Q2 2026 Erawan Group PCL Earnings Call
Speaker #1: 6 เดือนแรกค่ะ เรามีรายได้รวม 3,014 ล้านบาท และ EBITDA อยู่ที่ 913 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 3% และ 4% ตามลําดับ โดย EBITDA margin ปรับขึ้นเล็กน้อยนะคะ อยู่ที่ 30.3% ค่ะ ทั้งนี้เราได้รับแรงหนุนจาก R ที่เติบโตขึ้น แล้วก็การฟื้นตัวของตลาดจีน ประกอบกับการที่เราสามารถควบคุมต้นทุนการดําเนินงานได้อย่างมีวินัยอย่างต่อเนื่องค่ะ ถัดไปค่ะ เป็นในกลุ่มของ budget และ segment นะคะ หรือว่า cop in ของเราค่ะ ในไตรมาสนี้นะคะ เราไม่มีการเปิดโรงแรมใหม่ค่ะ จากที่จากเดิมเรามีแผนที่วางไว้ 3 แห่งนะคะ เนื่องจากว่าเราอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมค่ะ ซึ่งเราได้รับใบอนุญาตและได้เปิดดําเนินการไปแล้ว 2 แห่งในเดือนกรกฎาคมค่ะ ทั้งนี้นะคะ เรายังคงเป้าหมายการเปิดโรงแรมไว้อยู่ที่ 9 แห่งค่ะ ในตลอดทั้งปีตามเดิมค่ะ ในส่วนของภาพรวมของกลุ่ม budget นะคะ คุณอภิญญาได้มีพูดถึงไปบ้างแล้วนะคะ ในส่วนตรงนี้เราก็จะมาดูกันเป็นรายประเทศกันไปนะคะ ในสําหรับประเทศไทยค่ะ GDP ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น และก็การเดินทางภายในประเทศก็ยังปรับตัวสูงขึ้นค่ะ ซึ่งก็ช่วยส่งผลให้ cop in ประเทศไทยนะคะ สามารถรักษา occupancy ได้ใกล้เคียงกับปีก่อน ขณะที่ ARR เองก็ปรับเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคเลยค่ะ ส่งผลให้เลขภายในไตรมาสนี้ก็ปรับตัวได้ดีค่ะ ถัดมาค่ะ เป็นประเทศฟิลิปปินส์ CDP ในไตรมาสนี้ก็ยังคงขยายตัวนะคะ แม้ว่าจํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะปรับตัวลดลงก็ตามนะคะ แต่ว่าเราได้แรงหนุนจากการเดินทางภายในประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ก็เป็นลูกค้าหลักของ cop in ฟิลิปปินส์อยู่แล้วค่ะ ก็ช่วยหนุนในการดําเนินงานที่เพิ่มขึ้นค่ะ ในส่วนของประเทศญี่ปุ่นนะคะ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับตัวลดลงค่ะ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ปรับตัวลดลงถึง 58% นะคะ อย่างไรก็ตามค่ะ ใน cop in ฟิลิปปินส์ของเราเองก็มีการเพิ่มสัดส่วนลูกค้าภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็จะช่วยลดความผันผวนจากการปรับตัวลดลงของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศค่ะ สุดท้ายนะคะ ประเทศเกาหลีใต้ค่ะ เอ่อ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตอย่างแข็งแกร่งเลยค่ะ เนื่องจากว่ามีมาตรการส่งเสริมจากทางภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนนะคะ และ cop in ของเราเองก็ทําผลงานได้ดีกว่าที่คาดไว้ในการดําเนินการเต็มไตรมาสแรกค่ะ ในส่วนนี้ค่ะ ในไตร เอ่อ cop in เกาหลีใต้ของเรา ถ้าจํากันได้ก็เราเปิดดําเนินการเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมนะคะ เพราะฉะนั้นในไตรมาสที่ 2 ค่ะ ก็จะถือว่าเป็นไตรมาสแรกที่เราเปิดดําเนินการเต็มรูปแบบครบไตรมาสค่ะ เมื่อเรารวมทั้ง 4 ประเทศเข้าด้วยกันนะคะ เรามาดูผลการดําเนินงานของกลุ่ม budget นะคะ เอ่อ ในกลุ่มนี้นะคะ เราก็จะเห็นว่าในโรงแรมเดิม หรือว่า same store เนี่ย same hotel เนี่ยค่ะ มี occupancy ARR ในสกุลเงินท้องถิ่นนะคะ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างละ 1% ส่งผลให้เลขภายในสกุลเงินท้องถิ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% ค่ะ โดยรายได้รวมนะคะ ของประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งนะคะ อยู่ที่ 13% ค่ะ และรายได้จากโรงแรมเดิมก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3% ค่ะ ในด้านของประเทศฟิลิปปินส์นะคะ รายได้ในสกุลเงินท้องถิ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันและสภาวะอุตสาหกรรมค่ะ จากผลการดําเนินงานดังกล่าวนะคะ ในไตรมาสที่ 2 กลุ่มโรงแรม budget เรามีรายได้รวมอยู่ที่ 535 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 8% ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 202 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อนค่ะ และเมื่อเรารวมผลการดําเนินงาน 6 เดือนแรกนะคะ จะเห็นว่าเรามีรายได้รวม 1,070 ล้านบาท เติบโต 10% และ EBITDA อยู่ที่ 424 ล้านบาท เติบโต 5% ค่ะ โดย EBITDA margin ของกลุ่มนะคะ จะยังอยู่ประมาณ 38% ขึ้นไป ซึ่งก็ยังเป็นอยู่ในระดับที่สูง สะท้อนถึงโครงสร้างต้นทุนที่เบาของกลุ่มนี้นะคะ แล้วก็แม้ว่าเราจะได้รับผลกระทบบางส่วนจากการแข็งค่าของเงินบาทก็ตาม แต่ว่าเราก็ยังสามารถคง margin ได้อยู่ในระดับที่สูงค่ะ ถัดไปนะคะ จะเป็นภาพรวมของบริษัทค่ะ เมื่อเรารวมทั้ง 2 กลุ่มเข้าด้วยกันนะคะ บริษัทมีรายได้รวม 1,828 ล้านบาทค่ะ และ EBITDA อยู่ที่ 502 ล้านบาทนะคะ และกําไรสุทธิหรือ NSAT อยู่ที่ 83 ล้านบาทค่ะ จะเห็นได้ว่าเราเติบโตในทุกส่วนเลยนะคะ จากปีก่อน โดยเฉพาะ NSAT ค่ะ ที่เติบโตอย่างชัดเจนอยู่ที่ 31% ส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากการลดลงของต้นทุนทางการเงินที่เราได้มีการดําเนินการปรับโครงสร้างเงินกู้ไปนะคะ แล้วก็ทั้งนี้นะคะ ในไตรมาสที่ 2 เรามีค่าธรรมเนียมการชําระคืนเงินกู้ก่อนกําหนดอยู่ที่ 11 ล้านบาทค่ะ ตามที่คุณอภิญญาได้เรียน เอ่อ ได้เล่าไปเมื่อตอนต้นนะคะ สําหรับงวด 6 เดือนแรกค่ะ ก่อนรายการพิเศษ บริษัทเรานะคะ มีผลการดําเนินงานที่เติบโตในทุกส่วนเช่นกันค่ะ โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 4,084 ล้านบาท EBITDA อยู่ที่ 1,334 ล้านบาท และ NSAT อยู่ที่ 472 ล้านบาท โดย EBITDA margin นะคะ ทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อนค่ะ สะท้อนให้เห็นว่าเราก็ยังคงสามารถรักษาคุณภาพของกําไรของเราไว้ได้ค่ะ ขณะที่ EBITDA ขณะที่ NSAT ของเราอ่ะค่ะ เติบโตอยู่ที่ 16% เลยนะคะ ซึ่งเป็นการสะสมจากการปรับโครงสร้างเงินกู้ตลอดครึ่งปีแรกที่เราดําเนินการมาค่ะ ทั้งนี้นะคะ ในงวดของ 6 เดือนค่ะ เรามีค่าธรรมเนียมการชําระคืนเงินกู้ก่อนกําหนดรวม 24 ล้านบาทค่ะ ถัดมานะคะ เรามาดูสถานะทางการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 2 ของเรากันค่ะ เราเองก็ยังมียังคงมีสถานะทางการเงินที่แข็งแรงอยู่นะคะ โดยเรามีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 1,210 บาทค่ะ ขณะที่ DE ratio นะคะ อยู่ที่ 1.2 เท่า ซึ่งก็ยังต่ํากว่าเงื่อนไขทางการเงินที่เราตกลงไว้กับทางธนาคารค่ะ และมีวงเงินสินเชื่อที่เรายังไม่ได้เบิกใช้กว่า 10,000 ล้านบาทค่ะ ทั้งสองนี้นะคะ สะท้อนให้เห็นถึงพื้นที่ทางการเงินที่เหลือมากพอสําหรับการรองรับแผนการลงทุนในอนาคตของเราค่ะ และในไตรมาสนี้นะคะ เรามีต้นทุนเฉลี่ยต้นทุนเงินกู้เฉลี่ยลดลงนะคะ อยู่ที่ 2.9% ค่ะ เป็นผลจากการปรับโครงสร้างเงินกู้และก็ เอ่อ ตามที่เล่าไว้ก่อนหน้านะคะ นอกจากนี้เราก็มีการเพิ่มสัดส่วนหนี้สินที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่เพิ่มขึ้นค่ะ โดยผ่านการทํา interest rate swap ปัจจุบันนะคะ จะอยู่ที่ประมาณ 7% ของเงินกู้ทั้งหมด และเราก็อยู่ในระหว่างการดําเนินการเพื่อเพิ่มสัดส่วนในตัวของดอกเบี้ยที่คงที่เพื่อลดความผันผวนของต้นทุนทางการเงินในระยะยาวค่ะ ถัดไปนะคะ ให้เป็นค่ะ
อังคณา วรพงศธร: สำหรับหกเดือนแรกค่ะ เรามีรายได้รวม 3,014 ล้านบาท และ EBITDA อยู่ที่ 913 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 3% และ 4% ตามลำดับ โดย EBITDA Margin ปรับขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 30.3% ค่ะ ทั้งนี้เราได้รับแรงหนุนจาก RevPAR ที่เติบโตขึ้น แล้วก็การฟื้นตัวของตลาดจีน ประกอบกับการที่เราสามารถควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีวินัยอย่างต่อเนื่องค่ะ ถัดไปค่ะ เป็นในกลุ่มของ Budget Segment หรือว่า Hop Inn ของเราค่ะ ในไตรมาสนี้นะคะ เราไม่มีการเปิดโรงแรมใหม่ค่ะ จากเดิมเรามีแผนที่วางไว้สามแห่งนะคะ เนื่องจากว่าเราอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมค่ะ ซึ่งเราได้รับใบอนุญาตและได้เปิดดำเนินการไปแล้วสองแห่งในเดือนกรกฎาคมค่ะ ทั้งนี้นะคะ เรายังคงเป้าหมายการเปิดโรงแรมไว้อยู่ที่เก้าแห่งในตลอดทั้งปีตามเดิมค่ะ ในส่วนของภาพรวมของกลุ่ม Budget นะคะ คุณอภิญญาได้มีพูดถึงไปบ้างแล้วนะคะ ในส่วนตรงนี้เราก็จะมาดูกันเป็นรายประเทศกันไปนะคะ ในส่วนของประเทศไทยค่ะ GDP ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น และการเดินทางภายในประเทศก็ยังปรับตัวสูงขึ้นค่ะ ซึ่งก็ช่วยส่งผลให้ Hop Inn ประเทศไทยสามารถรักษา Occupancy ได้ใกล้เคียงกับปีก่อน ขณะที่ ARR เองก็ปรับเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคเลยค่ะ ส่งผลให้ RevPAR ในไตรมาสนี้ก็ปรับตัวได้ดีค่ะ ถัดมาค่ะ เป็นประเทศฟิลิปปินส์ GDP ในไตรมาสนี้ก็ยังคงขยายตัวนะคะ แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะปรับตัวลดลงก็ตามนะคะ แต่ว่าเราได้แรงหนุนจากการเดินทางภายในประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ก็เป็นลูกค้าหลักของ Hop Inn ฟิลิปปินส์อยู่แล้วค่ะ ก็ช่วยหนุนในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นค่ะ ในส่วนของประเทศญี่ปุ่นนะคะ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับตัวลดลงค่ะ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ปรับตัวลดลงถึง 58% นะคะ อย่างไรก็ตามค่ะ ใน Hop Inn ฟิลิปปินส์ของเราเองก็มีการเพิ่มสัดส่วนลูกค้าภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็จะช่วยลดความผันผวนจากการปรับตัวลดลงของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศค่ะ สุดท้ายนะคะ ประเทศเกาหลีใต้ค่ะ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตอย่างแข็งแกร่งเลยค่ะ เนื่องจากว่ามีมาตรการส่งเสริมจากทางภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนนะค่ะ และ Hop Inn ของเราเองก็ทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดไว้ในการดำเนินการเต็มไตรมาสแรกค่ะ ในส่วนนี้ค่ะ Hop Inn เกาหลีใต้ของเรา ถ้าจำกันได้ก็เราเปิดดำเนินการเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมนะคะ เพราะฉะนั้นในไตรมาสที่สองค่ะ ก็จะถือว่าเป็นไตรมาสแรกที่เราเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบของไตรมาสค่ะ เมื่อเรารวมทั้งสี่ประเทศเข้าด้วยกันนะคะ เรามาดูผลการดำเนินงานของกลุ่ม Budget นะคะ ในกลุ่มนี้นะคะ เราก็จะเห็นว่าในโรงแรมเดิมหรือว่า Same-Hotel มี Occupancy, ARR ในสกุลเงินท้องถิ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างละ 1% ส่งผลให้ RevPAR ในสกุลเงินท้องถิ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% ค่ะ โดยรายได้รวมของประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งอยู่ที่ 13% ค่ะ และรายได้จากโรงแรมเดิมก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 13% ค่ะ ในด้านของประเทศฟิลิปปินส์นะคะ รายได้ในสกุลเงินท้องถิ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันและสภาวะอุตสาหกรรมค่ะ จากผลการดำเนินงานดังกล่าวนะคะ ในไตรมาสที่สอง กลุ่มโรงแรม Budget เรามีรายได้รวมอยู่ที่ 535 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 8% ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 202 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อนค่ะ และเมื่อเรารวมผลการดำเนินงานหกเดือนแรกนะคะ จะเห็นว่าเรามีรายได้รวม 1,070 ล้านบาท เติบโต 10% และ EBITDA อยู่ที่ 424 ล้านบาท เติบโต 5% ค่ะ โดย EBITDA Margin ของกลุ่มนะคะ จะยังอยู่ประมาณ 38% ขึ้นไป ซึ่งก็ยังอยู่ในระดับที่สูง สะท้อนถึงโครงสร้างต้นทุนที่เบาของกลุ่มนี้นะคะ แล้วก็แม้ว่าเราจะได้รับผลกระทบบางส่วนจากการแข็งค่าของเงินบาทก็ตาม แต่ว่าเราก็ยังสามารถคง Margin ได้อยู่ในระดับที่สูงค่ะ ถัดไปนะคะ จะเป็นภาพรวมของบริษัทค่ะ เมื่อเรารวมทั้งสองกลุ่มเข้าด้วยกันนะคะ บริษัทมีรายได้รวม 1,828 ล้านบาทค่ะ และ EBITDA อยู่ที่ 502 ล้านบาทนะคะ และกำไรสุทธิหรือ NPAT อยู่ที่ 83 ล้านบาทค่ะ จะเห็นได้ว่าเราเติบโตในทุกส่วนเลยนะคะจากปีก่อน โดยเฉพาะ NPAT ค่ะ ที่เติบโตอย่างชัดเจนอยู่ที่ 31% ส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากการลดลงของต้นทุนทางการเงินที่เราได้มีการดำเนินการปรับโครงสร้างเงินกู้ไปนะคะ แล้วก็ทั้งนี้นะคะ ในไตรมาสที่สองเรามีค่าธรรมเนียมการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดอยู่ที่ 11 ล้านบาทค่ะ ตามที่คุณอภิญญาได้เล่าไปเมื่อตอนต้นนะคะ สำหรับงวดหกเดือนแรกค่ะ ก่อนรายการพิเศษ บริษัทเรานะคะมีผลการดำเนินงานที่เติบโตในทุกส่วนเช่นกันค่ะ โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 4,084 ล้านบาท EBITDA อยู่ที่ 1,334 ล้านบาท และ NPAT อยู่ที่ 472 ล้านบาท โดย EBITDA Margin ทรงตัวใกล้เทียบกับปีก่อนค่ะ สะท้อนให้เห็นว่าเราก็ยังคงสามารถรักษาคุณภาพของกำไรของเราไว้ได้ค่ะ ขณะที่ NPAT ของเราเติบโตอยู่ที่ 16% เลยนะคะ ซึ่งเป็นการสะสมจากการปรับโครงสร้างเงินกู้ตลอดครึ่งปีแรกที่เราดำเนินการมาค่ะ ทั้งนี้ในงวดของ 6 เดือนค่ะ เรามีค่าธรรมเนียมการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดรวม 24 ล้านบาทค่ะ ถัดมา เรามาดูสถานะทางการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 2 ของเรากันค่ะ เราเองก็ยังคงมีสถานะทางการเงินที่แข็งแรงอยู่นะคะ โดยเรามีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 1,210 ล้านบาทค่ะ ขณะที่ D/E Ratio อยู่ที่ 1.2 เท่า ซึ่งก็ยังต่ำกว่าเงื่อนไขทางการเงินที่เราตกลงไว้กับทางธนาคารค่ะ และมีวงเงินสินเชื่อที่เรายังไม่ได้เบิกใช้กว่าหนึ่งหมื่นล้านบาทค่ะ ทั้ง 2 นี้นะคะ สะท้อนให้เห็นถึงพื้นที่ทางการเงินที่เหลือมากพอสำหรับการรองรับแผนการลงทุนในอนาคตของเราค่ะ และในไตรมาสนี้นะคะ เรามีต้นทุนเงินกู้เฉลี่ยลดลงนะคะ อยู่ที่ 2.9% ค่ะ เป็นผลจากการปรับโครงสร้างเงินกู้ตามที่เล่าไว้ก่อนหน้านะคะ นอกจากนี้เราก็มีการเพิ่มสัดส่วนหนี้สินที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่เพิ่มขึ้นค่ะ โดยผ่านการทำ Interest Rate Swap ปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 7% ของเงินกู้ทั้งหมด และเราก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อเพิ่มสัดส่วนในตัวของดอกเบี้ยที่คงที่ เพื่อลดความผันผวนของต้นทุนทางการเงินในระยะยาวค่ะ ถัดไปนะคะ เป็น
Speaker #2: ค่ะ ในวาระถัดมานะคะ ก็จะเป็น เอ่อ การอัปเดตความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาของบริษัทนะคะ ซึ่งในไตรมาสนี้นะคะ ก็จะเป็น เอ่อ การรีโนเวทโรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวันนะคะ ซึ่งได้ดําเนินการไปแล้วนะคะ ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานะคะ ก็อยากจะอัปเดตความคืบหน้าของโครงการให้ทุกท่านได้รับทราบนะคะ เอ่อ จากแพลนของบริษัทนะคะ ก็จะเป็นการอัปเดต เป็นการรีโนเวทโรงแรมนะคะ เป็นในส่วนของห้องพักแล้วก็ห้องประชุมนะคะ หรือว่า Grand Ballroom นะคะ ซึ่งจํานวนห้องพักรวมที่จะรีโนเวททั้งหมดนะคะ อยู่ที่ 380 ห้องนะคะ โดยมีงบประมาณในการปรับปรุงโรงแรมรวม 500 ล้านบาทนะคะ ไทม์ไลน์ของการรีโนเวทเนี่ย ก็จะอยู่ในระหว่างเดือนพฤษภาคมปีนี้นะคะ ไปจนถึงไตรมาสที่ 2 ปี 2027 นะคะ ก็คือปีหน้าก็จะใช้เวลารวมประมาณ 1 ปีนะคะ ซึ่งปัจจุบันเนี่ย ณ เดือนสิงหาคมนะคะ ทางบริษัทก็มี เอ่อ สามารถทําในส่วนของห้องพักนะคะ บางส่วนก็คือเป็น Garden Villa นะคะ สําเร็จหมดแล้วนะคะ เสร็จหมดแล้ว แล้วก็ในส่วนของ Grand Ballroom ก็เสร็จแล้วเช่นกันนะคะ ก็จะพร้อมที่จะเปิดให้มาทุกท่านได้มาใช้บริการแล้วนะคะ ซึ่งในส่วนของห้องพักเนี่ย ก็จะยังคงดําเนินการต่อไปนะคะ ก็มีการเริ่มทําตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แล้วก็จะไปเสร็จในไตรมาส 2 ของปีหน้าค่ะ ก็จะเป็น Room type อื่นๆ นะคะ ที่จะทยอยทํานะคะ ขึ้นอยู่กับอัตราการเข้าพักนะคะ ก็จะเลือกในช่วง low season ที่อัตราการเข้าพักค่อนข้างต่ํานะคะ ก็จะเร่งทําในช่วงเวลานั้นเพื่อลดผลกระทบกับผลประกอบการนะคะ ซึ่งจากรูปภาพนะคะ ก็อยากจะโชว์ให้เห็นนะคะ ในภาพด้านบนเนี่ย ก็จะเป็นภาพห้องพักนะคะ ทั้งในส่วนของ Standard Room แล้วก็ Garden Villa นะคะ แล้วก็ในส่วนของ Grand Ballroom นะคะ ก็จะเป็นภาพรวมที่ Grand Ballroom เสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ก็เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นนะคะ เราก็จะมีรูปภาพนะคะ ให้ดูเพิ่มเติมมากขึ้นนะคะ ก็อันนี้ก็จะเป็นภาพของห้องพัก type Standard Room นะคะ ที่เราอยู่ในระหว่างการทํานะคะ ก็ทยอยทําก็จะมีห้องบางห้องที่เสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ อันนี้ก็จะเป็นแบบนะคะ ของห้อง Standard Room นะคะ ก็อย่างที่ทุกท่านเห็นนะคะ การดีไซน์ก็จะมีความทันสมัยมากขึ้น แล้วก็ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้นนะคะ ก็จะมีในส่วนของการตกแต่งในห้องพักนะคะ ในส่วนของแสงนะคะ แล้วก็ในส่วนของการใช้งานนะคะ เพื่อให้มีฟังก์ชันการใช้งาน เช่น ตัวโซฟาก็จะสามารถปรับเป็นที่นอนได้ด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มการใช้งาน แล้วก็จํานวนผู้เข้าพักนะคะ แล้วก็สามารถใช้ในเป็นโซนทํางานได้ด้วยนะคะ ก็จะทําให้ห้องมีฟังก์ชันการใช้งานที่ดีขึ้นค่ะ ค่ะ ในส่วนของห้องพักถัดไปนะคะ ก็จะเป็น Garden Villa ของเรานะคะ เราก็มีการปรับให้การตกแต่งนะคะ ดูทันสมัยมากขึ้น แล้วก็มีการปรับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ นะคะ ให้ห้องอยู่ในสภาพที่ทันสมัยนะคะ ก็จะเป็นภาพของ Garden Villa ค่ะ สุดท้ายเลยนะคะ ก็จะเป็นห้องที่เป็น Grand Ballroom นะคะ Grand Ballroom เนี่ย เรามีการปรับปรุงทั้งในส่วนของห้องประชุมเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาพในห้องประชุมนะคะ ก็จะมีการปรับในส่วนของทั้งเครื่องเสียงนะคะ แล้วก็หน้าจอนะคะ ก็จะเปลี่ยนหน้าจอทั้งหมดเป็น LED นะคะ เพื่อให้มีความชัดเจนในการใช้งาน ทั้งในด้านการประชุม แล้วก็การจัดงานต่างๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานหรือว่างานอีเวนต์ต่างๆ นะคะ ก็สามารถใช้เจาะหน้าจอได้อย่างสะดวกสบายนะคะ นอกจากนี้ก็มีการปรับดีไซน์ทั้งในส่วนของรอบข้างห้องนะคะ แล้วก็ตัวพรมนะคะ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่ว่าก็ยังคงธีมแล้วก็ซิกเนเจอร์ของเอราวันไว้อยู่นะคะ ยังคงใช้โทนสีเขียวอยู่ค่ะ อันนี้ก็จะเป็นภาพภายในห้องนะคะ ถัดมานะคะ นอกจากภายในห้องเนี่ย เราก็จะมีการปรับในส่วนของ Pre-function area นะคะ ก็คือจะมีในส่วนของด้านนอกนะคะ ให้สามารถรับรองแขกได้ด้วยนะคะ ค่ะ ก็จะเป็นภาพรวมนะคะ ของการปรับปรุงนะคะ ที่เสร็จไปแล้วนะคะ หลังจากนี้ก็จะเป็นการปรับปรุงห้องพัก แล้วก็ถ้ามี Room type ไหนที่เสร็จแล้ว เราก็จะมาอัปเดตให้ทุกท่านได้รับทราบเพิ่มเติมค่ะ ในหัวข้อถัดมานะคะ จะเป็นการอัปเดตแนวโน้ม Outlook นะคะ แนวโน้มผลประกอบการในปี 2026 นะคะ อีก 6 เดือนที่จะเกิดขึ้นนี้นะคะ โดยรวมกับผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริงแล้วใน 6 เดือนที่ผ่านมานะคะ จากที่เราเห็นเทรนด์นะคะ ทั้งตัวผลประกอบการจริง แล้วก็เทรนด์ของยอดจองนะคะ ที่เข้ามานะคะ ในไตรมาสนี้เนี่ย เราก็อยากจะให้ข้อมูลว่าเราอยากจะปรับการประมาณการในส่วนของรายได้รวมของบริษัทนะคะ ซึ่งก่อนหน้านี้เนี่ย เราให้ Target ไว้ที่การเติบโตของรายได้รวมอยู่ที่ 9% นะคะ แล้วเราก็มีการปรับ Outlook มาเป็น 6% นะคะ ซึ่งสาเหตุหลักๆ ของการปรับ Outlook เนี่ย หลักๆ ก็มาจากผลกระทบของสงครามที่เกิดขึ้นนะคะ แล้วก็เห็นเทรนด์ว่านักท่องเที่ยวในส่วนของรอฮอลล์เนี่ย มีการชะลอตัวนะคะ ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 เป็นต้นมานะคะ ดังนั้นเนี่ย เราก็อยากจะให้ผลประกอบการสะท้อนกับเทรนด์ที่เป็นอยู่จริงนะคะ ก็จะมีการปรับลดนะคะ ซึ่งในส่วนของถ้าไปดูราย Segment เนี่ย ตัว Segment กลุ่มโรงแรม 5 ดาวจนถึงระดับประหยัดเนี่ย เรามีการปรับนะคะ Target ลงมานะคะ ที่เติบโต 7% เป็น 5% นะคะ แล้วก็กลุ่มโรงแรมชั้นประหยัดเนี่ย จากการเติบโตของรายได้ 14% นะคะ ก็เหลือ 10% นะคะ ซึ่งของโรงแรมระดับประหยัดเนี่ย ผลกระทบหลักๆ ก็จะมาจากประเทศญี่ปุ่นเป็นหลักนะคะ แล้วก็เนื่องจากว่าปัจจุบันเนี่ย ก็จะมีการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นนะคะ ในส่วนของโรงแรมนะคะ เนื่องจากว่าโรงแรมที่เคยรับนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลักเนี่ย ก็จะต้องมีการแข่งขันเพิ่มเติมมากขึ้นนะคะ แล้วก็ในส่วนของหลักๆ ก็จะมาจากญี่ปุ่น ทําให้เราต้องปรับประมาณการรายได้ลงนะคะ แต่ว่าเรายังคงมองประเทศไทยนะคะ ฟิลิปปินส์ แล้วก็เกาหลีใต้เนี่ย ผลประกอบการก็ยังคงแข็งแกร่งอยู่นะคะ ซึ่งปัจจัยที่จะมาช่วยนะคะ ในส่วนของ Outlook นี้นะคะ ก็คือการฟื้นตัวนะคะ ของตลาดของนักท่องเที่ยวจีนนะคะ ซึ่งเราก็เห็นเทรนด์ที่ดีมาตั้งแต่ต้นปีแล้วนะคะ ดังนั้นเนี่ย ถ้าชาวจีนกลับเข้ามาเรื่อยๆ นะคะ ก็จะมาสนับสนุนตัวแนวโน้มตรงนี้นะคะ แล้วก็ นอกจากนี้เนี่ย ก็จะเป็นเทรนด์ของเงินบาทนะคะ ซึ่งปัจจุบันเนี่ย ก็มีทิศทางอ่อนค่าลงนะคะ ก็จะมาช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยเนี่ย มีความน่าดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศอื่นๆ มากขึ้นนะคะ แล้วก็จะมีความสามารถในการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคมากยิ่งขึ้นค่ะ นอกจากนี้ก็เป็นความมั่นคงทางการเมืองนะคะ แล้วก็เรื่องของราคาค่าตั๋วต่างๆ ที่เราเริ่มเห็นเทรนด์ที่ราคาค่าตั๋วค่อนข้างคงที่แล้วนะคะ สําหรับปัจจัยที่อาจจะมากระทบแนวโน้มของเรานะคะ ก็ยังเป็นเรื่องของการแข่งขันในการดึงดูดนักท่องเที่ยวของประเทศใกล้เคียงนะคะ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเวียดนาม เกาหลีใต้ต่างๆ นะคะ ก็จะมีการใช้มาตรการต่างๆ ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวนะคะ ซึ่งก็อาจจะมีบางส่วนที่เลือกเดินทางเข้าไปยังประเทศดังกล่าวนะคะ นอกจากนี้ก็จะเป็นภาวะสงครามนะคะ ถ้าเกิดภาวะสงครามมีความรุนแรงมากขึ้น มีความยืดเยื้อ ก็ตัวค่าน้ํามัน ค่าเดินทางต่างๆ นะคะ ก็จะมีแนวโน้มสูงขึ้น แล้วก็ทําให้นักท่องเที่ยวเนี่ย ชะลอการท่องเที่ยวลงนะคะ อย่างไรก็ตามนะคะ เอราวันเนี่ย ก็ยังคงมุ่งมั่นในการทํากลยุทธ์ที่เราวางไว้นะคะ ให้สําเร็จลุล่วงนะคะ ก็ปัจจุบันเนี่ย เพื่อให้สนับสนุนการเติบโตของบริษัทอย่างต่อเนื่องนะคะ บริษัทก็ยังมุ่งเน้นการเติบโตนะคะ แบบตามกลยุทธ์ที่บริษัทตั้งไว้นะคะ ทั้งในการเติบโตในส่วนของ Segment ที่เป็นโรงแรม 5 ดาวถึงระดับประหยัดเองนะคะ แล้วก็ทุกในทั้ง Segment 5 ดาวถึงระดับ Budget นะคะ ก็จะมีการขยายของโรงแรมตาม Pipeline ที่บริษัทกําหนดนะคะ แต่บริษัทก็ยังคงมุ่งเน้นการปรับปรุงสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วนะคะ ให้อยู่ในสภาพที่แข่งขันได้ในตลาดนะคะ ก็จะทยอยปรับปรุงสินทรัพย์ที่ถึงเวลานะคะ ให้อยู่ในระดับที่ทันสมัยเพื่อปรับเรทขึ้นมานะคะ สุดท้าย ต่อมานะคะ ก็จะเป็นอย่างที่บอกว่า เราก็จะปรับในส่วนของกลยุทธ์ในการ Balance ระหว่างค่าห้องพักกับตัวอัตราการเข้าพักนะคะ โดยดู Demand ของทางตลาดเป็นหลักนะคะ ซึ่งเป้าหมายหลักของบริษัทเนี่ย ก็บริษัททางโรงแรมในเครือเนี่ย ก็จะต้องอยู่ในระดับที่สามารถทําผลประกอบการได้ดีกว่าคู่แข่งในตลาดนะคะ สุดท้ายเลยนะคะ ก็จะเป็นการควบคุมต้นทุนนะคะ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทดําเนินมาอย่างต่อเนื่องนะคะ เพื่อให้สามารถรักษาอัตราการทํากําไรได้อยู่ในระดับที่เหมาะสมค่ะ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมของบริษัทนะคะ ตลอดทั้งปีนี้นะคะ ถัดมานะคะ จะเป็นการให้ภาพรวมนะคะ ของในไตรมาสที่ 3 ของบริษัทนะคะ ไตรมาสที่ 3 ของบริษัทเนี่ย บริษัทก็ยังมองว่าบริษัทจะยังคงสร้างความเติบโตนะคะ ในส่วนของรายได้นะคะ ในทั้งกลุ่มเนี่ย บริษัทก็คาดการณ์ว่า รายได้รวมเนี่ยจะเติบโตทั้งหมด 7% นะคะ ซึ่งถ้าดูราย Segment เนี่ย กลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวนะคะ ถึงระดับประหยัดเนี่ย ก็จะทําการเติบโตของรายได้รวมนะคะ ที่ 5% นะคะ ในขณะที่ Hop In นะคะ โรงแรมระดับ Budget เนี่ย การเติบโตของรายได้ถ้าไม่รวมการขยายโรงแรมใหม่เนี่ย ก็จะเติบโตอยู่ประมาณ 1% นะคะ แต่หากรวมการขยายโรงแรมใหม่เนี่ย ตัวรายได้รวมของทางบริษัทก็จะเติบโต 7% นะคะ ซึ่งถ้ามาดูตัวปัจจัยหลักที่ทําให้การเติบโตของ Rep Part เติบโตได้ทุกๆ Segment นะคะ หลักๆ เนี่ย ก็ถ้าในกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงประหยัดเนี่ย ก็จะเป็นการเติบโตของเรทนะคะ อย่างที่เราได้สื่อสารไปว่า เราจะใช้กลยุทธ์ในการเพิ่มเรทในไตรมาสนี้นะคะ เนื่องจากว่าเราเห็น Demand ที่เข้ามานะคะ ก็คิดว่าตัวเรทเนี่ยจะปรับเพิ่มได้อีกนะคะ สําหรับของ Hop In เนี่ย ในส่วนของโรงแรมเดิมเนี่ย เราก็ยังคงรักษาอัตราการทํา อัตราเข้าพักไว้อยู่นะคะ ในขณะที่เรทเรามีมุมมองว่าน่าจะ ที่เมื่อเทียบกับปีที่แล้วนะคะ แต่ว่าในส่วนของ Rep Part เนี่ย ก็คาดการณ์ว่าในทุกๆ Segment เนี่ย จะทําการเติบโตได้อยู่ค่ะ ก็จะเป็นภาพรวมของไตรมาส 3 ของเราค่ะ ในหัวข้อถัดมานะคะ ก็จะเป็นการอัปเดตความคืบหน้านะคะ แล้วก็ความสําเร็จนะคะ ของในโครงการ Jump Plus Plan นะคะ ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทได้เข้าร่วมเพื่อเพิ่มความโปร่งใส แล้วก็ให้ข้อมูลให้กับนักลงทุนทุกท่านนะคะ อยากจะ Recap เป้าหมายหลักนะคะ ของโครงการ Jump Plus นะคะ เป้าหมายหลักของบริษัทเนี่ย ที่ Commit ไว้กับโครงการนะคะ ก็คือภายในปี 2028 นะคะ บริษัทจะสามารถสร้างรายได้นะคะ ของบริษัทไปอยู่ที่ 10,000 ล้านบาทนะคะ ซึ่งก็จะเป็นการเติบโตประมาณปีละ 7 ถึง 10% นะคะ เมื่อเทียบกับปี 2025 ซึ่งเป็นฐานของรายได้ของเรานะคะ สําหรับปีนี้นะคะ 6 เดือนที่ผ่านมาเนี่ย รายได้ของบริษัทก็ทําได้ที่ 4,084 ล้านบาทนะคะ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับ Target รวมของบริษัทที่คาดการณ์ว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ 6% ในปีนี้เนี่ย เราก็มาเกือบจะครึ่งทางแล้วนะคะ ก็ Target ทั้งปีเนี่ย ก็จะอยู่ที่ 8,400 ค่ะ 400 ล้านบาท ซึ่งก็เราก็มองว่าในไตรมาสที่ 3 และในไตรมาสที่ 4 เนี่ย เราจะสามารถทํารายได้เพิ่มเติมมาให้มุ่งสู่ Target ที่บริษัทให้ไว้ได้นะคะ ค่ะ สําหรับตัวแผนงานนะคะ ที่จะมาสนับสนุนการเติบโตของรายได้เนี่ย ก็จะมีทั้งหมด 2 ส่วนนะคะ ส่วนแรกเนี่ย จะเป็นการขยายโรงแรม แล้วก็ขยายโรงแรมนะคะ แล้วก็มีการ Diversify Portfolio นะคะ ในทุกๆ Segment นะคะ ซึ่งเราก็ปัจจุบันนะคะ Target ของการขยายโรงแรมเนี่ย ในปีนี้มีจะต้องมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา นะคะ ทั้งหมด 20 โครงการนะคะ ซึ่งปัจจุบันนะคะ ณ 6 เดือนที่ผ่านมาเนี่ย ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งหมด 17 โครงการนะคะ ก็จะเป็นโครงการทั้งในส่วนของกลุ่มโรงแรม 5 ดาวจนถึงระดับประหยัดนะคะ แล้วก็โรงแรม Budget นะคะ ซึ่งในส่วนของโรงแรม 5 ดาวถึงระดับประหยัดเนี่ย เราก็จะมี 4 โครงการในระดับโรงแรม Budget เนี่ย อีก 13 โครงการเนี่ย ก็จะเป็นทั้งในและต่างประเทศค่ะ ซึ่งปัจจุบันบริษัทก็ยัง On Track กับในส่วนของ KPI นี้อยู่นะคะ สําหรับกลยุทธ์ที่ 2 เนี่ย ก็จะเป็นการสนับสนุนการขยาย นะคะ โดยมีความยั่งยืนนะคะ ทางการเงินนะคะ ซึ่งในส่วนนี้เนี่ย KPI ก็จะเป็นสัดส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นนะคะ ซึ่ง Target ปีนี้เนี่ย ก็คือตั้งเป้าไว้ว่าไม่เกิน 1.7 เท่านะคะ ซึ่งปัจจุบันรักษา บริษัทก็รักษาระดับ De-ratio นะคะ อยู่ในระดับ 1.2 เท่านะคะ ดังนั้น KPI ตัวนี้ก็ยังคง On Track อยู่นะคะ ซึ่งปีนี้เนี่ย แผนงานของบริษัทที่ทําเป็นหลักนะคะ ก็คือจะลดตัวภาระทางการเงินนะคะ โดยการปรับโครงสร้างเงินกู้นะคะ ก็อาจจะเป็นในส่วนของตอนต้นที่เราได้สรุปให้ทุกท่านฟังนะคะ ว่าเราก็มีการ Refinance นะคะ ปรับดอกเบี้ยเงินกู้นะคะ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แล้วก็ตัว Cost of Fund หรือว่าต้นทุนทางการเงินของบริษัทก็ลดลงอย่างต่อเนื่องนะคะ นอกจากนี้นะคะ บริษัทก็มีการศึกษาเรื่องการ Spin-off ของตัวกลุ่ม Hop In นะคะ ซึ่งปัจจุบันก็ยังอยู่ในแผนอยู่นะคะ ก็แผนการทํา IPO ก็ยังอยู่ในแผน ส่วนนี้ก็จะมาเสริมตัวส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นค่ะ ก็จะเป็นส่วนแรกนะคะ ที่อัปเดตเกี่ยวกับแผนธุรกิจของบริษัทค่ะ ก็จะมีอีก 2 ส่วน ในส่วนของ Governance กับ Climate Change นะคะ ซึ่งเดี๋ยวทางคุณอังคาราก็จะมาอัปเดตในส่วนนี้เพิ่มเติมค่ะ ค่ะ ในส่วนของกลุ่มของ Governance นะคะ ในพาร์ทหน้าค่ะ เราก็ Strategy ของเรา เราก็จะป้องกันที่จะยกแผนของเรา ก็คือการยกระดับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันนะคะ โดยสถานะ ณ เดือน 6 นะคะ 6 เดือนของเรานะคะ แล้วก็ดําเนินการเสร็จสิ้นไปตามแผนของเราที่เราวางไว้นะคะ โดยที่เราตามแผนนโยบายของเราค่ะ เรามีเรื่องของการที่เราออกนโยบายเรื่องของการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันนะคะ ซึ่งเราก็ได้ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.
อภิญญา งามอภิชน: ในวาระถัดมานะคะ ก็จะเป็นการอัปเดตความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาของบริษัทนะคะ ซึ่งในไตรมาสนี้นะคะ ก็จะเป็นการ renovate โรงแรม Grand Hyatt Erawan นะคะ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานะคะ ก็อยากจะอัปเดตความคืบหน้าของโครงการให้ทุกท่านได้รับทราบนะคะ จากแพลนของบริษัท ก็จะเป็นการอัปเดตเป็นการ renovate โรงแรมในส่วนของห้องพัก แล้วก็ห้องประชุมหรือว่า Grand Ballroom นะคะ ซึ่งจำนวนห้องพักรวมที่จะ renovate ทั้งหมดอยู่ที่ 380 ห้องนะคะ โดยมีงบประมาณในการปรับปรุงโรงแรมรวม 500 ล้านบาทนะคะ Timeline ของการ renovate ก็จะอยู่ในระหว่างเดือนพฤษภาคมปีนี้นะคะ ไปจนถึงไตรมาสที่ 2 ปี 2027 นะคะ ก็คือปีหน้า ก็จะใช้เวลารวมประมาณ 1 ปีนะคะ ซึ่งปัจจุบัน ณ เดือนสิงหาคมนะคะ ทางบริษัทก็สามารถทำในส่วนของห้องพักบางส่วน ก็คือเป็น Garden Villa นะคะ เสร็จหมดแล้ว แล้วก็ในส่วนของ Grand Ballroom ก็เสร็จแล้วเช่นกันนะคะ ก็พร้อมที่จะเปิดให้ทุกท่านได้มาใช้บริการแล้วนะคะ ซึ่งในส่วนของห้องพักก็จะยังคงดำเนินการต่อไปนะคะ ก็มีการเริ่มทำตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แล้วก็จะไปเสร็จในไตรมาส 2 ของปีหน้าค่ะ ก็จะเป็น room type อื่นๆ ที่จะทยอยทำนะคะ ขึ้นอยู่กับอัตราการเข้าพักนะคะ ก็จะเลือกในช่วง Low Season ที่อัตราการเข้าพักค่อนข้างต่ำนะคะ ก็จะเร่งทำในช่วงเวลานั้นเพื่อลดผลกระทบกับผลประกอบการนะคะ ซึ่งจากรูปภาพนะคะ ก็อยากจะโชว์ให้เห็นนะคะ ในภาพด้านบนก็จะเป็นภาพห้องพักนะคะ ทั้งในส่วนของ Standard Room แล้วก็ Garden Villa นะคะ แล้วก็ในส่วนของ Grand Ballroom นะคะ ก็จะเป็นภาพรวมที่ Grand Ballroom เสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ก็เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นนะคะ เราก็จะมีรูปภาพให้ดูเพิ่มเติมมากขึ้นนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาพของห้องพัก type Standard Room นะคะ ที่เราอยู่ในระหว่างการทำนะคะ ก็ทยอยทำ ก็จะมีห้องบางห้องที่เสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ อันนี้ก็จะเป็นแบบของห้อง Standard Room นะคะ ก็อย่างที่ทุกท่านเห็นนะคะ การดีไซน์ก็จะมีความทันสมัยมากขึ้น แล้วก็ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้นนะคะ ก็จะมีในส่วนของการตกแต่งในห้องพัก ในส่วนของแสง แล้วก็ในส่วนของการใช้งานเพื่อให้มีฟังก์ชันการใช้งาน เช่น ตัวโซฟาก็จะสามารถปรับเป็นที่นอนได้ด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มการใช้งานแล้วก็จำนวนผู้เข้าพักนะคะ แล้วก็สามารถใช้เป็นโซนทำงานได้ด้วยนะคะ ก็จะทำให้ห้องมีฟังก์ชันการใช้งานที่ดีขึ้นค่ะ ในส่วนของห้องพักถัดไปนะคะ ก็จะเป็น Garden Villa ของเรานะคะ เราก็มีการปรับให้การตกแต่งดูทันสมัยมากขึ้น แล้วก็มีการปรับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ให้ห้องอยู่ในสภาพที่ทันสมัยนะคะ ก็จะเป็นภาพของ Garden Villa ค่ะ สุดท้ายเลยนะ จะเป็นห้องที่เป็น Grand Ballroom นะคะ Grand Ballroom เรามีการปรับปรุงทั้งในส่วนของห้องประชุมเองค่ะ อันนี้ก็จะเป็นภาพในห้องประชุมนะคะ ก็จะมีการปรับในส่วนของทั้งเครื่องเสียง แล้วก็หน้าจอนะคะ ก็จะเปลี่ยนหน้าจอทั้งหมดเป็น LED นะคะ เพื่อให้มีความชัดเจนในการใช้งานทั้งในด้านการประชุม แล้วก็การจัดงานต่างๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานหรือว่างานอีเวนต์ต่างๆ นะคะ ก็สามารถใช้หน้าจอได้อย่างสะดวกสบายนะคะ นอกจากนี้ก็มีการปรับดีไซน์ทั้งในส่วนของรอบข้างห้อง แล้วก็ตัวพรมให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่ว่าก็ยังคง Theme แล้วก็ Signature ของเอราวัณไว้อยู่นะคะ ยังคงใช้โทนสีเขียวอยู่ค่ะ อันนี้ก็จะเป็นภาพภายในห้องนะคะ ถัดมานะคะ นอกจากภายในห้อง เราก็จะมีการปรับในส่วนของ Pre-function Area ก็คือจะมีในส่วนของด้านนอกให้สามารถรับรองแขกได้ด้วยนะคะ ก็จะเป็นภาพรวมของการปรับปรุงที่เสร็จไปแล้วนะคะ หลังจากนี้ก็จะเป็นการปรับปรุงห้องพัก แล้วก็ถ้ามี room type ไหนที่เสร็จแล้ว เราก็จะมาอัปเดตให้ทุกท่านได้รับทราบเพิ่มเติมค่ะ ในหัวข้อถัดมาจะเป็นการอัปเดตแนวโน้ม Outlook แนวโน้มผลประกอบการในปี 2026 นะคะ อีกหกเดือนที่จะเกิดขึ้นนี้ โดยรวมกับผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริงแล้วในหกเดือนที่ผ่านมานะคะ จากที่เราเห็น trend ทั้งตัวผลประกอบการจริง แล้วก็ trend ของยอดจองที่เข้ามานะคะ ในไตรมาสนี้เราก็อยากจะให้ข้อมูลว่าเราอยากจะปรับการประมาณการในส่วนของรายได้รวมของบริษัทนะคะ ซึ่งก่อนหน้านี้เราให้ target ไว้ที่การเติบโตของรายได้รวมอยู่ที่ 9% นะคะ เราก็มีการปรับ Outlook มาเป็น 6% นะคะ ซึ่งสาเหตุหลักๆ ของการปรับ Outlook หลักๆ ก็มาจากผลกระทบของสงครามที่เกิดขึ้นนะคะ แล้วก็เห็น trend ว่านักท่องเที่ยวในส่วนของ Long Haul มีการชะลอตัวตั้งแต่ไตรมาสที่หนึ่งเป็นต้นมา ดังนั้นเราก็อยากจะให้ผลประกอบการสะท้อนกับ trend ที่เป็นอยู่จริงนะคะ ก็จะมีการปรับลดนะคะ ซึ่งในส่วนของถ้าดูราย segment ตัว segment กลุ่มโรงแรมห้าดาวจนถึงระดับประหยัด เรามีการปรับ target ลงมาที่เติบโต 7% เป็น 5% นะคะ แล้วก็กลุ่มโรงแรมชั้นประหยัดจากการเติบโตของรายได้ 14% ก็เหลือ 10% นะคะ ซึ่งของโรงแรมระดับประหยัด ผลกระทบหลักๆ ก็จะมาจากประเทศญี่ปุ่นเป็นหลักนะคะ แล้วก็เนื่องจากว่าปัจจุบันก็จะมีการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นในส่วนของโรงแรมนะคะ เนื่องจากว่าโรงแรมที่เคยรับนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลักก็จะต้องมีการแข่งขันเพิ่มเติมมากขึ้นนะคะ แล้วก็ในส่วนของหลักๆ ก็จะมาจากญี่ปุ่น ทำให้เราต้องปรับประมาณการรายได้ลงนะคะ แต่ว่าเรายังคงมองประเทศไทย ฟิลิปปินส์ แล้วก็เกาหลีใต้ ผลประกอบการก็ยังคงแข็งแกร่งอยู่นะคะ ซึ่งปัจจัยที่จะมาช่วยในส่วนของ Outlook นี้นะคะ ก็คือการฟื้นตัวของตลาดของนักท่องเที่ยวจีนนะคะ ซึ่งเราก็เห็น trend ที่ดีมาตั้งแต่ต้นปีแล้วนะคะ ดังนั้นถ้าชาวจีนกลับเข้ามาเรื่อยๆ นะคะ ก็จะมาสนับสนุนตัวแนวโน้มตรงนี้นะคะ แล้วก็นอกจากนี้ก็จะเป็น trend ของเงินบาทนะคะ ซึ่งปัจจุบันก็มีทิศทางอ่อนค่าลงนะคะ ก็จะมาช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยมีความน่าดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศอื่นๆ มากขึ้นนะคะ เราก็จะมีความสามารถในการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคมากยิ่งขึ้นค่ะ นอกจากนี้ก็เป็นความมั่นคงทางการเมืองนะคะ แล้วก็เรื่องของราคาค่าตั๋วต่างๆ ที่เราเริ่มเห็น trend ที่ราคาค่าตั๋วค่อนข้างคงที่แล้วนะคะ สำหรับปัจจัยที่อาจจะมากระทบแนวโน้มของเรานะคะ ก็ยังเป็นเรื่องของการแข่งขันในการดึงดูดนักท่องเที่ยวของประเทศใกล้เคียงนะคะ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเวียดนาม เกาหลีใต้ต่างๆ นะคะ ก็จะมีการใช้มาตรการต่างๆ ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวนะคะ ซึ่งก็อาจจะมีบางส่วนที่เลือกเดินทางเข้าไปยังประเทศดังกล่าวนะคะ นอกจากนี้ก็จะเป็นภาวะสงครามนะคะ ถ้าเกิดภาวะสงครามมีความรุนแรงมากขึ้น มีความยืดเยื้อ ตัวค่าน้ำมัน ค่าเดินทางต่างๆ ก็จะมีแนวโน้มสูงขึ้น แล้วก็ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการท่องเที่ยวลงนะคะ อย่างไรก็ตามนะคะ เอราวัณก็ยังคงมุ่งมั่นในการทำกลยุทธ์ที่เราวางไว้ให้สำเร็จลุล่วงนะคะ ก็ปัจจุบันเพื่อให้สนับสนุนการเติบโตของบริษัทอย่างต่อเนื่องนะคะ บริษัทก็ยังมุ่งเน้นการเติบโตแบบตามกลยุทธ์ที่บริษัทตั้งไว้นะคะ ทั้งการเติบโตในส่วนของ segment ที่เป็นโรงแรมห้าดาวถึงระดับประหยัดเองนะคะ แล้วก็ในทุก segment ห้าดาวถึงระดับ Budget นะคะ ก็จะมีการขยายของโรงแรมตาม Pipeline ที่บริษัทกำหนดนะคะ แต่บริษัทก็ยังคงมุ่งเน้นการปรับปรุงสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วให้อยู่ในสภาพที่แข่งขันได้ในตลาดนะคะ ก็จะทยอยปรับปรุงสินทรัพย์ที่ถึงเวลาให้อยู่ในระดับที่ทันสมัยเพื่อปรับ rate ขึ้นมานะคะ สุดท้ายต่อมานะคะ ก็จะเป็นอย่างที่บอกว่าเราก็จะปรับในส่วนของกลยุทธ์ในการ balance ระหว่างค่าห้องพักกับตัวอัตราการเข้าพักนะคะ โดยดู demand ของทั้งตลาดเป็นหลักนะคะ ซึ่งเป้าหมายหลักของบริษัทก็คือทางโรงแรมในเครือก็จะต้องอยู่ในระดับที่สามารถทำผลประกอบการได้ดีกว่าคู่แข่งในตลาดนะคะ สุดท้ายเลยก็จะเป็นการควบคุมต้นทุนนะคะ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนะคะ เพื่อให้สามารถรักษาอัตราการทำกำไรได้อยู่ในระดับที่เหมาะสมค่ะ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมของบริษัทตลอดทั้งปีนี้นะคะ ถัดมาจะเป็นการให้ภาพรวมของในไตรมาสที่สามของบริษัทนะคะ ไตรมาสที่สามของบริษัท บริษัทก็ยังมองว่าบริษัทจะยังคงสร้างความเติบโตในส่วนของรายได้นะคะ ในทั้งกลุ่มบริษัทก็คาดการณ์ว่ารายได้รวมจะเติบโตทั้งหมด 7% นะคะ ซึ่งถ้าดูราย segment กลุ่มโรงแรมระดับห้าดาวถึงระดับประหยัดก็จะทำให้การเติบโตของรายได้รวมที่ 5% นะคะ ในขณะที่ Hop Inn โรงแรมระดับ Budget การเติบโตของรายได้ถ้าไม่รวมการขยายโรงแรมใหม่ก็จะเติบโตอยู่ประมาณ 1% นะคะ แต่หากรวมการขยายโรงแรมใหม่ ตัวรายได้รวมของบริษัทก็จะเติบโต 7% นะคะ ซึ่งถ้ามาดูตัวปัจจัยหลักที่ทำให้การเติบโตของ RevPAR เติบโตได้ทุกๆ segment นะคะ หลักๆ ก็ถ้าในกลุ่มโรงแรมระดับห้าดาวถึงประหยัดก็จะเป็นการเติบโตของ rate นะคะ อย่างที่เราได้สื่อสารไปว่าเราจะใช้กลยุทธ์ในการเพิ่ม rate ในไตรมาสนี้นะคะ เนื่องจากว่าเราเห็น demand ที่เข้ามา ก็คิดว่าตัว rate จะปรับเพิ่มได้อีกนะคะ สำหรับของ Hop Inn ในส่วนของโรงแรมเดิม เราก็ยังคงรักษาอัตราเข้าพักไว้อยู่นะคะ ในขณะที่ rate เรามีมุมมองว่าน่าจะคงที่เมื่อเทียบกับปีที่แล้วนะคะ แต่ว่าในส่วนของ RevPAR ก็คาดการณ์ว่าในทุกๆ segment จะทำการเติบโตได้อยู่ค่ะ ก็จะเป็นภาพรวมของไตรมาสสามของเราค่ะ ในหัวข้อถัดมานะคะ ก็จะเป็นการอัปเดตความคืบหน้าแล้วก็ความสำเร็จในโครงการ JUMP+ Plan นะคะ ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทได้เข้าร่วมเพื่อเพิ่มความโปร่งใส แล้วก็ให้ข้อมูลให้กับนักลงทุนทุกท่านนะคะ อยากจะ recap เป้าหมายหลักของโครงการ JUMP+ นะคะ เป้าหมายหลักของบริษัทที่ commit ไว้กับโครงการก็คือภายในปี 2028 บริษัทจะสามารถสร้างรายได้ของบริษัทไปอยู่ที่หนึ่งหมื่นล้านบาทนะคะ ซึ่งก็จะเป็นการเติบโตประมาณปีละ 7% ถึง 10% นะคะ เมื่อเทียบกับปี 2025 ซึ่งเป็นฐานของรายได้ของเรานะคะ สำหรับปีนี้นะคะ หกเดือนที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทก็ทำได้ที่ 4,084 ล้านบาทนะคะ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับ target รวมของบริษัทที่คาดการณ์ว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ 6% ในปีนี้ เราก็มาเกือบจะครึ่งทางแล้วนะคะ Target ทั้งปีก็จะอยู่ที่ 8,400 ล้านบาท ซึ่งเราก็มองว่าในไตรมาสที่สามและในไตรมาสที่สี่ เราจะสามารถทำรายได้เพิ่มเติมมาให้มุ่งสู่ target ที่บริษัทให้ไว้ได้นะคะ สำหรับตัวแผนงานนะคะที่จะมาสนับสนุนการเติบโตของรายได้ ก็จะมีทั้งหมดสองส่วนนะคะ ส่วนแรกจะเป็นการขยายโรงแรม แล้วก็มีการ Diversify Portfolio ในทุกๆ segment นะคะ ซึ่งปัจจุบันนะคะ target ของการขยายโรงแรมในปีนี้จะต้องมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนานะคะทั้งหมด 20 โครงการนะคะ ซึ่งปัจจุบัน ณ หกเดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งหมด 17 โครงการนะคะ ก็จะเป็นโครงการทั้งในส่วนของกลุ่มโรงแรมห้าดาวจนถึงระดับประหยัดนะคะ แล้วก็โรงแรม Budget นะคะ ซึ่งในส่วนของโรงแรมห้าดาวถึงระดับประหยัด เราก็จะมีสี่โครงการ ในกลุ่มของโรงแรม Budget อีก 13 โครงการ ก็จะเป็นทั้งในและต่างประเทศค่ะ ซึ่งปัจจุบันบริษัทก็ยัง on track กับในส่วนของ KPI นี้อยู่นะคะ สำหรับกลยุทธ์ที่สองก็จะเป็นการสนับสนุนการขยายนะคะ โดยมีความยั่งยืนทางการเงินนะคะ ซึ่งในส่วนนี้ KPI ก็จะเป็นสัดส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นนะคะ ซึ่ง target ปีนี้ก็คือตั้งเป้าไว้ว่าไม่เกิน 1.7 เท่านะคะ ซึ่งปัจจุบันบริษัทก็รักษาระดับ D/E Ratio อยู่ในระดับ 1.2 เท่านะคะ ดังนั้น KPI ตัวนี้ก็ยังคง on track อยู่นะคะ ซึ่งปีนี้แผนงานของบริษัทที่ทำเป็นหลักนะคะ ก็คือจะลดตัวภาระทางการเงินนะคะ โดยการปรับโครงสร้างเงินกู้นะคะ ก็อาจจะเป็นในส่วนของตอนต้นที่เราได้สรุปให้ทุกท่านฟังนะคะว่าเราก็มีการ Refinance นะคะ ปรับดอกเบี้ยเงินกู้นะคะให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แล้วก็ตัว Cost of Funds หรือว่าต้นทุนทางการเงินของบริษัทก็ลดลงอย่างต่อเนื่องนะคะ นอกจากนี้นะคะ บริษัทก็มีการศึกษาเรื่องการ Spin-off ของตัวกลุ่ม Hop Inn นะคะ ซึ่งปัจจุบันก็ยังอยู่ในแผนอยู่นะคะ แผนการทำ IPO ก็ยังอยู่ในแผน แล้วส่วนนี้ก็จะมาเสริมตัวส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นค่ะ ก็จะเป็นส่วนแรกนะคะที่อัปเดตเกี่ยวกับแผนธุรกิจของบริษัทค่ะ ก็จะมีอีกสองส่วนในส่วนของ Governance กับ Climate Change นะคะ ซึ่งเดี๋ยวทางคุณอังคณาก็จะมาอัปเดตในส่วนนี้เพิ่มเติมค่ะ
อังคณา วรพงศธร: ในส่วนของกลุ่มของ Governance นะคะ ในพาร์ทหน้าค่ะ เราก็ Strategy ของเรา เราก็จะป้องกันที่จะยกแผนของเราก็คือการยกระดับการต่อต้านการทุจริตและ Corruption นะคะ โดยสถานะ ณ เดือนหก นะคะ หกเดือนของเรานะคะ เราก็ดำเนินการเสร็จสิ้นไปตามแผนของเราที่เราวางไว้นะคะ โดยที่เราตามแผนนโยบายของเราค่ะ เรามีเรื่องของการที่เราออกนโยบายเรื่องของการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันนะคะ ซึ่งเราก็ได้ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.
Speaker #2: 2,568 ค่ะ แล้วเราก็มี แล้วเราก็จะทบทวนเป็นประจำกันทุกปีนะคะ พร้อมกับการรายงานผลในการปฏิบัติงานค่ะ ถัดมาค่ะ เรื่องของการรับรองการต่ออายุ CAC กับสมาคมสถาบันกรรมการบริษัทไทยนะคะ ปัจจุบันก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการต่ออายุค่ะ เนื่องจากว่าเรามีวันหมดอายุอยู่ตอนช่วงประมาณกรกฎาคมนะคะ ซึ่งเราก็ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และเราคาดว่าเราจะได้รับทราบผลในการต่ออายุภายในกันยายน ภายในเดือนกันยายน นะคะ ในเดือนหน้าค่ะ ในขณะที่เรื่องของการสุ่มตรวจคู่ค้าของเราค่ะ เราก็อยู่ระหว่างการจัดเตรียมรายชื่อคู่ค้านะคะ ในส่วนตรงนี้ ทั้งทำให้ initiative ในแผนการทำงานของเราทั้งสองแผนเนี่ยค่ะ ยังคงอยู่ในสถานะที่ on track อยู่ค่ะ สำหรับ CAC และตัวตรวจสอบคู่ค้าค่ะ ถัดมานะคะ เป็นเรื่องของกลไกการแจ้งเบาะแสค่ะ ยังอยู่ในส่วนของ governance อยู่นะคะ ก็เป็นแผนของเราก็คือการยกระดับกลไกการแจ้งเบาะแสการดำเนินการกระทำผิดค่ะ โดยนโยบายนี้นะคะ ก็อยู่ในระดับที่เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยนะคะ สำหรับไตรมาส สำหรับ ณ สิ้นเดือน 6 ของปี 2,568 นะคะ ในส่วนตรงนี้ค่ะ เรามีการออกนโยบายและอนุมัติ และนโยบายก็ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.
อังคณา วรพงศธร: ศ.
อังคณา วรพงศธร: 2568 ค่ะ แล้วเราก็จะทบทวนเป็นประจำทุกปีนะคะ พร้อมกับการรายงานผลในการปฏิบัติงานค่ะ ถัดมาค่ะ เรื่องของการรับรองการต่ออายุ CAC กับสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยนะคะ ปัจจุบันก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการต่ออายุค่ะ เนื่องจากว่าเรามีวันหมดอายุอยู่ตอนช่วงประมาณกรกฎาคมนะคะ ซึ่งเราก็ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และเราคาดว่าเราจะได้รับทราบผลในการต่ออายุภายในเดือนกันยายนนะคะ ในเดือนหน้าค่ะ ในขณะที่เรื่องของการสุ่มตรวจคู่ค้าของเราค่ะ เราก็อยู่ระหว่างการจัดเตรียมรายชื่อคู่ค้านะคะ ในส่วนตรงนี้ทำให้ Initiative ในแผนการทำงานของเราทั้งสองแผนนี้ยังคงอยู่ในสถานะที่ on track อยู่ค่ะ สำหรับ CAC และตัวตรวจสอบคู่ค้าค่ะ ถัดมานะคะ เป็นเรื่องของกลไกการแจ้งเบาะแสค่ะ ยังอยู่ในส่วนของ Governance อยู่นะคะ แผนของเราก็คือการยกระดับกลไกการแจ้งเบาะแสการดำเนินกระทำผิดค่ะ โดยนโยบายนี้นะคะ ก็อยู่ในระดับที่เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยนะคะ สำหรับ ณ สิ้นเดือนหกของปี 2568 นะคะ ในส่วนตรงนี้ค่ะ เรามีการออกนโยบายและอนุมัติ และนโยบายก็ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.
Speaker #2: 2568 เช่นกันค่ะ แล้วเราก็มีการแต่งตั้งผู้รับเรื่องร้องเรียนที่เป็นกลางนะคะ แล้วก็รายงานผลการตรวจสอบสอบสวนต่างๆ ถ้าเกิดมีนะคะ ต่อคณะกรรมการเป็นประจําทุกปีค่ะ ในขณะเดียวกันค่ะ ในส่วนของเป้าหมายอีกอันหนึ่งนะคะ ที่เรามีการวางแผนไว้นะคะ ก็จะเป็นเรื่องของการลดระยะเวลาในการดําเนินงานค่ะ อันนี้ก็อยู่ในช่วงของการเสร็จสิ้นเช่นกันค่ะ ซึ่งในส่วนตรงนี้ค่ะ แผนที่เราวางไว้ก็เราได้ดําเนิน ได้ปรับดําเนินการแล้วค่ะ ให้จาก 60 วันนะคะ ลดลงมาเป็น 45 วันสําหรับปี ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไปค่ะ สําหรับการดําเนินการสอบสวนค่ะ ถัดมาค่ะ ข้อสุดท้ายของตัว Governance นะคะ ก็จะเป็นเรื่องของ AI ค่ะ แล้วก็มีเรื่องของการนํา มี AI Governance ของ AI ก็คือธรรมาภิบาลในการใช้ AI นะคะ ในส่วนตรงนี้ค่ะ เราก็ได้ดําเนินการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในการตั้ง จัดตั้งคณะกรรมการ Committee ในการที่จะมาเป็น Committee สําหรับเรื่องของ AI Governance นะคะ หรือว่าเป็น Policy ต่างๆ ที่ออกมาเป็น Guidance ออกมาที่เรา มีการ Communicate ภายใน สื่อสารภายใน และออกนโยบายเป็นที่เรียบร้อยค่ะ ก็จะหันมาตอนนี้ก็ Complete ตาม Target ที่วางไว้สําหรับปีนี้นะคะ ถัดมาค่ะ เป็นเรื่องของ Climate แล้วค่ะ เรื่องของในส่วนของการอันดับแรกค่ะ เป็นเรื่องของการจัดทําเรือน House การ์ดเรือนกระจกนะคะ หรือ Greenhouse Gas Inventory นะคะ ในส่วนตรงนี้ค่ะ เราก็เป้าหมายของเรา เราก็แผนของเรา เราก็จะ Verify ใน Scope 1, Scope 2 เป็นประจําทุกปี แล้วก็เปิดเผยในการในบัญชีของการ์ดเรือนกระจกของเรานะคะ ในสถานะ ณ เดือน 6 ของปี 2569 เราเองก็ได้ดําเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยนะคะ โดย Annual การจัดทํารายงานประจําปีของเราสําหรับ Scope 1, Scope 2 ค่ะ เราก็ได้ดําเนินเสร็จสิ้นไปตั้งแต่ช่วงต้นปีของ 2569 เป็นที่เรียบร้อยค่ะ แล้วเราก็มีการสอบทวนจากบริษัทภายนอกแล้วด้วย แล้วก็เปิดเผยที่บนหน้าเว็บไซต์ของเรานะคะ โดยเราได้ดําเนินการ ถ้าท่านไหนอยากได้รับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสแกนทาง QR เพื่อที่จะไปดูในส่วนของ Sustainability Report ของเราได้ค่ะ เราจะมีระบบอยู่ในนั้นนะคะ และถ้าสังเกตเห็น เราก็ได้ดําเนินการในส่วนนี้ค่ะ เป็นประจําทุกปีนะคะ ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ในตัวอย่างนะคะ จนถึง 2025 ปัจจุบันค่ะ ถัดมาค่ะ เรื่องของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนะคะ ในส่วนตรงนี้ค่ะ เมื่อเทียบกับปีฐาน เราตั้งเป้าไว้ว่าเราจะ ปีฐานของเราอยู่ที่ 0.00 ตันคาร์บอนนะคะ เป้าหมายของเราในปี 2026 เราก็ตั้งเป้าไว้ว่าเราจะลดลง 2% ค่ะ ปัจจุบันเราก็ยังอยู่ในระหว่างการดําเนินการอยู่นะคะ เพราะว่าเราอยู่ระหว่างการดําเนินการที่จะเก็บข้อมูลของสําหรับปี 2069 และเดี๋ยวเราจะเป็นรายงานผลสรุปรวบรวมในต้นปี 2070 ค่ะ เท่านี้ค่ะ แผนในการดําเนินงานของเราค่ะ แบ่งเป็น 3 ส่วนนะคะ ในส่วนแรกก็เรื่องของการที่เราจะใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพนะคะ เราก็ได้มีแผนที่เราวางไว้ 4 แผนนะคะ เป็นแผนย่อย ก็คือเป็นเรื่องของระบบการ ระบบเครื่องทําความเย็นนะคะ เราก็ได้ Initiative ไปแล้ว ได้ทําไปแล้ว ได้ปรับปรุงตัว Chiller Plant ของเรา ที่โรงแรม JW Marriott ไปแล้วนะคะ แล้วเราก็มีแผนที่อยู่ระหว่างการ เพื่อที่จะ Implement ต่อ ติดตั้งต่อที่โรงแรม Holiday Inn Pattaya และ Mercure และโรงแรม Ibis Pattaya ค่ะ ทั้งนี้นะคะ โรงแรม Ibis ปากตองนะคะ ของเราก็อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้สําหรับตัวตรงนี้ค่ะ ถัดมาค่ะ เรื่องของ LED นะคะ เราก็ 99.5% ของโรงแรมของเรานะคะ ก็ได้เปลี่ยนหลอดไฟให้ไปเป็น LED เพื่อมีความ Efficiency ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดแล้วค่ะ ในขณะเดียวกันค่ะ ถัดมาแผนนะคะ จะเป็นเรื่องของการติดตั้งตัว Motion Sensor นะคะ แล้วก็ Smart Control ในห้องรับแขก ในห้องพักแขกค่ะ ในส่วนตรงนี้เราก็ได้ดําเนินการติดตั้งที่โรงแรม JW Marriott เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วก็เรามีแผนที่จะขยายต่อไปยังโรงแรม Grand Hyatt Thirawan นะคะ ในส่วน Initiative ตัวนี้ สุดท้ายค่ะ ก็จะเป็นในเรื่องของการที่ติดตั้งใช้ RFID Keycard System นะคะ เพื่อที่เราก็จะได้ประหยัดไฟ ประหยัดพลังงาน สําหรับห้องพักแขกนะคะ ที่ใช้ ตอนนี้ก็มากกว่า 95% ก็ติดตั้งระบบตัวนี้เป็นที่เรียบร้อยค่ะ แผนถัดมาค่ะ เรื่องของตัวการติดตั้ง Solar Rooftop นะคะ ก็เราได้ติดตั้งตัว Solar Rooftop ไปแล้วนะคะ ในหลายๆ ที่ ใน ซึ่งในช่วงของครึ่งปีแรกนะคะ เราก็สามารถติดตั้งรวมไปแล้วอยู่ที่ 29 โรงแรมค่ะ ซึ่งใช้ผลิตไฟฟ้าทดแทนได้ 347,670 กิโลวัตต์นะคะ แล้วก็เรามีแผนที่จะขยาย ขยาย คือที่โรงแรม JW Marriott เนี่ยค่ะ มีการติดตั้งไปแล้ว แต่เราก็มีแผนที่จะขยายการติดตั้งเพิ่มเติมนะคะ ที่โรงแรม เพื่อที่จะได้ใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นค่ะ แผนสุดท้ายค่ะ เรื่องของการปลูกป่านะคะ ในการที่ฟื้นฟูป่า เราก็ได้มีการดําเนินการไป 1 ครั้งนะคะ ที่หาดบางศักดิ์ จังหวัดภูเก็ตนะคะ ในส่วนตรงนี้ได้ดําเนินการเป็นที่เรียบร้อยค่ะ เพราะฉะนั้นในทุกๆ แผนของเราก็ยังคง On Track อยู่นะคะ อยู่ระหว่างการดําเนินการและ On Track ค่ะ ค่ะ ทางเราก็ได้รายงานครบเรียบร้อยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผลการดําเนินงาน หรือว่าในส่วนของ Jump Plus นะคะ ถัดไปนะคะ จะเป็น Section ของคําถามนะคะ Q&A ค่ะ ค่ะ สําหรับในคําถามแรกนะคะ ที่ถามว่าแนวโน้ม Red Car ในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 เป็นอย่างไรนะคะ โรงแรมในกลุ่มไหนฟื้นตัวได้ดีมาจากอะไรนะคะ หลักๆ นะคะ Red Car ที่เป็นบวกนะคะ แล้วเราเห็นในทุกๆ Segment นะคะ ก็ Luxury โรงแรมระดับ 5 ดาวถึงระดับประหยัดเนี่ย เราคาดการณ์ว่าตัว Red Car ก็จะทําเป็นบวกได้นะคะ ทั้ง Q3 และ Q4 นะคะ ซึ่งหลักๆ เนี่ยก็มาจากตัวปีนี้นะคะ ที่เราจะสามารถเพิ่มทั้ง Rate แล้วก็อัตราการเข้าพักเนี่ยได้นะคะ ก็จะมีเหตุการณ์ที่มา Support นะคะ ในส่วนของทั้งเรื่องตุลาคมที่มี ที่มีการจัดนะคะ การประชุมของ World Bank นะคะ ในกรุงเทพฯ นะคะ ก็จะมาสนับสนุนนะคะ ในส่วนของผลประกอบการของ Sector นี้นะคะ ทั้งของ Segment นี้ ทั้ง Luxury Mid-Scale แล้วก็ Economy นะคะ ในกรุงเทพฯ นะคะ นอกจากนี้เนี่ย เราก็จะมีของ Tomorrowland ที่จัดที่พัทยานะคะ ซึ่งก็จะทําให้โรงแรม 3 โรงแรมในพัทยาเนี่ย สามารถทํา Rate ได้เป็นอย่างดีนะคะ ก็จะเป็นภาพรวมในกลุ่ม Luxury to Economy นะคะ สําหรับใน Budget เนี่ย ถึงแม้ว่าภาพรวมเนี่ย Red Car เนี่ยจะไม่ได้บวกมากนักนะคะ เนื่องจากมีปัจจัยจากส่วนการแข็งตัวของค่าเงินบาทนะคะ แต่ว่าถ้ามาดูในที่เป็นสกุลเงินท้องถิ่นเนี่ย จะเห็นได้ว่าเราคาดการณ์ว่าในทุกๆ ประเทศนะคะ จะสามารถทําอัตราการเข้าพักนะคะ แล้วก็ Red Car เนี่ยได้เป็นบวกนะคะ ก็คาดว่าจะมาสนับสนุนผลประกอบการนะคะ ในไตรมาสที่ 3 และ 4 ค่ะ คําถามถัดมานะคะ ค่ะ บริษัท เชิญค่ะ คุณกัญญา บริษัทเห็นแนวโน้มยอดจองในไตรมาส 4 เป็นยังไงบ้างนะคะ ก็ยอดจองที่เข้ามานะคะ เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ใกล้เคียงนะคะ กับปีที่แล้ว ก็เราก็คาดการณ์ว่าตัว Occupancy เนี่ย หรืออัตราการเข้าพักน่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงจากปีที่แล้วนะคะ แต่ว่าหลักๆ เนี่ยที่จะมาเสริมนะคะ ก็จะเป็นตัว Rate นะคะ ที่ปรับตัวได้ดีมากยิ่งขึ้นค่ะ
อังคณา วรพงศธร: ศ.
อังคณา วรพงศธร: 2568 เช่นกันค่ะ แล้วเราก็มีการแต่งตั้งผู้รับเรื่องร้องเรียนที่เป็นกลางนะคะ แล้วก็รายงานผลการตรวจสอบสอบสวนต่างๆ ถ้าเกิดมีนะคะ ต่อคณะกรรมการเป็นประจำทุกปีค่ะ ในขณะเดียวกันค่ะ ในส่วนของเป้าหมายอีกอันหนึ่งที่เรามีการวางแผนไว้นะคะ ก็จะเป็นเรื่องของการลดระยะเวลาในการดำเนินงานค่ะ อันนี้ก็อยู่ในช่วงของการเสร็จสิ้นเช่นกันค่ะ ซึ่งในส่วนตรงนี้ค่ะ แผนที่เราวางไว้ก็เราได้ปรับดำเนินการแล้วค่ะ ให้จาก 60 วันนะคะ ลดลงมาเป็น 45 วัน สำหรับปีตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไปค่ะ สำหรับการดำเนินการสอบสวนค่ะ ถัดมาค่ะ ข้อสุดท้ายของตัว Governance นะคะ ก็จะเป็นเรื่องของ AI ค่ะ แล้วก็มีเรื่องของ Governance ของ AI ก็คือธรรมาภิบาลในการใช้ AI นะคะ ในส่วนตรงนี้ค่ะ เราก็ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในการจัดตั้งคณะกรรมการ committee ในการที่จะมาเป็น committee สำหรับเรื่องของ AI Governance นะคะ หรือว่าเป็น Policy ต่างๆ ที่ออกมาเป็น Guidance ออกมาที่เรามีการ Communicate ภายใน สื่อสารภายใน และออกนโยบายเป็นที่เรียบร้อยค่ะ ก็ถ้าหากตอนนี้ก็ Complete ตาม Target ที่วางไว้สำหรับปีนี้นะคะ ถัดมาค่ะ เป็นเรื่องของ Climate แล้วค่ะ อันดับแรกค่ะ เป็นเรื่องของการจัดทำเรือนเพาะก๊าซเรือนกระจกนะคะ หรือ Greenhouse Gas Inventory นะคะ ในส่วนตรงนี้ค่ะ เป้าหมายของเราแล้วก็แผนของเรา เราก็จะ Verify ใน Scope 1 Scope 2 เป็นประจำทุกปี แล้วก็เปิดเผยในบัญชีของก๊าซเรือนกระจกของเรานะคะ ในสถานะ ณ เดือนหกของปี 2569 เราเองก็ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยนะคะ โดยการทำรายงานประจำปีของเราสำหรับ Scope 1 Scope 2 ค่ะ เราก็ได้ดำเนินเสร็จสิ้นไปตั้งแต่ช่วงต้นปีของ 2569 เป็นที่เรียบร้อยค่ะ แล้วเราก็มีการสอบทวนจากบริษัทภายนอกแล้วด้วย แล้วก็เปิดเผยที่บนหน้าเว็บไซต์ของเรานะคะ โดยเราได้ดำเนินการ ถ้าท่านไหนอยากได้รับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสแกนทาง QR เพื่อที่จะไปดูในส่วนของ Sustainability Report ของเราได้ค่ะ เราจะมีระบบอยู่ในนั้นนะคะ แต่ถ้าสังเกตเห็น เราก็ได้ดำเนินการในส่วนนี้ค่ะ เป็นประจำทุกปีนะคะ ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ในตัวอย่างนะคะ จนถึง 2025 ปัจจุบันค่ะ ถัดมาค่ะ เรื่องของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนะคะ ในส่วนตรงนี้ค่ะ เมื่อเทียบกับปีฐาน เราตั้งเป้าไว้ว่าปีฐานของเราอยู่ที่ 0.00 ตันคาร์บอนนะคะ เป้าหมายของเราในปี 2026 เราก็ตั้งเป้าไว้ว่าเราจะลดลง 2% ค่ะ ปัจจุบันเราก็ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการอยู่นะคะ เพราะเราอยู่ระหว่างการดำเนินการที่จะเก็บข้อมูลของสำหรับปี 2569 แล้วเดี๋ยวเราจะไปรายงานผลสรุปรวบรวมในต้นปี 2570 ค่ะ ทั้งนี้ค่ะ แผนในการดำเนินงานของเราแบ่งเป็นสามส่วนนะคะ ในส่วนแรกก็เรื่องของการที่เราจะใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพนะคะ เราก็ได้มีแผนที่เราวางไว้สี่แผนนะคะ เป็นแผนย่อย ก็คือเป็นเรื่องของระบบเครื่องทำความเย็นนะคะ เราก็ได้ Initiative ไปแล้ว ได้ทำไปแล้ว ได้ปรับปรุงตัว Chiller Plant ของเราที่โรงแรม JW Marriott ไปแล้วนะคะ แล้วเราก็มีแผนที่อยู่ระหว่างการเพื่อที่จะ Implement ต่อ ติดตั้งต่อที่โรงแรม Holiday Inn Pattaya และโรงแรม ibis Pattaya ค่ะ ทั้งนี้ โรงแรม ibis Phuket Patong ของเราก็อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้สำหรับตัวนี้ค่ะ ถัดมาค่ะ เรื่องของ LED นะคะ เราก็ 99.5% ของโรงแรมของเราก็ได้เปลี่ยนหลอดไฟให้ไปเป็น LED เพื่อมีความ Efficiency ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดค่ะ ในขณะเดียวกันค่ะ ถัดมา แผนจะเป็นเรื่องของการติดตั้งตัว Motion Sensor แล้วก็ Smart Control ในห้องพักแขกค่ะ ในส่วนตรงนี้เราก็ได้ดำเนินการติดตั้งที่โรงแรม JW Marriott เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วก็เรามีแผนที่จะขยายต่อไปยังโรงแรม Grand Hyatt Erawan นะคะ ในส่วน Initiative ตัวนี้ สุดท้ายค่ะ ก็จะเป็นในเรื่องของการที่ติดตั้งใช้ RFID Keycard System นะคะ เพื่อที่เราก็จะได้ประหยัดไฟ ประหยัดพลังงานสำหรับห้องพักแขก ที่ใช้ตอนนี้ก็มากกว่า 95% ก็ติดตั้งระบบตัวนี้เป็นที่เรียบร้อยค่ะ แผนถัดมาค่ะ เรื่องของตัวการติดตั้ง Solar Rooftop นะคะ เราได้ติดตั้งตัว Solar Rooftop ไปแล้วในหลายๆ ที่ ซึ่งในช่วงของครึ่งปีแรกนะคะ เราก็สามารถติดตั้งรวมไปแล้วอยู่ที่ 29 โรงแรมค่ะ ซึ่งผลิตไฟฟ้าทดแทนได้ 347,670 กิโลวัตต์นะคะ แล้วก็เรามีแผนที่จะขยาย คือที่โรงแรม JW Marriott มีการติดตั้งไปแล้ว แต่เราก็มีแผนที่จะขยายการติดตั้งเพิ่มเติมที่โรงแรม เพื่อที่จะได้ใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นค่ะ แผนสุดท้ายค่ะ เรื่องของการปลูกป่านะคะ ในการที่ฟื้นฟูป่า เราก็ได้มีการดำเนินการไปหนึ่งครั้งที่หาดบางสัก จังหวัดภูเก็ตนะคะ ในส่วนตรงนี้ได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยค่ะ เพราะฉะนั้นในทุกๆ แผนของเราก็ยังคง on track อยู่นะคะ อยู่ระหว่างการดำเนินการและ on track ค่ะ ค่ะ ทางเราก็ได้รายงานครบเรียบร้อยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผลการดำเนินงาน หรือว่าในส่วนของ JUMP+ นะคะ ถัดไปจะเป็น Session ของคำถาม Q&A ค่ะ
อภิญญา งามอภิชน: สำหรับในคำถามแรกที่ถามว่าแนวโน้ม RevPAR ในไตรมาสที่สามและไตรมาสที่สี่เป็นอย่างไรนะคะ โรงแรมในกลุ่มไหนฟื้นตัวได้ดี มาจากอะไรนะคะ หลักๆ RevPAR ที่เป็นบวกเราเห็นในทุกๆ Segment นะคะ ก็ Luxury โรงแรมระดับห้าดาวถึงระดับประหยัด เราคาดการณ์ว่าตัว RevPAR ก็จะทำเป็นบวกได้นะคะ ทั้ง Quarter 3 และ Quarter 4 นะคะ ซึ่งหลักๆ ก็มาจากตัวปีนี้ที่เราจะสามารถเพิ่มทั้ง Rate แล้วก็อัตราการเข้าพักได้นะคะ ก็จะมีเหตุการณ์ที่มา Support ในส่วนของทั้งเดือนตุลาคมที่มีการจัดนะคะ การประชุมของ World Bank ในกรุงเทพนะคะ ก็จะมาสนับสนุนในส่วนของผลประกอบการของ Sector นี้นะคะ ทั้งของ Segment นี้ ทั้ง Luxury, Midscale แล้วก็ Economy ในกรุงเทพนะคะ นอกจากนี้เราก็จะมี Tomorrowland ที่จัดที่พัทยานะคะ ซึ่งก็จะทำให้โรงแรมสามโรงแรมของเราในพัทยาสามารถทำ Rate ได้เป็นอย่างดีนะคะ ก็จะเป็นภาพรวมในกลุ่ม Luxury to Economy นะคะ สำหรับใน Budget ถึงแม้ว่าภาพรวม RevPAR จะไม่ได้บวกมากนักนะคะ เนื่องจากมีปัจจัยจากส่วนการแข็งตัวของค่าเงินบาทนะคะ แต่ว่าถ้ามาดูในที่เป็น Local Currency จะเห็นได้ว่าเราคาดการณ์ว่าในทุกๆ ประเทศนะคะ จะสามารถทำอัตราการเข้าพักแล้วก็ RevPAR ได้เป็นบวกนะคะ ก็คาดว่าจะมาสนับสนุนผลประกอบการในไตรมาสที่สามและสี่ค่ะ คำถามถัดมาค่ะ บริษัทเห็นค่ะ
อังคณา วรพงศธร: เชิญค่ะ คุณเฮีย
อภิญญา งามอภิชน: บริษัทเห็นแนวโน้มยอดจองในไตรมาสสี่เป็นยังไงบ้างนะคะ ก็ยอดจองที่เข้ามาเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว เราก็คาดการณ์ว่าตัว Occupancy หรืออัตราการเข้าพักน่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงจากปีที่แล้วนะคะ แต่ว่าหลักๆ ที่จะมาเสริมก็จะเป็นตัว Rate ที่ปรับตัวได้ดีมากยิ่งขึ้นค่ะ
อังคณา วรพงศธร: คำถามถัดมานะคะ ในเรื่องของ RevPAR ค่ะ บริษัทตั้งเป้า RevPAR ปี 2026 Full Year อยู่ที่เท่าไหร่ โดย Occupancy ADR เท่าไหร่นะคะ ก็ตามที่เราแจ้งไปนะคะว่า เรามี Target ของตัวรายได้โดยรวมอยู่ที่ 6% นะคะ ซึ่งก็จะประกอบจากการที่ตัว ADR ที่เพิ่มขึ้น แล้ว Occupancy เราก็มองไว้ว่าเราก็จะอยู่ที่ประมาณ 80% ค่ะ ทำให้ RevPAR เราเองก็น่าจะ Flat แต่ว่าอาจจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยค่ะ
Speaker #1: คําถามถัดมานะคะ ในเรื่องของ Red Car ค่ะ บริษัทตั้งเป้า Red Car ปี 2026 Tour นะคะ อยู่ที่เท่าไหร่ เรื่อง Occupancy ADR เท่าไหร่นะคะ ก็ตามที่เราแจ้งไปนะคะ ว่าเรามี Target ของตัวรายได้นะคะ โดยรวมอยู่ที่ 6% นะคะ แล้วก็ ซึ่งก็จะประกอบจากการที่ตัว ARR ที่เพิ่มขึ้น แล้ว Occupancy เราก็มองไว้ว่า เราก็จะอยู่ที่ประมาณ 80% ค่ะ ทําให้ Red Car เราเองก็ เราก็น่าจะ Flat แต่ว่าอาจจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยค่ะ
Speaker #2: ค่ะ สําหรับคําถามถัดไปนะคะ ว่าบริษัทปรับเป้ารายได้ลดลงทุกกลุ่ม เนื่องจากสาเหตุปัจจัยใดนะคะ ก็สาเหตุหลักๆ นะคะ มาจากผลกระทบของสงครามนะคะ ซึ่งเราเห็นการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวที่เป็น Long Haul ลด ปรับตัวลดลงนะคะ ก็จะมากระทบผลประกอบการนะคะ ของกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงระดับประหยัดนะคะ ในขณะที่โรงแรมระดับ Budget เนี่ย ตั้งแต่ต้นปีมา เราก็เห็นผลกระทบของตัวค่าเงินบาทนะคะ ผลประกอบการที่เป็นไทยบาทเนี่ย ตัว Red Car ก็ตัวรายได้เนี่ยก็จะทําให้ได้รับผลกระทบนะคะ แต่ว่าอย่างที่เจนแจ้งไปว่า ในส่วนของตัว Local Currency เนี่ย ก็จะเห็นได้ว่ายังคงทําผลประกอบการได้ดีอยู่นะคะ จะมีแค่ประเทศญี่ปุ่นเนี่ย ซึ่งมีการสภาวะการแข่งขันในส่วนของ Segment ที่เป็นโรงแรมในประเทศนะคะ เนื่องจากว่ามีการปรับตัวลดลงของนักท่องเที่ยวจีนนะคะ ก็เลยจะเป็นปัจจัยกดดันนะคะ ดังนั้นเนี่ยก็เป็นสาเหตุหลักๆ ก็คือเป็นค่าเงินบาท แล้วก็เป็นผลประกอบการในญี่ปุ่น ทําให้เราปรับประมาณการของโรงแรม Budget ลงมาค่ะ ถัดไปนะคะ ถามว่าในปีนี้บริษัทคาดว่า Cost of Death จะลดลงมาอยู่ที่เท่าไหร่นะคะ และบริษัทจัดการหนี้อย่างไร เตรียมแผนในการกู้ยืมสําหรับโครงการใหม่อย่างไรนะคะ ก็บริษัทยังคงมุ่งเน้นนะคะ การลดต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่องนะคะ ก็เราได้มีการปรับโครงสร้างเงินกู้หลักๆ เสร็จเรียบร้อยแล้วในไตรมาสที่ 2 นะคะ ซึ่งผลกระทบทางเรื่องของ Prepayment Fee นะคะ ก็น่าจะไม่ได้มีผลกระทบกับผลประกอบการแล้วนะคะ ในไตรมาสถัดๆ ไปนะคะ แล้วก็บริษัทก็คาดการณ์ว่าต้นทุนทางการเงินก็จะปรับลดลงมาได้อีกเล็กน้อยนะคะ ซึ่งปัจจุบันเนี่ย ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 2.9 นะคะ ก็คิดว่าน่าจะลดลงไปได้อีกประมาณ 2.8 นะคะ ก็คิดว่าเป็น Target ที่บริษัทตั้งเป้าไว้นะคะ แล้วก็ในส่วนของเงินกู้ของบริษัทเนี่ย ก็อย่างที่เรียนแจ้งไปว่าบริษัทก็จะมีการปรับโครงสร้างให้มีในส่วนของต้นทุนที่คงที่มากยิ่งขึ้นนะคะ เพราะว่าบริษัทมองว่า ณ ปัจจุบันนะคะ ต้นทุนที่บริษัทสามารถทําให้คงที่ได้ก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ําแล้วนะคะ ก็จะทําให้ Portfolio หนี้รวมของบริษัทเนี่ยมีความคงที่มากขึ้นนะคะ สําหรับโครงการใหม่เนี่ย บริษัทก็พิจารณาเป็นโครงการๆ ไปนะคะ เพื่อให้ได้ตัวต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสมที่สุดนะคะ
อภิญญา งามอภิชน: สำหรับคำถามถัดไปว่าบริษัทปรับเป้ารายได้ลดลงทุกกลุ่มเนื่องจากสาเหตุปัจจัยใด ก็สาเหตุหลักๆ มาจากผลกระทบของสงคราม ซึ่งเราเห็นการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวที่เป็น Long Haul ปรับตัวลดลง ก็จะมากระทบผลประกอบการของกลุ่มโรงแรมระดับห้าดาวถึงระดับประหยัดนะคะ ในขณะที่โรงแรมระดับ Budget เนี่ย ตั้งแต่ต้นปีมาเราก็เห็นผลกระทบของตัวค่าเงินบาทนะคะ ผลประกอบการที่เป็นไทยบาทเนี่ย ตัว RevPAR ตัวรายได้ก็จะทำให้ได้รับผลกระทบนะคะ แต่ว่าอย่างที่เรียนแจ้งไปว่าในส่วนของตัว Local Currency เนี่ย ก็จะเห็นได้ว่ายังคงทำผลประกอบการได้ดีอยู่นะคะ จะมีแค่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีสภาวะการแข่งขันในส่วนของ Segment ที่เป็นโรงแรมในประเทศ เนื่องจากว่ามีการปรับตัวลดลงของนักท่องเที่ยวจีนนะคะ ก็เลยจะเป็นปัจจัยกดดัน ดังนั้นเนี่ย ก็เป็นสาเหตุหลักๆ ก็คือเป็นค่าเงินบาทแล้วก็เป็นผลประกอบการในญี่ปุ่น ทำให้เราปรับประมาณการของโรงแรม Budget ลงมาค่ะ ถัดไปนะคะ ถามว่าในปีนี้บริษัทคาดว่า Cost of Debt จะลดลงมาอยู่ที่เท่าไหร่นะคะ และบริษัทจัดการหนี้อย่างไร เตรียมแผนในการกู้ยืมสำหรับโครงการใหม่อย่างไรนะคะ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการลดต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่องนะคะ เราได้มีการปรับโครงสร้างเงินกู้หลักๆ เสร็จเรียบร้อยแล้วในไตรมาสที่สองนะคะ ซึ่งผลกระทบทางเรื่องของ Prepayment ฟรีก็น่าจะไม่ได้มีผลกระทบกับผลประกอบการแล้วในไตรมาสถัดๆ ไปนะคะ แล้วบริษัทก็คาดการณ์ว่าต้นทุนทางการเงินก็จะปรับลดลงมาได้อีกเล็กน้อยนะคะ ซึ่งปัจจุบันเนี่ย ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 2.9% นะคะ ก็คิดว่าน่าจะลดลงไปได้อีกประมาณ 2.8% นะคะ ก็คิดว่าเป็น Target ที่บริษัทตั้งเป้าไว้นะคะ แล้วก็ในส่วนของเงินกู้ของบริษัทเนี่ย ก็อย่างที่เรียนแจ้งไปว่าบริษัทก็จะมีการปรับโครงสร้างให้มีในส่วนของต้นทุนที่คงที่มากยิ่งขึ้นนะคะ เพราะว่าบริษัทมองว่า ณ ปัจจุบันนะคะ ต้นทุนที่บริษัทสามารถทำให้คงที่ได้ก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำแล้วนะคะ ก็จะทำให้ Portfolio หนี้รวมของบริษัทมีความคงที่มากขึ้นนะคะ สำหรับโครงการใหม่เนี่ย บริษัทก็พิจารณาเป็นโครงการๆ ไปนะคะ เพื่อให้ได้ต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสมที่สุดนะคะ
Speaker #1: ค่ะ ถัดไปนะคะ คำถามถัดไปเป็นเรื่องของการปิดปรับปรุงโรงแรม Grand Hyatt Erawan ค่ะ ถามว่าการปิดจากการปิดปรับปรุง Grand Hyatt Erawan จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อยอดจองและแนวโน้มในไตรมาสที่ 3 และ 4 ค่ะ ในส่วนตรงนี้นะคะ ทางบริษัทเองก็มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วนะคะ ก็เราไม่ได้ปิดทั้งหมดนะคะ ก็เราก็ยังสามารถรองรับความลูกค้าในการเข้าพักได้นะคะ อยู่ที่ประมาณ 60-65% จากจำนวนจาก occupancy ที่เต็มของห้องพักค่ะ แล้วก็เราก็จะมีการ ในช่วงที่จะไปเริ่มเป็นใน high season ในช่วงของ Q4 นะคะ หรือแม้กระทั่งในช่วงของที่เรามี World Bank IMF เองนะคะ เราก็จะมีการพักการ renovate ไว้ก่อนนะคะ แล้วก็เพื่อที่เราจะได้รองรับลูกค้าได้เพิ่มขึ้นนะคะ ในส่วนตรงนั้นค่ะ
อังคณา วรพงศธร: ถัดไปนะคะ คำถามถัดไปเป็นเรื่องของการปิดปรับปรุงโรงแรม Grand Hyatt Erawan ค่ะ ถามว่าการปิดจากการปิดปรับปรุง Grand Hyatt Erawan จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อยอดจองและแนวโน้มในไตรมาสที่สามและสี่ค่ะ ในส่วนตรงนี้ทางบริษัทเองก็มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วนะคะ เราไม่ได้ปิดทั้งหมดนะคะ เราก็ยังสามารถรองรับลูกค้าในการเข้าพักได้นะคะ เราก็อยู่ที่ประมาณ 60% ถึง 65% จาก Occupancy ที่เต็มของห้องพักค่ะ แล้วก็เราก็จะมีการใช้ในช่วงที่จะไปเริ่มเป็นใน High Season ในช่วงของ Quarter 4 นะคะ หรือแม้กระทั่งในช่วงของที่เรามี World Bank IMF เองน่ะค่ะ เราก็จะมีการพักการ Renovate ไว้ก่อนนะคะ เพื่อที่เราจะได้รองรับลูกค้าได้เพิ่มขึ้นนะคะ ในส่วนตรงนั้นค่ะ
Speaker #2: ค่ะ คำถามสุดท้ายแล้วนะคะ ที่ทางบริษัทได้ ก็จะเป็นเรื่องแนวโน้ม Red Car ในเดือนกรกฎาคมนะคะ แบ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงระดับประหยัด แล้วก็โรงแรม Budget นะคะ แล้วก็ Transport นะคะ ก็ในส่วนของเดือนกรกฎาคมนะคะ Red Car รวมของทั้งกลุ่มอยู่ที่ +5% นะคะ ถ้าดูเป็นรายเซกเมนต์เนี่ย Luxury to Economy ก็ +8% นะคะ แล้วก็ Topping เนี่ย +6% ค่ะ
อภิญญา งามอภิชน: คำถามสุดท้ายแล้วนะคะ ที่ทางบริษัทได้ก็จะเป็นเรื่องแนวโน้ม RevPAR ในเดือนกรกฎาคมนะคะ แบ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาวถึงระดับประหยัด แล้วก็โรงแรม Budget นะคะ แล้วก็ทั้งพอร์ตนะคะ ก็ในส่วนของเดือนกรกฎาคมนะคะ RevPAR รวมของทั้งกลุ่มอยู่ที่บวก 5% นะคะ ถ้าดูเป็นราย Segment เนี่ย Luxury to Economy ก็บวก 8% นะคะ แล้วก็ Hop Inn เนี่ย บวก 6% ค่ะ
Speaker #1: ค่ะ ณ ตอนนี้เราก็ตอบคำถามที่มีอยู่ในลิสต์ของเราครบเรียบร้อยแล้วนะคะ ในส่วนตรงนี้ก็ไม่ทราบว่านักลงทุนท่านไหนมีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหมคะ โอเคค่ะ ถ้า...
อังคณา วรพงศธร: ณ ตอนนี้ เราก็ตอบคำถามที่มีอยู่ใน List ของเราครบเรียบร้อยแล้วนะคะ ในส่วนตรงนี้ก็ไม่ทราบว่านักลงทุนท่านไหนมีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหมคะ
อภิญญา งามอภิชน: โอเค ค่ะ ถ้านักลงทุนมีคำถามเพิ่มเติม สามารถส่งเข้ามาในช่องทางของ IR ของเราได้เลยนะคะ แล้วก็วันนี้คิดว่าน่าจะตอบคำถามครบถ้วนแล้วนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจของบริษัทนะคะ แล้วเดี๋ยวในไตรมาสหน้าเรามาพบกันอีกครั้งหนึ่งค่ะ สวัสดีค่ะ
