่านะคะ มาอยู่ที่ 1.15 เท่า ซึ่งในส่วนนี้นะคะ ก็ได้รับซัพพอร์ตนะคะ จากสองเรื่องด้วยกัน เรื่องแรกนะคะ มาจากตัว Equity ของเรานะคะ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่ง Equity ของเราที่เพิ่มขึ้นเนี่ย ก็มาจากตัวกําไรสะสมนะคะ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนั่นเอง และอีกเรื่องหนึ่งนะคะ ก็ได้รับปัจจัยบวกนะคะ มาจากผลของตัว Free Cash Flow นะคะ ที่ปรับตัวเป็นบวกนะคะ อยู่ที่ 3,779 ล้านบาทนะคะ ได้รับซัพพอร์ตจากตัว EBITDA นะคะ ที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง แล้วก็เรายังมีการบริหารตัว Networking Capital ในไตรมาสนี้ นั่นเองค่ะ แล้วอีก Key Highlight ที่สําคัญอีกอันหนึ่งนะคะ ก็ได้แกะ Cost of Debt นะคะ ที่ปรับตัวลดลงนะคะ จาก 3.31% นะคะ มาอยู่ที่ 3.04% นั่นเอง ซึ่งในส่วนนี้ก็สะท้อนถึงการบริหารโครงสร้างเงินทุนและต้นทุนให้มีประสิทธิภาพของบริษัทนั่นเอง สุดท้ายนะคะ จะเป็นในเรื่องของ Guidance นะคะ เดี๋ยวขอให้คุณจินยดาเป็นผู้ให้ข้อมูลในเรื่องของ Guidance ของปี 2026 นี้ค่ะ
