Q2 2026 Thai Oil Public Co Ltd Earnings Call

Speaker #1: Loanholder and I will callทุกท่านเข้าร่วมรับฟังการแถลงผลการดําเนินงานประจําไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ค่ะ สําหรับไตรมาสนี้นะคะ ทางบริษัทได้จัด Analyst Meeting ในรูปแบบออนไลน์ โดยสามารถรับฟังได้ผ่านช่องทาง Microsoft Teams ค่ะ และในไตรมาสนี้นะคะ ทางบริษัทได้เชิญนักวิเคราะห์และนักลงทุนต่างชาติเข้าร่วมรับฟังผ่านห้องแปลภาษาอีก 1 ช่องทางค่ะ สําหรับการแถลงผลการดําเนินงานในวันนี้นะคะ จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงค่ะ โดยช่วงแรกนะคะจะเป็นการบรรยายจากทางบริษัท มีทั้งหมด 5 Agenda เริ่มจาก Key Highlight ในไตรมาสที่ 2 ผลการดําเนินงานของกลุ่มไทยออยล์ ความคืบหน้าโครงการพลังงานสะอาด แนวโน้มอุตสาหกรรม และบทสรุป Final Remark ค่ะ และในช่วงที่ 2 จะเป็นช่วง Q&A นะคะ หากนักวิเคราะห์ท่านใดมีคําถาม สามารถส่งคําถามมาทางช่องทางแชตบ็อกซ์ได้เลยค่ะ ในลําดับถัดไปนะคะ ดิฉันจะขอเรียนแนะนําผู้บริหารที่เข้าร่วมการแถลงผลการดําเนินงานในวันนี้ค่ะ ท่านแรก คุณพงศ์พันธ์ อมรวีวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ท่านที่ 2 คุณวนิดา บุญพิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านการเงินและบัญชี ท่านที่ 3 คุณสุรชัย แสงสําราญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสด้านไฮโดรคาร์บอน และท่านที่ 4 คุณรุ่งนภา จันทร์ชูเกียรติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านการพาณิชย์องค์กรค่ะ นอกจากนี้เรายังมีผู้บริหารระดับสูงที่ให้เกียรติเข้าร่วมการบรรยายในครั้งนี้ค่ะ ท่านแรก คุณเอกชัย ศิริธรรมสาร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านกลยุทธ์องค์กร คุณชาลี บานมงคล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านอํานวยการโครงการพลังงานสะอาด คุณจีราวัฒน์ พัฒนสมสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านธุรกิจไฟฟ้าธุรกิจนวัตกรรมและดิจิทัล คุณสมพร บรรลือศรีเรือง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านการผลิต และคุณณัฐพล มีฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านบริหารศักยภาพองค์กรค่ะ นอกจากนี้นะคะ เรายังมีผู้บริหารฝ่ายและรวมถึงผู้บริหารของบริษัทในกลุ่มเข้าร่วมการแถลงผลการดําเนินงานในวันนี้ เพื่อซัพพอร์ตการตอบคําถามในช่วงท้ายค่ะ ในลําดับถัดไปนะคะ ดิฉันจะขอเรียนเชิญคุณพงศ์พันธ์กล่าวต้อนรับนักวิเคราะห์และเริ่มแถลงผลการดําเนินงานค่ะ

Speaker #2: ครับ สวัสดีครับนะฮะ พงศ์พันธ์นะครับ ก็สวัสดีพี่ๆ นักวิเคราะห์ทุกท่านนะครับ เอ่อ นี่ก็เป็นการอัปเดตในส่วนของไตรมาสที่ 2 นะครับ รวมถึงครึ่งปีแรกของปี 2026 ที่ผ่านมา นะครับ ไปสไลด์ถัดไปเลยก็ได้ครับ ของผมก็จะ เอ่อ สั้นๆ นะฮะ เป็นการอัปเดต Key Highlight หลักๆ ในช่วง เอ่อ ไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมานะครับ ซึ่งจะพบว่าในแง่ของสถานการณ์ตลาดเนี่ย เราจะเห็นว่า เอ่อ ในเรื่องของ เอ่อ ราคาน้ํามันเนี่ย ถ้าดู average เลีย ราคาน้ํามันดิบเนี่ย จะพบว่าราคาน้ํามันดิบเนี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นนะฮะ ถ้าดูใบเนี่ยก็จะ 86.3 มาเป็น 96.1 นะครับ เอ่อ แต่ว่า เอ่อ สภาพที่เพิ่มขึ้นเนี่ย ถ้าเราดูเดือนที่มี impact ต่อ Stock gain loss เนี่ย คือเดือนมีนาคมกับเดือนมิถุนายนเนี่ย จะพบว่า ราคาเนี่ยปรับลดลงนะครับ ซึ่งเดี๋ยวมันก็จะ reflect ในแง่ของผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ที่จะเห็นตัวเลข Stock loss เอ่อ ค่อนข้างเยอะนะครับ เอ่อ โดยรวมเนี่ย เอ่อ ราคาก็ผันผวนเป็นอย่างมากนะครับ เพราะว่าตั้งแต่ที่มีการสู้รบกันในเดือน เอ่อ กุมภาพันธ์ ปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมานะฮะ เอ่อ ในช่วงไตรมาสที่ 2 เนี่ย ก็เป็นช่วงที่มีทั้งแนวโน้มที่สถานการณ์ เอ่อ เริ่มรุนแรงมากนะครับ ไปจนถึงมีโอกาสในการที่จะ เอ่อ จบได้นะครับ แล้วก็จุดท้ายก็กลับมาเด้งกลับมาใหม่นะครับ ก็มีความผันผวนและหวือหวามาก เอ่อ ดังนั้นเนี่ย ในช่วงไตรมาสที่ 2 เนี่ย เอ่อ ตัว crack spread นะฮะ ตัว GIM เนี่ยก็ เอ่อ เป็นภาพที่ปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างเยอะนะครับ เพราะฉะนั้นในมุมของ market GRM เนี่ย ก็จะเห็นว่าในไตรมาสที่ 2 เนี่ย เอ่อ มีการปรับเพิ่มขึ้นไปสูงนะครับ จาก เอ่อ ระดับที่ 12.7 นะครับ ในไตรมาสแรกเนี่ยขึ้นเป็นที่ประมาณ 21.2 เหรียญในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา นะฮะ แต่ว่ามีในเรื่องของ Stock loss นะครับ ซึ่งก็จะสวนทางจากไตรมาสที่ 1 นะฮะ ที่เรามี Stock gain ค่อนข้างสูงในไตรมาสที่ 2 นี้เนี่ย ก็มี Stock loss อยู่ที่ประมาณ เอ่อ 12 เหรียญกว่าๆ นะครับ เอ่อ ในมุมของ เอ่อ ตัว GIM นะครับ เอ่อ ก่อนไป GIM เนี่ย ก็ touch นิดนึงในส่วนของ เอ่อ เอ่อ ราคาผลิตภัณฑ์นะฮะ น้ํามันเนี่ย ก็ต้องเรียนว่า ขูดอย่างที่เรียนนะฮะ ก็สวิงขึ้นลงนะครับ แต่ส่วนที่สําคัญคือว่า Group Premium ก็อยู่ในระดับที่สูงมากนะครับ ในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมานะครับ เอ่อ เนื่องจากว่าสถานการณ์ยังไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่เป็นปกติในตะวันออกกลางนะครับ นอกจากนั้นแล้วเนี่ย เอ่อ ส่วนที่ขูด Premium ที่สูงเนี่ย มันก็เป็นผลพวงมาจากตัว crack spread ที่ค่อนข้างกว้างนะครับ ทั้งในส่วนของแก๊สโซลีน middle disrate นะครับ สูงกว่าปกติหมดเลยทุกตัวนะครับ ตัว middle disrate คือดีเซลกับเจ็ทเนี่ยได้รับผลพวงมากนะครับ เอ่อ เนื่องจากว่า เอ่อ ผลิตภัณฑ์ดีเซล โดยเฉพาะในยุโรปเนี่ย Stock level อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ํามากนะครับ ก็เป็นผลพวงทําให้ตัว crack เนี่ย เอ่อ กระโดดขึ้นไปค่อนข้างเยอะนะครับ เอ่อ เดี๋ยวในรายละเอียดเดี๋ยวคุณรุ่งนภาคงมาเล่าให้ฟังต่อเนื่องนะครับ ในมุมของตัว aromatics นะครับ ก็จะพบว่า เอ่อ ฝั่ง aromatics เนี่ย ตัว PX เบนซีนเนี่ย ราคา ตัว margin ก็ตีบลงนะครับ ตีบลงจากการที่ เอ่อ ฟีดของมันคือที่ลิงก์เกี่ยวกับทางด้านแก๊สโซลีน price เนี่ย มันขึ้นไปกับราคาน้ํามันดิบนะครับ แล้วขึ้นเร็วกว่าราคาที่ PX แล้วก็เบนซีนจะขึ้นนะครับ ทําให้ เอ่อ margin ในส่วนของ aromatic เนี่ย มันแคบลงนะครับ แถม demand เอ่อ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ พวกนี้เนี่ย ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นด้วยนะครับ ในมุมของ LAB อันนี้เนี่ย อาจจะ เอ่อ ดีขึ้นมา เอ่อ บ้างนะครับ จากผลพวงของซัพพลายที่หายไปจากที่ ที่ ที่มาไม่ตามนัดนะครับ ก็คือมี delay capacity expansion จาก เอ่อ ผู้ผลิตในอินเดียนะครับ ก็ทําให้ราคา LAB เนี่ย เอ่อ มี contributing margin ที่ ที่เพิ่มขึ้นนะครับ ส่วนตัว base oil นะครับ และ bitumen เนี่ย ก็พบว่ามี margin ที่สูงขึ้นนะครับ เอ่อ ส่วนใหญ่แล้วก็มาจาก base oil เนี่ย มาจากผู้ผลิตกรุ๊ป 1 กรุ๊ป 2 เอ่อ เป็นซัพพลายในภูมิภาคเนี่ย ลดกําลังการผลิตลง ในขณะที่ เอ่อ ก็เลยทําให้ เอ่อ ตัวซัพพลายของ base oil เนี่ย หายากขึ้นในตลาดนะครับ เพราะฉะนั้นในมุมของตัวสเปรดเนี่ย ก็เลยปรับตัวสูงขึ้นนะครับ bitumen เช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นในมุมของ GIM นะครับ ในส่วนของ เอ่อ เอ่อ ช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาเนี่ยนะครับ ก็จะพบว่า เอ่อ GIM เนี่ย ก็ปรับเพิ่มขึ้นนะครับ จาก 14.8 เหรียญนะครับ market GIM นะฮะ เพิ่มขึ้นจาก 14.8 เป็น 23.9 เหรียญ per barrel นะครับ แต่ว่าถ้าเรา take into account ตัว Stock loss นะครับ จากผลของราคาน้ํามันดิบมีนามา มิถุนายนที่ลดลงเยอะเนี่ย เอ่อ ก็จะพบว่าตัว accounting GIM เนี่ย ก็ปรับลดลงจาก 39 มาอยู่ที่ประมาณ 11.7 เหรียญ เอ่อ per barrel ในช่วง เอ่อ ไตรมาสที่ 2 นี้ครับ ต่อไปครับ เอ่อ ในมุมของ Key Highlight เอ่อ อื่นๆ นะครับ ในมุมของ operation เนี่ย เราก็ maintain เอ่อ maximum เอ่อ กําลังการผลิตของเรานะครับ ไตรมาสแรกเนี่ย จะเห็นว่า refinery run เนี่ย ขึ้นไปถึง 113% นะครับ ไตรมาส 2 อยู่ที่ 107 สาเหตุหลักเป็นเรื่องของการที่เรามี plan maintenance ของ CDU 1 ในเดือนมิถุนายน นะฮะ ก็ทําให้ run อยู่ที่ 107 แต่ 107 นี่ก็คือเรียกว่าเต็มที่ละนะครับ ส่วน เอ่อ เอ่อ operation rate ของตัวอื่นก็คือจะปรับแบบ optimum ในด้านของการขายนะครับ เรายัง เอ่อ ในด้านของการ optimize กําลังการผลิตเนี่ย เรายัง optimize ในส่วนของการผลิตตัว middle disrate เป็นหลักนะครับ ดีเซลก็อยู่ที่ประมาณ 35% นะครับ เอ่อ ส่วนเจ็ทก็ประมาณ 17 แล้วก็ เอ่อ เอ่อ กลุ่มน้ํามันเบนซิน กลุ่มแก๊สโซลีนเนี่ย อยู่ที่ประมาณ 17% เช่นกันนะครับ เอ่อ ฝั่ง commercial เนี่ย ต้องเรียนว่ามีการเปลี่ยนแปลง เอ่อ อย่างมากนะครับ เนื่องจากว่าน้ํามันดิบที่ออกจากอ่าว เอ่อ เปอร์เซีย ผ่านช่องแคบฮอร์มูสเนี่ย ออกมา เอ่อ ไม่ ไม่ได้ในช่วงต้น แล้วก็มีความยากลําบากในช่วงเวลาถัดไปนะครับ ทําให้ไทออยล์เนี่ย ต้องปรับลดจากเดิมที่เรา rely on middle east มากถึง 91% นะครับ เอ่อ เราปรับลดลงในช่วงไตรมาสที่ 2 เนี่ย เหลือแค่ประมาณ 60% นะครับ โดยที่จริงๆ แล้วในเดือนแรกๆ เนี่ย เราลดลงต่ําเกือบประมาณ 30% นะครับ แต่ว่าในช่วงหลังก็ เอ่อ ทยอยกลับมารับเพิ่มขึ้นเมื่อมันมีช่องทางในการที่จะสามารถรับออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นทานผ่านทางทะเลแดง หรือว่าออกจากท่าฟูไจร่า รวมถึงบางส่วนเนี่ยนะครับ สามารถเอาน้ํามันดิบผ่านการทํา ship-to-ship จากซัพพลายเออร์ออกมารับนอกอ่าว นอก เอ่อ ช่องแคบฮอร์มูสได้ด้วยนะครับ ก็จะทําให้ middle east ก็ แต่โดยเฉลี่ยเนี่ย ก็ถือว่าปรับลดลงในปริมาณที่เยอะมาก โดยเราทดแทนจาก เอ่อ น้ํามันดิบที่ทดแทนน้ํามันตะวันออกกลาง อันเก่าเนี่ย ก็จะเป็นน้ํามันดิบจาก เอ่อ แอฟริกานะครับ จากทวีปอเมริกา ทั้งอเมริกาและอเมริกาใต้นะครับ เอ่อ รวมถึง Far East นะครับ แล้วก็ local crude ที่มีการผลิตเพิ่มขึ้นด้วยนะครับ ก็ทําให้เรายังสามารถ maintain operation ในระดับที่สูงได้นะครับ เอ่อ นอกจากนั้นแล้วเนี่ย เราก็ยังขายในประเทศอย่างเต็มที่นะครับ ก็จะพบว่าเราให้ priority ในการซัพพอร์ตลูกค้าในประเทศมาโดยตลอดนะครับ เพราะฉะนั้นในช่วงที่มีวิกฤตเนี่ย เอ่อ เราให้ความสําคัญในเรื่องของ supply security เอ่อ ผลิตเต็มที่นะครับ เพื่อซัพพอร์ตให้กับลูกค้าทุกคนนะครับ เอ่อ ในแง่ของ local consumption เนี่ย ผลิตมา 100 เนี่ย เราขายในประเทศประมาณ 86% นะครับ ในช่วงไตรมาสที่ 2 นะครับ ในมุมของ finance นะครับ เอ่อ cost ของเราเนี่ย ก็ เอ่อ เนื่องจากเรามี shutdown นะครับ ก็ทําให้ cost เรากระโดดขึ้นบ้างในช่วงไตรมาสนี้นะครับ เอ่อ แต่หลักๆ ก็เป็นผลจาก shutdown นะครับ แต่ในมุมของ เอ่อ เรื่องของ เอ่อ การบริหารจัดการทางด้านการเงิน พอราคาน้ํามันดิบเพิ่มขึ้นเนี่ย ทางทีมการเงินก็ได้มีการ เอ่อ ปรับเพิ่ม flexibility โดยการ เอ่อ มี insurance มี มี เอ่อ อะไรล่ะ เอ่อ ไปปรับเพิ่มในเรื่องของ เอ่อ loan agreement กับทางฝั่ง ปตท.

Speaker #2: นะครับ ซึ่งตัวเนี้ยก็ทําให้เรามี cushion เอ่อ เป็น safety net เพิ่มขึ้นนะครับ ว่าเราจะสามารถกู้ ปตท. เพิ่มขึ้นได้จากเดิมเนี่ย limit เก่าเนี่ย อยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้าน ก็ปรับเพิ่มขึ้นเป็นที่ 20,000 ล้านนะครับ อันนี้ก็เพื่อสร้างความมั่นใจในการดําเนินกิจการของเราต่อนะครับ เอ่อ นอกจากนั้นแล้วเนี่ย เอ่อ เอ่อ เราได้ดําเนินการหลายๆ อย่าง รวมถึงการ เอ่อ อัปเกรด เอ่อ หรือไม่ใช่อัปเกรด คือหมายถึงว่าการเร่งดําเนินการในส่วนของโครงการ CFP นะครับ เอ่อ แล้วก็ดําเนินกิจการ เอ่อ อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดเนี่ย ทาง เอ่อ credit rating company นะฮะ ก็มีการปรับ outlook ของเราบางส่วนนะครับ Moody's มีการปรับจาก negative outlook มาเป็น stable นะครับ ในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมานะครับ ต่อเลยครับ เอ่อ ในมุมของ เอ่อ activity อื่นๆ ที่สําคัญ โดยสรุปในไตรมาสที่ 2 เนี่ยนะครับ เอ่อ กลุ่มแรกเนี่ย ที่เราขออนุญาตสรุปเนี่ยนะครับ ก็คือว่า เราเน้นในเรื่องของเสริมการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานในประเทศนะครับ ในช่วงที่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อันดับแรกเลย อย่างที่เมื่อกี้ได้กล่าวไปแล้วเนี่ย คือว่าเรา ยังสามารถ maintain operation ได้ในระดับเกิน 100% นะครับ โดยที่เรา diversify crude นะครับ จากตะวันออกกลางไปยังภูมิภาคอื่นนะครับ ในแง่ของข้อ B นะครับ เอ่อ ตัว SBM 2 อย่างที่ เอ่อ นักวิเคราะห์ทราบนะครับ เรามีการเริ่ม เอ่อ ดํา เอา SBM 2 เนี่ย กลับมาใช้ประโยชน์ เอ่อ ได้เต็มที่ แล้วก็อย่างปลอดภัยนะครับ เอ่อ โดยที่เริ่มมาแล้วตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาสที่ 2 นะครับ ซึ่ง เอ่อ activity นี้เองเนี่ย จริงๆ แล้วทําให้เรา save cost ไปประมาณ 50 เซนต์ per barrel นะครับ จากอดีตที่เราต้องมี activity ในเรื่องของการทํา ship-to-ship นะครับ เอ่อ ในมุมของถังนะครับ เราก็เพิ่ม flexibility โดยการ utilize ถังที่เดิมเนี่ย เตรียมไว้สําหรับโครงการ CFP เนี่ย ดึงขึ้นมาใช้ก่อน ก็ทําให้เราสามารถ เอ่อ maintain operation ได้ด้วย เพราะมีถังเก็บเพิ่มขึ้นนะครับ ทั้งในส่วนของน้ํามันดิบ แล้วก็ในส่วนของน้ํามัน เอ่อ สําเร็จรูปนะครับ เอ่อ ในช่วงที่ผ่านมาเรา ensure ว่าลูกค้ารับของได้ตาม commitment มาตลอดไตรมาสที่ 2 นะครับ CFP เองเนี่ย ก็มี progress ที่ค่อนข้างดีนะครับ เอ่อ ปัจจุบันเนี่ย เอ่อ ในเนี้ย ในเดือนมิถุนาเนี่ย progress as of end of June เนี่ยฮะ อยู่ที่ 30.63% แต่ว่า end of July แล้วกันนะครับ เอ่อ ก็ขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 35% นะครับ เอ่อ ซึ่งก็ เอ่อ ยังเป็นไปตามแผนทุกประการนะครับ ว่าเราก็คาดว่า เอ่อ ตัว เอ่อ โครงการทั้งหมดเนี่ย จะเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 3 ในปี 2028 ก็อีกประมาณ 2 ปีจากนี้นะครับ เอ่อ โดยที่ตัว CDUC เนี่ย ก็จะสามารถ เอ่อ ready for เอ่อ เอ่อ จะ จะสามารถ ready for operation ได้เนี่ย ตั้งแต่ปีหน้านะครับ ปัจจุบันเนี่ย คนงานในไซต์เนี่ย อยู่ที่ประมาณ 20,000 คน ก็คือเรียกว่าเราสายคนเข้าไปเต็มที่นะครับ แล้วก็มีความตั้งใจว่าอันเนี้ยจะต้องเสร็จ แล้วก็ operate ให้ได้แบบ fully นะครับ ในช่วงปี 2028 นะครับ ในมุมของ เอ่อ เอ่อ ข้อ 3 เนี่ยนะฮะ ก็อันนี้ก็เป็นผลพวงจากทางภาครัฐนะครับ ซึ่งก็เนื่องจากราคาน้ํามันเนี่ย มีการปรับสูงขึ้นค่อนข้างเยอะนะครับ ก็มีแนวในเรื่องของการ limit เอ่อ ราคาขายนะครับ ในส่วนของดีเซลนะครับ ผลกระทบของ เอ่อ มาตรการที่ทางภาครัฐออกประกาศออกมาเนี่ย อันนี้ก็สรุปในภาพนะครับว่า กระทบเป็น 2 ช่วงหลักๆ นะครับ ก็ทั้ง เอ่อ ตั้งแต่เดือนวันที่ 9 เมษายนเป็นต้นมา จนถึง เอ่อ ปัจจุบัน เอ่อ ปัจจุบันประกาศเนี่ย ถึงวันที่ 15 สิงหาคมนะครับ net แล้วเนี่ย impact เอ่อ ที่เรา เอ่อ ยอมให้ ให้การลดราคานะครับ กับผู้ค้าน้ํามันเนี่ย เอ่อ หายไปประมาณ 3,200 ล้านบาทนะครับ ซึ่งอันเนี้ยก็ เอ่อ เราก็มองว่าจริงๆ แล้วก็เป็น contribution หนึ่ง ถึงแม้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็ต้องบอกว่า GRM ก็อยู่ในระดับที่สูงมากนะครับ ดังนั้นเนี่ย เอ่อ เราก็ช่วยสังคมในการที่ปฏิบัติตามแนวคิดแนวนโยบายของภาครัฐในการปรับลดราคาดังกล่าว ก็ เอ่อ ถือว่าให้คืนสังคมไปประมาณ 3,200 นะครับ ซึ่งตรงนี้ก็ในอนาคตก็ ก็เดี๋ยวต้องมาว่ากันนะฮะ ว่าเราจะเดิน เดินหน้าเรื่องนี้ยังไง แต่ก็เชื่อว่ามาตรการการคัดดังกล่าวเนี่ย ก็เป็นเฉพาะในช่วงสั้น แล้วก็เป็นมาตรการชั่วคราว ส่วนสุดท้ายนะฮะ ก็นอกจากนั้น การซัพพอร์ตในมุมของ CSR activity ต่างๆ เราก็ ongoing นะครับ ในปีนี้เนี่ย เราก็มีทั้งในเรื่องของการศึกษา ในเรื่องของ health care ในเรื่องของพลังงานทดแทน สิ่งแวดล้อมต่างๆ เนี่ย net net แล้วในปีนี้ก็มี budget ในชุดตัวนี้ที่จะ เอ่อ ให้กับสังคมเนี่ย ถึงประมาณ 300 ล้านบาทนะครับ ก็รวม net แล้วเนี่ย ในมุมของ stakeholder ที่เราซัพพอร์ตก็ประมาณ 3,500 บาท 3,500 ล้านบาทนะครับ อันนั้นก็ ก็เป็นภาพในมุมที่ว่าเราก็ยังสนับสนุนสังคมด้วยไปพร้อมๆ กันนะครับ ต่อเลยฮะ ก็ ก็หลักๆ ก็ key highlight ก็ ก็โดยประมาณนี้นะครับ ซึ่ง เอ่อ โดยสรุปก็คือว่า กําไร เอ่อ เอ่อ ผลพวงจากความผันผวนของราคาพลังงานเนี่ย ก็จะทําให้ตัว GRM GIM เนี่ย อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงนะครับ เพราะว่าสเปรดของ product เนี่ย เอ่อ อยู่ในเกณฑ์ที่เพิ่มขึ้น แต่ว่าเรามี stock loss นะครับ จากผลพวงของราคาน้ํามันดิบ เอ่อ ในช่วงปิดไตรมาสที่ปรับลดลงเยอะนะครับ เอ่อ ซึ่งในรายละเอียดเนี่ย ขออนุญาตเชิญทางพี่แอ้เล่าให้ฟังต่อครับ ขอบคุณครับ

Speaker #1: ขอบคุณค่ะพี่กิ่ง ก็ต่อกันนะคะ ก็ต้องบอกว่าในไตรมาส 2 ปีเนี่ยนะคะ ภาพรวมผลดําเนินงานนะคะ ของไทยออยล์เนี่ย เรามีผลประกอบการที่เป็นกําไรสุทธินะคะ ทั้งกลุ่มอยู่ที่ 8,284 ล้านบาทนะคะ ก็ปรับตัวลดลง Q on Q นะคะ ที่ 11,200 ล้านบาทนะคะ โดยถ้าเกิดว่าลงมาดู breakdown นะคะ ก็จะมีด้วยกันเนี่ย 4 รายการหลักๆ ด้วยกันนะคะ รายการแรกนะคะ ก็เริ่มด้วย net operating profit นะคะ แท่งที่เป็นสีน้ําเงินเข้มๆ นะคะ ในไตรมาสเนี้ยนะคะ ก็จะอยู่ที่ประมาณที่ 21,000 ล้านบาทนะคะ อันนี้ก็ปรับเพิ่มขึ้นนะคะ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ก่อน เอ่อ ไตรมาสก่อนหน้านี้นะคะ เพิ่มขึ้นประมาณสักเกือบๆ 9,300 ล้านนะคะ สาเหตุหลักๆ ก็มาจากการปรับเพิ่มขึ้นของ เอ่อ GRM นะคะ แล้วก็นําเนื่องมาจากว่าการปรับเพิ่มขึ้นของสเปรดนะคะ ของ middle เอ่อ distillate crack นะคะ โดยสาเหตุหลักๆ ก็มาจากในเรื่องของ supply นะคะ เอ่อ ที่ type นะคะ ของทั้งโลกนะคะ อันมาจากในเรื่องของความขัดแย้งในตะวันออกกลางนะคะ แล้วก็รวมถึงการปิดช่องแคบคอมมุสนะคะ ในขณะเดียวกันนะคะ ในไตรมาสเนี้ย เราก็มี stock loss แล้วก็ NRV นะคะ อยู่ที่ประมาณสัก เอ่อ 7,596 ล้านบาทนะคะ ซึ่งถ้า breakdown ลงไปนะคะ ก็จะเป็น stock loss อยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาทนะคะ แล้วก็เป็น NRV อยู่ที่ประมาณอีก เอ่อ บวก 3,100 ล้านบาทนะคะ ก็ net ทั้งสองตัวก็กลายเป็น เอ่อ negative อยู่ที่ประมาณ 7,596 ล้านบาทนะคะ ก็สาเหตุหลักเนื่องจากทิศทางราคาน้ํามันที่ปรับ เอ่อ ลดลงนะคะ ในช่วงเดือนมิถุนายน นะคะ ส่วนรายการอื่นๆ นะคะ ที่เป็น loss อยู่ประมาณสัก 4,286 ล้านบาทนะคะ ก็จะประกอบด้วย hedging loss นะคะ ในไตรมาสเนี้ยอยู่ที่ประมาณสัก 1,400 ล้านบาทนะคะ แล้วก็มี effect loss นะคะ ที่เป็นส่วนของ เอ่อ asset กับ liability นะคะ อยู่ที่ประมาณสัก 800 กว่าล้านบาทนะคะ ส่วนที่เหลืออีกประมาณสัก 2,000 ล้านบาทก็จะเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของภาษีนะคะ แล้วก็นอกจากนี้นะคะ ในไตรมาสเนี้ยค่ะ ก็มีการบันทึกบัญชีในเรื่องของการตั้ง เอ่อ impairment นะคะ ของสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างของโครงการ CST อีกประมาณ 1,000 ล้านบาทนะคะ ก็กล่าวโดยสรุปนะคะ ว่าผลประกอบการในไตรมาสเนี้ยต่ํากว่าไตรมาสก่อนนะคะ ก็หลักๆ ก็มาจาก stock loss นะคะ ถึงแม้ว่าในไตรมาสสองเนี่ยนะคะ ราคา เอ่อ กรวดเฉลี่ยนะคะ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากในไตรมาสหนึ่งนะคะ ก็สาเหตุหลักเนื่องจากมี the is conflict นะคะ แต่อย่างไรก็ดีนะคะ ก็ต้องบอกว่าช่วงที่ไทยออยล์มีการสั่งซื้อน้ํามันดิบสําหรับเข้ากันกลั่นเนี่ยค่ะ ปกติเราก็จะสั่งล่วงหน้าประมาณหนึ่งถึงสองเดือนนะคะ เพราะฉะนั้นในช่วง ในช่วงดังกล่าวเนี่ยค่ะ ในช่วง quarter สองกับ quarter สามหกเก้าเนี่ยค่ะ มันก็จะเป็นรอบการจัดหาน้ํามันดิบปกตินะคะ ที่เราต้องมีการสั่งซื้อล่วงหน้าหนึ่งถึงสองเดือนนะคะ พอในช่วงเดือนมิถุนายน นะคะ ก็เหตุการณ์ เอ่อ middle is conflict ก็มีแนวโน้มคลี่คลายลงนะคะ จากการที่สหรัฐแล้วก็อิหร่านเนี่ยบรรลุข้อตกลงในเรื่องของการหยุดยิงชั่วคราว แล้วก็ลงนามใบบันทึกความเข้าใจนะคะ ก็ส่งผลทําให้ราคากรวดเนี่ยปรับลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญในช่วงเดือนดังกล่าวนะคะ ก็เป็นผลทําให้ไทยออยล์เราต้องรับรู้ในเรื่องของขาดทุนจากสต็อกน้ํามันประมาณสักหนึ่งหมื่นล้านบาทนะคะ ถัดไปนะคะ ก็หน้านี้นะคะ ก็จะแสดงให้เห็นนะคะว่าในไตรมาสเนี่ยนะคะ utilization rate นะคะ ของธุรกิจลงกลั่นนะคะ ก็ยังอยู่ในระดับที่หนึ่งร้อยเจ็ดเปอร์เซ็นต์นะคะ ก็ต่ําลงนะคะ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วเล็กน้อยนะคะ เนื่องจากว่าหน่วย CDU หนึ่งมีการ shut down ตามแผนนะคะ แต่อย่างไรก็ดีนะคะ ก็จะสังเกตว่าก็ยังคงสูงกว่า industry you rate นะคะ ส่วนในส่วนของ domestic oil demand นะคะ ภาพทางขวามือนะคะ สําหรับหกเดือนของปีนี้นะคะ ก็จะเห็นว่า demand ของแก๊สออยล์เนี่ยมีการปรับลดลงนะคะ ประมาณสักสองจุดสี่เปอร์เซ็นต์นะคะ ในขณะที่ถ้าเป็น product อื่นๆ เนี่ย demand ก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยนะคะ ก็ทําให้ภาพรวมเนี่ย ของหกเดือน demand ก็จะลดลงประมาณสักศูนย์จุดเก้าเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับ เอ่อ ช่วงครึ่งปีก่อนหน้านี้นะคะ ส่วนในเรื่องของ sale breakdown นะคะ ทางล่างซ้ายนะคะ ก็จะเห็นว่า pattern คล้ายๆ เดิมนะคะ สี่สิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์นะคะ ก็เป็นการขาย product นะคะ ให้กับทาง OR นะคะ แล้วก็ยี่สิบสามเปอร์เซ็นต์ก็ขายให้กับทาง PT นะคะ แล้วก็สิบเปอร์เซ็นต์ก็ขายให้กับลูกค้า domestic อื่นๆ นะคะ แล้วก็ที่เหลือก็จะกระจายตัวให้กับทาง Shell บางจาก แล้วก็ Chevron นะคะ โดยไทยออยล์เราก็ยังเน้นในเรื่องของการขายในประเทศเป็นหลักนะคะ ก็จะเห็นว่าในไตรมาสสองเนี่ยค่ะ เราขายในประเทศอยู่ประมาณที่แปดสิบหกเปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วก็ส่งออกประมาณสักสิบสี่เปอร์เซ็นต์นะคะ โดยสี่เปอร์เซ็นต์เนี่ยค่ะ ก็จะส่งออกในประเทศเพื่อนบ้าน CRNB ก็หลักๆ ก็จะเป็นประเทศเวียดนามนะคะ แล้วก็ส่วนที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์เนี่ยค่ะ ก็จะส่งออกไปที่ประเทศอื่นๆ เช่น สิงคโปร์แล้วก็มาเลเซีย ภาพนี้นะคะ ก็จะโชว์ให้เห็นอะนะคะ ถัดไปนะคะว่า ว่า อย่างที่ เอ่อ อธิบายเรียนไปนะคะ ว่า you rate ของ เอ่อ หรือ finally ในไตรมาสเนี้ย ปรับตัวลดลงนะคะ ร้อยเจ็ด ก็เนื่องจากว่ามี plan shut down ของ CDU หนึ่งนะคะ โดย market GRM นะคะ ของ Q เนี้ยนะคะ ก็อยู่ที่ประมาณยี่สิบเอ็ดจุดสองเหรียญต่อบาร์เรลนะคะ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ Q on Q นะคะ ก็สาเหตุหลักเนื่องจากว่า GRM ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ นําโดยในเรื่องของ middle business crack นะคะ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ จากสาเหตุหลักก็เนื่องจากว่า supply ที่ใช้นะคะ ของทั้งโลกที่ตึงตัวนะคะ จากเหตุการณ์ที่ middle is conflict นะคะ ก็เป็น support ในเรื่องของ state ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ ก็ใน มันดูในเรื่องของกรูด เอ่อ sourcing นะคะ ก็จะเห็นว่า ในไตรมาสเนี่ยนะคะ ไทยออยล์เราก็นําเข้ากรูดจาก middle is ปรับตัวลดลงนะคะ จากเดิมทีปกติประมาณสักเก้าสิบเปอร์เซ็นต์นะคะ ก็ลดลงเหลืออยู่ที่ห้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์นะคะ โดย portion หลักๆ นะคะ ก็จะมาจากเมอร์เบิลอยู่ที่สามสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์นะคะ โดยทิศทางเฉลี่ยๆ นะคะ ของราคาน้ํามันดิบในไตรมาสเนี้ย ปรับตัวสูงขึ้นนะคะ แต่อย่างไรก็ดีอย่างที่เรียนไปนะคะ ในช่วงเดือนมิถุนายนเนี่ย เหตุการณ์ความขัดแย้งเนี่ยมีแนวโน้มคลี่คลายลงนะคะ ก็ส่งผลทําให้ราคากรูดในช่วงเดือน เอ่อ มิถุนาเนี่ย ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญนะคะ ก็ทําให้เรามีสต็อกลอสใน Q สองเนี่ยค่ะ อยู่ที่ประมาณสิบสองจุดสองเหรียญต่อบาร์เรลนะคะ ซึ่งเมื่อไปรวมกับ market GRM นะคะ ก็จะได้เป็น accounting GRM ของ refinery อยู่ที่เก้าเหรียญต่อบาร์เรลนะคะ ในไตรมาสนี้ค่ะ BU ถัดไปนะคะ ก็จะเป็น aromatics กับ LAB นะคะ ก็ต้องบอกว่าในไตรมาสเนี้ยนะคะ due rate ของ TTX นะคะ ก็ปรับตัวลดลงนะคะ มาอยู่ที่หกสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วก็ you rate ของ LAB ก็ปรับตัวลดลงเช่นกันนะคะ มาอยู่ที่หนึ่งร้อยสิบแปดเปอร์เซ็นต์นะคะ อันนี้ก็จะเป็นไปตามในเรื่องของ plan group optimization ของทั้งกลุ่มไทยออยล์นะคะ ส่วน contribution นะคะ ของ aromatic LAB นะคะ Q on Q ก็ปรับตัวลดลงนะคะ โดย GIM นะคะ ของ aromatics กับ LAB เนี่ย ปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนนะคะ ที่จากหนึ่งจุดหนึ่งเหรียญต่อบาร์เรลนะคะ ในไตรมาสนี้ก็จะอยู่ที่แปดสิบเซ็นต์นะคะ ก็สาเหตุหลักๆ ก็จะมาจากสเปรดของสารพาราไซลีนแล้วก็สารเบนซีนที่มีการปรับตัวลดลงนะคะ จากราคา free stock ที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าราคา product นะคะ ส่วนถ้ามาดู LAB นะคะ ในไตรมาสเนี้ยนะคะ สเปรดของ LAB ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากเลยนะคะ เนื่องจากว่า supply ที่ใช้ในเอเชียนะคะ เพราะว่าเป็นผลมาจาก free stock นะคะ ที่สูงขึ้นมากนะคะ ทําให้การผลิตของสาร LAB เนี่ย ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะในประเทศอินเดียนะคะ ซึ่งปกติก็จะนํา เอ่อ เข้า free stock นะคะ จาก middle is นะคะ เป็นหลัก ก็ทําให้ supply ของ LAB เนี่ย ตึงตัวใน เอ่อ ทวีปเอเชีย นะคะ ถัดไปอันนี้เป็นธุรกิจเบสออยล์นะคะ ก็จะเห็นว่า you rate ของเบสออยล์ในไตรมาสสองนะคะ ก็ปรับตัวลดลงนะคะ มาอยู่ที่แปดสิบเปอร์เซ็นต์นะคะ ในขณะที่ไตรมาสเนี้ยนะคะ GIM ของธุรกิจเบสออยล์เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนนะคะ ปรับเพิ่มขึ้นนะคะ มาอยู่ที่หนึ่งจุดเก้าเหรียญต่อบาร์เรลนะคะ ก็สาเหตุหลักก็เนื่องจากว่ามีการปรับเพิ่มขึ้นของสเปรดระหว่างน้ํามันหล่อลื่นพื้นฐานกับเทียบกับน้ํามันเตานะคะ เนื่องจากว่าไทยซัพพลายของกรุ๊ปหนึ่งแล้วก็กรุ๊ปสองนะคะ เนื่องจากว่ามี เอ่อ production cut ในเอเชียนะคะ ก็สาเหตุหลักก็มาจากในเรื่องของ free stock ที่ shortage นะคะ แล้วก็รวมถึง เอ่อ มีส่วนต่างของตรง เอ่อ ยางมะกอยกับตัวฟิวส์ออยล์นะคะ ก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกันนะคะ สาเหตุหลักก็มาจากเรื่องของ supply ที่ใช้เช่นกัน จากเหตุการณ์ที่ middle is conflict นะคะ เมื่อรวมสาม BU ด้วยกันนะคะ เราก็จะได้เป็นภาพรวมของ market GRM นะคะ ในไตรมาสนี้ที่อยู่ที่ยี่สิบเอ็ดจุดสองเหรียญต่อบาร์เรลนะคะ ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ จากไตรมาสก่อนนะคะ แล้วก็เมื่อไปรวมกับ accounting เอ่อ ไปรวมกับสต็อกลอสนะคะ ที่ประมาณสิบสองเหรียญต่อบาร์เรลนะคะ ก็จะได้เป็น accounting GRM รวมกันอยู่ที่เก้าเหรียญต่อบาร์เรลนะคะ แล้วก็เมื่อเอาไปรวมกับ contribution จากทั้ง TTX ไทยลูปเข้ามานะคะ ก็จะได้เป็น accounting GRM อยู่ที่สิบเอ็ดจุดเจ็ดเหรียญต่อบาร์เรลนะคะ ตามที่โชว์ในภาพนะคะ ส่วนภาพทางขวาบนนะคะ ก็จะเป็นภาพ cash cost นะคะ ของ refinery นะคะ อันนี้ก็จะขอเรียนว่า อันนี้จะเป็นภาพ cash cost ในมุมที่เป็น เอ่อ managerial information นะคะ แล้วก็จะสะท้อนตรงดอกเบี้ยของการออกหุ้นกู้ perpetual bond เข้าไปด้วยนะคะ ถึงแม้ว่าในหน้างบการเงินเนี่ยค่ะ ดอกเบี้ยของ perpetual bond จะไม่ได้ถูกบันทึกเป็นดอกเบี้ยจ่ายนะคะ แต่อันนี้ก็ เพื่อให้ความชัดเจนมากขึ้นนะคะ ก็จะสังเกตได้นะคะว่า cash cost ในไตรมาสสองเนี่ยค่ะ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วนะคะ ก็สาเหตุหลักเนื่องจากว่า intake ที่ลดลงจากแผน เอ่อ ซ่อมบํารุงของ CDU หนึ่งนะคะ แล้วก็รวมถึงในไตรมาสสองเนี่ยค่ะ เราก็จะมีการรับรู้ดอกเบี้ยของ perpetual bond เนี่ย เต็มไตรมาสนะคะ เมื่อเทียบกับตอนไตรมาสหนึ่ง ซึ่งเราออกไปตอนประมาณสักกลางเดือน มกรา นะคะ ดังนั้นในไตรมาสหนึ่งก็ดอกเบี้ยของ perpetual bond ก็ยังไม่ได้รับรู้เข้ามา เอ่อ เต็มที่นะคะ แล้วก็เมื่อรวม cash cost ของ BU อื่นเข้ามานะคะ ก็จะได้เป็น top group cash cost นะคะ Q เนี้ยนะคะ ก็อยู่ที่สามสิบสามเหรียญต่อบาร์เรล ถัดไปอันนี้เป็นธุรกิจไฟฟ้านะคะ ก็ไฟฟ้าไทยออยล์ปัจจุบันเราก็จะมีสองบริษัทด้วยกันนะคะ ก็คือ Top SCP ที่ถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วก็ GPSC ที่ถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์นะคะ ฉะนั้นของ GPSC สิบเปอร์เซ็นต์ก็ เราก็จะรับรู้เฉพาะเงินปันผลลัพธ์ที่ได้จาก GPSC เท่านั้นนะคะ ก็จะเห็นได้นะคะว่าในไตรมาสเนี้ยนะคะ ธุรกิจไฟฟ้าเนี่ย มี contribution ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ จาก Top SCP นะคะ เนื่องจากว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตรง sales volume แล้วก็ราคาขายนะคะ ของทั้งไฟฟ้าแล้วก็ไอน้ํานะคะ แล้วก็รวมถึงมีเงินปันผลลัพธ์จาก GPSC ในไตรมาสเนี้ยนะคะ อยู่ที่สองร้อยหกสิบแปดล้านบาทนะคะ ทําให้ contribution ในธุรกิจไฟฟ้าในไตรมาสสองก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น Q on Q ค่ะ ส่วนอันนี้เป็นโอลิฟินนะคะ ในส่วนของโอลิฟินนะคะ ไทยออยล์เราก็มีการลงทุนนะคะ เอ่อ ที่ประเทศอินโดนีเซียนะคะ ผ่าน Top Investment Indonesia หรือว่า TII นะคะ โดยเข้าไปถือหุ้นสิบห้าเปอร์เซ็นต์ในบริษัทแคปนะคะ หรือว่า Central Asia นะคะ ก็จะเห็นว่า contribution ใน Q เนี้ยเป็นบวกนะคะ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ สาเหตุหลักๆ ก็จะมาจากราคา product นะคะ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตาม supply ที่ใช้ในไตรมาสนี้นะคะ ก็สาเหตุมันเนื่องจากว่าการขาดแคลนตรง free stock นะคะ ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งใน middle is นะคะ ก็ทําให้สเปรดของราคา product เมื่อไปเทียบกับราคา natural มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจ ethanol นะคะ กับ solvent นะคะ ก็ต้องบอกว่า สําหรับภาพรวมนะคะ ของธุรกิจ solvent ในไตรมาสเนี้ยนะคะ contribution เนี้ย ปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วนะคะ สาเหตุก็เนื่องจากว่าราคาขายเฉลี่ยเนี่ย ของ solvent มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของราคาน้ํามันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ โดยเฉลี่ยในไตรมาสสองนะคะ ส่วนถ้ามาดูธุรกิจ ethanol นะคะ ในไตรมาสนี้ นะคะ ก็จะเห็นว่า contribution มีการปรับตัวลดลงนะคะ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วนะคะ สาเหตุหลักก็เนื่องจาก sales volume ของ ethanol เนี่ย ที่มีการปรับตัวลดลงนะคะ แล้วก็รวมถึงต้นทุนการผลิตที่ เอ่อ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ แล้วก็เนื่องจากว่ามีการซ่อมบํารุงตามแผนของ ethanol ในไตรมาสนี้เช่นกันนะคะ เมื่อเอาทุกธุรกิจมารวมกันนะคะ ก็จะประกอบออกมาเป็นงบการเงินที่เป็นภาพคอนโซลนะคะ ดังแสดงในนี้นะคะ ก็จะเห็นว่า ในไตรมาสเนี้ยนะคะ เอ่อ top console เนี่ยค่ะ เรามี EBITDA อยู่ที่แปดพันเก้าร้อยสิบห้าล้านบาทนะคะ ก็ปรับตัวลดลงนะคะ Q on Q นะคะ ก็สาเหตุหลักเนื่องจากว่า เอ่อ ราคา crude นะคะ ที่มีการปรับตัวลดลงในช่วงเดือนมิถุนายน ทําให้มี stock loss เนี่ย เข้ามาในไตรมาสนี้ นะคะ ส่วนในส่วนของ net profit นะคะ ของไทยออยล์นะคะ ในไตรมาสนี้ก็ปิดอยู่ที่แปดพันสองร้อยแปดสิบสี่ล้านบาทนะคะ ก็ลดลง Q on Q นะคะ ก็ แล้วก็มี earning per share อยู่ที่ประมาณสามจุดเจ็ดหมื่นบาทต่อหุ้นนะคะ แต่ขณะเดียวกันถ้าเกิดเราถอดสต็อก gain loss ถอด NRV ออกนะคะ ก็จะเห็นว่า no pad ของไตรมาสนี้นะคะ ก็ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมานะคะ ถัดไปก็จะเป็นภาพ cash flow นะคะ ในส่วนของ cash flow นะคะ ก็จะเห็นว่า เอ่อ ในกลุ่มของไทยออยล์เนี่ยนะคะ เรามี total cash นะคะ รวมถึง short term investment ด้วยนะคะ ตอนต้นปีเนี่ยอยู่ที่ประมาณหกหมื่นแปดพันล้านบาทนะคะ แล้วก็มีการ เอ่อ ใช้เงินไปใน operating activity เนี่ย อยู่ประมาณแปดพันเก้าร้อยล้านบาทนะคะ โดยหลักการหลักๆ เนี่ยค่ะ ก็จะมาจากในเรื่องของ working capital นะคะ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นติดลบ ก็คือใช้เงินมากขึ้นนะคะ ครึ่งปีเนี่ยอยู่ที่ประมาณห้าหมื่นสามพันล้านบาทนะคะ เนื่องจากว่า เป็นไปตามทิศทางราคาน้ํามันที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้วนะคะ ก็ทําให้สาเหตุหลักทําให้ ในไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ AR inventory นะคะ รวมถึงเงินกองทุนน้ํามันมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ ในช่วงครึ่งปีนี้นะคะ ส่วน activity ในเรื่องของ investing นะคะ ก็จะเห็นว่า เมื่อ net แล้วนะคะว่า เราก็จะมีการจ่ายเงินออกไปใน investing activity นะคะ อยู่ที่ประมาณสี่พันสี่ร้อยล้านบาทนะคะ โดยหลักๆ ก็จะเป็นการจ่ายเงินลงทุนสําหรับ Carpet Spending ของโครงการ CSP นะคะ เกือบๆ หนึ่งหมื่นล้านบาทนะคะ ส่วนกิจกรรมในเรื่องของ financing activity นะคะ ก็จะมีการใช้จ่ายเงินไปทั้งหมดนะคะ สองพันเก้าร้อยแปดสิบล้านบาทนะคะ โดยในช่วงครึ่งปีแรกเนี่ยค่ะ ก็จะมี เอ่อ การทํา activity หลายอันด้วยกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ bond buyback นะคะ ตอนต้นปีนะคะ ที่ประมาณเกือบๆ หนึ่งหมื่นห้าพันล้านบาทนะคะ มีการออก perpetual bond นะคะ ได้เงินเข้ามาหนึ่งหมื่นแปดพันเก้าร้อยล้านบาทนะคะ แล้วก็มีการจ่าย loan repayment ตามปกตินะคะ ก็ประมาณสักเกือบๆ หนึ่งหมื่นหนึ่งพันล้านบาทนะคะ แล้วก็มีการจ่ายดอกเบี้ยไปประมาณสองพันหกร้อยล้านบาท แล้วก็รวมถึงมีการจ่าย dividend แล้วก็รายการอื่นอีกประมาณสี่พันล้านบาทนะคะ ทําให้ net ทุกอย่างอะนะคะ ก็จะมี เอ่อ total cash ทั้งหมดรวมถึง short term investment เนี่ยนะคะ ณ สิ้นเดือน June เนี่ยค่ะ อยู่ที่สี่หมื่นเจ็ดพันเก้าร้อยหกสิบสี่ล้านบาทนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาพ top console นะคะ แต่ถ้าเกิดว่ามองเฉพาะ ลงกลั่นของไทยออยล์อย่างเดียว ก็คืองบท็อปเดี่ยวนะคะ ก็จะเห็นว่า ต้นปีเรามีแคชตั้งต้นอยู่ที่ประมาณหกหมื่นสองพันล้านบาทนะคะ พอปิดไตรมาสเนี่ยนะคะ ก็จะเห็นว่า แคชเราก็ปรับตัวลดลงนะคะ เหลือประมาณสามหมื่นเก้าพันล้านบาทนะคะ ก็หลักๆ ก็ มาจาก working cap ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ํามันนะคะ แล้วก็มีเงินที่ไปค้างอยู่ใน เอ่อ เงินกองทุนน้ํามันด้วยเช่นกันนะคะ ส่วนภาพเนี่ยนะคะ ก็จะเป็นโชว์ในเรื่องของ financial position นะคะ ก็เห็นว่า ณ สามสิบมิถุนานะคะ เรามี total asset อยู่ที่สี่แสนห้าหมื่นสองพันล้านบาทนะคะ โดยประมาณนะคะ ก็ปรับเพิ่มขึ้นนะคะ เมื่อเทียบกับ year end นะคะ สาเหตุหลักก็จะเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้านะคะ แล้วก็เป็นในเรื่องของลูกหนี้เงินกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนะคะ แล้วก็ในเรื่องของสินค้าคงเหลือนะคะ ส่วนถ้ามาดูในส่วนของ debt นะคะ ก็จะเห็นว่า เอ่อ debt เนี่ย มีการปรับตัวลดลงนะคะ ในส่วนของตรง IBD นะคะ ก็หลักๆ มาในเรื่องของการทํากิจกรรมในเรื่องของ bond buyback นะคะ IBD ณ เอ่อ สามสิบมิถุนานะคะ ของปีนี้ก็จะอยู่ที่ประมาณเก้าหมื่นแปดพันล้านบาทนะคะ แล้วก็เมื่อนําไปหัก net กับ cash ที่เรามีอยู่ในมือประมาณสักเกือบๆ สี่หมื่นแปดพันล้านบาทนะคะ ก็จะเหลือเป็น net debt อยู่ที่ประมาณห้าหมื่นล้านบาทนะคะ ณ เอ่อ สิ้นไตรมาสที่สองนะคะ ในส่วนของ currency breakdown นะคะ อันนี้ก็ pattern คล้ายๆ เดิมนะคะ ก็อันนี้คือหลังจาก เอ่อ after cost currency swap เนี่ยนะคะ ก็จะเห็นว่า เรามีเงินกู้ที่เป็นดอลลาร์อยู่ที่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์นะคะ ที่เหลือก็จะเป็นบาทอยู่ประมาณสักเจ็ดสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์นะคะ อัตราดอกเบี้ยนะคะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการจ่ายดอกเบี้ยอัตราที่เป็น fixed rate ประมาณสักแปดสิบนะคะ ที่เหลือก็จะเป็น floating rate อยู่ที่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์นะคะ ส่วนอายุ เอ่อ หนี้ทั้งหมดนะคะ เฉลี่ยๆ ก็ประมาณอยู่ที่สิบเอ็ดจุดสองปีนะคะ แล้วก็ cost of debt ก็อยู่ประมาณที่สามจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์นะคะ ทุก rating ก็ยังคง affirm rating เหมือนเดิมนะคะ เป็น IG rating นะคะ ตามที่โชว์นะคะ แล้วก็มี outlook นะคะ ที่ทาง Moody's ก็มีการปรับ outlook จากเดิมทีที่เป็น negative เนี่ย ให้มาเป็น stable outlook นะคะ จากในเมื่อว่า เห็นกิจกรรมในเรื่องของ เอ่อ safety progress ที่เป็นไปด้วยดีนะคะ เอ่อ การทําแผน de-leverage ไปทั้งหมดพันห้าร้อยล้านบาท เอ้ย พันห้าร้อยล้านเหรียญสหรัฐนะคะ แล้วก็รวมถึงการทํา asset monetization เมื่อตอนปลายปีนะคะ ส่วนในส่วนของ ratio นะคะ ก็ต้องบอกว่า ratio ในไตรมาสนี้ก็ปรับตัวดีขึ้นเยอะนะคะ ROE ก็ปรับขึ้นมาเป็นที่ประมาณอยู่ที่สิบห้าเปอร์เซ็นต์นะคะ เนี่ย ที่ ROIC ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่เกือบๆ ยี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์นะคะ ในส่วนของ gearing ratio นะคะ ก็ต้องบอกว่า net debt to EBITDA ก็ปรับตัวลดลงนะคะ จากสามจุดเจ็ดเท่าเมื่อสิ้นปีที่แล้วก็อยู่ที่หนึ่งจุดสี่เท่านะคะ ณ วันที่สามสิบ June นะคะ DE ก็เท่าเดิมอยู่ที่ศูนย์จุดสามเท่านะคะ ก็ยังคงอยู่ใน range ที่ไม่เกิน policy ของบริษัทแล้วก็อยู่ใน range ที่ไม่เกิน policy ของ credit rating agency ค่ะ ก็อันนี้เป็นภาพของทาง เอ่อ financial performance นะคะ ค่ะ ขออนุญาตมาต่อในส่วนของ market outlook นะคะ ก็ขอเริ่มตั้งแต่ recap ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สงครามเมื่อ เอ่อ วันที่ยี่สิบแปด กุมภาเลยนะคะ ถ้า ถ้าจํากันได้คือว่า เอ่อ เหตุการณ์เนี่ย จริงๆ แล้วเนี่ย ก่อนหน้าจะมีสงครามอะค่ะ จะมี เอ่อ น้ํามันดิบที่ออกจากช่องแคบฮอร์มูซประมาณสักยี่สิบล้านบาร์เรลต่อวัน แล้วก็มีน้ํามันที่ออกทาง เอ่อ ช่องแคบ Bab-el-Mandeb อีกประมาณสักหกล้านบาร์เรลต่อวันนะคะ แล้วพอเกิดเหตุการณ์ เอ่อ สงครามเกิดขึ้นเมื่อ เอ่อ ต้นเดือน เอ่อ มีนาเนี่ยค่ะ เอ่อ ก็จะเห็นว่าน้ํามันที่ออกจากทางอ่าวเปอร์เซียเนี่ย ก็จะลดลงทันที เหลือประมาณสักหกล้านบาร์เรลต่อวันนะคะ และหลังจากนั้นน่ะค่ะ ก็จะค่อยๆ ทยอยปรับตัวในช่วง เอ่อ ปลายเดือนมีนานะคะ ก็จะเริ่มมีทยอยออกมาเพิ่มขึ้นเป็นประมาณสักสิบล้านบาร์เรลต่อวันนะคะ ซึ่ง volume ตรงเนี้ยค่ะ พอ พอมีการปรับตัวเนี่ย จะเห็นว่าช่วงแรกๆ อะค่ะ ตอนเกิด เอ่อ สงครามใหม่ๆ เนี่ย Dubai อะค่ะ จะพุ่งขึ้นไป เอ่อ จากปกติก่อนหน้าสงครามประมาณสักหกสิบกว่าเหรียญนะคะ ก็จะขึ้นไปประมาณสักร้อยหกสิบเหรียญ สูงสุดประมาณนั้นนะคะ ก่อนที่จะทยอยปรับตัวลงมาอยู่ประมาณสัก เอ่อ หนึ่งร้อยยี่สิบเหรียญค่ะ แต่พอหลังจากที่ เอ่อ มีการปรับตัวไปซื้อน้ํามันดิบ เอ่อ จากนอกช่องแคบมากขึ้นนะคะ ก็ทําให้ตัวน้ํามัน เอ่อ ราคาของ debt-to-bend น่ะค่ะ ก็ทยอยตัว เอ่อ ปรับตัวขึ้นเช่นกันนะคะ ก็ เอ่อ ในเดือน เอ่อ April ก็พุ่งขึ้นไปถึงประมาณสักร้อยสี่สิบเหรียญนะคะ แล้วหลังจากนั้นนะคะ ก็เริ่มมีการ เอ่อ คลี่คลาย มีทยอย มี เอ่อ น้ํามันนะคะ ที่ เอ่อ ปรับตัวออกมาได้ เอ่อ มากขึ้นโดยบาลานซ์แล้วเนี่ยค่ะ ราคาก็จะวิ่งอยู่ประมาณสักหนึ่งร้อยถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเหรียญทั้ง เอ่อ เอ่อ Dubai แล้วก็ debt-to-bend นะคะ กระทั่งจนเกิดเหตุการณ์ที่ว่า เริ่มมีการพยายามที่จะ เอ่อ เจรจาเพื่อจะ เอ่อ หยุดการ เอ่อ เอ่อ ยิงชั่วคราวเพื่อจะมาเจรจากันนะคะ ซึ่งเหตุการณ์เนี้ยก็จะเกิดในช่วงเดือนมิถุนานะคะ ถ้าจํากันได้ในช่วงมิถุนาเนี่ย ก็ เอ่อ ตั้งแต่ต้นเดือนมี เอ่อ ความพยายามที่จะเจรจาแล้วก็มีการ เอ่อ เอ่อ ยิงโจมตีถล่มกันค่อนข้างรุนแรงก่อนที่จะเจรจา เอ่อ สําเร็จนะคะ จนกระทั่งวันที่สิบเจ็ด มิถุนาก็มีการตกลงเซ็น MOU เพื่อจะยุติการยิงชั่วคราวเพื่อจะมาเจรจาใน เอ่อ กรอบเวลา เอ่อ หกสิบวัน ซึ่งจะ เอ่อ สิ้นสุดใน เอ่อ วันที่สิบเจ็ดเดือนนี้นะคะ ซึ่ง เอ่อ หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นน่ะค่ะ ก็จะเห็นว่า เอ่อ ปริมาณน้ํามันที่ออกจากช่องแคบ เอ่อ ฮอร์มูซก็เริ่มกลับเข้ามา แล้วก็ปริมาณน้ํามันเนี่ยก็ค่อยๆ ramp up ขึ้นไปจนใกล้เคียงระดับยี่สิบล้านบาร์เรลนะคะ แต่เกิดเหตุการณ์ที่ว่า เอ่อ ในช่วงนั้นราคาค่ะ ราคาก็จะดิ่งลงมาเลยนะคะ จนอยู่ประมาณสักไปแตะที่ประมาณหกสิบต้นๆ นะคะ แต่หลังจากนั้นเนี่ย ช่วง ช่วงประมาณต้นเดือน July ถ้าจํากันได้ก็คือ เกิดเหตุการณ์ที่ทาง เอ่อ อิหร่านยิงเรือสามลําที่ ขนสินค้าผ่านทางช่องแคบฮอร์มูซในเส้นทางที่ไม่ได้อยู่ในเส้นทางที่ระบุไว้นะคะ ทําให้ทาง เอ่อ ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ประกาศยุติ MOU ในต้นเดือน July นะคะ แล้วก็มีการ เอ่อ โจมตีกันค่อนข้างจะ เอ่อ รุนแรงในหลายๆ พื้นที่ ก็เลยเป็นเหตุให้ปริมาณน้ํามันที่ออกจากช่องแคบก็กลับไปลดลงอยู่ประมาณ เอ่อ ช่วงสิบ ล้านบาร์เรลเช่นเดิมนะคะ ก็เลยทําให้ราคาน้ํามันก็จะปรับกลับคืนมาอยู่ประมาณ เอ่อ แปดสิบถึงหนึ่งร้อยเหรียญ เอ่อ ในช่วง เอ่อ เดือนที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกันความรุนแรงนั้นก็มีมากขึ้นจากการที่ มีการ เอ่อ ที่ เอ่อ ทางกลุ่มฮูตีนะคะ ก็มีการ เอ่อ ประกาศที่ จะโจมตีเรือที่จะผ่านช่องแคบ Bab-el-Mandeb ถ้าเป็นเรือที่ขนสินค้าออกจากทางซาอุดิอาระเบียนะคะ จึงเป็นที่มาที่เรือในช่วงนี้ก็จะ เอ่อ เปลี่ยนทิศทางการเดินเรือนะคะ ออกไปทาง เอ่อ ทางช่องแคบ Suez แทนนะคะ ซึ่งก็จะอ้อม ใช้เวลาเดินทางเพิ่มเติมประมาณสักสามสิบวันนะคะ โดยรวมนะคะ จนถึงปัจจุบันเนี้ยค่ะ ก็ยัง เอ่อ ช่องแคบก็ยัง เอ่อ อยู่ในจังหวะที่เรียกว่าเหมือนจะปิดอยู่นะคะ คือเดินเรือ น้อยลงเป็นจํานวนมากนะคะ เหลือแค่ประมาณ เอ่อ สิบล้านบาร์เรลต่อวัน แล้วก็ราคาก็กลับขึ้นมาค่อนข้างสูง คือประมาณสักแปดสิบปลายๆ ใกล้ๆ เก้าสิบเหรียญนะคะ โดยที่ เอ่อ ถ้าหากไปดูที่ เอ่อ ต้นทุนราคาน้ํามันดิบที่แท้จริงนะคะ ก็จะต้องมีการบวกตัวครูดพรีเมียมเข้าไปด้วย ซึ่งครูดพรีเมียมเนี่ย ก็จะแพงขึ้นทั้งตัวราคาน้ํามันเอง แล้วก็ราคา เอ่อ เฟรดนะคะ ซึ่งถ้าเกิดดูที่ราคาน้ํามันเองอะค่ะ ก็ถ้าดูที่ตัว เอ่อ เมอร์เบิลโอเวอร์ดูไบอะค่ะ ก็เคยพุ่งขึ้นไปจากปกติประมาณสักสองเหรียญ ก็ขึ้นไปถึงห้าสิบเหรียญก็มีนะคะ แล้วก็ปรับตัวขึ้นมาในช่วงที่เปิดช่องแคบเซ็นสัญญา MOU ใหม่ๆ ก็ลงไปถึงศูนย์เหรียญ แล้วก็ผันผวนอย่างมากขึ้น กลับขึ้นไปอีกเป็นยี่สิบเหรียญนะคะ แต่โดยรวมแล้วค่ะ ก็คือปัจจุบันเนี่ย ราคาก็ยังสูงอยู่นะคะ ประกอบกับ เอ่อ ค่าเดินเรือนะคะ เรือที่ขนส่ง เอ่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเข้าไปรับน้ํามันในพื้นที่ที่มีความสูญเสีย นะคะ ก็จะมีค่าเฟรดที่แพงขึ้นอย่างมากนะคะ จากปกติประมาณสักหนึ่งถึงสองเหรียญ ก็พุ่งขึ้นไปอยู่ เคยพุ่งไปถึงสิบสี่เหรียญนะคะ โดย เอ่อ โดยส่วนใหญ่ในช่วงเนี้ยค่ะ ก็จะวิ่งอยู่ประมาณแปดถึงสิบเหรียญนะคะ ซึ่งหากจะเอาตัวเลขที่แท้จริงที่เราซื้อจริงๆ ก็จะอยู่ในรูปด้านขวาล่างนะคะ ก็ในเป็น อันนี้เป็นราคาที่ซื้อจริงในแต่ละเดือน เป็นเดือนที่ซื้อนะคะ ไม่ใช่เดือนที่ process นะคะ อันนี้เป็นราคาที่รวมทั้งครูดพรีเมียม ค่าเรือ แล้วก็ insurance ที่แพงขึ้นเช่นกันนะคะ โดยรวมแล้วเนี่ยค่ะ เดิมก่อนหน้าสงครามอาจจะวิ่งอยู่ประมาณสักเจ็ดเหรียญต่อบาร์เรลนะคะ ในขณะที่ตอนช่วงเดือนมีนาพุ่งขึ้นไปเป็นยี่สิบหกเหรียญ เอ่อ April จะเป็นเดือนที่สูงสุดขึ้นไปถึงสี่สิบสามเหรียญนะคะ แล้วก็ค่อยๆ ไต่ลดลงมาในเดือนพฤษภาที่ยี่สิบเอ็ดเหรียญ เดือนมิถุนาเนี่ย ช่วงต้นเดือนมีเหตุการณ์ที่ค่อนข้างจะรุนแรงกลับขึ้นมาก่อนที่จะเซ็น MOU ก็เลยพุ่งขึ้นไปอีกเป็นสามสิบสี่เหรียญนะคะ และในเดือน July อะค่ะ ก็ ช่วงต้นเดือนค่อนข้างลงต่ํา เนื่องจากตอนแรก เอ่อ คิดว่าคลี่คลายแล้วน้ํามันออกมาค่อนข้างมาก ก็เลยถูกลงนะคะ เดือนนี้ก็จะอยู่ที่สิบสี่เหรียญ แต่ตั้งแต่ เอ่อ กลางเดือนเป็นต้นมาก็พุ่งกลับขึ้นไป ปัจจุบันก็วิ่งอยู่ประมาณยี่สิบเหรียญนะคะ ดังนั้นจะสังเกตว่าจริงๆ แล้วเหตุการณ์ยัง ยังค่อนข้างจะมี impact ไม่แน่นอนนะคะ แล้วก็ เอ่อ ถึงแม้ว่า margin จะดูว่าเหมือนกับ product spread จะดี แต่จริงๆ ครูด raw premium เนี่ยค่ะ ยัง remain อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องประมาณยี่สิบเหรียญ เอ่อ ไม่แตกต่างจากช่วง เอ่อ เดือนพฤษภาค่ะ ถัดไปนะคะ ในส่วนของ forecast อะค่ะ การคาดการณ์เนี่ย จากที่เรา เอ่อ เอ่อ ถามสอบถามจากทาง เอ่อ สํานักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เอ่อ FGE, EA หรือว่า PATS เนี่ยนะคะ ก็จะมองในมิติที่น่าจะ เอ่อ ค่อนข้างจะใกล้เคียงกัน แล้วก็เหมือนกับทุกๆ คนก็คงจะเห็นตรงกันว่า เอ่อ เหตุการณ์ในครั้งเนี้ย น่าจะไม่ได้ยุติโดยเด็ดขาดอย่างรวดเร็วนี้ แต่ว่าการ เอ่อ ก็ยังมีความเชื่อว่า การที่จะมา เอ่อ เกิดสงครามใหญ่ระดับภูมิภาค อาจจะยังไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่จะมี เอ่อ การเลือกตั้งกลางเทอมของ US ในต้นเดือน เอ่อ November ที่จะถึงนี้นะคะ ก็คงจะเป็นแค่ เอ่อ สงครามย่อยๆ การโจมตีประปรายอย่างที่เห็นอยู่นะคะ แล้วก็ เอ่อ สิ่งที่จะตามมาก็คือว่า เนื่องจากว่า ช่วงเนี้ยมีการโจมตีกัน แล้วก็การที่ขนส่งน้ํามันออกมาน้อยลง แล้วก็ทําให้ราคาปรับกลับขึ้นไปสูงอีกนะคะ ตรงเนี้ยก็จะกดดัน กดดันเรื่องเกี่ยวกับ เอ่อ เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะของอิหร่านเองนะคะ แล้วก็ทาง เอ่อ inflation ของอเมริกา ซึ่งก็จะพุ่งขึ้นตามราคาน้ํามันดิบ ซึ่งก็จะกดดันให้ทั้งสองฝ่ายจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอ่อ ทุกคนก็คาดว่าน่าจะ เอ่อ เจรจาให้เปิดช่องแคบได้ภายในเดือนกันยา เพื่อจะให้ เอ่อ ทุกอย่าง เอ่อ คลี่คลายออกไป ก่อนที่จะเกิดตัว เอ่อ ตัวการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในต้นเดือน November นะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นน่ะค่ะ เรื่องนี้ก็คงจะยังไม่ได้ยุติในทันที แต่ว่าจะมี เอ่อ เรื่องเกี่ยวกับ เอ่อ ความยืดเยื้อและความผันผวน เรื่องสงครามประปรายไปเรื่อยๆ ยาวไปถึงปีหน้านะคะ ทั้งนี้ค่ะ มีการเปิดช่องแคบได้จริงในเดือนกันยาค่ะ ก็จะมี เอ่อ ต้องมาดูที่ balance ระหว่าง เอ่อ production กับ demand นะคะ โดยที่ production เนี่ย ถ้าส่วนแรกเลยคือ เอ่อ ฝั่ง OPEC+ นะคะ เอ่อ เลขห้าเนี่ยค่ะ ก็คือยัง เอ่อ ตามที่ทาง OPEC เนี่ย ก็พยายามจะ unwind cut มาอย่างต่อเนื่องนะคะ ในต้นเดือน เอ่อ สิงหาที่ผ่านมา ก็มีการประกาศตัวเลข unwind ในเดือน เอ่อ กันยานี้ว่าจะปรับเพิ่มหนึ่งแสนแปดหมื่นแปดพันบาร์เรลต่อวันนะคะ แต่ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้นะคะ จะไม่ เอ่อ มีการ unwind ต่อเนื่องใน quarter สี่แล้วนะคะ เอ่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นน่ะค่ะ ก็จะมีการกลับมา revisit ตัวกําลังการผลิตที่แท้จริงของ เอ่อ กลุ่มประเทศที่ยังเหลืออยู่ใน OPEC ว่าจะเป็นอย่างไร เพื่อจะตั้งโควตาในการ unwind ในปีหน้าค่ะ ในส่วนของข้อหกอะค่ะ ก็จะเป็นส่วนนอกกลุ่ม OPEC+ นะคะ ก็จะเห็นว่า เอ่อ กําลังการผลิตของน้ํามันดิบอะค่ะ มีการเพิ่มสูงขึ้นโดยรวมประมาณสองล้านบาร์เรลต่อวันนะคะ โดยที่หลักๆ เนี่ย มาจากทาง UAE ที่หลังจากที่ออกจากกลุ่ม OPEC+ แล้ว ก็มีการเพิ่มกําลังการผลิตขึ้นไปค่อนข้างสูง ประมาณสักเก้าแสนบาร์เรลต่อวันนะคะ ตามด้วยทางบราซิล US แคนาดา แล้วก็กาตาร์นะคะ ทั้งนี้อะค่ะ นอกจากฝั่งของการผลิตแล้วอะค่ะ ด้าน demand นะคะ ด้าน demand เนี่ย เอ่อ เนื่องจากว่าราคาน้ํามันพุ่งสูง ทําให้ เอ่อ มีปัญหาเรื่อง เอ่อ เศรษฐกิจที่ตามมาด้วยค่ะ กําลังการใช้ หรือ demand ที่ growth ในปีเนี้ยค่ะ เดิมทีอะค่ะ ปกติจะโตประมาณปี ประมาณสักหนึ่งล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ว่าปีเนี้ยค่ะ กลายเป็นว่าติดลบศูนย์จุดสี่ล้านบาร์เรลต่อวันอะนะคะ โดยรวมแล้วถ้าดูจาก balance ตรงนี้ก็จะเห็นได้ว่า มีกําลังการผลิตเพิ่มขึ้น แต่ว่า demand ลดลง ก็จึงเป็นที่มาที่ว่า เอ่อ คาดการณ์ต่อไปเนี่ย ถ้าเปิดช่องแคบได้นะคะ ก็จะทําให้ตัว เอ่อ ราคาจะกดดัน แล้วก็ปรับตัวลดลงนะคะ ประกอบกับหน้าถัดไปอะค่ะ หน้าถัดไปก็จะเป็นเรื่องของ inventory ที่เป็น result ของ demand supply balance นะคะ ก็เริ่มต้นจากทาง เอ่อ ตัว inventory ของประเทศจีนก่อนนะคะ เอ่อ ภาพเนี่ยจะเห็นได้เลยว่าเส้นสีแดงเนี่ย ในช่วงที่เกิดสงครามขึ้นเนี่ย ทางประเทศจีนก็เลือกที่จะไม่นําเข้าน้ํามัน คือลดการนําเข้า แล้วก็มาใช้สต็อกของตัวเองนะคะ ก็เลยมีสต็อกที่ลด

Browse all earnings call transcripts

Q2 2026 Thai Oil Public Co Ltd Earnings Call

Demo
TOP

Thai Oil Public

Earnings

Q2 2026 Thai Oil Public Co Ltd Earnings Call

TOP

Friday, August 21st, 2026 at 9:15 AM

Transcript

No Transcript Available

No transcript data is available for this event yet. Transcripts typically become available shortly after an earnings call ends.

Want AI-powered analysis? Try AllMind →

Earnings analysis guides

Methods for extracting KPIs and checking source support when reviewing an earnings call.

Browse all earnings calls