Q2 2026 CP All Public Co Ltd Earnings Call
สิตา ธวัชสุวิทย์หมอ: วันนี้คุณปัณฑารี นันทนาคม Investor Relations General Manager แล้วก็ดิฉันสิตา ธวัชสุวิทย์หมอ Investor Relations นะคะ ก็จะมาร่วมชี้แจงแล้วก็แถลงผลการดำเนินงานแล้วก็ร่วมตอบคำถามท่านนักลงทุนทุกท่านในวันนี้ค่ะ ทาง CP All ค่ะ เพิ่งประกาศงบไปเมื่อวานช่วงเย็นนะคะ แต่ว่าก่อนที่เราจะไปพูดถึง Performance ของเรา ก่อนอื่นก็ขออนุญาตเริ่มต้นแล้วก็เรียนท่านนักลงทุนในภาพใหญ่ก่อนนะคะ ว่าในไตรมาสสองที่ผ่านมาในภาพใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง จริงๆ โดยรวมในไตรมาสสอง ทางการเขาก็คาดว่าเศรษฐกิจไทยก็น่าจะยังโตค่ะ แต่ว่าอาจจะไม่ได้โตเยอะ อาจจะโตน้อยกว่าในช่วงที่ผ่านมานะคะ แล้วก็แรงสนับสนุนหลักก็จะยังมาจากภาคส่งออก ซึ่งแรงหนุนจากภาคส่งออกอาจจะไม่ได้เพียงพอที่จะชดเชยกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังค่อนข้างอ่อนแอนะคะ แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง อย่างที่ทุกท่านทราบกันก็คือเรามีภาวะสงครามในตะวันออกกลางด้วย ก็ส่งผลให้ค่าครองชีพแล้วก็ราคาพลังงานสูงนะคะ ดังนั้นผู้คนแล้วก็ประชาชนก็จะมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น แล้วก็จะเน้นสินค้าหรือบริการที่มีความคุ้มค่ามากขึ้นนะคะ แต่ว่าก็จะมีในส่วนของภาครัฐที่มีการออกมาตรการต่างๆ มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจบ้างค่ะ ดังนั้นโดยรวมก็ถือว่าเศรษฐกิจน่าจะยังขยายตัวได้นะคะในไตรมาสสอง แต่ว่าอาจจะไม่ได้โตแรงมาก แล้วก็กำลังซื้อ Sentiment ผู้บริโภคในประเทศก็ยังค่อนข้างเปราะบางค่ะ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการต่างๆ ก็ยังต้องบริหารต้นทุนแล้วก็ค่าใช้จ่าย แล้วก็แข่งขันกันด้วยความคุ้มค่าเป็นหลักนะคะ ก็รวมถึง CP All ของเราด้วยค่ะ แต่ว่า CP All ของเราก็ยังคงมีกลยุทธ์ด้านสินค้าแล้วก็มีมาตรการการควบคุมต้นทุนแล้วก็ค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุมค่ะ ดังนั้นแม้ว่าอาจจะมีความท้าทายตามที่ได้เรียนไปนะคะ แต่ว่าด้วยมาตรการต่างๆ ที่เราทำกันมาอย่างต่อเนื่อง ก็เลยทำให้ในงบการเงินที่เพิ่งประกาศออกไปเมื่อวาน โดยรวมก็จะยังเห็นการเติบโตทั้งในแง่ของรายได้แล้วก็กำไรค่ะ ในภาพนี้นะคะ ก็จะเป็นภาพรวมของผลประกอบการของ CP All ในไตรมาสสองที่ผ่านมา ก็ขออนุญาตเริ่มต้นในภาพด้านซ้ายมือก่อนนะคะ ก็จะเป็นในงบการเงินเฉพาะกิจการของธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือว่า 7-Eleven ของเราค่ะ ในไตรมาสสองที่ผ่านมานะคะ ก็รายได้รวมปิดอยู่ที่ประมาณ THB 137,000 ล้าน นะคะ โตขึ้นประมาณ 5.3% Year on Year ค่ะ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นก็เดี๋ยวจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้าถัดๆ ไปนะคะ แต่ว่ากล่าวโดยสังเขปก็คือ จริงๆ แล้วอัตรากำไรขั้นต้นหรือว่า Gross Margin จากการขายสินค้าของเราจริงๆ ก็ยังถือว่าขยายตัวได้ดีค่ะ แต่ว่าเนื่องจากว่าตามที่เรียนไปในช่วงแรกว่าในไตรมาสนี้เรามีผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นนะคะ ก็เลยเข้ามากระทบในส่วนนี้ ทำให้ตัว Gross Profit Margin ในไตรมาสสองในงบเดี่ยวของเราปิด Flat หรือว่าคงที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วค่ะ ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงาน ตัว EBIT Margin ก็ยังขยายตัวได้ดีนะคะ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 60 Basis Point ก็อยู่ที่ประมาณ 10% ค่ะ สุดท้ายในงบเดี่ยวนะคะ ก็รายงานกำไรสุทธิได้อยู่ที่หนึ่งหมื่นกับอีกประมาณสี่ร้อยล้านบาทค่ะ ก็เติบโตประมาณ 13.5% Year on Year ค่ะ ถัดมาในภาพขวามือก็จะเป็นในงบการเงินรวมนะคะ ก็จะเป็นในทุกๆ ธุรกิจที่อยู่ภายใต้ CP All นะคะ ในงบการเงินรวมก็จะเห็นภาพรวมเป็นค่อนข้างในทิศทางเดียวกันนะคะ รายได้รวมในไตรมาสสองก็ปิดอยู่ที่ประมาณ THB 265,700 ล้าน นะคะ เติบโตขึ้น 3.6% Year on Year ค่ะ ส่วน Gross Profit Margin ก็จะ Flat หรือว่าคงที่ Year on Year ก็จะคล้ายๆ ในภาพงบการเงินเดี่ยวในงบการเงินเฉพาะกิจการนะคะ แล้วก็สุดท้ายกำไรสุทธิในงบการเงินรวมนะคะ ก็สามารถปิดได้อยู่ที่ THB 7,512 ล้าน นะคะ เติบโตขึ้นประมาณ 11% Year on Year อันนี้ก็ส่วนใหญ่ก็จะมาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อแล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ค่ะ ในส่วนถัดมาก็จะเป็นภาพครึ่งปีนะคะ หรือว่าหกเดือนแรก จริงๆ ก็จะเห็นเป็นในทิศทางคล้ายๆ กันกับในภาพไตรมาสสองนะคะ ในงบการเงินเดี่ยวก็รายได้แล้วก็กำไรก็ยังคงเห็นการเติบโตที่ดีนะคะ โดยกำไรสุทธิปิดอยู่ที่เกือบๆ THB 18,000 ล้าน เติบโตขึ้น 15.7% Year on Year ค่ะ ส่วนในงบการเงินรวมนะคะ กำไรสุทธิปิดอยู่ที่ THB 16,630 ล้าน นะคะ ก็เติบโตขึ้น 15.9% Year on Year ค่ะ ในส่วนถัดมานะคะ ก็จะนำเสนอเป็นในมุมของสัดส่วนของรายได้แล้วก็กำไรนะคะ แบ่งตามกลุ่มธุรกิจค่ะ ทางด้านซ้ายมืออันนี้ก็จะเป็นในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานะคะ ก็สัดส่วนรายได้จากธุรกิจร้านสะดวกซื้อแล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ก็จะยังคงสัดส่วนไว้อยู่ที่ประมาณ 53% นะคะ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 47% ก็จะเป็นจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้บริษัท CP Axtra จำกัด มหาชนนะคะ ซึ่งสัดส่วนรายได้ในส่วนนี้ค่ะ ก็จะค่อนข้างคงที่มาจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วค่ะ ส่วนทางด้านขวามือนะคะ ก็จะเป็นสัดส่วนของกำไรก่อนต้นทุนทางการเงินแล้วก็ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นะคะ สำหรับธุรกิจร้านสะดวกซื้อแล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ นะคะ ในส่วนนี้ก็จะมีสัดส่วนกำไรอยู่ที่ประมาณเกือบๆ 77% นะคะ ก็ค่อนข้างเติบโตมาจากปีที่แล้วค่ะ แล้วก็ที่เหลือก็จะเป็นจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้ CP Axtra นะคะ ก็จะเห็นว่าสัดส่วนกำไรจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อแล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ นะคะ เติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว อันนี้ก็จะเป็นสาเหตุมาจากอัตราการเติบโตของกำไรที่มากกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นค่ะ ถัดมานะคะ ก็จะขอนำเสนอเป็นในส่วนของสัดส่วนร้านสาขาแล้วก็การขยายร้านสาขาในประเทศไทยนะคะ ก็ในไตรมาสสองที่ผ่านมาค่ะ เราก็ได้มีการเปิดร้าน 7-Eleven ในประเทศไทยเพิ่มไปทั้งหมด 200 สาขาด้วยกันค่ะ ก็ปิดไตรมาสนะคะ มีสาขาทั้งหมด 16,284 สาขานะคะ ส่วนในแง่ของสัดส่วนก็จะยังค่อนข้างคงที่มาจากที่เคยมีการรายงานไปก่อนหน้านี้นะคะ ประมาณ 59% ก็จะเป็นร้านที่อยู่ในต่างจังหวัดนะคะ อีก 41% ก็จะเป็นร้านในกรุงเทพฯ แล้วก็ในปริมณฑลค่ะ ส่วนร้านที่เป็นร้านบริษัทนะคะ ก็จะยังมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 52% ส่วนอีก 48% ก็จะเป็นร้านที่เป็น Store Business Partner หรือ SBP นะคะ แล้วก็ Sub-area ส่วนร้านที่อยู่ในปั๊มน้ำมัน PTT
Speaker #1: นี้ก็ เอ่อ คุณปัญชารีย์ นันทนาคม นะคะ Investor Relations General Manager แล้วก็ดิฉัน สิตา ทวัน สุมิตรหมอ Investor Relations นะคะ ก็จะมาร่วม เอ่อ ชี้แจง แล้วก็แถลงผลการดําเนินงาน แล้วก็ร่วมตอบคําถามท่านนักลงทุนทุกท่านในวันนี้ค่ะ ก็ เอ่อ ทาง CP All ค่ะ เพิ่งประกาศงบ เอ่อ ไปเมื่อวาน ช่วงเย็นนะคะ แต่ว่าก่อนที่เราจะไปพูดถึง Performance ของเราอะค่ะ ก่อนอื่นก็ขออนุญาตเริ่มต้น เอ่อ แล้วก็เรียนท่านนักลงทุนในภาพใหญ่ก่อนนะคะ ว่าในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาในภาพใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง จริงๆ โดยรวม เอ่อ ในไตรมาส 2 อะค่ะ ทางการเขาก็คาดว่าเศรษฐกิจไทยก็น่าจะยังโตอะค่ะ แต่ว่าอาจจะไม่ได้โตเยอะ อาจจะโตน้อยกว่าในช่วงที่ผ่านมานะคะ แล้วก็แรงสนับสนุนหลักก็จะยังมาจากภาคส่งออก ซึ่งแรงหนุนจากภาคส่งออกอะค่ะ อาจจะ เอ่อ ไม่ได้เพียงพอที่จะชดเชยกําลังซื้อภายในประเทศที่ยังค่อนข้างอ่อนแอนะคะ แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง อย่างที่ทุกท่านทราบกันก็คือเรามีภาวะสงครามในตะวันออกกลางด้วย ก็ส่งผลให้ภาคครองชีพ แล้วก็ราคาพลังงานอะค่ะ สูงนะคะ ดังนั้น เอ่อ ผู้คน แล้วก็ประชาชนอะค่ะ ก็จะมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น แล้วก็จะเน้นสินค้า หรือว่า เอ่อ บริการที่มีความคุ้มค่ามากขึ้นนะคะ แต่ว่าก็จะมีในส่วนของภาครัฐที่มีการออกมาตรการต่างๆ มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจบ้างค่ะ ดังนั้นโดยรวมอะค่ะ ก็ถือว่าเศรษฐกิจน่าจะยังขยายตัวได้นะคะ ในไตรมาส 2 แต่ว่าอาจจะไม่ได้โตแรงมาก แล้วก็ เอ่อ กําลังซื้อเซนติเมนต์ผู้บริโภคในประเทศก็ยังค่อนข้างเปราะบางอะค่ะ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการต่างๆ อะค่ะ ก็ยังต้อง เอ่อ บริหารต้นทุน แล้วก็ค่าใช้จ่าย แล้วก็แข่งขันกันด้วยความคุ้มค่าเป็นหลักนะคะ ก็รวมถึง CP All ของเราด้วยค่ะ แต่ว่า เอ่อ CP All ของเราอะนะคะ เราก็ยังคงมีกลยุทธ์ด้านสินค้า แล้วก็มีมาตรการการควบคุมต้นทุน แล้วก็ค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุมค่ะ ดังนั้นไม่ว่า เอ่อ อาจจะมีความท้าทายตามที่ได้เรียนไปอะนะคะ แต่ว่า เอ่อ ด้วยมาตรการต่างๆ ที่เราทํากันมาอย่างต่อเนื่องอะค่ะ ก็เลยทําให้ในงบการเงินที่เพิ่งประกาศออกไปเมื่อวานอะค่ะ ก็ เอ่อ โดยรวมก็จะยังเห็นการเติบโตทั้งในแง่ของรายได้ แล้วก็กําไรค่ะ ก็ในภาพนี้นะคะ ก็จะเป็นภาพรวมของผลประกอบการของ CP All ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ก็ขออนุญาตเริ่มต้นในภาพด้านซ้ายมือก่อนนะคะ ก็จะเป็นในงบการเงินเฉพาะกิจการของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ หรือว่า 7-Eleven ของเราค่ะ ใน เอ่อ ไตรมาส 2 ที่ผ่านมานะคะ ก็รายได้รวมปิดอยู่ที่ประมาณ เอ่อ 137,000 ล้านบาทนะคะ โตขึ้นประมาณ 5.3% Year on Year ค่ะ ส่วนอัตรากําไรขั้นต้นนะคะ ก็เดี๋ยวจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้าถัดๆ ไปนะคะ แต่ว่ากล่าวโดยสังเขปก็คือ จริงๆ แล้วอัตรากําไรขั้นต้น หรือว่า Gross Margin จาก เอ่อ การขายสินค้าของเราอะค่ะ จริงๆ ก็ยังถือว่าขยายตัวได้ดีค่ะ แต่ว่าเนื่องจากว่าตามที่เรียนไปในช่วงแรกว่าในไตรมาสนี้ เรามีผลกระทบจาก เอ่อ ราคาน้ํามันที่ปรับตัวสูงขึ้นอะนะคะ ก็เลยเข้ามา เอ่อ กระทบในส่วนนี้ ทําให้ตัว Gross Profit Margin น่ะค่ะ ในไตรมาส 2 ในงบ งบเดี่ยวของเรานะคะ ปิด เอ่อ Flat หรือว่าคงที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วค่ะ ในส่วนของ เอ่อ กําไรจากการดําเนินงานนะคะ ตัว EBIT Margin ก็ยังขยายตัวได้ดีนะคะ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 60 Basis Point ก็อยู่ที่ประมาณ 10% ค่ะ สุดท้าย เอ่อ ในงบเดี่ยวนะคะ ก็ เอ่อ รายงานกําไรสุทธิได้อยู่ที่ 10,000 เอ่อ กับอีกประมาณ 400 ล้านบาทค่ะ ก็เติบโตประมาณ 13.5% Year on Year ค่ะ ถัดมาในภาพขวามือก็จะเป็นในงบการเงินรวมอะนะคะ ก็จะ เอ่อ เป็นในทุกๆ ธุรกิจที่อยู่ภายใต้ CP All นะคะ ในงบการเงินรวมก็จะเห็นภาพรวมเป็นค่อนข้างในทิศทางเดียวกันนะคะ รายได้รวมในไตรมาส 2 ก็ เอ่อ ปิดอยู่ที่ประมาณ 265,700 ล้านบาทนะคะ เติบขึ้น เติบโตขึ้น 3.6% Year on Year ค่ะ ส่วน เอ่อ Gross Profit Margin ก็จะ Flat หรือว่าคงที่ Year on Year ก็จะคล้ายๆ ในภาพงบการเงิน เอ่อ เดี่ยว ใน-ในงบการเงินเฉพาะกิจการอะนะคะ แล้วก็ เอ่อ สุดท้าย เอ่อ กําไรสุทธิในงบการเงินรวมนะคะ ก็สามารถปิดได้อยู่ที่ 7,512 ล้านบาทนะคะ เติบโตขึ้นประมาณ เอ่อ 11% Year on Year อันนี้ก็ส่วนใหญ่ก็จะมาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ แล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ค่ะ ในส่วนถัดมาก็จะเป็นภาพครึ่งปีนะคะ หรือว่า 6 เดือนแรก จริงๆ ก็จะเห็นเป็นในทิศทางคล้ายๆ กันกับในภาพไตรมาส 2 นะคะ ในงบการเงินเดี่ยวอะค่ะ ก็ เอ่อ รายได้ แล้วก็ เอ่อ กําไรก็ยังคงเห็นการเติบโตที่ดีนะคะ โดยกําไรสุทธิปิดอยู่ที่เกือบๆ 18,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15.7% Year on Year ค่ะ ส่วนในงบการเงินรวมนะคะ ก็ราย เอ่อ กําไรสุทธิปิดอยู่ที่ 16,630 ล้านบาทนะคะ ก็ เอ่อ เติบโตขึ้น 15.9% Year on Year ค่ะ ในส่วนถัดมานะคะ ก็จะนําเสนอเป็น เอ่อ ในมุมของสัดส่วนของรายได้ แล้วก็กําไรนะคะ แบ่งตามกลุ่มธุรกิจค่ะ ทางด้านซ้ายมือ อันนี้ก็จะเป็นในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานะคะ ก็สัดส่วนรายได้จาก เอ่อ ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ แล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ก็จะยังคงสัดส่วนไว้อยู่ที่ประมาณ 53% นะคะ ส่วน เอ่อ ที่เหลืออีกประมาณ เอ่อ 47% อะค่ะ ก็จะเป็นจากธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก และศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้บริษัท CP Extra จํากัด (มหาชน) นะคะ ซึ่งสัดส่วนรายได้ในส่วนนี้ค่ะ ก็จะค่อนข้างคงที่มาจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วค่ะ ส่วนทางด้านขวามือนะคะ ก็จะเป็นสัดส่วนของกําไรก่อน เอ่อ ต้นทุนทางการเงิน แล้วก็ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นะคะ เอ่อ สําหรับธุรกิจร้านสะดวกซื้อ แล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ อะค่ะ ในส่วนนี้ก็จะมี เอ่อ สัดส่วนกําไรอยู่ที่ประมาณเกือบๆ เอ่อ 77% นะคะ ก็ เอ่อ ค่อนข้าง เอ่อ เติบโตมาจากปีที่แล้วค่ะ แล้วก็ที่เหลือก็จะเป็น เอ่อ จากธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก และศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้ CP Extra นะคะ ก็จะเห็นว่าสัดส่วนกําไรจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ แล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ อะค่ะ เติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว อันนี้ก็จะเป็นสาเหตุมาจาก เอ่อ อัตราการเติบโตของกําไรที่มากกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นค่ะ ถัดมานะคะ ก็จะขอนําเสนอเป็นในส่วนของสัดส่วนร้านสาขา แล้วก็การขยายร้านสาขาในประเทศไทยนะคะ ก็ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาอะค่ะ เราก็ได้มีการเปิดร้าน 7-Eleven ในประเทศไทยเพิ่มไปทั้งหมด 200 สาขาด้วยกันค่ะ ก็ปิดไตรมาสนะคะ มีสาขาทั้งหมด 16,284 สาขาอะค่ะ ส่วน เอ่อ ในแง่ของสัดส่วนอะค่ะ ก็จะยังค่อนข้างคงที่ มาจากที่เคยมีการรายงานไปก่อนหน้านี้นะคะ ประมาณ เอ่อ 59% อะค่ะ ก็จะเป็นร้านที่อยู่ในต่างจังหวัดนะคะ อีก 41% ก็จะเป็นร้านในกรุงเทพฯ แล้วก็ เอ่อ ในปริมณฑลค่ะ ส่วนร้านที่เป็นร้านบริษัทนะคะ ก็จะยังมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 52% นะคะ ส่วนอีก 48% ก็จะเป็น เอ่อ ร้านที่เป็น เอ่อ Store Business Partner หรือว่า SBP นะคะ แล้วก็ Sub-Area ส่วนร้านที่อยู่ในปั๊มน้ํามัน ปตท.
Speaker #1: สวัสดีท่านนักลงทุนทุกท่านนะคะ ก็ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การแถลง แล้วก็ชี้แจงข้อมูลธุรกิจและผลการดําเนินงานประจําไตรมาส 2 แล้วก็ครึ่งปีแรกปี 2569 ของบริษัท CP All จํากัด (มหาชน) ค่ะ วันนี้ก็ เอ่อ คุณปันธารี นันทนาคม นะคะ Investor Relations General Manager แล้วก็ดิฉัน สิตา ทวัน สุขมิตรหมอ Investor Relations นะคะ ก็จะมาร่วม เอ่อ ชี้แจง แล้วก็แถลงผลการดําเนินงาน แล้วก็ร่วมตอบคําถามท่านนักลงทุนทุกท่านในวันนี้ค่ะ ก็ เอ่อ ทาง CP All ค่ะ เพิ่งประกาศงบ เอ่อ ไปเมื่อวาน ช่วงเย็นนะคะ แต่ว่าก่อนที่เราจะไปพูดถึง performance ของเราอะค่ะ ก่อนอื่นก็ขออนุญาตเริ่มต้น เอ่อ แล้วก็เรียนท่านนักลงทุนในภาพใหญ่ก่อนนะคะ ว่าในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาในภาพใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง จริงๆ โดยรวม เอ่อ ในไตรมาส 2 อะค่ะ ทางการเขาก็คาดว่าเศรษฐกิจไทยก็น่าจะยังโตอะค่ะ แต่ว่าอาจจะไม่ได้โตเยอะ อาจจะโตน้อยกว่าในช่วงที่ผ่านมานะคะ แล้วก็แรงสนับสนุนหลักก็จะยังมาจากภาคส่งออก ซึ่งแรงหนุนจากภาคส่งออกอะค่ะ อาจจะ เอ่อ ไม่ได้เพียงพอที่จะชดเชยกําลังซื้อภายในประเทศที่ยังค่อนข้างอ่อนแอนะคะ แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง อย่างที่ทุกท่านทราบกันก็คือเรามีภาวะสงครามในตะวันออกกลางด้วย ก็ส่งผลให้ภาคครองชีพ แล้วก็ราคาพลังงานอะค่ะ สูงนะคะ ดังนั้น เอ่อ ผู้คน แล้วก็ประชาชนอะค่ะ ก็จะมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น แล้วก็จะเน้นสินค้า หรือว่า เอ่อ บริการที่มีความคุ้มค่ามากขึ้นนะคะ แต่ว่าก็จะมีในส่วนของภาครัฐที่มีการออกมาตรการต่างๆ มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจบ้างค่ะ ดังนั้นโดยรวมอะค่ะ ก็ถือว่าเศรษฐกิจน่าจะยังขยายตัวได้นะคะ ในไตรมาส 2 แต่ว่าอาจจะไม่ได้โตแรงมาก แล้วก็ เอ่อ กําลังซื้อเซนติเมนต์ผู้บริโภคในประเทศก็ยังค่อนข้างเปราะบางอะค่ะ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการต่างๆ อะค่ะ ก็ยังต้อง เอ่อ บริหารต้นทุน แล้วก็ค่าใช้จ่าย แล้วก็แข่งขันกันด้วยความคุ้มค่าเป็นหลักนะคะ ก็รวมถึง CP All ของเราด้วยค่ะ แต่ว่า เอ่อ CP All ของเราอะนะคะ เราก็ยังคงมีกลยุทธ์ด้านสินค้า แล้วก็มีมาตรการการควบคุมต้นทุน แล้วก็ค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุมค่ะ ดังนั้นไม่ว่า เอ่อ อาจจะมีความท้าทายตามที่ได้เรียนไปอะนะคะ แต่ว่า เอ่อ ด้วยมาตรการต่างๆ ที่เราทํากันมาอย่างต่อเนื่องอะค่ะ ก็เลยทําให้ในงบการเงินที่เพิ่งประกาศไว้เมื่อวานอะค่ะ ก็ เอ่อ โดยรวมก็จะยังเห็นการเติบโตทั้งในแง่ของรายได้ แล้วก็กําไรค่ะ ก็ในภาพนี้นะคะ ก็จะเป็นภาพรวมของผลประกอบการของ CP All ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ก็ขออนุญาตเริ่มต้นในภาพด้านซ้ายมือก่อนนะคะ ก็จะเป็นในงบการเงินเฉพาะกิจการของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ หรือว่า 7-Eleven ของเราค่ะ ใน เอ่อ ไตรมาส 2 ที่ผ่านมานะคะ ก็รายได้รวมปิดอยู่ที่ประมาณ เอ่อ 137,000 ล้านบาทนะคะ โตขึ้นประมาณ 5.3% year on year ค่ะ ส่วนอัตรากําไรขั้นต้นนะคะ ก็เดี๋ยวจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้าถัดๆ ไปนะคะ แต่ว่ากล่าวโดยสังเขปก็คือ จริงๆ แล้วอัตรากําไรขั้นต้น หรือว่า gross margin จาก เอ่อ การขายสินค้าของเราอะค่ะ จริงๆ ก็ยังถือว่าขยายตัวได้ดีค่ะ แต่ว่าเนื่องจากว่าตามที่เรียนไปในช่วงแรกว่าในไตรมาสนี้ เรามีผลกระทบจาก เอ่อ ราคาน้ํามันที่ปรับตัวสูงขึ้นอะนะคะ ก็เลยเข้ามา เอ่อ กระทบในส่วนนี้ ทําให้ตัว gross profit margin นะคะ ในไตรมาส 2 ในงบ งบเดี่ยวของเรานะคะ ปิด เอ่อ flat หรือว่าคงที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วค่ะ ในส่วนของ เอ่อ กําไรจากการดําเนินงานนะคะ ตัว EBIT margin ก็ยังขยายตัวได้ดีนะคะ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 60 basis points ก็อยู่ที่ประมาณ 10% ค่ะ สุดท้าย เอ่อ ในงบเดี่ยวนะคะ ก็ เอ่อ รายงานกําไรสุทธิได้อยู่ที่ 10,000 เอ่อ กับอีกประมาณ 400 ล้านบาทค่ะ ก็เติบโตประมาณ 13.5% year on year ค่ะ ถัดมาในภาพขวามือก็จะเป็นในงบการเงินรวมอะนะคะ ก็จะ เอ่อ เป็นในทุกๆ ธุรกิจที่อยู่ภายใต้ CP All นะคะ ในงบการเงินรวมก็จะเห็นภาพรวมเป็นค่อนข้างในทิศทางเดียวกันนะคะ รายได้รวมในไตรมาส 2 ก็ เอ่อ ปิดอยู่ที่ประมาณ 265,700 ล้านบาทนะคะ เติบขึ้น เติบโตขึ้น 3.6% year on year ค่ะ ส่วน เอ่อ gross profit margin ก็จะ flat หรือว่าคงที่ year on year ก็จะคล้ายๆ ในภาพงบการเงิน เอ่อ เดี่ยว ใน-ในงบการเงินเฉพาะกิจการอะนะคะ แล้วก็ เอ่อ สุดท้าย เอ่อ กําไรสุทธิในงบการเงินรวมนะคะ ก็สามารถปิดได้อยู่ที่ 7,512 ล้านบาทนะคะ เติบโตขึ้นประมาณ เอ่อ 11% year on year อันนี้ก็ส่วนใหญ่ก็จะมาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ แล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ค่ะ ในส่วนถัดมาก็จะเป็นภาพครึ่งปีนะคะ หรือว่า 6 เดือนแรก จริงๆ ก็จะเห็นเป็นในทิศทางคล้ายๆ กันกับในภาพไตรมาส 2 นะคะ ในงบการเงินเดี่ยวอะค่ะ ก็ เอ่อ รายได้ แล้วก็ เอ่อ กําไรก็ยังคงเห็นการเติบโตที่ดีนะคะ โดยกําไรสุทธิปิดอยู่ที่เกือบๆ 18,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15.7% year on year ค่ะ ส่วนในงบการเงินรวมนะคะ ก็ราย เอ่อ กําไรสุทธิปิดอยู่ที่ 16,630 ล้านบาทนะคะ ก็ เอ่อ เติบโตขึ้น 15.9% year on year ค่ะ ในส่วนถัดมานะคะ ก็จะนําเสนอเป็น เอ่อ ในมุมของสัดส่วนของรายได้ แล้วก็ กําไรนะคะ แบ่งตามกลุ่มธุรกิจค่ะ ทางด้านซ้ายมือ อันนี้ก็จะเป็นในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานะคะ ก็สัดส่วนรายได้จาก เอ่อ ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ แล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ก็จะยังคงสัดส่วนไว้อยู่ที่ประมาณ 53% นะคะ ส่วน เอ่อ ที่เหลืออีกประมาณ เอ่อ 47% นะคะ ก็จะเป็นจากธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก และศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้บริษัท CP Extra จํากัด (มหาชน) นะคะ ซึ่งสัดส่วนรายได้ในส่วนนี้ค่ะ ก็จะค่อนข้างคงที่มาจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วค่ะ ส่วนทางด้านขวามือนะคะ ก็จะเป็นสัดส่วนของกําไรก่อน เอ่อ ต้นทุนทางการเงิน แล้วก็ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นะคะ เอ่อ สําหรับธุรกิจร้านสะดวกซื้อ แล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ นะคะ ในส่วนนี้ก็จะมี เอ่อ สัดส่วนกําไรอยู่ที่ประมาณเกือบๆ เอ่อ 77% นะคะ ก็ เอ่อ ค่อนข้าง เอ่อ เติบโตมาจากปีที่แล้วค่ะ แล้วก็ที่เหลือก็จะเป็น เอ่อ จากธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก และศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้ CP Extra นะคะ ก็จะเห็นว่าสัดส่วนกําไรจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ แล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ นะคะ เติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว อันนี้ก็จะเป็นสาเหตุมาจาก เอ่อ อัตราการเติบโตของกําไรที่มากกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นค่ะ ถัดมานะคะ ก็จะขอนําเสนอเป็นในส่วนของสัดส่วนร้านสาขา แล้วก็การขยายร้านสาขาในประเทศไทยนะคะ ก็ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาค่ะ เราก็ได้มีการเปิดร้าน 7-Eleven ในประเทศไทยเพิ่มไปทั้งหมด 200 สาขาด้วยกันค่ะ ก็ปิดไตรมาสนะคะ มีสาขาทั้งหมด 16,284 สาขา นะคะ ส่วน เอ่อ ในแง่ของสัดส่วนอะค่ะ ก็จะยังค่อนข้างคงที่ มาจากที่เคยมีการรายงานไปก่อนหน้านี้นะคะ ประมาณ เอ่อ 59% อะค่ะ ก็จะเป็นร้านที่อยู่ในต่างจังหวัดนะคะ อีก 41% ก็จะเป็นร้านในกรุงเทพฯ แล้วก็ เอ่อ ในปริมณฑลค่ะ ส่วนร้านที่เป็นร้านบริษัทนะคะ ก็จะยังมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 52% นะคะ ส่วนอีก 48% ก็จะเป็น เอ่อ ร้านที่เป็น เอ่อ store business partner หรือว่า SBP นะคะ แล้วก็ sub-area ส่วนร้านที่อยู่ในปั๊มน้ํามัน ปตท.
สิตา ธวัชสุวิทย์หมอ: สวัสดีท่านนักลงทุนทุกท่านนะคะ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การแถลงและชี้แจงข้อมูลธุรกิจและผลการดำเนินงานประจำไตรมาสสองและครึ่งปีแรก ปี 2569 ของบริษัท CP All จำกัดค่ะ วันนี้คุณปัณฑารี นันทนาคม Investor Relations General Manager และดิฉัน สิตา ธวัชสุวิทย์หมอ Investor Relations นะคะ ก็จะมาร่วมชี้แจงและแถลงผลการดำเนินงานและร่วมตอบคำถามท่านนักลงทุนทุกท่านในวันนี้ค่ะ ทาง CP All ค่ะ เพิ่งประกาศงบไปเมื่อวานช่วงเย็นนะคะ แต่ว่าก่อนที่เราจะไปพูดถึง Performance ของเรา ก่อนอื่นขออนุญาตเริ่มต้นและเรียนท่านนักลงทุนในภาพใหญ่ก่อนนะคะ ว่าในไตรมาสสองที่ผ่านมาในภาพใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง จริงๆ โดยรวมในไตรมาสสอง ทางการเขาก็คาดว่าเศรษฐกิจไทยก็น่าจะยังโตค่ะ แต่ว่าอาจจะไม่ได้โตเยอะ อาจจะโตน้อยกว่าในช่วงที่ผ่านมานะคะ และแรงสนับสนุนหลักก็จะยังมาจากภาคส่งออก ซึ่งแรงหนุนจากภาคส่งออกอาจจะไม่ได้เพียงพอที่จะชดเชยกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังค่อนข้างอ่อนแอนะคะ และอีกส่วนหนึ่ง อย่างที่ทุกท่านทราบกันก็คือเรามีภาวะสงครามในตะวันออกกลางด้วย ก็ส่งผลให้ค่าครองชีพและราคาพลังงานสูงนะคะ ดังนั้นผู้คนและประชาชนก็จะมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น และจะเน้นสินค้าหรือบริการที่มีความคุ้มค่ามากขึ้นนะคะ แต่ว่าก็จะมีในส่วนของภาครัฐที่มีการออกมาตรการต่างๆ มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจบ้างค่ะ ดังนั้นโดยรวมก็ถือว่าเศรษฐกิจน่าจะยังขยายตัวได้นะคะในไตรมาสสอง แต่อาจจะไม่ได้โตแรงมาก และกำลังซื้อ Sentiment ผู้บริโภคในประเทศก็ยังค่อนข้างเปราะบางค่ะ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการต่างๆ ก็ยังต้องบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย และแข่งขันกันด้วยความคุ้มค่าเป็นหลักนะคะ ก็รวมถึง CP All ของเราด้วยค่ะ แต่ว่า CP All ของเราก็ยังคงมีกลยุทธ์ด้านสินค้าและมีมาตรการการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุมค่ะ ดังนั้นแม้ว่าจะมีความท้าทายตามที่ได้เรียนไปนะคะ แต่ว่าด้วยมาตรการต่างๆ ที่เราทำกันมาอย่างต่อเนื่อง ก็เลยทำให้ในงบการเงินที่เพิ่งประกาศออกไปเมื่อวาน โดยรวมก็จะยังเห็นการเติบโตทั้งในแง่ของรายได้และกำไรค่ะ ในภาพนี้นะคะ ก็จะเป็นภาพรวมของผลประกอบการของ CP All ในไตรมาสสองที่ผ่านมา ขออนุญาตเริ่มต้นในภาพด้านซ้ายมือก่อนนะคะ ก็จะเป็นในงบการเงินเฉพาะกิจการของธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือว่า 7-Eleven ของเราค่ะ ในไตรมาสสองที่ผ่านมานะคะ รายได้รวมปิดอยู่ที่ประมาณ ฿137,000 ล้าน โตขึ้นประมาณ 5.3% Year on Year ค่ะ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นนะคะ เดี๋ยวจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้าถัดๆ ไปนะคะ แต่ว่ากล่าวโดยสังเขปก็คือ จริงๆ แล้วอัตรากำไรขั้นต้นหรือว่า Gross Margin จากการขายสินค้าของเราค่ะ จริงๆ ก็ยังถือว่าขยายตัวได้ดีค่ะ แต่ว่าเนื่องจากว่าตามที่เรียนไปในช่วงแรกว่าในไตรมาสนี้เรามีผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นนะคะ ก็เลยเข้ามากระทบในส่วนนี้ ทำให้ตัว Gross Profit Margin ในไตรมาสสองในงบเดี่ยวของเรานะคะ ปิด Flat หรือว่าคงที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วค่ะ ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานนะคะ ตัว EBIT Margin ก็ยังขยายตัวได้ดีนะคะ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 60 Basis Points ก็อยู่ที่ประมาณ 10% ค่ะ สุดท้ายในงบเดี่ยวนะคะ ก็รายงานกำไรสุทธิได้อยู่ที่หนึ่งหมื่นกับอีกประมาณสี่ร้อยล้านบาทค่ะ ก็เติบโตประมาณ 13.5% Year on Year ค่ะ ถัดมาในภาพขวามือก็จะเป็นในงบการเงินรวมนะคะ ก็จะเป็นในทุกๆ ธุรกิจที่อยู่ภายใต้ CP All นะคะ ในงบการเงินรวมก็จะเห็นภาพรวมเป็นค่อนข้างในทิศทางเดียวกันนะคะ รายได้รวมในไตรมาสสองก็ปิดอยู่ที่ประมาณ ฿265,700 ล้านนะคะ เติบโตขึ้น 3.6% Year on Year ค่ะ ส่วน Gross Profit Margin ก็จะ Flat หรือว่าคงที่ Year on Year ก็จะคล้ายๆ ในภาพงบการเงินเดี่ยวในงบการเงินเฉพาะกิจการนะคะ และสุดท้ายกำไรสุทธิในงบการเงินรวมนะคะ ก็สามารถปิดได้อยู่ที่ ฿7,512 ล้านนะคะ เติบโตขึ้นประมาณ 11% Year on Year อันนี้ส่วนใหญ่ก็จะมาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อและธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ค่ะ ในส่วนถัดมาก็จะเป็นภาพครึ่งปีนะคะ หรือว่าหกเดือนแรก จริงๆ ก็จะเห็นเป็นในทิศทางคล้ายๆ กันกับในภาพไตรมาสสองนะคะ ในงบการเงินเดี่ยวก็รายได้และกำไรก็ยังคงเห็นการเติบโตที่ดีนะคะ โดยกำไรสุทธิติดอยู่ที่เกือบๆ ฿18,000 ล้าน เติบโตขึ้น 15.7% Year on Year ค่ะ ส่วนในงบการเงินรวมนะคะ กำไรสุทธิติดอยู่ที่ ฿16,630 ล้านนะคะ ก็เติบโตขึ้น 15.9% Year on Year ค่ะ ในส่วนถัดมาก็จะนำเสนอในมุมของสัดส่วนของรายได้แล้วก็กำไร แบ่งตามกลุ่มธุรกิจค่ะ ทางด้านซ้ายมือ อันนี้ก็จะเป็นในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานะคะ สัดส่วนรายได้จากธุรกิจร้านสะดวกซื้อและธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ก็จะยังคงสัดส่วนไว้อยู่ที่ประมาณ 53% นะคะ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 47% ก็จะเป็นจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้บริษัท CP Axtra จำกัดนะคะ ซึ่งสัดส่วนรายได้ในส่วนนี้ก็จะค่อนข้างคงที่มาจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วค่ะ ส่วนทางด้านขวามือก็จะเป็นสัดส่วนของกำไรก่อนต้นทุนทางการเงินแล้วก็ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นะคะ สำหรับธุรกิจร้านสะดวกซื้อแล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ในส่วนนี้ก็จะมีสัดส่วนกำไรอยู่ที่ประมาณเกือบๆ 77% นะคะ ก็ค่อนข้างเติบโตมาจากปีที่แล้วค่ะ แล้วก็ที่เหลือก็จะเป็นจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้ CP Axtra นะคะ ก็จะเห็นว่าสัดส่วนกำไรจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อแล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ เติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว อันนี้ก็เป็นสาเหตุมาจากอัตราการเติบโตของกำไรที่มากกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นค่ะ ถัดมาก็จะขอนำเสนอในส่วนของสัดส่วนร้านสาขาแล้วก็การขยายร้านสาขาในประเทศไทยนะคะ ในไตรมาสสองที่ผ่านมาเราก็ได้มีการเปิดร้าน 7-Eleven ในประเทศไทยเพิ่มไปทั้งหมด 200 สาขาด้วยกันค่ะ ปิดไตรมาสมีสาขาทั้งหมด 16,284 สาขานะคะ ส่วนในแง่ของสัดส่วนก็จะยังค่อนข้างคงที่มาจากที่เคยมีการรายงานไปก่อนหน้านี้นะคะ ประมาณ 59% ก็จะเป็นร้านที่อยู่ในต่างจังหวัด อีก 41% ก็จะเป็นร้านในกรุงเทพฯ แล้วก็ในปริมณฑลค่ะ ส่วนร้านที่เป็นร้านบริษัทก็ยังมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 52% นะคะ ส่วนอีก 48% ก็จะเป็นร้านที่เป็น Store Business Partner หรือ SBP แล้วก็ Sub Area ส่วนร้านที่อยู่ในปั๊มน้ำมัน PTT
สิตา ธวัชสุวิทย์หมอ: ค่ะ ก็จะยังคงสัดส่วนไว้ที่ 14% นะคะ แล้วก็แผนการเปิดร้าน เราก็ยังคงเป้าไว้ที่ 700 สาขาในประเทศไทยสำหรับปีนี้ ซึ่งเราก็คาดว่าจะยังคงสามารถไปถึง 700 สาขาได้ตามที่ได้ให้ Guideline เอาไว้ค่ะ คราวนี้ขยับมาดูในต่างประเทศนะคะ เริ่มที่ลาวก่อนค่ะ ในไตรมาสสองก็ได้มีการเปิดร้านสาขาเพิ่มใน สปป.
สิตา ธวัชสุวิทย์หมอ: ลาว 2 สาขานะคะ ปิดไตรมาสก็มีสาขาใน สปป.
สิตา ธวัชสุวิทย์หมอ: ลาวทั้งหมด 32 สาขาค่ะ ส่วนในกัมพูชาก็จะเป็นภาพคล้ายๆ กับเมื่อตอนไตรมาสหนึ่งตามที่เคยเรียนไปนะคะ ด้วยสถานการณ์ทางด้านชายแดนค่ะ เราก็มีการทยอยปิดร้านสาขามาเรื่อยๆ โดยในไตรมาสสองก็ปิดเพิ่มไปอีก 24 สาขานะคะ ปิดไตรมาสในกัมพูชาก็มีร้านสาขาทั้งหมด 39 สาขาค่ะ คราวนี้ก่อนที่เราจะไปลงรายละเอียดในแง่ของยอดขายแล้วก็อัตรากำไรขั้นต้นนะคะ ก็ขออนุญาตเล่าให้ท่านนักลงทุนฟังคร่าวๆ ก่อนว่าในไตรมาสสองที่ผ่านมา ทาง CP All แล้วก็ 7-Eleven เราได้มีการจัดกิจกรรมหรือว่าโปรโมชั่นอะไรบ้างที่นำไปสู่ยอดขายแล้วก็กำไรของเราที่ยังคงสามารถเติบโตได้ดีนะคะ แน่นอนว่าในไตรมาสสองที่ผ่านมา หลายๆ ท่านน่าจะเคยเห็นน้องชินจังนะคะ ซึ่งกิจกรรมที่เราทำก็จะเรียกว่าเป็นการล่าดาวค่ะ ก็จะเป็น Theme หลักของในช่วงที่ผ่านมา เราก็จะมี Interface น่ารักๆ เหมือนที่เห็นทางด้านซ้ายมืออันนี้ก็จะอยู่ใน 7App ของเรานะคะ กิจกรรมอันนี้ก็จะให้ลูกค้าสามารถเข้ามาสะสมดาวได้ ซึ่งพอสะสมดาวไปได้ถึงจุดหนึ่งค่ะ ก็จะนำมาใช้แทนเงินสดก็ได้ หรือว่าจะนำดาวตรงนี้มาแลกเป็นของพรีเมี่ยมน่ารักๆ ใน Theme ชินจังแบบที่เห็นในภาพนี้ก็ได้เช่นกันนะคะ ซึ่งการล่าดาวสะสมดาวของเราค่ะ ก็ค่อนข้างมีหลายรูปแบบนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรโมชั่นร่วมกับสินค้า อย่างเช่น ซื้อชายี่ห้อนี้ 2 ขวดได้รับดาว 8 ดวง อะไรประมาณนี้ หรือว่าช่วงนี้ค่ะก็จะมี Trend ในแง่ของคนรักสุขภาพนะคะ เราก็เกาะ Trend ตรงนี้ไปด้วย ก็มีการวิ่งล่าดาวนะคะ กิจกรรมวิ่งล่าดาวสำหรับคนรักสุขภาพ ถ้าสมมติวิ่งครบ 5 กิโลเมตรได้ดาว 15 บาท อะไรประมาณนี้ ก็เป็นสีสันแล้วก็เป็นกิจกรรมให้ลูกค้าสามารถเข้าร่วมได้ในช่วงที่ผ่านมาในไตรมาสสองค่ะ และแน่นอนว่าอีกอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ในช่วงไตรมาสสองก็จะเป็นในแง่ของฟุตบอลโลกนะคะ อันนี้ 4 ปีมีครั้ง เราก็จะเล่นในกิจกรรมในส่วนนี้ด้วย อาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้างในโซเชียลมีเดียนะคะ ก็อาจจะเห็นว่ามีโพสต์ว่า "บอลจบ 7-11 แจก" นะคะ ก็จะเหมือนให้ลูกค้าได้เข้ามาร่วมทายผลว่า ถ้าอย่างเช่นภาพสีเขียวอันนี้ค่ะ ก็จะบอกว่าถ้าบราซิลชนะรับไปเลยส่วนลด All Café 50% หรือว่าภาพสีแดงอันนี้ถ้าอังกฤษชนะก็จะมีโปรโมชั่น 7-11 หนึ่งแถมหนึ่ง อันนี้ก็จะเป็นสีสันให้ลูกค้าทุกกลุ่มค่ะสามารถเข้ามาร่วมได้ แล้วก็มอบประสบการณ์ความสุขในรูปแบบใหม่ๆ นะคะ ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่เราจัดโปรโมชั่นในส่วนนี้ก็จะเป็นในกลุ่มของอาหารพร้อมทาน เครื่องดื่มพร้อมดื่ม Ready to Eat Ready to Drink ที่เป็นสินค้ากลุ่มที่เรามุ่งเน้นมาเสมอนะคะ คราวนี้เมื่อสักครู่เป็นกิจกรรมในช่วงที่ผ่านมานะคะ คราวนี้ ณ ปัจจุบันนี้เลย แล้วก็ Going Forward นะคะ สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ เนื่องจากว่าช่วงปลายเดือนนี้ค่ะก็จะเป็นเทศกาลสารทจีนนะคะ ก็จะมีจัดเป็นคล้ายๆ เซ็ตไหว้เจ้า คล้ายๆ ช่วงตรุษจีนนะคะ ก็ถ้าเกิดท่านนักลงทุนหรือว่าท่านลูกค้าท่านใดสนใจก็สามารถจับจองได้นะคะ จองได้ถึงวันที่ 17 สิงหาคม ก็จะมีทั้งเซ็ตของคาว ของหวาน ผลไม้ค่ะ ก็สามารถจองได้นะคะ ก็จะเป็นตามเทศกาลในช่วงนี้ค่ะ และอีกอย่างหนึ่งนะคะ จริงๆ สินค้าที่หน้าตาเป็น 7-Eleven แบบนี้ค่ะ เราก็มีการทำมาเรื่อยๆ แต่ว่าก็เพิ่งมีการออก Collection ใหม่ที่รูปแบบอาจจะดูทันสมัยมากขึ้น ดูวัยรุ่นมากขึ้น ก็จะมีทั้งกระเป๋าผ้านะคะ มีผ้าขนหนู มีหมวกนะคะ มีเสื้อยืด อันนี้ก็เพิ่งปิดจองไป ก็ค่อนข้างได้รับกระแสการตอบรับที่ดีค่ะ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งนะคะ ทุกท่านน่าจะคุ้นกับ 7App ของเราอยู่แล้วที่มี 7-Delivery มี All Online ใช่ไหมคะ แต่ว่าถ้าเกิดตอนนี้เปิดแอปเข้าไปค่ะ อาจจะเห็นเป็นอีก Icon หนึ่งที่สามารถกดได้ ก็จะเป็นในส่วนของ Telepharmacy นะคะ จะเขียนว่าเป็น All Pharmacy ก็สามารถปรึกษาเภสัชแล้วก็สามารถจัดส่งยาได้ถึงที่เลยค่ะ อันนี้ก็จะเป็นบริการใหม่ของเรานะคะ จากที่ได้เล่าไปทั้งหมดเมื่อสักครู่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นหรือว่ากิจกรรมต่างๆ ค่ะ ก็ประกอบกับกลยุทธ์ด้านสินค้าของเราด้วยที่เราก็ยังคงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาสินค้าให้ตรงโจทย์ตรงใจลูกค้าอย่างต่อเนื่องนะคะ ก็เลยส่งผลให้การเติบโตของยอดขายจากร้านเดิมหรือว่า Same-store sales growth ของ 7-Eleven ในช่วงไตรมาสสองที่ผ่านมาค่ะ ก็บวกอยู่ที่ 0.8% นะคะ จริงๆ แล้วนอกจากโปรโมชั่นที่ได้เล่าไปค่ะ ในช่วงสองเดือนแรกของไตรมาสสองที่ผ่านมานะคะ เราก็ยังจะมีเทศกาลวันหยุดยาวนะคะ มีการเดินทาง มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน จริงๆ ร้อนมาตั้งแต่ต้นปีเลย แล้วก็ในไตรมาสสองก็ยังคงร้อนต่อเนื่อง แล้วเราก็ยังคงได้รับประโยชน์จากการขยายเวลาการจำหน่ายสุราในร้านของเราด้วยค่ะ ก็ในส่วนนี้ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนนะคะ แล้วก็อย่างที่ทุกท่านทราบกันค่ะ ในเดือนมิถุนายนก็มีมาตรการไทยช่วยไทย Plus ซึ่ง CP All แล้วก็ Modern Trade อื่นๆ ก็ไม่ได้สามารถเข้าร่วมได้นะคะ อันนี้ก็จะได้รับผลกระทบไปบ้างค่ะ แต่ว่าด้วยปัจจัยและกลยุทธ์ต่างๆ ที่ได้เรียนไปเมื่อสักครู่ สุดท้ายแล้ว Same-store sales growth ในไตรมาสสองก็ยังสามารถปิดเป็นบวกได้นะคะ ก็ถ้าดูในแง่ของรายละเอียดค่ะ ก็จะเห็นว่า Spending Per Ticket หรือว่ายอดขายต่อบิลก็จะยังค่อนข้างคงที่จากไตรมาสก่อนหน้านะคะ จะโตขึ้นจากปีที่แล้วเล็กน้อย มาอยู่ที่ 90 บาทนะคะ แล้วก็ในส่วนของจำนวนลูกค้าที่เข้าร้านต่อร้านต่อวันก็จะอยู่ที่ประมาณ 959 คนค่ะ สุดท้ายตัวยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันนะคะ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 85,843 บาทนะคะ ซึ่งยอดขายอีกส่วนที่ยังคงเป็นตัวสนับสนุนที่ดีของเราค่ะ ก็จะเป็นในช่องทาง O2O ไม่ว่าจะเป็น 7-Delivery หรือว่า All Online นะคะ ก็จะยังคงสัดส่วนไว้ได้อยู่ที่ 11% ค่ะ คราวนี้ก็จะเป็นในแง่ของ Gross Profit Margin ตามที่ได้เรียนไปในช่วงแรกนะคะว่า เราอาจจะเห็นว่าในตัว Reported Gross Profit Margin คงที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว แต่ว่าจริงๆ แล้วถ้าดูเป็นเฉพาะ Product Margin ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้า จะเห็นว่าจริงๆ แล้วขยายตัวขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วนะคะ แต่ช่วงแรกขอเริ่มที่สัดส่วนของยอดขายแบ่งตามกลุ่มสินค้าก่อนนะคะ จริงๆ ในไตรมาสสองที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่าสัดส่วนของสินค้าที่เป็นอาหารหรือว่า Food ปรับตัวขึ้นอย่างค่อนข้างเห็นได้ชัดนะคะ เพราะอยู่ที่ประมาณ 77.5% อันนี้จะเป็นกลุ่ม Food แล้วก็อีกประมาณ 22.5% ที่เหลือก็จะเป็นสินค้าอุปโภคหรือว่า Non-Food นะคะ ซึ่งถ้าดูเป็นตัว Margin ก็จะเห็นว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกๆ ภาพเลยนะคะ ไม่ว่าจะกลุ่ม Food หรือว่า Non-Food ก็ขยายตัวได้ดี ทำให้ภาพรวมก็ปรับขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วประมาณ 20 Basis Point ค่ะ ซึ่งสินค้าถ้าถามว่าสินค้าอะไรที่ขายดี จริงๆ ก็จะยังเป็นกลุ่มเดิมๆ ตามที่เคยได้เรียนท่านนักลงทุนไปค่ะ ก็ยังคงขายดีต่อเนื่องนะคะ ถ้าเป็นในภาพ Food ก็จะเป็นกลุ่มสินค้า Ready to Eat Ready to Drink นะคะ อย่างเช่น อาหารกล่อง Chill Meal Box สลัด แล้วก็เครื่องดื่ม ถ้าเป็น Ready to Drink พวก All Café ของเราก็ยังคงขายดีต่อเนื่องเช่นเดียวกันค่ะ แล้วก็เนื่องจากว่าอากาศก็ยังค่อนข้างร้อนใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นไม่ว่าเครื่องดื่มอะไรที่เป็นเครื่องดื่มเย็น เครื่องดื่มที่แช่ตู้ก็ยังขายดีเช่นเดียวกันค่ะ แล้วก็นมโปรตีนก็ยังคงเป็นกระแสที่ดีอยู่ น้ำมะพร้าว เครื่องดื่มเย็นอื่นๆ ก็ยังคงขายได้ดีค่ะ ส่วนที่เป็น Non-Food หรือว่าสินค้าอุปโภค กลุ่มสินค้าที่ยังทำได้ดีก็จะเป็นตัว Personal Care เช่นเคยนะคะ ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ความงาม บำรุงผิวหน้า บำรุงผิวกาย บำรุงเส้นผม เครื่องสำอาง ก็จะเป็นตัวสนับสนุนหลักในฝั่งของสินค้าที่เป็น Non-Food ค่ะ คราวนี้ถัดมาในมุมของค่าใช้จ่ายนะคะ ปกติทางบริษัทเราก็มีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุมกันมาต่อเนื่องแหละค่ะ แต่ว่าด้วยสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสภาวะสงครามตะวันออกกลางหรือว่าสภาพเศรษฐกิจ เราก็ยิ่งมีการควบคุมมากยิ่งขึ้นไปอีก หลายๆ ท่านอาจจะเห็นในช่วงหลังๆ เวลาเข้าร้านของเราตอนกลางคืน อาจจะเห็นว่าป้ายหน้าร้านของเราก็เหลือไฟแค่ตรงตัวเลข 7 หรือโลโก้ตรงกลาง ส่วนแถบข้างๆ ก็อาจจะมีการปิดไฟ แล้วไฟในร้านก็อาจจะมีการปิดไปบางส่วนนะคะ ซึ่งส่วนนี้ก็เห็นผลค่อนข้างดีนะคะ แล้วเราก็ได้มีมาตรการการควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้วยค่ะ ก็เลยส่งผลให้ในงบเดี่ยวนะคะ งบเฉพาะกิจการก็จะเห็นว่าเมื่อดูเป็นค่าใช้จ่ายเป็น% ต่อรายได้รวมนะคะ ก็จะเห็นว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วจะลดลงเล็กน้อย ส่วนค่าใช้จ่ายเมื่อดูเป็น% เมื่อเทียบกับรายได้รวมในงบการเงินรวมนะคะ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 20.2% ค่ะ จากปัจจัยต่างๆ ที่ได้เรียนไปนะคะ โดยรวมแล้วความสามารถในการทำกำไรของบริษัทก็ยังคงมีแนวโน้มที่ดีขึ้นนะคะ ทั้งในงบการเงินเฉพาะกิจการแล้วก็ในงบการเงินรวมค่ะ ในภาพนี้นะคะ ก็จะเป็นในฝั่งของ Balance Sheet ของเรานะคะ ในตอนปิดไตรมาสสองนะคะ ในงบการเงินรวมทั้งหมดก็จะมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมด 319,574 ล้านบาทนะคะ ก็ 83% จะเป็นหุ้นกู้ แล้วก็อีก 17% ที่เหลือจะเป็นเงินกู้ค่ะ แต่ว่าถ้าดูเฉพาะในงบการเงินเฉพาะกิจการของ CP All หรือว่า 7-11 นะคะ ก็จะมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมดประมาณสองแสนล้านบาท ซึ่งเกือบทั้งหมดนี้ก็จะเป็นหุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ค่ะ โดยรวมนะคะ เราก็ยังคงสามารถรักษาระดับ Net Debt to Adjusted Equity ให้อยู่ต่ำกว่าตัว Bond Covenants ไว้ได้ ก็ในไตรมาสนี้อยู่ที่ประมาณ 0.82 เท่านะคะ แล้วก็ตัวต้นทุนทางการเงินก็ยังคงอยู่ต่ำกว่า 4% แล้วก็หลายๆ ท่านอาจจะเห็นว่าดอกเบี้ยจ่ายในไตรมาสนี้ลดลงนะคะ เนื่องจากว่าเราได้มีการ Roll over หุ้นกู้บางส่วนช่วงปลายไตรมาสในดอกเบี้ยที่ถูกลงค่ะ ก็จะเป็น Cost Saving ในส่วนนั้น แล้วก็โดยรวมนะคะ อายุเฉลี่ยของหุ้นกู้ก็จะอยู่ต่ำกว่า 5 ปีค่ะ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมของผลประกอบการของ CP All ในไตรมาสสองที่ผ่านมาทั้งหมดนะคะ ก็ถ้าเกิดท่านนักลงทุนท่านไหนมีคำถามก็สามารถพิมพ์เข้ามาได้เลยค่ะ ตอนนี้ก็เริ่มมีเข้ามาแล้วบ้างค่ะ
สิตา ธวัชสุวิทย์หมอ: ก็จะยังคงสัดส่วนไว้ที่ 14% นะคะ แล้วก็แผนการเปิดร้าน เราก็ยังคงเป้าไว้ที่ 700 สาขาในประเทศไทยสำหรับปีนี้ ซึ่งเราก็คาดว่าจะยังคงสามารถไปถึง 700 สาขาได้ตามที่ได้ให้ Guideline เอาไว้ค่ะ คราวนี้ขยับมาดูในต่างประเทศนะคะ เริ่มที่ลาวก่อนค่ะ ในไตรมาสสอง ก็ได้มีการเปิดร้านสาขาเพิ่มใน สปป.
สิตา ธวัชสุวิทย์หมอ: ลาว 2 สาขานะคะ ปิดไตรมาสก็มีสาขาใน สปป.
สิตา ธวัชสุวิทย์หมอ: ลาวทั้งหมด 32 สาขาค่ะ ส่วนในกัมพูชาก็จะเป็นภาพคล้ายๆ กับเมื่อตอนไตรมาสหนึ่งตามที่เคยเรียนไปนะคะ ด้วยสถานการณ์ทางด้านชายแดน เราก็มีการทยอยปิดร้านสาขามาเรื่อยๆ โดยในไตรมาสสองก็ปิดเพิ่มไปอีก 24 สาขานะคะ ปิดไตรมาสในกัมพูชาก็มีร้านสาขาทั้งหมด 39 สาขาค่ะ คราวนี้ก่อนที่เราจะไปลงรายละเอียดในแง่ของยอดขายแล้วก็อัตรากำไรขั้นต้นนะคะ ก็ขออนุญาตเล่าให้ท่านนักลงทุนฟังคร่าวๆ ก่อนว่าในไตรมาสสองที่ผ่านมา ทาง CP All แล้วก็ 7-Eleven เราได้มีการจัดกิจกรรมหรือว่าโปรโมชันอะไรบ้างที่นำไปสู่ยอดขายแล้วก็กำไรของเราที่ยังคงสามารถเติบโตได้ดีนะคะ แน่นอนว่าในไตรมาสสองที่ผ่านมา หลายๆ ท่านน่าจะเคยเห็นน้องชินจังนะคะ ซึ่งกิจกรรมที่เราทำก็จะเรียกว่าเป็นการล่าดาวค่ะ ก็จะเป็นธีมหลักของในช่วงที่ผ่านมา เราก็จะมี Interface น่ารักๆ เหมือนที่เห็นทางด้านซ้ายมืออันนี้ ก็จะอยู่ใน 7-Eleven TH App ของเรานะคะ กิจกรรมอันนี้ก็จะให้ลูกค้าสามารถเข้ามาสะสมดาวได้ ซึ่งพอสะสมดาวไปได้ถึงจุดหนึ่งก็จะนำมาใช้แทนเงินสดก็ได้ หรือว่าจะนำดาวตรงนี้มาแลกเป็นของพรีเมี่ยมน่ารักๆ ในธีมชินจังแบบที่เห็นในภาพนี้ก็ได้เช่นกันนะคะ ซึ่งการล่าดาวสะสมดาวของเราก็ค่อนข้างมีหลายรูปแบบนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรโมชันร่วมกับสินค้า อย่างเช่น ซื้อชายี่ห้อนี้ 2 ขวดได้รับดาว 8 ดวง อะไรประมาณนี้ หรือว่าช่วงนี้ก็จะมี Trend ในแง่ของคนรักสุขภาพนะคะ เราก็เกาะ Trend ตรงนี้ไปด้วย ก็มีการวิ่งล่าดาวนะคะ กิจกรรมวิ่งล่าดาวสำหรับคนรักสุขภาพ ถ้าสมมติวิ่งครบ 5 กิโลเมตรได้ดาว 15 บาท อะไรประมาณนี้ ก็เป็นสีสันแล้วก็เป็นกิจกรรมให้ลูกค้าสามารถเข้าร่วมได้ในช่วงที่ผ่านมาในไตรมาสสองค่ะ และแน่นอนว่าอีกอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ในช่วงไตรมาสสองก็จะเป็นในแง่ของฟุตบอลโลกนะคะ อันนี้ 4 ปีมีครั้ง เราก็จะเล่นในกิจกรรมในส่วนนี้ด้วย อาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้างในโซเชียลมีเดียนะคะ ก็อาจจะเห็นว่ามีโพสต์ว่าบอลจบ 7-Eleven แจกนะคะ ก็จะเหมือนให้ลูกค้าได้เข้ามาร่วมทายผลว่า ถ้าอย่างเช่นภาพสีเขียวอันนี้ก็จะบอกว่าถ้าบราซิลชนะรับไปเลยส่วนลด ALL CAFÉ 50% หรือว่าภาพสีแดงอันนี้ถ้าอังกฤษชนะก็จะมีโปรโมชัน 7-Eleven หนึ่งแถมหนึ่ง อันนี้ก็จะเป็นสีสันให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถเข้ามาร่วมได้ แล้วก็มอบประสบการณ์ความสุขในรูปแบบใหม่ๆ นะคะ ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่เราจัดโปรโมชันในส่วนนี้ก็จะเป็นในกลุ่มของอาหารพร้อมทาน เครื่องดื่มพร้อมดื่ม Ready to Eat Ready to Drink ที่เป็นสินค้ากลุ่มที่เรามุ่งเน้นมาเสมอนะคะ คราวนี้เมื่อสักครู่เป็นกิจกรรมในช่วงที่ผ่านมานะคะ คราวนี้ ณ ปัจจุบันนี้เลย แล้วก็ Going forward นะคะ สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ เนื่องจากว่าช่วงปลายเดือนนี้ก็จะเป็นเทศกาลสารทจีนนะคะ ก็จะมีจัดเป็นคล้ายๆ เซ็ตไหว้เจ้า คล้ายๆ ช่วงตรุษจีนนะคะ ก็ถ้าเกิดท่านนักลงทุนหรือว่าท่านลูกค้าท่านใดสนใจก็สามารถจับจองได้นะคะ จองได้ถึงวันที่ 17 สิงหาคม ก็จะมีทั้งเซ็ตของคาวของหวานผลไม้นะคะ ก็สามารถจองได้นะคะ ก็จะเป็นตามเทศกาลในช่วงนี้ค่ะ และอีกอย่างหนึ่งนะคะ จริงๆ สินค้าที่หน้าตาเป็น 7-Eleven แบบนี้ค่ะ เราก็มีการทำมาเรื่อยๆ แต่ว่าก็เพิ่งมีการออก Collection ใหม่ที่รูปแบบอาจจะดูทันสมัยมากขึ้น ดูวัยรุ่นมากขึ้น ก็จะมีทั้งกระเป๋าผ้านะคะ มีผ้าขนหนู มีหมวกนะคะ มีเสื้อยืด อันนี้ก็เพิ่งปิดจองไป ก็ค่อนข้างได้รับกระแสการตอบรับที่ดีค่ะ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งนะคะ ทุกท่านน่าจะคุ้นกับ 7-Eleven TH App ของเราอยู่แล้ว ที่มี 7Delivery มี ALL Online ใช่ไหมคะ แต่ว่าถ้าเกิดตอนนี้เปิดแอปเข้าไปอาจจะเห็นเป็นอีกไอคอนหนึ่งที่สามารถกดได้ ก็จะเป็นในส่วนของ Telepharmacy นะคะ จะเขียนว่าเป็น ALL Pharmacy ก็สามารถปรึกษาเภสัชแล้วก็สามารถจัดส่งยาได้ทุกที่เลยค่ะ อันนี้ก็จะเป็นบริการใหม่ของเรานะคะ จากที่ได้เล่าไปทั้งหมดเมื่อสักครู่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชันหรือว่ากิจกรรมต่างๆ ก็ประกอบกับกลยุทธ์ด้านสินค้าของเราด้วย ที่เราก็ยังคงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาสินค้าให้ตรงโจทย์ตรงใจลูกค้าอย่างต่อเนื่องนะคะ ก็เลยส่งผลให้การเติบโตของยอดขายจากร้านเดิม หรือว่า Same Store Sales Growth ของ 7-Eleven ในช่วงไตรมาสสองที่ผ่านมาค่ะ ก็บวกอยู่ที่ 0.8% นะคะ จริงๆ แล้วนอกจากโปรโมชันที่ได้เล่าไปในช่วงสองเดือนแรกของไตรมาสสองที่ผ่านมานะคะ เราก็ยังจะมีเทศกาลวันหยุดยาวนะคะ มีการเดินทาง มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน จริงๆ ร้อนมาตั้งแต่ต้นปีเลย แล้วก็ในไตรมาสสองก็ยังคงร้อนต่อเนื่อง แล้วก็เราก็ยังคงได้รับประโยชน์จากการขยายเวลาการจำหน่ายสุราในร้านของเราด้วยค่ะ ในส่วนนี้ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนนะคะ แล้วก็อย่างที่ทุกท่านทราบกันนะคะ ในเดือนมิถุนายนก็มีมาตรการไทยช่วยไทย Plus ซึ่ง CP All แล้วก็ Modern Trade อื่นๆ ก็ไม่ได้สามารถเข้าร่วมได้นะคะ อันนี้ก็จะได้รับผลกระทบไปบ้างค่ะ แต่ว่าด้วยปัจจัยและกลยุทธ์ต่างๆ ที่ได้เรียนไปเมื่อสักครู่ สุดท้ายแล้ว Same Store Sales Growth ในไตรมาสสองก็ยังสามารถปิดเป็นบวกได้นะคะ ถ้าดูในแง่ของรายละเอียดค่ะ ก็จะเห็นว่า Spending Per Ticket หรือว่ายอดขายต่อบิลก็จะยังค่อนข้างคงที่จากไตรมาสก่อนหน้านะคะ จะโตขึ้นจากปีที่แล้วเล็กน้อย มาอยู่ที่ 90 บาทนะคะ แล้วก็ในส่วนของจำนวนลูกค้าที่เข้าร้านต่อร้านต่อวันก็จะอยู่ที่ประมาณ 959 คนค่ะ สุดท้ายตัวยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันก็จะอยู่ที่ประมาณ THB 85,843 นะคะ ซึ่งยอดขายอีกส่วนที่ยังคงเป็นตัวสนับสนุนที่ดีของเราค่ะ ก็จะเป็นในช่องทาง O2O ไม่ว่าจะเป็น 7Delivery หรือว่า ALL Online ก็จะยังคงสัดส่วนไว้ได้อยู่ที่ 11% ค่ะ คราวนี้ก็จะเป็นในแง่ของ Gross Profit Margin ตามที่ได้เรียนไปในช่วงแรกนะคะ ว่าเราอาจจะเห็นว่าในตัว Report Gross Profit Margin เราคงที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว แต่ว่าจริงๆ แล้วถ้าดูเป็นเฉพาะ Product Margin นะคะ ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้า จะเห็นว่าจริงๆ แล้วขยายตัวขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วนะคะ แต่ก็ช่วงแรกขอเริ่มที่สัดส่วนของยอดขายแบ่งตามกลุ่มสินค้าก่อนนะคะ จริงๆ ในไตรมาสสองที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่าสัดส่วนของสินค้าที่เป็นอาหารหรือว่า Food ปรับตัวขึ้นอย่างค่อนข้างเห็นได้ชัดนะคะ ก็อยู่ที่ประมาณ 77.5% อันนี้จะเป็นกลุ่ม Food แล้วก็อีกประมาณ 22.5% ที่เหลือก็จะเป็นสินค้าอุปโภคหรือว่า Non-Food นะคะ ซึ่งถ้าดูเป็นตัว Margin นะคะ ก็จะเห็นว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกๆ ภาคเลยนะคะ ไม่ว่าจะกลุ่ม Food หรือว่า Non-Food ก็ขยายตัวได้ดี ทำให้ภาพรวมก็ปรับขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วประมาณ 20 Basis Points ค่ะ ซึ่งสินค้าถ้าถามว่าสินค้าอะไรที่ขายดี จริงๆ ก็จะยังเป็นกลุ่มเดิมๆ ตามที่เคยได้เรียนท่านนักลงทุนไปค่ะ ก็ยังคงขายดีต่อเนื่องนะคะ ถ้าเป็นในภาค Food ก็จะเป็นกลุ่มสินค้า Ready to Eat Ready to Drink นะคะ อย่างเช่น อาหารกล่อง Chill Meal Box สลัดนะคะ แล้วก็เครื่องดื่มถ้าเป็น Ready to Drink พวก ALL CAFÉ ของเราก็ยังคงขายดีต่อเนื่องเช่นเดียวกันค่ะ แล้วก็เนื่องจากว่าอากาศก็ยังค่อนข้างร้อนใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นไม่ว่าเครื่องดื่มอะไรที่เป็นเครื่องดื่มเย็น เครื่องดื่มที่แช่ตู้ก็ยังขายดีเช่นเดียวกันค่ะ แล้วก็นมโปรตีนนะคะก็ยังคงเป็นกระแสที่ดีอยู่ น้ำมะพร้าว เครื่องดื่มเย็นอื่นๆ ก็ยังคงขายได้ดีค่ะ ส่วนที่เป็น Non-Food หรือว่าสินค้าอุปโภคค่ะ กลุ่มสินค้าที่ยังทำได้ดีนะคะ ก็จะเป็นตัว Personal Care เช่นเคยนะคะ ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ความงาม บำรุงผิวหน้า บำรุงผิวกาย บำรุงเส้นผม เครื่องสำอาง ก็จะเป็นตัวสนับสนุนหลักในฝั่งของสินค้าที่เป็น Non-Food ค่ะ คราวนี้ถัดมาในมุมของค่าใช้จ่ายนะคะ ก็ปกติทางบริษัทเราก็มีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุมกันมาต่อเนื่องแหละค่ะ แต่ว่าด้วยสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสภาวะสงครามตะวันออกกลางหรือว่าสภาพเศรษฐกิจนะคะ เราก็ยิ่งมีการควบคุมมากยิ่งขึ้นไปอีก หลายๆ ท่านอาจจะเห็นในช่วงหลังๆ เวลาเข้าร้านของเราค่ะ ตอนกลางคืนอาจจะเห็นว่าป้ายหน้าร้านของเราค่ะ ก็จะเหลือไฟแค่ตรงตัวเลขเจ็ดโลโก้ตรงกลาง ส่วนแถบข้างๆ ก็อาจจะมีการปิดไฟ แล้วก็ไฟในร้านก็อาจจะมีการปิดไปบางส่วนนะคะ ซึ่งส่วนนี้ก็เห็นผลค่อนข้างดีนะคะ แล้วเราก็ได้มีมาตรการการควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้วยค่ะ ก็เลยส่งผลให้ในงบเดี่ยวนะคะ งบเฉพาะกิจการค่ะ ก็จะเห็นว่าเมื่อดูเป็นค่าใช้จ่ายเป็น% ต่อรายได้รวมนะคะ ก็จะเห็นว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วค่ะ จะลดลงเล็กน้อย ส่วนค่าใช้จ่ายเมื่อดูเป็น% เมื่อเทียบกับรายได้รวมในงบการเงินรวมนะคะ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 20.2% ค่ะ จากปัจจัยต่างๆ ที่ได้เรียนไปนะคะ โดยรวมแล้วความสามารถในการทำกำไรของบริษัทก็ยังคงมีแนวโน้มที่ดีขึ้นนะคะ ทั้งในงบการเงินเฉพาะกิจการและในงบการเงินรวมค่ะ ในภาพนี้นะคะ ก็จะเป็นในฝั่งของ Balance Sheet ของเรานะคะ ในตอนปิดไตรมาสสองค่ะ ในงบการเงินรวมทั้งหมดก็จะมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมด THB 319,574 ล้านบาทนะคะ ก็ 83% จะเป็นหุ้นกู้ แล้วก็อีก 17% ที่เหลือจะเป็นเงินกู้ค่ะ แต่ว่าถ้าดูเฉพาะในงบการเงินเฉพาะกิจการของ CP All หรือว่า 7-Eleven นะคะ ก็จะมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมดประมาณ THB 200,000 ล้านบาท ซึ่งเกือบทั้งหมดนี้ก็จะเป็นหุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ค่ะ โดยรวมนะคะ เราก็ยังคงสามารถรักษาระดับ Net Debt to Adjusted Equity ให้อยู่ต่ำกว่าตัว Bond Covenants ไว้ได้ ก็ในไตรมาสนี้อยู่ที่ประมาณ 0.82 เท่านะคะ แล้วก็ตัวต้นทุนทางการเงินก็ยังคงอยู่ต่ำกว่า 4% แล้วก็หลายๆ ท่านอาจจะเห็นว่าดอกเบี้ยจ่ายในไตรมาสนี้ลดลงนะคะ เนื่องจากว่าเราได้มีการ Roll over หุ้นกู้บางส่วนช่วงปลายไตรมาสในดอกเบี้ยที่ถูกลงค่ะ ก็จะเป็น Cost Saving ในส่วนนั้น แล้วก็โดยรวมนะคะ อายุเฉลี่ยของหุ้นกู้ก็จะอยู่ต่ำกว่า 5 ปีค่ะ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมของผลประกอบการของ CP All ในไตรมาสสองที่ผ่านมาทั้งหมดนะคะ ถ้าเกิดท่านนักลงทุนท่านไหนมีคำถามก็สามารถพิมพ์เข้ามาได้เลยค่ะ ตอนนี้ก็เริ่มมีเข้ามาแล้วบ้างนะคะ
ปัณฑารี นันทนาคม: ขอขอบคุณท่านนักลงทุนทุกท่านนะคะที่ให้ความสนใจนะคะ ส่งคำถามมาล่วงหน้านะคะ สำหรับ CP All เองก็มีคำถามนะคะว่า Same Store ในไตรมาสสองอยู่ที่บวก 0.8 นะคะ แล้วก็ตัวยอดซื้อต่อบิลอยู่ประมาณ 90 Traffic 959 คนต่อร้านต่อวันนะคะ ก็ถามว่าครึ่งปีหลังเราคาดว่า Same Store จะเป็นประมาณเท่าไหร่ Traffic จะเท่าไหร่นะคะ ก็ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วภาพทั้งปี อย่างที่น้องเรนแจ้งไปค่ะ ครึ่งปีแรกเองหรือว่าแม้กระทั่งไตรมาสสองเอง ตัว CP All ที่ปรับเพิ่มขึ้นค่ะ ส่วนใหญ่ก็มาจากภาคส่งออกเป็นหลักนะคะ เพราะฉะนั้นเองในภาคของตัว Consumption การบริโภคภายในประเทศเองก็ยังค่อนข้างเปราะบางนะคะ เราเองก็เป็นหนึ่งที่อยู่ในภาคการบริโภคด้วยนะคะ ก็ต้องบอกว่าเราก็ทำงานอย่างหนักนะคะ 7-Eleven เราก็พยายามนำเสนอสินค้าต่างๆ ที่เราคิดว่าถูกอกถูกใจลูกค้านะคะ เพื่อที่ทั้งหมดทั้งมวลจะดึงลูกค้าให้สามารถเข้ามาในร้านเราได้มากขึ้นนะคะ ไม่ว่าจะซื้อผ่าน Offline Online ก็ตามนะคะ หรือว่าออกโปรโมชันต่างๆ นะคะ เพื่อดึงดูดลูกค้าหรือทำให้ลูกค้าสนใจหรือว่าเข้ามาในร้านเราแล้วรู้สึกว่ามีโปรแบบนี้ด้วย มีสินค้าใหม่แบบนี้ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นเองเราทำทุกวิถีทางแหละค่ะที่จะสามารถดึงในมุมทั้ง Traffic นะคะ แล้วก็ทั้งตัว Spending per Ticket ตัวยอดซื้อต่อบิล เราพยายามจะปรับให้มันสูงขึ้นแล้วกันนะคะ ทีนี้ก็ต้องบอกว่าในภาพขออนุญาตเป็นภาพทั้งปีเลยแล้วกันนะคะ สำหรับตัว Same Store เองปกติเราก็จะสื่อสารอยู่ตลอดว่าเราพยายามจะเปรียบเทียบตัวเรากับตัว Thai GDP นะคะ ซึ่งปัจจุบันคาดการณ์ของ Thai GDP ของปีนี้ 2569 ก็อยู่ประมาณสัก 2% เราก็พยายามที่จะ in line กับตัว Thai GDP ในมุมของ Same Store Sales Growth นะคะ ไม่ว่าจะมาจากฝั่งของ Traffic หรือว่าจะมาจากฝั่งของตัวยอดซื้อต่อบิล เราแฮปปี้หมดค่ะ เราพยายามทำทั้งสองทางให้ดีขึ้นนะคะ ทีนี้เราก็ต้องมาดูว่าในช่วงปลายปีเอง ไตรมาสสี่ จำนวนนักท่องเที่ยวจะกลับมามากน้อยแค่ไหนนะคะ ก็ต้องเรียนแจ้งว่าครึ่งปีแรกเองเนื่องจากว่ามี Conflict ของตะวันออกกลางเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวในฝั่งของยุโรปเองหรือว่าในฝั่งของตะวันออกกลาง เราเห็นจำนวนที่มันลดลงนะคะ แต่ว่าเราก็ได้นักท่องเที่ยวจีนที่ยังอยู่ในขาขึ้นอยู่นะคะ เราก็หวังว่าทั้งปี ครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาสสี่ที่ปกติจะเป็น Festive Season เป็น High Season อยู่แล้ว เราจะมีในมุมของนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาเพิ่มขึ้นนะคะ แล้วก็ตัว Local ด้วย ตัวคนไทยเองด้วย ก็หวังว่าจะมีการเดินทาง มี Mobility ที่ดีขึ้นนะคะ ก็คิดว่าในมุมของ Same Store เองทั้งปี เราก็ยังเปรียบเทียบตัวเองกับตัว Thai GDP อยู่นะคะ ถัดมา งั้นขออนุญาตอัปเดตเลยก็คือตัวภาพ Q to Date ของตัว Same Store นะคะ ก็ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วไตรมาสสามเองเนื่องจากว่าอย่างที่น้องเรียนแจ้งไป เราไม่ได้เข้าร่วมโครงการตัวไทยช่วยไทย Plus นะคะ เพราะฉะนั้น Benefit ตรงนี้เองเราอาจจะไม่ได้นะคะ ก็ต้องบอกว่าเราก็เลยมีกลยุทธ์ในเรื่องของสินค้าที่เราพยายามจะออกสินค้าที่มีความแตกต่าง ออกสินค้าที่ใหม่ตลอดเวลา เพื่อเราจะดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาในร้านเรานะคะ ก็ต้องบอกว่าในช่วง Quarter to Date ที่เกิดขึ้นนะคะ สินค้าที่เรานำเสนอก็ยังดึงดูดลูกค้าได้ดีอยู่ เราก็ยังเห็น Trend ตัว Same Store ที่ยังเป็นบวกบางๆ อยู่นะคะ สำหรับ Q to Date ในไตรมาสสามนะคะ ถัดมาก็จะเป็นคำถามในเรื่องของตัว Gross Margin ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือว่า 7-Eleven นะคะ ว่าอยู่ที่ 29.3% บริษัทตั้งเป้าขยายตัวเนื่องจาก Product Mix โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มในครึ่งปีหลังยังไงบ้างนะคะ ก็ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วในภาพทั้งปีเลยค่ะ เราตั้งเป้าที่เราจะขยายตัว Gross Profit Margin ประมาณ 10-20 Basis Point นะคะ ก็เข้าใจถูกต้องเลยค่ะ เราพยายามจะขยายตัวอัตรากำไรขั้นต้นผ่านกลยุทธ์ด้านสินค้านะคะ แน่นอนก็ยังคงเป็นกลุ่มของพร้อมดื่ม พร้อมทานนะคะ แล้วก็เป็นกลุ่มของเครื่องดื่มนะคะ ก็ต้องบอกว่าครึ่งปีแรกเองเราก็ได้ Benefit จากกลุ่มนี้ด้วยนะคะ นอกจาก Ready to Eat เราได้กลุ่มของเครื่องดื่มมาเสริมทัพนะคะ เพราะว่าอากาศร้อนมากตั้งแต่ต้นปีนะคะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เรายังดำเนินต่อไปนะคะ อย่างที่บอก เราก็พยายามจับ Trend ลูกค้า อย่างที่น้องเรียนแจ้งไปว่าช่วงนี้ถ้าเป็นช่วงที่คนที่ออกกำลังกายดูแลร่างกาย เราก็นำเสนอสินค้าใหม่ๆ ที่ตาม Trend ตามโจทย์พวกนี้นะคะ ซึ่งก็ต้องบอกว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีเลย ก็ต้องขอบคุณลูกค้าทุกท่านมากๆ นะคะที่ยังอุดหนุน 7-Eleven อย่างต่อเนื่อง แล้วก็กลุ่มนี้เองก็เป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างดีด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นเราก็หวังว่าในครึ่งปีหลังนะคะ เราจะสามารถขยายตัวอัตรากำไรขั้นต้นได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ทีนี้ก็ต้องมาดูด้วยเนื่องจากว่าอย่างที่รายงานไปเบื้องต้นนะคะ จริงๆ Product Margin เรามีการเติบโตนะคะ 20 Basis Point Year on Year แต่ว่าในมุมของตัว Reported Gross Profit Margin เองมันยืน Flat นะคะที่ 29.3% เนื่องจากว่ามีผลกระทบของเรื่องตัวราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นจากตัวสงครามที่ตะวันออกกลางนะคะ ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าในครึ่งปีหลังเองถ้าราคาน้ำมันปรับลงมาแล้วนะคะ ผลกระทบของตัวราคาน้ำมันที่ลดลงมา แต่ก็ยังสูงอยู่ก่อนที่จะมีภาวะสงครามนะคะ ตัวนี้เองผลกระทบเขาลดน้อยลง และถ้าตัวสินค้าเราก็ยังเติบโตได้ตามที่เราคาดหวังไว้ เราก็หวังว่าตัว Reported Gross Profit Margin น่าจะยังเห็นการเติบโตได้ไม่มากก็น้อยนะคะในครึ่งปีหลังนี้นะคะ ถัดมาก็มีนักลงทุนถามในเรื่องของตัว Cash Conversion Cycle นะคะ ว่าตัวงบรวมเอง Cash Conversion Cycle ลดลงนะคะจาก 25 มาอยู่ประมาณสัก 22 วัน ซึ่งหลักๆ ก็ลงมาจากตัว AP Days นะคะที่สั้นลง ก็ต้องเรียนแจ้งว่าจริงๆ แล้วปีที่แล้วนะคะ ตัวไตรมาสสองก็มี AP Days ที่สั้นลงเช่นกันนะคะ ก็อาจจะเกิดจากการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเวลาเรามีสินค้าที่เป็นกลุ่มของ Food and Drink มากขึ้นนะคะ กลุ่มของ Food เองเขาก็จะมี AP Days ที่ค่อนข้างสั้นนะคะ เพราะฉะนั้นในแต่ละรอบที่เรามีการ Order สินค้ากลุ่ม Food เยอะในไตรมาสนี้ หรือว่ามีการ Stock สินค้าไว้เพราะเราคิดว่ากลุ่ม Food จะขายดีในไตรมาสนี้ เป็นช่วง Seasonal หรืออะไรก็ตามค่ะ เราก็อาจจะเห็น AP Days ที่สั้นลงนะคะ ทีนี้ก็ต้องเรียนแจ้งว่าในมุมของบริษัทเอง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือว่าธุรกิจอื่นๆ ภายใต้ CP ALL Group เองนะคะ ก็ต้องบอกว่าเราพยายามจะ Maintain ตัว Cash Conversion Cycle ให้ยังคงเป็น Negative อยู่นะคะ ซึ่งก็ Negative ต่อเนื่องมาโดยตลอดนะคะ ทั้งตัว 7-Eleven แล้วก็ตัวธุรกิจอื่นๆ ด้วยนะคะ ถัดมา ตัว Same Store Trend ของไตรมาสสามก็เรียนแจ้งไปแล้วนะคะว่า Quarter to Date ก็ยังพอไปได้อยู่นะคะ Trend ก็ยังต่อเนื่องมาจากไตรมาสสองอยู่นะคะ ตัวเลขค่อนข้างใกล้เคียงกันนะคะ มีท่านนักลงทุนถามว่าลูกค้าที่ลดลงแต่ Basket Size ที่เพิ่มขึ้น มองว่าเป็นเรื่องชั่วคราวหรือว่าเป็นโครงสร้างนะคะ ก็ต้องอย่างที่บอกค่ะ เรียนแจ้งตัว Traffic เองอาจจะเป็นสิ่งที่บริษัทไม่สามารถ Control ได้ จริงๆ ก็ไม่สามารถ Control ได้ทั้งสอง Item นะคะ แต่ว่าสิ่งที่เราพยายามทำก็คือเรามีกลยุทธ์ด้านสินค้าที่เราคิดว่าเราจะนำเสนอสินค้าต่างๆ เมนูใหม่ๆ ที่ให้ลูกค้าเข้าร้านเราได้มากขึ้นนะคะ หรือว่าถ้าหลายๆ ท่านเป็นแฟนของ 7-Eleven ก็อาจจะเห็นโปรโมชันที่เราบอกว่าซื้อข้าวบวกน้ำก็จะได้ส่วนลดอะไรอย่างนี้ค่ะ ซื้อคู่ถูกกว่าอะไรพวกนี้ค่ะ มันก็จะเป็นสิ่งที่สนับสนุนให้ลูกค้าซื้อของใน Basket ที่ใหญ่ขึ้น ใน Item ที่เยอะขึ้น แล้วก็ได้โปรโมชันอะไรพวกนี้ค่ะ ก็จะเป็นสิ่งที่เราพยายามทำ ในเมื่อตัว Traffic เราอาจจะคาดการณ์แล้วว่าถ้าไตรมาสสาม สมมติินะคะ ถ้าไตรมาสสามฝนตกหนักมากๆ เราอาจจะมีจำนวนคนเข้าร้านที่น้อยลง เราก็อาจจะต้องดูว่าแล้วเราจะเพิ่มตัวยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันปรับเพิ่มขึ้นได้จากขาไหน ก็แน่นอนในเมื่อตัวขา Q เราคาดการณ์แล้วอาจจะมาไม่เยอะ เราก็ต้องไปเพิ่มขา P เพื่อให้สุดท้ายแล้วตัว Average sales per store per day ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันปรับเพิ่มขึ้นนะคะ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่เราพยายามทำมาโดยตลอด ก็ยังทำต่อนะคะ ถัดมาก็จะเป็นเรื่อง Margin เหมือนกันนะคะ แล้วก็ถัดมาถามเรื่องของการเปิดสาขานะคะ ว่ามองว่าการเปิดสาขาใหม่ 700 สาขายัง Continue ที่จะมีการเติบโตเสริมยอดขายอยู่ไหมนะคะ ก็ต้องบอกว่าจากผลประกอบการที่เราเรียนแจ้งไปนะคะว่าตัวยอดขายเองเราก็ยังเติบโตอยู่นะคะ ซึ่งยอดขายอย่างที่ทุกท่านทราบกันก็มาจากตัว Same Store แล้วก็บวกกับ New Store ที่เราเปิดเพิ่มในแต่ละไตรมาสนะคะ ก็ต้องบอกว่าตัวเลขที่ทุกท่านเห็นก็เป็นการพิสูจน์ได้ว่าการเปิดร้านสาขาใหม่ยังช่วยส่งเสริมการเติบโตของยอดขายของร้านสะดวกซื้อได้อย่างต่อเนื่องนะคะ เพราะฉะนั้นแผนการขยายสาขาทั้งปีนี้ก็ยังคงยืนที่ 700 สาขาเหมือนเดิมนะคะ แล้วก็เป้าสำหรับตัว Physical Store เองเราก็ยังตั้งเป้าไว้ที่ 20,000 สาขาอยู่นะคะ แต่ว่าอย่างที่เคยเรียนแจ้งค่ะ ถ้า ณ วันที่เราแตะ 20,000 สาขาแล้ว เราอาจจะมาพิจารณากันดูอีกทีว่า ณ จุดนั้นแล้วสภาพเศรษฐกิจเป็นยังไง ความคุ้นเคยของคนต่อ IT ต่อออนไลน์เป็นแบบไหน เราก็อาจจะมาพิจารณากันอีกทีหนึ่งว่าในมุมของการเปิด Physical Store เราจะเปิดในจำนวนหรือสัดส่วนประมาณเท่าไหร่ดี ให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรามากที่สุดในช่วงนั้นนะคะ มีนักลงทุนถามว่าถ้าไม่นับการเปิดสาขาใหม่ ไม่นับต้นทุนทางการเงิน กำไรธุรกิจหลักของ CP All โตประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องเรียนแจ้งว่าจริงๆ แล้วธุรกิจหลักของ CP All นะคะก็คือธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-ELEVEN ก็คืออย่างที่น้องเรียนแจ้งไป สามารถดูได้ในงบเฉพาะกิจการเลยนะคะ อันนั้นก็จะเป็นธุรกิจหลักของ 7-ELEVEN ซึ่งในมุมของบริษัทเองเรามองว่าไม่ว่าจะเป็น Same Store ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านสาขาใหม่ หรือว่าจะเป็นต้นทุนทางการเงิน ทั้งหมดมีส่วนสัมพันธ์กับการเติบโตของธุรกิจทั้งหมดนะคะ เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ได้มีการถอด Item ใดออกไปนะคะ เนื่องจากว่า Same Store เองก็เป็นผลของการดำเนินงานตัวธุรกิจ ตัวการเปิดร้านสาขาเองก็เป็นส่วนเสริมยอดขายเหมือนกันนะคะ ตัวเงินกู้ที่เรามีอันนั้นก็เป็นส่วนที่เอามาใช้ในการดำเนินการธุรกิจเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นทั้งหมดทั้งมวลก็จะรวมอยู่ในงบเฉพาะกิจการที่เป็นธุรกิจหลักของตัว 7-ELEVEN ภายใต้ CP All นะคะ มีสอบถามเข้ามาถึงตัว Operating Leverage นะคะ ในเรื่องของตัวการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายหรือว่า SG&A ที่เพิ่มสูงกว่ายอดขาย ก็ต้องบอกว่าอันนั้นจะเป็นมุมของงบการเงินรวมนะคะ ก็ขออนุญาตตัดภาพมาเป็นภาพเล็กก่อนนะคะ ภาพของตัวธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือว่าตัว 7-ELEVEN ค่ะ ก็จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้วไตรมาส 2 ตัว SG&A โตประมาณสัก 4% กว่าๆ นะคะ โตต่ำกว่ายอดขายนะคะ เราพยายามมีการบริหารจัดการในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่อาจจะไม่จำเป็น พยายามลดทอน พยายามดูให้ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น เข้มงวดกับเรื่องของการใช้ค่าใช้จ่ายมากขึ้น แล้วก็อย่างที่น้องเรียนแจ้งเป็นเบื้องต้นก็คือว่าเรามีการปิดไฟนะคะ ก็ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วก็ช่วยในระดับหนึ่งเลยนะคะ เนื่องจากว่าจริงๆ ไตรมาส 2 ของปีนี้อุณหภูมิสูงกว่าปีที่แล้ว 1 องศากว่าๆ เลย จริงๆ มันกระทบต่อหน่วยไฟที่ใช้ในร้านในระดับหนึ่งเลย แต่ว่าพอเรามีมาตรการในการลดหน่วยไฟต่างๆ ก็เลยส่งผลให้ภาพรวมของค่าไฟไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นนะคะ แล้วเราก็มีการควบคุมค่าใช้จ่ายใน Item อื่นๆ ด้วยนะคะ ก็ทำให้ตัว Total SG&A ของตัวธุรกิจ 7-ELEVEN ไม่ได้โตไปกว่ายอดขายในไตรมาส 2 แต่ทีนี้ในภาพของงบการเงินรวมค่ะ ก็ต้องเรียนแจ้งว่าทาง CP Axtra เองเขาก็มีการจัด Update ไปแล้วนะคะตอนช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานะคะ เขาก็จะมีการรายงานในเรื่องของตัวค่าใช้จ่ายที่เขาปรับเพิ่มขึ้นนะคะ ก็จะเป็นเพื่อธุรกิจในอนาคต อันนี้ถ้านักลงทุนสามารถไปฟัง Update ของทาง CP Axtra ได้นะคะ ก็จะเป็นผลที่ทำให้ตัวภาพของ SG&A ในภาพรวมในงบการเงินรวมอาจจะโตเร็วกว่ายอดขายนะคะ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต อันนี้ก็ลองไปฟังรายละเอียดกันได้นะคะ ถัดมานะคะก็จะเป็นผลกระทบของราคาน้ำมันกับตัวไทยช่วยไทยนะคะ ก็อย่างที่เรียนแจ้งไปตอนต้นนะคะ สำหรับไตรมาส 3 เองเราเห็นราคาน้ำมันทยอยปรับลดลงมาในระดับหนึ่งนะคะ แต่ก็ต้องเรียนแจ้งว่าถ้าเทียบกับก่อนสงครามก็ยังสูงกว่าอยู่นะคะ เพราะฉะนั้นผลกระทบที่จะกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่เป็น Reported นะคะ ก็คิดว่าน่าจะยังมีอยู่ใน Second Half ในครึ่งปีหลัง แต่ว่าก็อาจจะน้อยลง แล้วก็ถ้าเรามีตัว Product Margin ที่ยังโตได้อยู่นะคะ ก็อาจจะยังเห็นการเติบโต เราหวังว่าเราจะได้เห็นการเติบโตของตัว Reported Gross Profit Margin ใน Second Half นี้นะคะ โดยรวมยอดขายทั้งปีน่าจะโตประมาณเท่าไหร่ ก็ต้องเรียนแจ้งนะคะที่อธิบายไปตอนต้นนะคะว่ายอดขายรวมของธุรกิจร้านสะดวกซื้อเลยจะมาจาก 2 ปัจจัยหลักๆ ก็คือมาจาก Same Store บวกกับ New Store นะคะ ซึ่ง Same Store เองเราก็ตั้งเป้าไว้อยู่ที่ประมาณ Benchmark กับ Thai GDP ก็อาจจะ 1.5%-2% ของปีนี้ แล้วก็บวกการเติบโตของร้านสาขาใหม่ที่เราเปิด 700 สาขาในทุกๆ ปีนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาพที่เราคาดการณ์ตัวยอดขายที่คิดว่าจะเติบโตในปีนี้นะคะ สำหรับงบลงทุนนะคะว่าเราใช้งบลงทุนเท่าไหร่ จริงๆ งบลงทุนของเราค่อนข้างใกล้เคียงเดิม อยู่ที่ประมาณ 12,000 ถึง 13,600 นะคะ ครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องของการเปิดร้านสาขาแล้วก็ทำ Store Renovation นะคะ อีกครึ่งหนึ่งก็จะเป็นเรื่องของการ Support ภายใน ไม่ว่าจะเป็นระบบ IT ที่เราใช้ หรือว่าเรื่องของ DC ต่างๆ ที่เราอาจจะมีการสร้างทุกๆ เวลาเรามีร้านสาขาเพิ่มขึ้นกี่พันสาขา เราก็อาจจะมี DC เพิ่มขึ้นมาอีกสักหนึ่งแห่ง ก็ต้องบอกว่าทั้งปีเราจะใช้อยู่ในกรอบเท่านี้นะคะ ไม่ได้เกินไปกว่านี้ สำหรับปีนี้ก็เช่นกัน เราก็ยังใช้อยู่ในกรอบนี้เหมือนเดิมค่ะ ไตรมาสไหนของปีที่เป็น Seasonal นะคะ Q1 Q2 Q3 Q4 ก็จริงๆ ธุรกิจร้านสะดวกซื้อนะคะ ดูง่ายๆ เลยค่ะ 7-Eleven ชอบอากาศร้อน ชอบแดดจัดๆ ชอบวันหยุดยาวนะคะ แน่นอน เพราะฉะนั้นไตรมาสที่เป็น High Season ของเราก็จะเป็นไตรมาสที่มีกิจกรรมเยอะ ก็ไตรมาส 2 นะคะ มีสงกรานต์ อากาศร้อน แล้วก็ไตรมาส 4 นะคะ มีวันหยุดยาว มี Celebration มีนักท่องเที่ยวมา มีการเดินทางนะคะ คือถ้ามี Factor เหล่านี้เกิดขึ้นนะคะ ที่น้องเรียนแจ้งไปว่าสองเดือนแรกของไตรมาส 2 ก็ยังดีจากอากาศร้อน จากวันหยุดยาว จากเทศกาลต่างๆ ถ้ามีสักสามสี่ปัจจัยนี้ เราก็อุ่นใจได้ว่าเราน่าจะเห็นยอดขายของ 7-Eleven ที่ยังไปได้ดีอยู่นะคะ ถ้าไม่มี Factor อื่นๆ มากระทบ Factor ที่เราไม่คาดคิด ก็คิดว่าด้วยปัจจัยเหล่านี้ค่ะ ก็จะทำให้ยอดขายของตัว 7-Eleven เองไปต่อได้นะคะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคำถามคล้ายๆ กันนะคะ ผลประกอบการของบริษัทย่อยอื่นๆ นะคะ ก็ต้องบอกว่าถ้าดูในมุมของตัวอัตรากำไรขั้นต้นแล้วกันนะคะ ก็จริงๆ ต้องบอกว่าตัว CVS เองตัวอัตรากำไรขั้นต้น Flat ใช่ไหมคะ Year on Year ทีนี้ภาพรวมของงบการเงินรวมก็ Flat ทั้งที่เอาจริงๆ แล้ว CP Axtra ซึ่งเป็นบริษัทย่อยตัวใหญ่สุดของเราก็อาจจะรายงานผลประกอบการในมุมของอัตรากำไรขั้นต้นที่ Soft ลงไปนะคะ ก็ต้องบอกว่านั่นก็แปลได้ว่าบริษัทย่อยอื่นๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็น CPRAM ไม่ว่าจะเป็น Counter Service หรืออะไรก็แล้วแต่ เขามีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องนะคะ ก็อย่างที่เรียนแจ้งไปว่าจริงๆ แล้วบริษัทเรามีมาตรการ มี Policy ในการที่ควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพิ่มยอดขาย ควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย ซึ่งเราไม่ได้ทำเฉพาะร้านสะดวกซื้ออย่างเดียว เราก็ Deploy สิ่งเหล่านี้ลงไปในบริษัทย่อยด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นเองก็ต้องบอกว่าบริษัทย่อยอื่นๆ เขาก็ทำได้ดีในไตรมาส 2 ด้วยนะคะ อยากทราบว่ารายได้และกำไรจากร้าน Store Business Partner ถูกบันทึกเข้าไปในงบการเงินเฉพาะกิจการทั้งหมดหรือว่าเฉพาะแค่ส่วนที่ CP All ถือสัดส่วนอยู่นะคะ ก็ต้องบอกว่า CP All Consolidated ทั้งหมดนะคะ ทั้งร้านที่เป็นตัวร้านของบริษัทและร้านที่เป็น Store Business Partner นะคะ เรา Consolidated เข้ามาทุกบรรทัด แล้วเราก็จะมีการแชร์กลับไปในบรรทัดที่เป็นกำไรขั้นต้น แล้วเราก็ Book เข้าไปในตัว SG&A นะคะ ถ้าทุกท่านเห็นในหน้า Presentation ของ SG&A มันจะมีชื่อเขียนว่า Store Management Fee นะคะ นั่นก็จะเป็นสิ่งที่เราแชร์กลับไปให้กับ SBP นะคะ แต่ว่าในภาพของงบการเงินรวมทั้งหมด เรา Consolidated เข้ามาทุกบรรทัดนะคะ ก็เข้าใจว่าน่าจะคำถามคล้ายๆ กันนะคะของท่านนักลงทุน คำถามสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของ CP All ยังได้รับผลกระทบจาก Cannibalization อยู่ไหมนะคะ ระหว่าง Offline กับ Online ก็ต้องบอกว่าจริงๆ เรามีการวิเคราะห์ในมุมของยอดขายใน Offline และ Online ในช่วงที่เป็น Peak Period ก็ต้องบอกว่าจริงๆ ค่อนข้างต่างกันนะคะ ในตอนช่วงเช้าเองเราจะเห็นยอดขาย Peak อยู่ที่ Offline นะคะ อาจจะเป็นช่วงคนไปทำงาน นักเรียนไปโรงเรียนนะคะ แต่พอช่วงประมาณสักเลยเก้าโมงไปแล้ว เก้าโมงสักถึงสิบเอ็ดโมง เราจะเห็น Peak Period อยู่ที่ Online แล้วเขาก็จะแตะมุมกันนะคะ ก็เข้าใจว่าทุกๆ ท่านเองน่าจะพอเข้าไปอยู่ในที่ตัวเองแล้ว อากาศร้อนแล้วหรือว่าฝนตกแล้ว ก็ไม่อยากจะเดินลงไปซื้อเอง แล้วก็กดสั่งผ่านแอปพลิเคชันของเรานะคะ อันนี้ก็จะเป็น Peak Period ที่สลับช่วงกันนะคะ เพราะฉะนั้นก็สามารถตอบได้ว่าในมุมของ Cannibalization เองก็น่าจะลดน้อยลงมากๆ แล้วนะคะ สำหรับตัว Offline และ Online นะคะ อันนี้ก็ใกล้หมดเวลาพอดีนะคะ คิดว่าคำถามครบถ้วนแล้วนะคะสำหรับวันนี้ ขอบคุณนักลงทุนทุกท่านมากๆ เลยนะคะที่ให้ความสนใจกับ CP All อย่างต่อเนื่องนะคะ ถ้ายังไงมีคำถามเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อมาที่ IR Team ได้นะคะ แล้วก็ยังไงพบกันใหม่ไตรมาสหน้านะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ปัณฑารี นันทนาคม: ขอบคุณท่านนักลงทุนทุกท่านนะคะที่ให้ความสนใจส่งคำถามมาล่วงหน้านะคะ สำหรับ CP ALL เอง ก็มีคำถามนะคะว่า Same Store ในไตรมาสสองอยู่ที่บวก 0.8 นะคะ แล้วก็ตัวยอดซื้อต่อบิลอยู่ประมาณ 90 Traffic 959 คนต่อร้านต่อวันนะคะ ก็ถามว่าครึ่งปีหลังเราคาดว่า Same Store จะเป็นประมาณเท่าไหร่ Traffic จะเท่าไหร่นะคะ ก็ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วภาพทั้งปี อย่างที่น้องเรนแจ้งไปค่ะ ครึ่งปีแรกเอง หรือว่าแม้กระทั่งไตรมาสสองเอง ตัว GDP ที่ปรับเพิ่มขึ้นนั่นค่ะ ส่วนใหญ่ก็มาจากภาคส่งออกเป็นหลักนะคะ เพราะฉะนั้นเองในภาคของตัว Consumption การบริโภคภายในประเทศเองก็ยังค่อนข้างเปราะบางนะคะ เราเองก็เป็นหนึ่งที่อยู่ในภาคการบริโภคด้วยนะคะ ก็ต้องบอกว่าเราก็ทำงานอย่างหนักนะคะ 7-Eleven เราก็พยายามนำเสนอสินค้าต่างๆ ที่เราคิดว่าถูกอกถูกใจลูกค้านะคะ เพื่อที่ทั้งหมดทั้งมวลจะดึงลูกค้าให้สามารถเข้ามาในร้านเราได้มากขึ้นนะคะ ไม่ว่าจะซื้อผ่าน Offline Online ก็ตามนะคะ หรือว่าออกโปรโมชันต่างๆ นะคะ เพื่อดึงดูดลูกค้า หรือทำให้ลูกค้าสนใจ หรือว่าเข้ามาในร้านเราแล้วรู้สึกว่า "มีโปรแบบนี้ด้วย มีสินค้าใหม่แบบนี้ด้วย" นะคะ เพราะฉะนั้นเองเราทำทุกวิธีทางเลยค่ะที่จะสามารถดึงในมุมทั้ง Traffic นะคะ แล้วก็ทั้งตัว Spending Per Ticket นะคะ ตัวยอดซื้อต่อบิล เราพยายามจะปรับให้มันสูงขึ้นแล้วกันนะคะ ทีนี้ก็ต้องบอกว่าขออนุญาตเป็นภาพทั้งปีเลยแล้วกันนะคะ สำหรับตัว Same Store เอง ปกติเราก็จะสื่อสารอยู่ตลอดว่าเราพยายามจะเปรียบเทียบตัวเรากับตัว Thai GDP นะคะ ซึ่งปัจจุบันคาดการณ์ของ Thai GDP ของปีนี้ 2568 ก็อยู่ประมาณสัก 2% เราก็พยายามที่จะ In Line กับตัว Thai GDP นะคะ ในมุมของ Same Store Sales Growth นะคะ ก็ไม่ว่าจะมาจากฝั่งของ Traffic หรือว่าจะมาจากฝั่งของตัวยอดซื้อต่อบิล เราแฮปปี้หมดค่ะ เราพยายามทำทั้งสองทางให้ดีขึ้นนะคะ ทีนี้เราก็ต้องมาดูว่าในช่วงปลายปีเอง ไตรมาสสี่ จำนวนนักท่องเที่ยวจะกลับมามากน้อยแค่ไหนนะคะ ก็ต้องเรียนแจ้งว่าครึ่งปีแรกเอง เนื่องจากว่ามี Conflict ตัวของตะวันออกกลางนะคะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวในฝั่งของยุโรปเองหรือว่าในฝั่งของตะวันออกกลาง เราเห็นจำนวนที่มันลดลงนะคะ แต่ว่าเราก็ได้นักท่องเที่ยวจีนที่ยังอยู่ในฝั่งขึ้นอยู่นะคะ เราก็หวังว่าทั้งปี ครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาสสี่ที่ปกติจะเป็น Festive Season เป็น High Season อยู่แล้ว เราจะมีในมุมของนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาเพิ่มขึ้นนะคะ แล้วก็ตัว Local ด้วยนะคะ ตัวคนไทยเองด้วย ก็หวังว่าจะมีการเดินทาง มี Mobility ที่ดีขึ้นนะคะ ก็คิดว่าในมุมของ Same Store เองทั้งปี เราก็ยังเปรียบเทียบตัวเองกับตัว Thai GDP อยู่นะคะ ถัดมา งั้นขออนุญาตอัปเดตเลย ก็คือตัวภาพ Quarter to Date ของตัว Same Store นะคะ ก็ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วไตรมาสสามเอง เนื่องจากว่าอย่างที่น้องเรนแจ้งไป เราไม่ได้เข้าร่วมโครงการตัว Thai Chuay Thai Plus นะคะ เพราะฉะนั้น Benefit ตรงนี้เองเราอาจจะไม่ได้นะคะ ก็ต้องบอกว่าเราก็เลยมีกลยุทธ์ในเรื่องของสินค้าที่เราพยายามจะออกสินค้าที่มีความแตกต่าง ออกสินค้าที่ใหม่ตลอดเวลา เพื่อเราจะดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาในร้านเรานะคะ ก็ต้องบอกว่าในช่วง Quarter to Date ที่เกิดขึ้นนะคะ สินค้าที่เรานำเสนอก็ยังดึงดูดลูกค้าได้ดีอยู่ เราก็ยังเห็น Trend ตัว Same Store ที่ยังเป็นบวกบางๆ อยู่นะคะ สำหรับ Quarter to Date ในไตรมาสสามนะคะ ถัดมาก็จะเป็นคำถามในเรื่องของตัว Gross Margin ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือว่า 7-Eleven นะคะ ว่าอยู่ที่ 29.3% บริษัทตั้งเป้าขยายตัวเนื่องจาก Product Mix โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มในครึ่งปีหลังยังไงบ้างนะคะ ก็ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วในภาพทั้งปีเลยค่ะ เราตั้งเป้าที่เราจะขยายตัว Gross Profit Margin ประมาณ 10-20 Basis Points นะคะ ก็เข้าใจถูกต้องเลยค่ะ เราพยายามจะขยายตัวอัตรากำไรขั้นต้นผ่านกลยุทธ์ด้านสินค้านะคะ แน่นอนก็ยังคงเป็นกลุ่มของ Ready to Drink Ready to Eat นะคะ แล้วก็เป็นกลุ่มของเครื่องดื่มนะคะ ก็ต้องบอกว่าครึ่งปีแรกเองเราก็ได้ Benefit จากกลุ่มนี้ด้วยนะคะ นอกจาก Ready to Eat เราได้กลุ่มของเครื่องดื่มมาเสริมทัพนะคะ เพราะว่าอากาศร้อนมากตั้งแต่ต้นปีนะคะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เรายังดำเนินต่อไปนะคะ อย่างที่บอก เราก็พยายามจับ Trend ลูกค้า อย่างที่น้องเรนแจ้งไปว่าช่วงนี้ถ้าเป็นช่วงที่คนหันมาออกกำลังกาย ดูแลร่างกาย เราก็นำเสนอสินค้าใหม่ๆ ที่ตาม Trend ตามโจทย์พวกนี้นะคะ ซึ่งก็ต้องบอกว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีเลย ก็ต้องขอบคุณลูกค้าทุกท่านมากๆ นะคะที่ยังอุดหนุน 7-Eleven อย่างต่อเนื่อง แล้วก็กลุ่มนี้เองก็เป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างดีด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นเราก็หวังว่าในครึ่งปีหลังนะคะ เราจะสามารถขยายตัวอัตรากำไรขั้นต้นได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ทีนี้ก็ต้องมาดูด้วย เนื่องจากว่าอย่างที่รายงานไปเบื้องต้นนะคะ จริงๆ Product Margin เรามีการเติบโตนะคะ 20 Basis Points Year on Year แต่ว่าในมุมของตัว Reported Gross Profit Margin เองมันยืน Flat นะคะที่ 29.3% เนื่องจากว่ามีผลกระทบของเรื่องตัวราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นจากตัวสงครามที่ตะวันออกกลางนะคะ ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าในครึ่งปีหลังเอง ถ้าราคาน้ำมันปรับลงมาแล้วนะคะ ผลกระทบของตัวราคาน้ำมันที่ลดลงมา แต่ก็ยังสูงอยู่ก่อนที่จะมีภาวะสงครามนะคะ ตัวนี้เองผลกระทบเขาลดน้อยลง และถ้าตัวสินค้าเราก็ยังเติบโตได้ตามที่เราคาดหวังไว้ เราก็หวังว่าตัว Reported Gross Profit Margin น่าจะยังเห็นการเติบโตได้ไม่มากก็น้อยนะคะในครึ่งปีหลังนี้นะคะ ถัดมาก็มีนักลงทุนถามในเรื่องของตัว Cash Cycle Day นะคะ ว่าตัวงบรวมเอง Cash Cycle Day ลดลงนะคะจาก 25 มาอยู่ประมาณสัก 22 วัน ซึ่งหลักๆ ก็ลงมาจากตัว AP Day นะคะที่สั้นลง ก็ต้องเรียนแจ้งว่าจริงๆ แล้วปีที่แล้วนะคะ ตัวไตรมาสสองก็มี AP Day ที่สั้นลงเช่นกันนะคะ ก็อาจจะเกิดจากการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเวลาเรามีสินค้าที่เป็นกลุ่มของ Food and Drink มากขึ้นค่ะ กลุ่มของ Food เองเขาก็จะมี AP Day ที่ค่อนข้างสั้นนะคะ เพราะฉะนั้นในแต่ละรอบที่เรามีการ Order สินค้ากลุ่ม Food เยอะในไตรมาสนี้ หรือว่ามีการ Stock สินค้าไว้ เพราะเราคิดว่ากลุ่ม Food จะขายดีในไตรมาสนี้ เป็นช่วง Seasonal หรืออะไรก็ตามค่ะ เราก็อาจจะเห็น AP Day ที่สั้นลงนะคะ ทีนี้ก็ต้องเรียนแจ้งว่าในมุมของบริษัทเอง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือว่าธุรกิจอื่นๆ ภายใต้ CP ALL Group เองนะคะ ก็ต้องบอกว่าเราพยายามจะ Maintain ตัว Cash Cycle Day ให้ยังคงเป็น Negative อยู่นะคะ ซึ่งก็ Negative ต่อเนื่องมาโดยตลอดนะคะ ทั้งตัว 7-Eleven แล้วก็ตัวธุรกิจอื่นๆ ด้วยนะคะ ถัดมา ตัว Same Store Trend ของไตรมาส 3 ก็เรียนแจ้งไปแล้วนะคะว่า Quarter to Date ก็ยังพอไปได้อยู่นะคะ Trend ก็ยังต่อเนื่องมาจากไตรมาส 2 อยู่นะคะ ตัวเลขค่อนข้างใกล้เคียงกันนะคะ มีท่านนักลงทุนถามว่าลูกค้าที่ลดลงแต่ Basket Size ที่เพิ่มขึ้น มองว่าเป็นเรื่องชั่วคราวหรือว่าเป็นโครงสร้างนะคะ อย่างที่บอกค่ะ เรียนแจ้งตัว Traffic เองอาจจะเป็นสิ่งที่บริษัทไม่สามารถ Control ได้ จริงๆ ก็ไม่สามารถ Control ได้ทั้ง 2 Item นะคะ แต่ว่าสิ่งที่เราพยายามทำก็คือเรามีกลยุทธ์ด้านสินค้าที่เราคิดว่าเราจะนำเสนอสินค้าต่างๆ เมนูใหม่ๆ ที่ให้ลูกค้าเข้าร้านเราได้มากขึ้นนะคะ หรือว่าถ้าหลายๆ ท่านเป็นแฟนของ 7-Eleven ก็จะเห็นโปรโมชันที่เราบอกว่าซื้อข้าวบวกน้ำก็จะได้ส่วนลดอะไรอย่างนี้ค่ะ ซื้อคู่ถูกกว่าอะไรพวกนี้ค่ะ มันก็จะเป็นสิ่งที่สนับสนุนให้ลูกค้าซื้อของใน Basket ที่ใหญ่ขึ้น ใน Item ที่เยอะขึ้น แล้วก็ได้โปรโมชันอะไรพวกนี้ค่ะ ก็จะเป็นสิ่งที่เราพยายามทำ ในเมื่อตัว Traffic เราอาจจะคาดการณ์แล้วว่าถ้าไตรมาส 3 สมมติว่าฝนตกหนักมากๆ เราอาจจะมีจำนวนคนเข้าร้านที่น้อยลง เราก็อาจจะต้องดูว่าแล้วเราจะเพิ่มตัวยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันปรับเพิ่มขึ้นได้จากขาไหน ก็แน่นอนในเมื่อตัวขา Q เราคาดการณ์แล้วอาจจะมาไม่เยอะ เราก็ต้องไปเพิ่มขา P เพื่อให้สุดท้ายแล้วตัว Baht per Store per Day ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันปรับเพิ่มขึ้นนะคะ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่เราพยายามทำมาโดยตลอด ก็ยังทำต่อนะคะ ถัดมาก็จะเป็นเรื่อง Margin เหมือนกันนะคะ แล้วก็ถัดมาถามเรื่องของการเปิดสาขานะคะ ว่ามองว่าการเปิดสาขาใหม่ 700 สาขายัง Continue ที่จะมีการเติบโตเสริมยอดขายอยู่ไหมนะคะ ก็ต้องบอกว่าจากผลประกอบการที่เราเรียนแจ้งไปนะคะว่าตัวยอดขายเองเราก็ยังเติบโตอยู่นะคะ ซึ่งยอดขายอย่างที่ทุกท่านทราบกันก็มาจากตัว Same Store แล้วก็บวกกับ New Store ที่เราเปิดเพิ่มในแต่ละไตรมาสนะคะ ก็ต้องบอกว่าตัวเลขที่ทุกท่านเห็นค่ะ ก็เป็นการพิสูจน์ได้ว่าการเปิดร้านสาขาใหม่ยังช่วยส่งเสริมการเติบโตของยอดขายของร้านสะดวกซื้อได้อย่างต่อเนื่องนะคะ เพราะฉะนั้นแผนการขยายสาขาก็ทั้งปีนี้ก็ยังคงยืนที่ 700 สาขาเหมือนเดิมนะคะ แล้วก็เป้าสำหรับตัว Physical Store เองเราก็ยังตั้งเป้าไว้ที่ 20,000 สาขาอยู่นะคะ แต่ว่าอย่างที่เคยเรียนแจ้งค่ะ ถ้า ณ วันที่เราแตะ 20,000 สาขาแล้ว เราอาจจะมาพิจารณากันดูอีกทีว่า ณ จุดนั้นแล้วสภาพเศรษฐกิจเป็นยังไง ความคุ้นเคยของคนต่อ IT ต่อออนไลน์เป็นแบบไหน เราก็อาจจะมาพิจารณากันอีกทีหนึ่งว่าในมุมของการเปิด Physical Store เราจะเปิดในจำนวนหรือสัดส่วนประมาณเท่าไหร่ดี ให้เหมาะสมกับธุรกิจของเราได้มากที่สุดในช่วงนั้นนะคะ มีนักลงทุนถามว่าถ้าไม่นับการเปิดสาขาใหม่ ไม่นับต้นทุนทางการเงิน กำไรธุรกิจหลักของ CP ALL โตประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องเรียนแจ้งว่าจริงๆ แล้วธุรกิจหลักของ CP ALL นะคะ ก็คือธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ก็คืออย่างที่น้องเรียนแจ้งไป สามารถดูได้ในงบเฉพาะกิจการเลยนะคะ อันนั้นก็จะเป็นธุรกิจหลักของ 7-Eleven ซึ่งในมุมของบริษัทเองค่ะ เรามองว่าไม่ว่าจะเป็น Same Store ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านสาขาใหม่นะคะ หรือว่าจะเป็นต้นทุนทางการเงิน ทั้งหมดมีส่วนสัมพันธ์กับการเติบโตของธุรกิจทั้งหมดนะคะ เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ได้มีการถอด Item ใดออกไปนะคะ เนื่องจากว่า Same Store เองก็เป็นผลของการดำเนินงาน ตัวการเปิดร้านสาขาเองก็เป็นส่วนเสริมยอดขายเหมือนกันนะคะ ตัวเงินกู้ที่เรามีอันนั้นก็เป็นส่วนที่เอามาใช้ในการดำเนินการธุรกิจเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นทั้งหมดทั้งมวลค่ะ ก็จะรวมอยู่ในงบเฉพาะกิจการนะคะที่เป็นธุรกิจหลักของตัว 7-Eleven ภายใต้ CP ALL นะคะ มีสอบถามเข้ามาถึงตัว Operating Leverage นะคะ ในเรื่องของตัวการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายหรือว่า SG&A ที่เพิ่มสูงกว่ายอดขาย ก็ต้องบอกว่าอันนั้นจะเป็นมุมของงบการเงินรวมนะคะ ก็ขออนุญาตตัดภาพมาเป็นภาพเล็กก่อนนะคะ ภาพของตัวธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือว่าตัว 7-Eleven ค่ะ ก็จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้วไตรมาส 2 ตัว SG&A โตประมาณสัก 4% กว่าๆ นะคะ โตต่ำกว่ายอดขายนะคะ เราพยายามมีการบริหารจัดการในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่อาจจะไม่จำเป็นนะคะ พยายามลดทอน พยายามดูให้ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น เข้มงวดกับเรื่องของการใช้ค่าใช้จ่ายมากขึ้น แล้วก็อย่างที่น้องเรียนแจ้งไปเบื้องต้นก็คือว่าเรามีการปิดไฟนะคะ ก็ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วก็ช่วยในระดับหนึ่งเลยนะคะ เนื่องจากว่าจริงๆ ไตรมาส 2 ของปีนี้ค่ะ อุณหภูมิสูงกว่าปีที่แล้ว 1 องศากว่าๆ เลย จริงๆ มันกระทบต่อหน่วยไฟที่ใช้ในร้านในระดับหนึ่งเลย แต่ว่าพอเรามีมาตรการในการลดหน่วยไฟต่างๆ ค่ะ ก็เลยส่งผลให้ภาพรวมของค่าไฟไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นนะคะ แล้วเราก็มีการควบคุมค่าใช้จ่ายใน Item อื่นๆ ด้วยนะคะ ก็ทำให้ตัว Total SG&A ของตัวธุรกิจ 7-Eleven ไม่ได้โตไปกว่ายอดขายนะคะในไตรมาสสอง แต่ทีนี้ในภาพของงบการเงินรวม ก็ต้องเรียนแจ้งว่าทาง CP Axtra เองเขาก็มีการจัด Opportunity Day ไปแล้วตอนช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานะคะ เขาก็จะมีการรายงานในเรื่องของตัวค่าใช้จ่ายที่เขาปรับเพิ่มขึ้น ก็จะเป็นเพื่อธุรกิจในอนาคต อันนี้ถ้านักลงทุนสามารถไปฟัง Opportunity Day ของทาง CP Axtra ได้นะคะ ก็จะเป็นผลที่ทำให้ตัวภาพของ SG&A ในภาพรวมในงบการเงินรวมอาจจะโตเร็วกว่ายอดขายนะคะ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อรับรองการเติบโตของธุรกิจในอนาคต อันนี้ก็ลองไปฟังรายละเอียดกันได้นะคะ ถัดมาก็จะเป็นผลกระทบของราคาน้ำมันกับตัว Thai Chuay Thai นะคะ ก็อย่างที่เรียนแจ้งไปตอนต้นนะคะ สำหรับไตรมาสสามเองเราเห็นราคาน้ำมันทยอยปรับลดลงมาในระดับหนึ่งนะคะ แต่ก็ต้องเรียนแจ้งว่าถ้าเทียบกับก่อนสงครามก็ยังสูงกว่าอยู่นะคะ เพราะฉะนั้นผลกระทบที่จะกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่เป็น Reported ก็คิดว่าน่าจะยังมีอยู่ใน Second Half ในครึ่งปีหลัง แต่ว่าก็อาจจะน้อยลง แล้วก็ถ้าเรามีตัว Product Margin ที่ยังโตได้อยู่นะคะ ก็อาจจะยังเห็นการเติบโต เราหวังว่าเราจะได้เห็นการเติบโตของตัว Reported Gross Profit Margin ใน Second Half นี้นะคะ โดยรวมยอดขายทั้งปีน่าจะโตประมาณเท่าไหร่ ก็ต้องเรียนแจ้งนะคะที่อธิบายไปตอนต้นว่ายอดขายรวมของธุรกิจร้านสะดวกซื้อเลยจะมาจากสองปัจจัยหลักๆ ก็คือมาจาก Same Store บวกกับ New Store นะคะ ซึ่ง Same Store เองเราก็ตั้งเป้าไว้อยู่ที่ประมาณ Benchmark กับ Thai GDP ก็อาจจะ 1.5% ถึง 2% ของปีนี้ แล้วก็บวกการเติบโตของร้านสาขาใหม่ที่เราเปิด 700 สาขาในทุกๆ ปีนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาพที่เราคาดการณ์ตัวยอดขายที่คิดว่าจะเติบโตในปีนี้นะคะ สำหรับงบลงทุนนะคะว่าเราใช้งบลงทุนเท่าไหร่ จริงๆ งบลงทุนของเราค่อนข้างใกล้เคียงเดิมนะคะ อยู่ที่ประมาณ 12,000 ถึง 13,600 นะคะ ก็ครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องของการเปิดร้านสาขาแล้วก็ทำ Store Renovation นะคะ อีกครึ่งหนึ่งก็จะเป็นเรื่องของการ Support ภายในนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบ IT ที่เราใช้ หรือว่าเรื่องของ DC ต่างๆ นะคะที่เราอาจจะมีการสร้างทุกๆ เวลาเรามีร้านสาขาเพิ่มขึ้นกี่พันสาขา เราก็อาจจะมี DC เพิ่มขึ้นมาอีกสักหนึ่งแห่งอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็ต้องบอกว่าทั้งปีเราจะใช้อยู่ในกรอบเท่านี้นะคะ ไม่ได้เกินไปกว่านี้สำหรับปีนี้ ก็เช่นกัน เราก็ยังใช้อยู่ในกรอบนี้เหมือนเดิมค่ะ ไตรมาสไหนของปีที่เป็น Seasonal นะคะ หนึ่ง สอง สาม สี่ ก็จริงๆ ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อนะคะ ดูง่ายๆ เลยค่ะ 7-Eleven ชอบอากาศร้อน ชอบแดดจัดๆ ชอบวันหยุดยาว แน่นอน เพราะฉะนั้นไตรมาสที่เป็น High Season ของเราก็จะเป็นไตรมาสที่มีกิจกรรมเยอะ ก็ไตรมาสสองนะคะ มีสงกรานต์ อากาศร้อน แล้วก็ไตรมาสสี่นะคะ มีวันหยุดยาว มี Celebration มีนักท่องเที่ยวมา มีการเดินทางนะคะ คือถ้ามี Factor เหล่านี้เกิดขึ้น อย่างที่น้องเรียนแจ้งไปว่าสองเดือนแรกของไตรมาสสองก็ยังดีจากอากาศร้อนนะ จากวันหยุดยาว จากเทศกาลต่างๆ อะไรอย่างนี้ค่ะ ถ้ามีสักสามสี่ปัจจัยนี้ เราก็อุ่นใจได้ว่าเราน่าจะเห็นยอดขายของ 7-Eleven ที่ยังไปได้ดีอยู่นะคะ ถ้าไม่มี Factor อื่นๆ มากระทบ Factor ที่เราไม่คาดคิดอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็คิดว่าด้วยปัจจัยเหล่านี้ค่ะ ก็จะทำให้ตัวยอดขายของตัว 7-Eleven เองไปต่อได้นะคะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคำถามคล้ายๆ กันนะคะ ผลประกอบการของบริษัทย่อยอื่นๆ นะคะ ก็ต้องบอกว่าถ้าดูในมุมของตัวอัตรากำไรขั้นต้นแล้วกันนะคะ ก็จริงๆ ต้องบอกว่าตัว CVS เอง ตัวอัตรากำไรขั้นต้น Flat ใช่ไหมคะ Year on Year ทีนี้ภาพรวมของงบการเงินรวมก็ Flat ทั้งที่เอาจริงๆ แล้ว CP Axtra ซึ่งเป็นบริษัทย่อยตัวใหญ่สุดของเรานะคะ ก็อาจจะรายงานผลประกอบการในมุมของอัตรากำไรขั้นต้นที่ Soft ลงไปนะคะ ก็ต้องบอกว่านั่นก็แปลได้ว่าบริษัทย่อยอื่นๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็น TP-Link ไม่ว่าจะเป็น Counter Service หรืออะไรก็แล้วแต่ เขามีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องนะคะ ก็อย่างที่เรียนแจ้งไปว่าจริงๆ แล้วบริษัทเรามีมาตรการ มี Policy ในการที่ควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายนะคะ เพิ่มยอดขาย ควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย ซึ่งเราไม่ได้ทำเฉพาะร้านสะดวกซื้ออย่างเดียว เราก็ Deploy สิ่งเหล่านี้ลงไปในบริษัทย่อยด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นเองก็ต้องบอกว่าบริษัทย่อยอื่นๆ เขาก็ทำได้ดีในไตรมาสสองด้วยนะคะ อยากทราบว่ารายได้และกำไรจากร้าน Store Business Partner ถูกบันทึกเข้าไปในงบการเงินเฉพาะกิจการทั้งหมดหรือว่าเฉพาะแค่ส่วนที่ CP ALL ถือสัดส่วนอยู่นะคะ ก็ต้องบอกว่า CP ALL Consolidate ทั้งหมดนะคะ ทั้งร้านที่เป็นตัวร้านของบริษัทและร้านที่เป็น Store Business Partner นะคะ เรา Consolidate เข้ามาทุกบรรทัดนะคะ แล้วเราก็จะมีการแชร์กลับไปในบรรทัดที่เป็นกำไรขั้นต้นนะคะ แล้วเราก็ Book เข้าไปในตัว SG&A นะคะ ถ้าทุกท่านเห็นในหน้า Presentation ของ SG&A มันจะมีชื่อเขียนว่า Store Management Fee นะคะ นั่นก็จะเป็นสิ่งที่เราแชร์กลับไปให้กับ SBP นะคะ แต่ว่าในภาพของงบการเงินรวมทั้งหมด เรา Consolidate เข้ามาทุกบรรทัดนะคะ ก็เข้าใจว่าน่าจะคำถามคล้ายๆ กันของท่านนักลงทุน คำถามสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของ CP ALL ยังได้รับผลกระทบจาก Cannibalization อยู่ไหมระหว่าง Offline กับ Online ก็ต้องบอกว่าจริงๆ เรามีการวิเคราะห์ในมุมของยอดขายใน Offline แล้วก็ Online ในช่วงที่เป็น Peak Period ก็ต้องบอกว่าจริงๆ ค่อนข้างต่างกันนะคะ ในตอนช่วงเช้าเองเราจะเห็นยอดขาย Peak อยู่ที่ Offline นะคะ อาจจะเป็นช่วงคนไปทำงาน นักเรียนไปโรงเรียนนะคะ แต่พอช่วงประมาณสักเลยเก้าโมงไปแล้ว เก้าโมงสักถึงสิบเอ็ดโมง เราจะเห็น Peak Period อยู่ที่ Online และเขาก็จะแตะมุมกันนะคะ ก็เข้าใจว่าทุกๆ ท่านเองน่าจะพอเข้าไปอยู่ในที่ตัวเองแล้ว อากาศร้อนแล้วหรือว่าฝนตกแล้ว ก็ไม่อยากจะเดินลงไปซื้อเอง แล้วก็กดสั่งผ่านแอปพลิเคชันของเรานะคะ อันนี้ก็จะเป็น Peak Period ที่สลับช่วงกันนะคะ เพราะฉะนั้นก็สามารถตอบได้ว่าในมุมของ Cannibalization เองก็น่าจะลดน้อยลงมากๆ แล้วนะคะ สำหรับตัว Offline แล้วก็ Online นะคะ อันนี้ก็ใกล้หมดเวลาพอดีนะคะ คิดว่าคำถามครบถ้วนแล้วนะคะสำหรับวันนี้ ขอบคุณนักลงทุนทุกท่านมากๆ เลยนะคะที่ให้ความสนใจกับ CP ALL อย่างต่อเนื่องนะคะ ถ้ายังไงมีคำถามเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อมาที่ IR Team ได้นะคะ แล้วก็ยังไงพบกันใหม่ไตรมาสหน้านะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
