Q2 2026 Plan B Media Public Company Ltd Earnings Call

Speaker #1: Speaker นะคะ สองท่านด้วยกันค่ะ ท่านแรกก็คือคุณธนพร เตชวีวัฒน์นะคะ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ และเลขาธิการบริษัทค่ะ ท่านที่สองนะคะ รวิศรา อัศวรพงษ์ค่ะ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์นะคะ ก็วันนี้เราจะมีทั้งหมด 4 agenda ด้วยกันค่ะ Agenda แรกก็จะเป็นเกี่ยวกับตัวเลขผลประกอบการนะคะ ที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาค่ะ ส่วน agenda ที่สองนะคะ ก็จะเป็นการอัปเดตตัว business performance นะคะ เป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 67.9% นะครับ ของกำไรสุทธิงวดครึ่งปีแรก สะท้อนความสมดุลระหว่างการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น และการรักษาความคล่องตัวทางการเงินเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต สุดท้าย บริษัทยังคงเดินหน้าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับคอมเซเว่น ทั้งในด้านการมีตัวแทนเข้าร่วมเป็นกรรมการ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น และการต่อยอดความร่วมมือด้านสื่อภายในร้านค้า เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทั้ง 2 บริษัทในระยะยาวต่อไปครับ สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยมีการเติบโตจากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรยังอยู่ในระดับที่ดี ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 2,571 ล้านบาท เติบโต 14.2% จากปีก่อน และ 3.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากธุรกิจสื่อนอกบ้าน ซึ่งความต้องการใช้สื่อจากกลุ่มลูกค้าหลักยังอยู่ในระดับสูง ทำให้อัตราการใช้สื่อเฉลี่ยอยู่ที่ 74.2% นอกจากนี้ การเข้ามาของตัว Hello LED และ VGI ก็ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทในไตรมาสนี้เช่นเดียวกันครับ ขณะเดียวกัน ธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วมเติบโตถึง 72.1% จากปีก่อน โดยธุรกิจมวยมีรายได้อยู่ที่ 282 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 162 ล้านบาทในปีก่อน จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาตั๋วเฉลี่ยที่ยังคงอยู่ในระดับที่ดี นอกจากนี้เอง ธุรกิจบริหารจัดการอีเวนต์และคอนเสิร์ตก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในไตรมาสนี้ครับ ในด้านกำไร บริษัทมีกำไรขั้นต้น 860 ล้านบาท เติบโต 17.6% จากปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นอยู่ที่ 33.4% จากการที่รายได้เติบโตเร็วกว่าต้นทุน รวมถึงสัดส่วนรายได้ของแต่ละธุรกิจที่ดีขึ้น แม้จะมีผลกระทบบางส่วนจากค่าตัดหายที่เกิดจากการจัดสรรราคาซื้อกิจการหรือ PPA นะครับ สำหรับกำไรจากการดำเนินงานมีประมาณ 505 ล้านบาท เติบโต 12.8% จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานที่ 19.7% ซึ่งยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ แม้บริษัทจะยังคงเดินหน้าลงทุนและขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และสุดท้าย กำไรสุทธิอยู่ที่ 297 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 11.6% จากผลการดำเนินงานของธุรกิจหลักที่ยังแข็งแกร่ง การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงภาระดอกเบี้ยที่ลดลงครับ สำหรับครึ่งปีแรก สิ่งที่โดดเด่นไม่ใช่เพียงการเติบโตของผลประกอบการ แต่คือความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งนะครับ ซึ่งช่วยให้บริษัทยังคงมีความยืดหยุ่นทางการเงินเพื่อรองรับการลงทุนและการเติบโตในระยะยาวต่อไป ในด้านผลการดำเนินงานนะครับ รายได้และกำไรทุกระดับปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 5,055 ล้านบาท เติบโต 12.3% จากปีก่อน ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,637 ล้านบาท เติบโต 10.1% และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 32.4% โดยหากไม่รวมผลกระทบจาก PPA อัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ประมาณ 32.7% ซึ่งอยู่ในกรอบบนเป้าหมายของบริษัทนะครับ กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 944 ล้านบาท เติบโต 4.6% จากปีก่อน ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 2,264 ล้านบาท เติบโต 4.5% สะท้อนว่าบริษัทยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ในระดับที่แข็งแกร่ง สำหรับกำไรสุทธิอยู่ที่ 504 ล้านบาทนะครับ เติบโต 9% จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 10% นะครับ โดยได้รับปัจจัยบวกจากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงภาระดอกเบี้ยที่ลดลงนะครับ ที่สำคัญ การเติบโตของผลประกอบการสามารถเปลี่ยนเป็นกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง โดยบริษัทสร้างกระแสเงินสดอิสระในช่วงครึ่งปีแรกได้ถึง 1,844 ล้านบาท ทำให้ยังมีความยืดหยุ่นเพียงพอสำหรับการลงทุนและรองรับการเติบโตในอนาคต ในด้านโครงสร้างเงินทุน หลังการลงทุนในคอมเซเว่น อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ประมาณ 1.13 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 0.88 เท่า อย่างไรก็ตาม หากไม่นับผลจากการลงทุนในคอมเซเว่น อัตราส่วนดังกล่าวจะอยู่ที่เพียง 0.53 เท่า และ 0.33 เท่าตามลำดับ ซึ่งสะท้อนว่าฐานะการเงินจากธุรกิจหลักของบริษัทยังแข็งแกร่งครับ ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ยังเติบโตได้ดี บริษัทจึงยังคงประมาณการทั้งปี 2569 ไว้ตามเดิม ทั้งในด้านการเติบโตของรายได้ อัตรากำไรขั้นต้น ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร เงินลงทุน และนโยบายเงินปันผล โดยยังมั่นใจว่าสามารถดำเนินงานได้ตามกรอบที่วางไว้ สำหรับหน้านี้นะครับ จะเป็นหน้าสรุปการเข้าลงทุนในคอมเซเว่นที่ผ่านมานะครับ สำหรับการลงทุนในคอมเซเว่น บริษัทมองว่าเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยขยายฐานการเติบโตของแพลน B ในระยะยาว ทั้งในด้านผลตอบแทนจากการลงทุนและโอกาสในการต่อยอดธุรกิจร่วมกัน ปัจจุบันบริษัทถือหุ้นคอมเซเว่นประมาณ 11.01% คิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 7,215 ล้านบาท หรือประมาณ 263 ล้านหุ้นที่ราคาเฉลี่ย 27.43 บาทต่อหุ้นนะครับ แหล่งเงินทุนหลักประมาณ 5,800 ล้านบาท มาจากเงินกู้ระยะยาวอายุ 3-7 ปี ที่ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยประมาณ 3.87% ส่วนที่เหลือใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัท โดยยังคงบริหารโครงสร้างเงินทุนภายใต้กรอบวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เหตุผลหลักของการลงทุนประการแรกนะครับ คอมเซเว่นเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยี มีผลประกอบการและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง รวมถึงมีเครือข่ายร้านค้ามากกว่า 1,400 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการเติบโตระยะยาว ประการที่สอง เรามองเห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจร่วมกันนะครับ โดยเฉพาะสื่อภายในร้านค้า การใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด รวมถึงการนำฐานลูกค้าและศักยภาพของทั้งสองบริษัทมาสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และประการสุดท้ายนะครับ การลงทุนครั้งนี้ยังช่วยสร้างผลตอบแทนในรูปเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยเราคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คอมเซเว่นจ่ายจะมีมากกว่า 4.5% ควบคู่กับโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือทางธุรกิจระยะยาว ดังนั้นเราไม่ได้มองคอมเซเว่นเพียงในฐานะการลงทุนทางการเงิน แต่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยเปิดโอกาสการเติบโตใหม่ให้กับแพลน B ในอนาคตนะครับ หน้านี้จะเป็นหน้าที่สำคัญนะครับ เพราะจะเป็นหน้าที่ช่วยตอบคำถามหลักของ DIVA บริษัทสามารถรองรับภาระการลงทุนได้หรือไม่นะครับ และดีลนี้จะสร้างมูลค่าได้อย่างไร เริ่มจากโครงสร้างเงินทุนนะครับ มูลค่าลงทุนรวมอยู่ที่ประมาณ 7,215 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ประมาณ 5,800 ล้านบาท หรือราว 80% ส่วนที่เหลือใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานโดยไม่มีการเพิ่มทุนและไม่มีผลกระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม ต้นทุนเงินกู้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.87% ต่อปี ในด้านผลตอบแทนนะครับ เงินปันผลที่คาดว่าจะได้รับจากคอมเซเว่นสูงกว่าภาระดอกเบี้ยตั้งแต่ปีแรก ทำให้ดีลนี้เป็นบวกต่อกระแสเงินสดตั้งแต่เริ่มต้น และยังไม่รวมโอกาสเพิ่มเติมจากความร่วมมือทางธุรกิจหรือการรับรู้ผลประกอบการด้วยวิธีส่วนได้เสียในอนาคตนะครับ สำหรับการชำระหนี้ เงินกู้เป็นแบบทยอยคืนต้น ไม่มีภาระเงินก้อนใหญ่รอชำระปลายทาง โดยภาระชำระรวมอยู่สูงสุดที่ประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2027 ถึง 2028 ซึ่งกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทยังสามารถรองรับได้นะครับ พร้อมกับการลงทุนและการจ่ายเงินปันผลตามนโยบายบริษัทเช่นเดียวกัน ผลจากโครงสร้างดังกล่าวทำให้อัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ประมาณ 0.85 เท่า ณ ช่วงปิดดีลนะครับ อันนี้จะเป็นตัว FOMA ที่เรามีการ Forecast ไว้นะครับ ซึ่งยังต่ำกว่าเงื่อนไขทางการเงินที่ 1.5 เท่า ยังมีนัยสำคัญ และจะลดลงต่อเนื่องจนเหลือประมาณ 0.31 เท่าในปี 2033 ขณะที่ Net DE จะอยู่...อาจจะเข้าสู่ระดับติดลบตั้งแต่ปี 2031 นะครับ ดังนั้นโดยสรุป ดีลนี้เป็นบวกทั้งในด้านกระแสเงินสดและกำไรขั้นต้นตั้งแต่ปีแรกนะครับ ขณะเดียวกันบริษัทยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแรงเพียงพอสำหรับการลงทุน การจ่ายเงินปันผล และการชำระหนี้ตามแผนการนะครับ หน้านี้จะเป็นไทม์ไลน์นะครับ สรุปคร่าว ๆ นะครับ หลังจากที่เราได้มีการลงทุนในคอมเซเว่นไปเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้วนะครับ หลังจากบริษัทเข้าลงทุนในคอมเซเว่นเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทถือประมาณ 11.01% ขั้นตอนต่อไปคือการยกระดับจากการลงทุนทางการเงินไปสู่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และการสร้างมูลค่าร่วมกัน ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการของคอมเซเว่นในการแต่งตั้งกรรมการที่เสนอชื่อโดยแพลน B จำนวน 2 ท่านนะครับ ซึ่งหากได้รับอนุมัติและเข้าเงื่อนไขการมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญตามหลักบัญชีแล้วนะครับ บริษัทคาดว่าจะสามารถเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากคอมเซเว่นตามวิธีส่วนได้เสีย ในช่วงก่อนเริ่มรับรู้ด้วยวิธีส่วนได้เสีย บริษัทจะมีภาระดอกเบี้ยจากเงินกู้ประมาณ 60 ล้านบาทต่อไตรมาส ขณะที่รายได้เงินปันผลจากคอมเซเว่นคาดว่าจะเริ่มเข้ามาตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ตามรอบการอนุมัติและจ่ายเงินปันผลของคอมเซเว่น ขณะเดียวกันในด้านการดำเนินธุรกิจ เราได้เริ่มวางแผนความร่วมมือร่วมกันแล้วบางส่วน โดยระยะแรกจะเน้นสื่อภายในร้านค้าของคอมเซเว่น ซึ่งมีเครือข่ายมากกว่า 1,400 แห่ง รวมถึงการพัฒนาแพ็กเกจเชิงพาณิชย์ร่วมกันนะครับ ในระยะถัดไปยังมีโอกาสต่อยอดไปสู่สื่อบนรถ EV7 การขายข้ามฐานลูกค้า และการใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนครั้งนี้ ดังนั้นภาพดีลนี้จะแบ่งเป็น 3 ระยะนะครับ คือระยะสั้นเป็นช่วงของต้นทุนทางการเงิน ระยะกลางเริ่มเห็นส่วนแบ่งกำไรเข้ามานะครับ และระยะยาวคือการสร้างมูลค่าจากความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างเราและคอมเซเว่นนะครับ ทั้งนี้ครับ คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกันสำหรับงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่ไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ซึ่งครั้งนี้อนุมัติจ่ายที่ 0.0435 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 67.9% ของกำไรสุทธิ งวดครึ่งปีแรก บริษัทยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ประมาณ 1.13 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าเงื่อนไขทางการเงินที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.5 เท่า แม้บริษัทจะมีการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในคอมเซเว่น แต่ไม่ได้กระทบต่อความสามารถในการจ่ายเงินปันผล โดยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่ง และเพียงพอทั้งสำหรับการลงทุน การชำระหนี้ และการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น จึงสะท้อนถึงความสามารถของบริษัทในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นควบคู่กับการลงทุนเพื่อการเติบโตและรักษาความยืดหยุ่นทางการเงินในระยะยาวต่อไปนะครับ ถัดไปจะเป็นในส่วนของ Key Business Update จะขอส่งมอบให้เป็นผู้รายงานนะครับ

Speaker #2: ค่ะ ก็ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมานะคะ ทาง Plan B ก็ได้มีการพัฒนาแล้วก็เปิดตัวสื่อใหม่ ๆ นะคะ ทั้งหมด 2 สื่อด้วยกันค่ะ สื่อแรกเลยนะคะ ก็ทาง Plan B ได้มีการเปิดตัวสื่อ เป็นภาพนิ่งนะคะ ภายใต้ชื่อว่า Exchange Tower Iconic Wrap นะคะ ซึ่งก็เป็นสื่อ Building Wrap ขนาดใหญ่นะคะ บนพื้นที่กว่า 1,600 ตารางเมตร โดยที่สื่อนี้ตั้งอยู่บนอาคาร Exchange Tower นะคะ อยู่บริเวณใจกลางแยกอโศก-สุขุมวิท ซึ่งก็ถือเป็นหนึ่งใน Prime Location ที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ ค่ะ และจุดแข็งสำคัญของสื่อนี้นะคะ คือสามารถมองเห็นได้จากทางหลากหลายมุมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นจากส่วนของผู้ใช้รถใช้ถนน ผู้โดยสารบริเวณ BTS อโศก แล้วก็ส่วนของ MRT สุขุมวิทค่ะ ซึ่งก็รวมกันแล้วมีผู้ใช้บริการกว่า 118 ล้านคนต่อปีนะคะ จึงทำให้ตัวสื่อนี้สามารถสร้าง Eyeball Exposure ได้มากกว่า 11 ล้านครั้งต่อเดือนค่ะ โดยตัวสื่อ Exchange Tower Iconic Wrap สามารถสร้าง Media Capacity ขึ้นมาได้ราว ๆ 12 ล้านบาทต่อปีค่ะ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กนะคะ ที่ช่วยให้เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวพอร์ตโฟลิโอของสื่อ Out of Home ของ Plan B ได้เป็นอย่างดีค่ะ ต่อไปนะคะ ก็เพื่อให้เห็นศักยภาพของสื่อนี้มากยิ่งขึ้นนะคะ ว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริงแค่ไหน ก็จะขอยกตัวอย่างตัวเคสของ Tiffany & Co.

Speaker #2: ค่ะ ที่ทาง Tiffany & Co. ได้เลือกนำคอลเลกชันตัวฮาร์ดแวร์นะคะ มาถ่ายทอดผ่านพื้นที่กว่า 1,600 ตารางเมตรนี้นะคะ ทำให้ตัว Tiffany & Co. สามารถถ่ายทอดความแข็งแกร่ง ความสง่างามของคอลเลกชันพื้นที่นะคะ มีการเก็บทุกรายละเอียดของดีไซน์นะคะ มีความชัดเจน สวยงามนะคะ จนทำให้สามารถเปลี่ยนตึก Exchange Tower ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางอโศกได้ค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วเคสนี้ก็สะท้อนให้เห็นได้ชัดนะคะ ว่าสำหรับแบรนด์ Luxury ทำเลก็สำคัญไม่แพ้กว่าความครีเอทีฟเลยค่ะ โดยตัว Exchange Tower Iconic Wrap ตัวนี้ก็สามารถตอบโจทย์นี้ได้ดีนะคะ เพราะว่าอยู่ในย่านที่คนสัญจร เป็นหนึ่งในที่ที่คนสัญจรหนาแน่นที่สุดในกรุงเทพฯ นะคะ ทำให้ตัว Tiffany & Co.

Speaker #2: สามารถสื่อสารตัวตนของแบรนด์ได้อย่างสง่างามนะคะ แล้วก็ตรงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระดับโลกได้เป็นอย่างดีค่ะ ต่อไปก็จะเป็นตัววิดีโอนะคะ ที่จะเป็นตัวอย่างของตัวสื่อ Out of Home นะคะ ตัว Exchange Tower ที่ Tiffany & Co. ได้มีการ Wrap ตึกขึ้นมาค่ะ ค่ะ นอกเหนือจากตัวตึก Exchange Tower Iconic Wrap ที่ได้เปิดตัวไปช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมานะคะ ก็อีกหนึ่งไฮไลท์ในไตรมาสนี้ ก็จะมีสื่อใหม่ที่ชื่อว่า The Big Y ค่ะ จะเป็นจอดิจิทัลขนาดยักษ์กว่า 670 ตารางเมตรนะคะ ที่ตั้งอยู่บริเวณทางด่วนศรีรัชค่ะ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่เชื่อมต่อการเดินทางที่หนาแน่นที่สุดของกรุงเทพฯ นะคะ โดยตําแหน่งแบบ Y Junction ทําให้ตัวจอสามารถมองเห็นได้จากหลายทิศทางค่ะ ซึ่งจุดนี้เองทําให้แบรนด์ที่มาใช้สื่อ The Big Y นะคะ สามารถสร้าง Brand Impact ได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ โดยสําหรับตัว The Big Y นะคะ ก็จะมี Media Capacity ในไตรมาสของทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 36 ล้านบาทนะคะ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งในสื่อแลนด์มาร์กที่เข้ามาช่วยเสริมพอร์ตตัวสื่อดิจิทัลของเราให้แข็งแกร่งมากขึ้นไปอีกค่ะ อีกหนึ่งแคมเปญที่น่าสนใจในไตรมาสนี้นะคะ ก็คือ Canva Thailand ค่ะ ที่ทาง Canva Thailand ได้มีการเปิดตัวแคมเปญใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทยนะคะ ภายใต้ชื่อแคมเปญว่า "ใครๆ ก็ Canva" ค่ะ ซึ่งตัวแคมเปญนี้ต้องการส่งต่อแนวคิดว่า ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่เรื่องของคนบางกลุ่มนะคะ แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนทําได้ ไม่ว่าจะเป็นไรเดอร์ แม่บ้าน เชฟ หรือพนักงานออฟฟิศ ก็สามารถสร้างผลงานในแบบของตัวเองได้ผ่านเครื่องมือของ Canva นะคะ โดยทาง Canva Thailand ได้เลือกใช้สื่อทั้ง 2 สื่อด้วยกันนะคะ สื่อแรกก็จะเป็นตัว BTS Max ค่ะ ก็จะเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้คนตลอดทั้งเส้นทางบนเครือข่ายสถานี BTS นะคะ ทั้งนักเรียน นักศึกษา รวมไปถึงพนักงานออฟฟิศค่ะ ส่วนอีก 4 สื่อหนึ่งที่ทาง Canva Thailand เข้ามาใช้ ก็จะเป็นสื่อชื่อว่า Signature Max นะคะ ก็จะเป็นจอดิจิทัลบนทําเล Iconic ทั่วกรุงเทพฯ ค่ะ ทําให้ตัวสื่อนอกบ้านกลายเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจได้จริงนะคะ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์แคมเปญหนึ่งนะคะ ที่เข้ามาตอกย้ําความแตกต่างของฐานลูกค้านะคะ แล้วก็รวมไปถึงสะท้อนให้เห็นศักยภาพของสื่อ Out of Home ของเราในการเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภคได้ในทุกมิติค่ะ ในส่วนของตัว Engagement Marketing นะคะ เริ่มแรกเลยคือส่วนของกีฬาค่ะ ก็ในส่วนของกีฬาในไตรมาสนี้ ทางทีมฟุตบอลทีมชาติไทย หรือว่าแชมป์ศึกนะคะ ก็ได้เข้าร่วมนัดอุ่นเครื่องนะคะ ในโปรแกรมตัว FIFA Day ถึง 2 นัดด้วยกันค่ะ โดยนัดแรกเป็นการที่ทีมชาติไทยพบกับทีมชาติคูเวตนะคะ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็เป็นแมตช์ที่จบลงด้วยผลที่เสมอกัน 2 ต่อ 2 นะคะ ส่วนนัดที่ 2 ก็เป็นการพบกันระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติจีนนะคะ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมาค่ะ ก็จบลงด้วยผลที่เสมอ 0 ต่อ 0 เช่นเดียวกันนะคะ โดยผลงานใน 2 นัดนี้ก็ช่วยให้ทีมชาติไทยยังสามารถรักษาตําแหน่งใน FIFA Ranking นะคะ ได้ในอันดับที่ 94 ของโลกค่ะ แล้วก็เป็นอันดับที่ 15 ของเอเชียนะคะ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของทีมชาติไทยในระดับนานาชาติได้อย่างดีค่ะ อีกหนึ่งไฮไลท์สําคัญของธุรกิจกีฬาของเรานะคะ ก็ไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือจะเป็นธุรกิจมวยนะคะ ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ทางทีมทางธุรกิจมวยก็ได้มีการจัดตัวศึก RWS 200 นะคะ ของ ก็จะเป็นหนึ่งในตัวรายการนะคะ ของรายการ RWS หรือว่าตัวราชมนูซีรีส์ค่ะ ซึ่งตัว RWS 200 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมานะคะ เป็นการจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการแข่งขันนัดที่ 200 ของรายการ RWS ค่ะ ซึ่งถือเป็นนัดที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลอด 4 ปีของรายการ RWS นะคะ โดยแมตช์นี้ก็ได้รวบรวมยอดนักมวยระดับแถวหน้านะคะ มาของวงการมาประชันกันถึง 7 คู่ด้วยกันค่ะ ซึ่งความน่าสนใจของในแมตช์นี้ก็คือการที่เราสามารถขายบัตรเข้าชมนะคะ ภายใน 3 วันราชดําเนิน ได้หมดเกลี้ยงทุกที่นั่งค่ะ ก็สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมนะคะ แล้วก็ดีมานด์ที่แข็งแกร่งของแฟนมวยที่มีต่อรายการ RWS ได้เป็นอย่างดีค่ะ แล้วก็เป็นหนึ่งใน Key Growth Drivers นะคะ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ Sport Marketing ในระยะยาวได้เป็นอย่างดีค่ะ แล้วนอกจากความสําเร็จที่เกิดขึ้นบนสังเวียนแล้วนะคะ ตัว Plan B ก็ยังได้ดําเนินต่อยอดธุรกิจในส่วนของ Merchandise ควบคู่ไปด้วยเช่นเดียวกันค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นการนําสารแฟนมวยที่มีอยู่แล้วนะคะ มาสร้างมูลค่าเพิ่มต่อค่ะ โดยอาศัยความนิยมของรายการการแข่งขันให้กลายเป็นรายได้ในรูปแบบของสินค้า Merchandising นะคะ ซึ่งก็จะช่วยทําให้ธุรกิจกีฬามวยมีรายได้ที่หลากหลายมากขึ้นไปอีกด้วยค่ะ นอกเหนือจากกีฬาฟุตบอลแล้วก็กีฬามวยนะคะ ที่พูดถึงไปแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมกีฬาที่จัดขึ้นในไตรมาสนี้นะคะ ก็คือตัว Scenic Half Marathon จันทบุรี 2026 ค่ะ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ จังหวัดจันทบุรีนะคะ งานนี้ก็ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งนักวิ่งนะคะ เป็นจํานวนมาก แล้วก็ยังเป็นการช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยว แล้วก็เศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมๆ กันด้วยค่ะ ต่อไปนะคะ ก็จะเป็นในส่วนของ Music Marketing ค่ะ ที่เราได้จัดงานนะคะ ที่สร้างความรู้สึกเป็นอย่างมากเลยในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาค่ะ ก็คืองานของ Thailism Music Festival 2026 นะคะ ที่จัดขึ้นไปเมื่อวันที่ 11 ถึง 13 เมษายนที่ผ่านมา ณ ลานศูนย์การค้า หน้าลานศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์นะคะ โดยในสงกรานต์ในปีนี้ก็จัดเต็มความบันเทิงนะคะ ด้วยเวทีคอนเสิร์ต ทัพศิลปินระดับท็อปของวงการนะคะ มามอบความสุข แล้วก็ความสนุกอย่างหลากหลายนะคะ ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองสงกรานต์อย่างคึกคักค่ะ โดยในปีนี้ นักท่องเที่ยวชาติไทย แล้วก็ชาวต่างชาติก็เข้ามาร่วมงานกันอย่างล้นหลามนะคะ มากกว่า 100,000 คนเลยทีเดียวค่ะ ก็ถัดไปเดี๋ยวจะเป็นตัววิดีโอนะคะ ที่แสดงให้เห็นถึงความสนุกนะคะ ในช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมาค่ะ วันนี้ผมชัด ผมรัก ผมรอวันไหน ผมชอบ ผมพอ ผมลา พี่กอล์ฟอยู่ว่ากันเนอร์ดิวะ พี่ฮาดิวะ ปาร์ตี้ดิวะชนแก้วเลยค่ะ ชอบปะล่ะ ถูกใจก็มาเลยค่ะ งั้นหมุนงานบวชงานแต่งงานเมาไม่พลาดก็เริ่มเลยค่ะ ค่ะ ก็ต่อเนื่องจากบรรยากาศสงกรานต์นะคะ ก็อีกหนึ่งอีเวนต์ อีเวนต์ดนตรีนะคะ ที่สร้างมิติใหม่ให้กับวงการในไตรมาส 2 ที่ผ่านมานี่ก็คือตัว Squad The Orchestra The First Ever Collaboration นะคะ ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่วงดนตรีระดับตํานานอย่าง Squad นะคะ นําบทเพลงฮิตที่คุ้นเคย มาบรรเลงในรูปแบบออร์เคสตราเต็มวงนะคะ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 26 ปีบนเส้นทางดนตรีของวง Squad นะคะ โดยงานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งงานนะคะ ที่สามารถขายบัตรนะคะ เข้าชมขายได้หมดทุกที่นั่งค่ะ สะท้อนให้เห็นฐานแฟนคลับของ Squad นะคะ ก็ยังคงมีความเหนียวแน่น แล้วก็ตอกย้ําศักยภาพของ Plan B นะคะ ในการสร้างสรรค์คอนเสิร์ตในรูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งแฟนเพลง แล้วก็วงการดนตรีได้อย่างต่อเนื่องค่ะ ต่อไปนะคะ ก็นอกจากในกรุงเทพฯ ที่เรามีการจัดไปแล้ว เราก็ได้มีการขยายธุรกิจดนตรีนะคะ สู่ภูมิภาคต่างๆ ค่ะ อย่างในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา Plan B ก็ได้ร่วมมือกับทางบริษัทเซ็นทรัลพัฒนานะคะ จํากัดมหาชนนะคะ ในการจัดคอนเสิร์ต The Central Stage ค่ะ เพื่อกระจายคอนเสิร์ตนะคะ ระดับประเทศออกไปสู่ตามหัวเมืองใหญ่นะคะ ตามต่างจังหวัด โดยเราได้เริ่มต้นที่ The Central Stage The Central Stage ETC ชวนมาแจมค่ะ ที่เราได้ยกเวทีคอนเสิร์ตนะคะ ไปเสิร์ฟแฟนเพลงถึง 2 จังหวัดด้วยกันค่ะ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่นะคะ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมาค่ะ แล้วก็ขอนแก่นนะคะ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมาค่ะ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟนเพลงในพื้นที่ได้เป็นอย่างดีค่ะ ต่อไปก็จะเป็นตัววิดีโอนะคะ ที่นําเสนอนะคะว่า ETC ชวนมาแจมมีความสนุกแค่ไหนค่ะ

Speaker #1: เป็นฉันได้แน่ ขวัญใจ ฉันรู้มันคงไม่ง่ายไม่ธรรมดา ฉันรู้ไม่ใช่เพียงเล่นก็เคยชอบมา รักไม่ได้มีรูปทรง เหมือนเดิมทุกเวลา และรักไม่ให้ใครควบคุม กําหนดอย่างง่ายดาย เข้ามาเป็นเหมือนแพรวไฟ ถ้าหากเราอยู่ใกล้ไป ถ้าอยู่ไกลมากเกินไป นี่คือรักที่ใครก็ต้องการ ขอลองใหม่ ขอ ขอลองดูใหม่ ขอได้รักใครสักครั้ง และแม้จะเป็นยังไง แม้ว่าจะต้องเปลี่ยนชีวิตฉันแค่ไหน มันก็คุ้มจะลอง หากวอนขอ อย่าทิ้งกันไป จะทําให้เปลี่ยนใจไหม อย่าถามได้ไหม รู้สึกยังไง อย่าถามว่าฉันจะคิดยังไง เธออยู่ยังไง ถ้าเธอจะไป จะถามกันทําไม ไม่ว่าเธอคิดสงสารหรือเคยเกรงใจ จะเป็นอะไร ก็เหมือนมาทําให้ฉันยิ่งเฉย สิ่งที่ฉันนั้นคิดในใจ ยังมีคําลาที่สั้นเท่าไร ยิ่งดี ค่ะ แล้วก็ปิดท้ายในธุรกิจของ Music Marketing นะคะ ด้วยหนึ่งอีเวนต์สําคัญ นั่นก็คือการที่ทาง IAM ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองนะคะ ครบรอบ 9 ปีของ BMK48 และ CGM48 นะคะ ภายใต้ชื่องานว่า On Cloud 9 Festival ค่ะ ซึ่งเป็นการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคมนะคะ จนถึง 1 มิถุนายนที่ผ่านมานะคะ ที่ MCC Hall The Mall Live Store บางแคค่ะ โดยเป็นการจัดกิจกรรมแฟนมีตนะคะ ร่วมกับสมาชิกวง BMK48 และ CGM48 ค่ะ พร้อมไฮไลท์สําคัญนะคะ คือการเปิดตัวอัลบั้มที่ 6 ที่ชื่อว่า Pony Tail 222 นะคะ โดยที่ตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงานนี้ ก็ได้รับการตอบรับอย่างคึกคักนะคะ จากแฟนเพลงที่เข้ามาร่วมให้กําลังใจอย่างหนาแน่นค่ะ และนอกเหนือจากผลการดําเนินงานในแต่ละธุรกิจที่เล่ามาทั้งหมดนี้นะคะ Plan B ก็ยังคงให้ความสําคัญนะคะ กับการใช้สื่อ Out of Home นะคะ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ผ่านการสนับสนุนกิจกรรม CSR อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกันค่ะ ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นนะคะว่า Plan B ไม่ได้มองตัวสื่อ Out of Home เป็นเพียงแค่พื้นที่โฆษณาเชิงพาณิชย์เท่านั้นค่ะ แต่ก็ยังนํามาใช้เป็น นํามาใช้เป็นเครื่องมือนะคะ ในการขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมนะคะ แล้วก็ตอกย้ําความมุ่งมั่นด้าน ESG ของบริษัทในระยะยาวด้วยค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมของ CSR นะคะ ที่ทาง Plan B ได้ร่วมมือกับสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์นะคะ หรือว่า CEA กับสมาคมผู้กํากับศิลป์บางเกาะนะคะ ในการจัดทําโครงการตัว Creative AI Upskill ค่ะ ซึ่งเป็นการจัดทอล์กโชว์นะคะ รวมไปถึงการเวิร์กช็อปเพื่อพัฒนาทักษะ AI ให้กับนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ใน 4 ภูมิภาคด้วยกันค่ะ โดยผู้เข้าร่วมได้นําความรู้ที่ได้มานะคะ จะไปสร้างสรรค์วิดีโอนะคะ ตามโจทย์จากทาง BYD แล้วก็ทาง Grab Thailand ค่ะ เพื่อชิงรางวัลนะคะ แล้วก็สิทธิ์ในการเข้าแข่งขันตัว Young Lions Competition 2027 ค่ะ โดยที่ผลงานของผู้ชนะ โดยที่ผลงานของผู้ชนะก็จะถูกเผยแพร่นะคะ ผ่านจอดิจิทัลของทาง Plan B ทั่วประเทศค่ะ ซึ่งก็จะช่วยสร้างพื้นที่นะคะ แล้วก็โอกาสในการ ในโอกาสให้นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพในวงกว้างมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ ส่วนสุดท้ายนะคะ ก็จะเป็น Outlook ของในไตรมาส 3 นะคะ ซึ่งแนวโน้มในไตรมาส 3 ที่จะถึงนี้ บริษัทก็ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของผลประกอบการนะคะ ก็ได้รับการสนับสนุนจากทั้งส่วนของธุรกิจ Out of Home นะคะ ที่ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรามองว่าตัว คาดว่าตัวอัตราการใช้สื่อหรือว่า Utilization Rate ก็จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับไตรมาส 2 นะคะ ก็สนับสนุนจากทั้งส่วนของ Demand ที่ฟื้นตัว การรับรู้รายได้จากสื่อใหม่ที่รับรู้เต็มไตรมาสนะคะ แล้วก็แรงสนับสนุนจากตัวเครือข่ายสื่อของทั้ง Hello LED แล้วก็ VGI ค่ะ นอกจากนี้ตัวธุรกิจ Engagement Marketing ก็ยังคงมีแนวโน้มที่เติบโตได้เช่นกันนะคะ ก็หลัก ๆ เลยก็จะมีจากส่วนของธุรกิจกีฬานะคะ ทั้งของฟุตบอลแล้วก็มวยนะคะ ที่ก็ยังมีเทรนด์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังมีความสนใจนะคะ แล้วก็มี Demand ที่จะเข้ามาชมการแข่งขันมวยไทยภายในสนามอยู่อย่างต่อเนื่องค่ะ ส่วน 2 อัตรากําไรขั้นต้นนะคะ ก็คาดว่าจะอยู่ในระดับที่ทางพี่เก่งเคยไกด์ไว้นะคะ ก็จะอยู่ในระดับที่ประมาณ 32-33% ค่ะ แล้วก็สุดท้ายในส่วนของฐานะทางด้านการเงินนะคะ ก็หลังจากที่เราเข้าไปลงทุนในส่วนของ Com7 ไปแล้ว บริษัทก็ยังคงมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งอยู่นะคะ โดยที่เรามี Free Cash Flow อยู่ที่ระดับประมาณ 1.8 พันล้านบาท ส่วน DE Ratio นะคะ ก็จะอยู่ในระดับที่ 1.13 เท่านะคะ ซึ่งก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ํากว่า Covenant ที่กําหนดไว้ค่ะ ซึ่งถ้าไม่นับรวมตัว Conception Com7 Transaction ตามที่พี่เก่งได้แจ้งไปนะคะ ตัว DE Ratio ของเรา ก็จะอยู่ในระดับที่ต่ํามาก ราว ๆ 0.53 เท่าค่ะ ก็ในไตรมาสนี้นะคะ ก็ทาง Plan B ก็มีการอัปเดตผลประกอบการ แล้วก็ Business ต่าง ๆ นะคะ ประมาณเท่านี้ ถ้าพี่ ๆ นักลงทุนนะคะ มีข้อสงสัยหรือว่ามีคําถามอะไร ก็สามารถส่งเข้ามาในแชทบ็อกซ์ได้เลยค่ะ

Speaker #2: โอเคครับ ตอนนี้ก็มีคําถามเข้ามานะครับ คําถามที่ 1 นะครับ ถามเข้ามาว่า ค่าคอมมิชชั่น Out of Home ที่เพิ่มขึ้น จะเป็น New Normal หรือไม่นะครับ แล้วบริษัทมีวิธีการลดสัดส่วนคอมมิชชั่นในอนาคตหรือไม่ อย่างไรนะครับ ก็ค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมานะครับ ยังไม่ควรมองว่าเป็น New Normal ในระดับที่ปัจจุบันนะครับ เนื่องจากสัดส่วนคอมมิชชั่นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตาม Mix ของลูกค้านะครับ ช่องทางการขาย แล้วก็โครงสร้าง Incentive ในแต่ละช่วงเวลา โดยบางส่วนเป็นไปตามการเติบโตของยอดขายผ่านกลุ่มเอเจนซี่ แล้วก็พันธมิตรทางธุรกิจนะครับ ในระยะต่อไปข้างหน้า บริษัทคาดว่ายังคงบริหารค่าคอมมิชชั่นอย่างมีวินัย ควบคู่กับการเติบโตของรายได้นะครับ โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการขาย การบริหารราคาขาย หรือ Pricing นะครับ แล้วก็ตัวส่วนลดหรือ Discount ให้มีความเหมาะสมเพิ่มมากขึ้น แล้วก็เพิ่มสัดส่วนการขายตรง รวมถึงนําเสนอแพ็กเกจสื่อที่มีมูลค่าเพิ่ม แล้วก็ใช้ข้อมูลมาช่วยในการวางแผนสื่อที่มากขึ้นนะครับ ดังนั้นเป้าหมายของบริษัท ไม่ใช่เพียงการลดคอมมิชชั่นในเชิงตัวเลข แต่คือการทําให้คอมมิชชั่นต่อรายได้อยู่ในระดับที่เหมาะสมนะครับ แล้วก็สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการเติบโตของยอดขาย แล้วก็กําไรในระยะยาวต่อไปนะครับ มีคําถามเข้ามาอีก 1 ข้อนะครับ ถามว่า การเข้าถึงหุ้นใน Com7 ที่ 11% และมีกรรมการตัวแทนจาก Plan B 2 ท่าน หรือ 2 ใน 9 ท่านนะครับ ตามมาตรฐานบัญชีแล้วจะถือว่ามีอิทธิพลต่อ Com7 และบันทึกเป็นบริษัทร่วม พร้อมรับรู้ส่วนแบ่งกําไรจาก Com7 ตามสัดส่วนการถือหุ้นได้หรือไม่นะครับ แล้วก็ และเริ่มรับรู้เมื่อไหร่ บริษัทได้หารือกับออดิเตอร์แล้วหรือไม่นะครับ ก็ได้ครับ ก็บริษัทได้หารือแนวทางการบันทึกบัญชีกับผู้สอบบัญชีมาแล้วนะครับ โดยแม้ Plan B จะถือหุ้น Com7 ในสัดส่วนที่ประมาณ 11% นะครับ แต่ตามแผนจะมีกรรมการตัวแทนจาก Plan B จํานวน 2 ท่านนะครับ จะกรรมการทั้งหมด 9 ท่าน หรือประมาณ 22.22% นะครับ ก็ของจํานวนกรรมการทั้งหมดของ Com7 นะครับ ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญที่สนับสนุนว่า Plan B มีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายทางการเงิน และการดําเนินงานของ Com7 และสามารถเข้าข่ายมีอิทธิพลอย่างมีนัยสําคัญนะครับ หรือ Significant Influence ตามมาตรฐานบัญชีได้นะครับ ดังนั้นเอง การแต่งตั้งกรรมการเป็นไปตามแผน แล้วก็มีผลตามที่กําหนด Plan B จะสามารถจัดประเภทเงินลงทุนใน Com7 เป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม แล้วก็คาดว่าจะรับรู้ส่วนแบ่งกําไรตามสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 11% ตามวิธีส่วนได้เสีย Equity Method ต่อไปนะครับ โดยจะเริ่มรับรู้ตั้งแต่วันที่ Plan B มีอิทธิพลอย่างมีนัยสําคัญต่อ Com7 ซึ่งโดยหลักจะเป็นวันที่การแต่งตั้งกรรมการมีผล แล้วก็ Plan B มีสิทธิ์ในการมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายของ Com7 นะครับ ก็อาจจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดหนึ่ง ก็คือทาง Com7 ก็มีการประกาศงบการเงินไปเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมานะครับ แล้วก็มีมติของกรรมการบริษัทในการที่จะจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น EGM นะครับ ในวันที่ 17 กันยายน ที่จะถึงนี้นะครับ ก็ทันทีที่ทุกอย่างหากการประชุมครั้งนี้สามารถบรรลุตามเป้าหมายอย่างที่เราคาดการณ์ไว้นะครับ การบันทึกวิธีส่วนได้เสียหรือ Equity Method ก็จะเริ่มรับรู้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไปเลยนะครับ ไม่แน่ใจว่าทางท่านผู้ถือหุ้นมีคําถามเพิ่มเติมไหมนะครับ

Speaker #1: ก็ถ้าเราต้องคุณนะคะ ไม่มีคำถามใด ๆ เพิ่มเติมนะคะ วันนี้ก็ทาง Plan B นะคะ ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านมากนะคะ ที่ให้ความสนใจนะคะ แล้วก็เข้ามาฟังการแถลงผลประกอบการของทาง Plan B ในไตรมาส 2 นะคะ ถ้าท่านนักลงทุนมีคำถามหรือว่ามีข้อซักถามอะไรเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อทางแผนก IR ได้โดยตรงนะคะ ยังไงก็เดี๋ยวเจอกันใหม่ในไตรมาสหน้านะคะ ขอบคุณค่ะ

Browse all earnings call transcripts

Q2 2026 Plan B Media Public Company Ltd Earnings Call

Demo
PLANB

Plan B Media

Earnings

Q2 2026 Plan B Media Public Company Ltd Earnings Call

PLANB

Friday, August 14th, 2026 at 9:15 AM

Transcript

No Transcript Available

No transcript data is available for this event yet. Transcripts typically become available shortly after an earnings call ends.

Want AI-powered analysis? Try AllMind →

Earnings analysis guides

Methods for extracting KPIs and checking source support when reviewing an earnings call.

Browse all earnings calls