Q2 2026 L.P.N. Development Public Co Ltd Earnings Call

Speaker #1: ที่สนใจข้อมูลของ บมจ. แอร์พีเอ็น Development นะครับ ก็สําหรับในวันนี้นะครับ ทางแอร์พีเอ็นก็จะมานําเสนอในส่วนของตัวภาคของตัวธุรกิจนะครับ แล้วก็ภาพรวมของกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงตัวเลขในงบการเงินไตรมาส 2 ที่ได้เพิ่งประกาศไปนะครับ เดี๋ยวเราเริ่มใน Agenda แรกเลยนะครับ ก็เป็นภาพรวมของฝั่งธุรกิจทั้งหมดนะครับ อสังหาริมทรัพย์ ก็ในภาพของตัวภาพรวมนะครับ ก็มีทั้งปัจจัยบวก ปัจจัยลบนะครับ หลักๆ เนี่ย ปัจจัยบวกตอนนี้เนี่ย ทุกท่านน่าจะทราบว่าอัตราดอกเบี้ย นโยบายของประเทศไทยเนี่ยต่ํา ค่อนข้างต่ํามากในโลกนี้เลยนะครับ อยู่ที่ประมาณ 1% นะครับ ก็เท่ากับให้ทาง เอ่อ ญี่ปุ่นนะครับ แล้วก็ เอ่อ เนื่องจากดอกเบี้ยในระดับต่ําเนี่ย ก็ทําให้การระดมทุน แล้วก็เศรษฐกิจเนี่ยมัน มันเดินได้ง่ายขึ้นนะครับ แต่ว่าก็ในปัจจุบันเรื่องของตัว เอ่อ การลงทุนต่างๆ เนี่ย ก็ยัง ยังมีความฝืดเคืองอยู่นะครับ ปัจจัยอื่นๆ ก็จะมีเรื่องของการลงทุนภาครัฐนะครับ แล้วก็ตัวมาตรการกระตุ้นต่างๆ ที่เริ่มเข้ามาในช่วงตั้งแต่จะตั้งรัฐบาลช่วงต้นปีนะครับ การเร่งการเบิกจ่ายต่างๆ สําหรับภาคอสังหาริมทรัพย์เองก็จะมีเรื่องของการต่อมาตรการการลดค่าธรรมเนียมโอน แล้วก็จดจํานองไปจนถึงปี 70 นะครับ ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ส่วนปัจจัยลบนะครับ ก็ GDP ครับ GDP เราคาดว่าน่าจะโต แล้วก็หลายๆ สํานักก็คาดว่าจะโตแค่ประมาณ 2% นะครับ จากค่ากลาง 2% จากปีที่แล้วประมาณสัก 2.4 นะครับ แล้วก็มีค่าเฉลี่ยตั้งแต่สัก 1.5 ถึง 2.5 นะครับ ก็ถือว่ายังค่อนข้างต่ํากว่าระดับศักยภาพนะครับ แล้วก็มีเรื่องของตัว เอ่อ ผลจากราคาน้ํามันนะครับ ราคาพลังงานที่มีการ มีสงครามใน เอ่อ ช่องแคบฮอร์มูสนะครับ มีการ เอ่อ ทั้ง ทั้งปิดทั้งเปิดนะครับ แล้วก็เรื่องของราคาน้ํามันต่างๆ ราคาวัสดุก่อสร้างต่างๆ ก็ปรับขึ้น เพิ่มขึ้น สูงขึ้นนะครับ ตัวนี้ครัวเรือนก็ยังสูงอยู่นะครับ ถึงแม้ว่าจะลดระดับลงมาจากช่วงใกล้ๆ 90 นะครับ ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณสัก 86% ต่อ GDP แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงนะครับ ส่วนของเงินเฟ้อประมาณ 2.4 ก็ยังอยู่ในกรอบของที่ทางแบงก์ชาติมองไว้ที่นโยบายที่ 1 ถึงไม่เกิน 3% นะครับ แต่ก็ เอ่อ ถือว่า ถือว่ายังมีระดับที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยอยู่นะครับ ส่วนของภาพการเปิดตัวนะครับ ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาเนี่ย มีการเปิดตัวที่อยู่อาศัยใหม่มากพอสมควรนะครับ แต่หลักๆ เนี่ยจะไปอยู่ในกลุ่มที่เป็น Upper นะครับ เป็นกลุ่ม เป็นกลุ่ม Luxury ด้านบนนะครับ ก็เดี๋ยวเราไปดูในรายละเอียดกันนะครับ สรุปสถานการณ์ภาพรวมนะครับ ครึ่งปีแรกเนี่ย เปิดตัวเนี่ยเพิ่มขึ้นประมาณสัก 14% ในแง่ของจํานวนหน่วยนะครับ แล้วก็ในแง่ของมูลค่าเนี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 39% นะครับ มูลค่ารวมประมาณสัก 150,000 ล้าน เอ่อ คอนโดมิเนียมนะครับ เปิดตัวทั้งหมดเนี่ย 26 โครงการนะครับ ประมาณ 10,000 กว่าหน่วย แล้วก็เพิ่มขึ้นเนี่ยประมาณสัก 40 กว่าเปอร์เซ็นต์นะครับ ส่วนในแง่ของมูลค่าเนี่ยเพิ่มขึ้นถึง 281% นะครับ ก็มีหลักๆ เนี่ยทําเลอยู่ในย่าน CBD นะครับ แล้วก็มีกลุ่มที่เป็น เอ่อ ระดับบนอย่างที่ได้แจ้งนะครับ เดี๋ยวจะมีลงรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนภาพรวมของแนวราบนะครับ ทั้งในกลุ่มของต่ํา 10 ล้าน แล้วก็ในกลุ่มของกลุ่มพรีเมียมที่เกิน 10 ล้านขึ้นไปเนี่ย ก็ลดลงทั้งในแง่ของหน่วยและมูลค่านะครับ เริ่มจากส่วนของอาคารชุดนะครับ ครึ่งปีแรกเนี่ย เปิดตัวเพิ่มขึ้นทั้งมูลค่า แล้วก็ในส่วนของจํานวนหน่วยนะครับ เนื่องจากว่ามีโครงการระดับพรีเมียมประมาณ 3 โครงการนะครับ ที่เข้ามาในช่วงไตรมาส 2 เนี่ย แล้วก็มี Assumption ที่ถือว่าค่อนข้างดีนะครับ ก็อยู่ประมาณสัก 29% ในค่าเฉลี่ยนะครับ เอ่อ เมื่อดูเทียบกับปีก่อนเนี่ย โตขึ้นมา 41% ในกราฟด้านซ้ายมือนะครับ แล้วก็ Take up rate เนี่ยยังเฉลี่ยอยู่แถวๆ ประมาณสัก 29% ได้อยู่ ใกล้เคียงกับปีก่อนและช่วงที่ผ่านมาประมาณสัก 28% นะครับ แต่ว่าในแง่ของยูนิตเนี่ยเพิ่มขึ้น เพราะมีโครงการใหม่อัดเข้ามาในช่วงไตรมาส 2 นะครับ ส่วนแง่ Value เนี่ยค่อนข้างน่าสนใจ เพราะว่ามูลค่า ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยเนี่ยมันขยับขึ้นจากเลเวลประมาณ 3 ล้านเนี่ยขึ้นไปประมาณ 8 ล้านนะครับ ก็ในแง่มูลค่าเนี่ยขยับไปถึงประมาณ 87,000 ล้านนะครับ ซึ่งตัว 3 ตัวที่เข้ามาใหม่ที่ในเข้ามาในตลาดช่วงไตรมาส 2 ที่เป็นระดับบนเนี่ย มูลค่ารวมๆ ก็เกือบ 50,000 ล้านนะครับ ก็เดี๋ยวจะอย่างที่เรียนนะครับ มีโครงการในระดับประมาณ 30 ถึง 50 ล้านเข้ามาเปิดตัวเพิ่ม แล้วก็ Take up rate ค่อนข้างสูง เอ่อ มันก็สะท้อนถึงตัว Demand ของระดับบนที่ยังมีอยู่นะครับ แต่ก็มีผู้เล่นไม่มากนักนะครับที่ ที่เข้าไปในกลุ่มนี้เพิ่มเติม เพราะส่วนใหญ่เนี่ยราคาเกินครึ่งเนี่ยก็ยังอยู่ต่ํากว่า 3 ล้านอยู่นะครับ จากในกราฟ ก็ เอ่อ ดูจากกราฟด้านขวาสุดนะครับ ตัวเลเวลที่เป็นระดับต่ํากว่า 3 ล้านเนี่ย ก็ยังอยู่ในสัดส่วนประมาณสัก 48% นะครับ เทียบกับค่าเฉลี่ยเดิมที่อยู่ประมาณสัก 60-70% ก็ถือว่าลดลงนะครับ เพราะว่ามีตัว เอ่อ Product ที่เป็นระดับที่แพงกว่าเนี่ยเข้ามาค่อนข้างเยอะในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ในส่วนของบ้านนะครับ ในบ้านในเลเวลที่ต่ํากว่า 10 ล้านเนี่ย เอ่อ เปิดตัวในครึ่งปีแรกเนี่ยลดลงต่อเนื่องนะครับ ก็ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ ที่ 5 แล้วนะครับ สําหรับในภาพรวมเปรียบเทียบครึ่งปีต่อครึ่งปีที่ผ่านมาเนี่ย ลดลงตอนนี้เหลืออยู่ประมาณสัก 4,500 กว่าหน่วยนะครับ แล้วก็ส่วนของ Value เนี่ยเหลืออยู่ประมาณสัก 20,000 ล้านนะครับ ซึ่งปัจจัยที่ลดลงเนี่ยมันก็มี 2 ส่วน หนึ่งคือเรื่องของตลาดที่ ที่แข่งขันกันดุเดือดมากขึ้นนะครับ Assumption ที่ลดลง แล้วก็บวกกับตัวของที่ดินที่จะทําเพื่อที่จะทํากลุ่มบ้านต่ํากว่า 10 ล้านเนี่ย ถ้าในบริเวณที่ ที่อยู่ใน ในตัวเมืองเนี่ยก็ลดลงเรื่อยๆ นะครับ ก็สะท้อนทําให้กลุ่มเนี่ยก็ค่อยๆ จะลดลงไปจากตลาดนะครับ เอ่อ ในแง่ของตัว Product เองเนี่ย ก็ที่จะเป็นบ้านเดี่ยวเนี่ยลดลงมากกว่าครึ่งนะครับ จะดูจากตัวเลขด้าน ด้านขวามือสีฟ้าทั้งสองกราฟทั้งสองฝั่งนะครับ ก็จากปีที่แล้วเนี่ยเปิดอยู่ 1,400 กว่าหน่วยนะครับ ตอนปีนี้เนี่ยเหลืออยู่ประมาณแค่ 638 หน่วยที่เป็นบ้านเดี่ยวที่ราคาต่ํากว่า 10 ล้านนะครับ ส่วนของในแง่ Value ก็เช่นกันนะครับ ก็ลดลงเหลือประมาณสัก 4,000 กว่าล้าน จากราคาเฉลี่ยของกลุ่มบ้านเนี่ยที่ ที่อยู่ใน Segment ที่ต่ํากว่า 10 ล้านก็อยู่ประมาณสัก 4.4 ล้านนะครับ ก็ตัวเลขใกล้ๆ เดิม แต่ว่าตัวของ Supply ที่ถูกปล่อยออกมาในช่วงครึ่งปีแรกเนี่ยก็ลดลงต่อเนื่องนะครับ ส่วนของครึ่งปีแรกเนี่ยก็เป็นรายใหญ่นะครับที่ ที่ครองตลาดกว่า 75% นะครับ แล้วก็ส่วนของ Product หลักๆ เนี่ยก็ยังเป็น Townhouse และบ้านแฝดอยู่ เพราะว่าตัวของอย่างที่เรียนครับ พอที่ดินราคามันสูงขึ้น การที่จะ Develop บ้านเดี่ยวในราคาที่ ที่ยังไม่ถึง 10 ล้านเนี่ยก็ต้องออกไปชานเมืองหรือออกไปนอกกรุงเทพมหานครพอสมควรนะครับ แล้วก็ เอ่อ ตัว Product ที่ ที่ทําหลักๆ เนี่ยก็จะเป็นของในส่วนของ Townhouse นะครับ แล้วก็ตัวบ้านแฝดก็ยัง ยังมีอยู่นะครับ ยังมีอยู่ เข้ามาประมาณสัก 1,000 กว่ายูนิตในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานะครับ ในส่วนของตลาดบ้านพรีเมียมนะครับ เปิดตัวก็ชะลอตัวเช่นกันนะครับ หลังจากที่มีการเร่งเปิดตัวหลักๆ ในช่วงปี 66-67 นะครับ ที่หลายๆ เจ้าเนี่ยก็เข้าไปเล่นในตลาดที่อยู่ใน Segment นี้นะครับ ที่เปิดตัวขึ้นไปถึงระดับ 3,000 กว่าหน่วยในช่วงประมาณปี 67 นะครับ แล้วก็ลดลงมาเหลือประมาณสัก เอ่อ 2,000-3,000 หน่วยนะครับ ในช่วงปีที่แล้ว แล้วก็ปีนี้ในครึ่งปีแรกยังอยู่แค่ประมาณสัก 2,000 กว่าหน่วยนะครับ ก็ในแง่ของยูนิตเนี่ยลดลง 27% นะครับ แล้วก็ Value เนี่ยลดลงประมาณ 30% แต่ตัวของราคาเฉลี่ยเนี่ยก็ยังอยู่ในเลเวลเดิมนะครับ อยู่ประมาณสัก 22 ล้าน แล้วก็ตัว Product หลักๆ ก็คือเป็นบ้านเดี่ยวนะครับ ใน หลักๆ ก็เป็นบ้านเดี่ยวนะครับที่ ที่เปิดตัวอย่างที่เรียน แล้วก็ เอ่อ การเปิดตัวของบ้านแฝดและ Townhouse เนี่ยเปิดตัวลดลงค่อนข้างเยอะนะครับ ยังมีอยู่ แต่ว่าเปิดตัวลดลงค่อนข้างมากนะครับ เนื่องจากว่า Demand ของ ของตลาดก็ถ้าระดับ Upper 10 ล้านขึ้นไปเนี่ยก็อยากได้เป็นที่อยู่อาศัยที่เป็นบ้านเดี่ยวเพื่อที่มี เพื่อที่ใช้สอยที่ ที่มากกว่านะครับ แล้วก็เรื่องของความ เอ่อ Private ด้วยนะครับ หลักๆ ที่กระจุกตัวในระดับ 10 ถึง 30 ล้านนะครับ แล้วก็ ก็อย่างที่เรียนนะครับ อัตราการขายเนี่ยก็อยู่ในเลเวลเฉลี่ยประมาณสัก 9 ถึง 10% นะครับ แต่ว่าตัวบ้านแฝดเนี่ยช่วงครึ่งปีแรกเนี่ยขายได้ค่อนข้างน้อยนะครับ อยู่ที่ประมาณ 3% โอเคครับ เดี๋ยวถัดไปเป็นในส่วนของตัว Performance ของตัว LPN เองนะครับ เดี๋ยวขอเริ่มจาก Presale นะครับ Presale ไตรมาส 2 เนี่ยเราจบอยู่ที่ 1,768 ล้านนะครับ ก็ลดลงประมาณสัก 4% Year on Year นะครับ ในภาพรวม 6 เดือนเนี่ยทําได้ 3,276 ล้านนะครับ ลดลงประมาณ 4% เช่นเดียวกัน เอ่อ หลักๆ คอนโดมิเนียมเนี่ยมีการเติบโตสูงขึ้นนะครับ ตัว High Rise ก็ ก็ขยับขึ้นประมาณสัก 4-5% แต่ว่าตัว Low Rise ของเราก็มีการปรับลดลงนะครับ สําหรับ Presale ในช่วง เอ่อ ครึ่งปีแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้วนะครับ หนึ่งก็คือเราไม่ได้มีโครงการเปิดใหม่นะครับ สองก็คือส่วนของสินค้าที่เราขายหมดแล้วก็เราระบายไปในช่วงปีก่อนนะครับ ปีที่แล้วเนี่ยเราขายโอนทั้งบ้านและคอนโดไปได้ประมาณสัก 4,000 กว่าล้าน แล้วก็ในครึ่งปีแรกเนี่ยก็ยังไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่นะครับ ก็มี เอ่อ Supply แล้วก็ Inventory ที่ ที่ระบายออกไปพอสมควรนะครับ ก็พอสินค้าลดลง ตัวยอดขายภาพรวมก็จะมีความลดลงตามนะครับ ส่วนของยอดโอนนะครับ ยอดโอนเนี่ยเราทําได้ดีขึ้นนะครับ ยอดโอนในช่วงไตรมาส 2 เนี่ยทําได้ 1,193 ล้านนะครับ แล้วก็ภาพรวม 6 เดือนเนี่ยทําได้ 2,273 ล้านนะครับ ก็เติบโตขึ้น เอ่อ ไตรมาส 2 เนี่ยเฉพาะไตรมาส 2 Year on Year ขึ้นประมาณสัก 36% นะครับ แล้วก็ภาพรวม 6 เดือนเนี่ยขึ้น ขึ้นประมาณสัก 28% เอ่อ เหตุผลหลักเนี่ยคือเรามีการส่งมอบโครงการเฟส 168 เปลี่ยน 9 นะครับ ในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา แล้วก็ส่งมอบต่อเนื่องมาถึงช่วงไตรมาส 2 นะครับ ก็มีการเคลียร์ เอ่อ Backlog นะครับ แล้วก็มีการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าเข้าไป ส่วนของ PP นะครับ PP เนี่ยลดลงนะครับ ไตรมาส 2 เนี่ยอยู่ที่ประมาณ 16% นะครับ เทียบกับปีก่อนประมาณ 21% แล้วก็ภาพของรวมครึ่งปีเนี่ยอยู่ที่ 16.8% ลดจากปีที่แล้วประมาณ 21% นะครับ ตัวเลขลดลงค่อนข้างเยอะนะครับ ตัวของ เอ่อ คอนโดมิเนียมเนี่ยก็มี ก็มีการมีสินค้าใหม่ที่ ที่เข้ามา แต่ว่า GP ไม่ได้สูงมากนักนะครับ บวกกับตัวสินค้าเก่าที่เคยมี GP ที่ค่อนข้างสูงเนี่ย แล้วก็ เอ่อ มีทั้งขายหมดไปแล้ว แล้วก็ต้องระบายสินค้าในช่วงที่ผ่านมานะครับ ส่วนของแนวราบก็ GP ค่อนข้างจะกดดันนะครับ ลงมาอยู่ใน อยู่ในประมาณเลขตัวเดียวนะครับ แล้วก็เพื่อที่จะระบายสินค้าออกไป จากที่เห็นที่เรารายงานในช่วงต้นว่าใน ใน Segment ของ ของบ้านเอง Supply ก็เปิดตัวน้อยมากนะครับ บวกกับ Demand ที่มีก็ ก็จะมีเจ้าตลาดที่ ที่ ที่แข็งอยู่พอสมควรนะครับ บวกกับตัว เอ่อ Product ที่มีอยู่เนี่ยเราก็จะทยอยทํา ทยอยสร้างไปนะครับ เราไม่ได้ ไม่ได้สร้างทีเดียวทั้งโครงการ แล้วก็ ค่อยๆ ทยอยส่งมอบไปนะครับ ส่วนของรายได้รวมนะครับ ไตรมาส 2 เนี่ยได้ประมาณ 2,020 ล้านนะครับ ก็ตัวเลข 2,000 เนี่ยไม่ ไม่เห็นมาสักพักใหญ่ๆ นะครับ ก็ประมาณสัก เอ่อ ประมาณ 6 ไตรมาสนะครับ ไตรมาสสุดท้ายที่ได้ระดับ 2,000 ล้านก็คือประมาณปลายปี 67 นะครับ ก็สืบเนื่องมาจากตัวยอดของ ยอดโอนที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับ บวกกับธุรกิจบริการที่เราโตขึ้นมาค่อนข้างเยอะนะครับ เทียบ Year on Year เนี่ยโตขึ้นมาประมาณสัก 200 ล้านนะครับ สําหรับในแถบสีฟ้าที่อยู่ในบรรทัดของ Service นะครับ หลักๆ ก็เป็นรายได้ของงานบริการวิศวกรรมนะครับ แล้วก็การขยายการรับบริการงานบริหารชุมชนต่างๆ นะครับ ทั้งในส่วนของตัว เอ่อ คอนโดมิเนียมเอง แล้วก็ตัวของ เอ่อ สถานประกอบการต่างๆ ที่เราเข้าไปรับบริการนะครับ ก็เติบโตขึ้นได้ค่อนข้างดีนะครับ รายได้รวมโตขึ้นประมาณสัก 33% ภาพรวม 6 เดือนรายได้อยู่ที่ 3,884 ล้านนะครับ โตขึ้นประมาณ 27% ก็เป็นตัวเลขที่คล้ายๆ กันกับภาพไตรมาส 2 นะครับ แต่ว่าไตรมาส 2 เนี่ยเราจะโตขึ้นมากว่าไตรมาส 1 ประมาณหนึ่งนะครับ ทําให้ตัวเลขภาพรวมเนี่ยก็ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 3,884 ล้านนะครับ ก็เทียบกับตัวเป้าทั้งปีเราเนี่ย ตัวยอดโอนเรามองทั้งปีอยู่ที่ประมาณสัก 4,500 ล้าน ก็ทําได้ประมาณสัก 50 51% นะครับ แล้วก็รายได้รวมเนี่ยก็ตัวเลขใกล้ๆ กันครับ ก็คือเกิน 50% มาแล้วนะครับ ส่วนของ Gross Profit Margin นะครับ ก็อย่างที่เรียนว่า เอ่อ GP หลักๆ เนี่ยตัวภาพรวมเนี่ยลดลงนะครับ ก็อยู่ประมาณสัก 4% คือไตรมาสนี้อยู่ประมาณ 16.8 นะครับ ก็ส่วนของอสังหาประมาณสัก 16 แต่ว่าส่วนของธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเช่ากับตัวของ Service เนี่ยเพิ่ม เอ่อ ยัง ยังมีตัวเลขที่สูงกว่าอยู่นะครับ ก็เดี๋ยวไปดู Detail ในหน้าถัดไปนะครับ ก็ตัวภาพรวมที่เป็นจํานวนเงินนะครับ เพิ่มขึ้นประมาณสัก 7% แต่ว่ามันก็จะต่ํากว่ารายได้นะ รายได้เราขึ้นมาเกือบประมาณสัก 30 แต่ว่าตัวของกําไรขั้นต้นในแง่ของเม็ดเงินเนี่ยมันเพิ่มขึ้นแค่ประมาณ 7% นะครับ ส่วนต่างก็คือเรื่องของการที่เราลดราคา สินค้านะครับ แล้วก็ธุรกิจบริการที่เราขยายออกไปเนี่ย หลายๆ งานก็จะมี GP ที่ต่ํากว่าค่าเฉลี่ยเดิมที่อยู่เลเวลประมาณสัก 25-30% นะครับ ก็ เอ่อ ได้แลกกับ Volume ที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับ แล้วก็ตัวของจํานวนงานที่มีการแข่งขันด้วยนะครับ โดยเฉลี่ยเนี่ย ตัว GP ของ Sales นะครับ ของอสังหาเนี่ยอยู่ประมาณสัก 16% นะครับ ใน ในช่วงนี้ แล้วก็ เอ่อ ภาพของปีที่แล้วอยู่ประมาณ 18-19% นะครับ แต่ในส่วนของ Rental ตัวของงานเช่าต่างๆ เนี่ย GP ก็ยังเฉลี่ยอยู่แถวๆ 26-27 อยู่นะครับ แต่อีกตัวหนึ่งที่ ที่ดรอปลงมาก็คือธุรกิจบริการ ซึ่งธุรกิจบริการเนี่ยจะรวมถึงงานวิศวกรรมที่เราได้ ได้เรียนไปในเบื้องต้นแล้วนะครับ ก็ GP ดรอปลงมาจาก 21 เหลือประมาณ 16-17% นะครับ เพราะว่ามีการเร่ง Volume เพิ่มขึ้นมานะครับ อาจจะทําให้ตัว GP นั้นดรอปลงไป แต่ว่าตัวของตัวเลข Amount นั้นก็ยังเติบโตขึ้นได้อยู่นะครับ ส่วนของค่าใช้จ่ายนะครับ ค่าใช้จ่ายก็ ก็เราก็พยายามควบคุมนะครับ ไม่ให้มันโตเท่าๆ กับรายได้นะครับ ก็ให้มันโตน้อยกว่า ตัวเลขของค่าใช้จ่ายในไตรมาส 2 เนี่ยจบอยู่ที่ประมาณ 277 ล้านนะครับ เพิ่มขึ้นประมาณสัก 7% โดยหลักๆ เนี่ยก็จะเป็นค่าใช้จ่ายการขาย แล้วก็ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานนะครับ ซึ่ง เอ่อ ดําเนินงานเนี่ยก็จะโตขึ้นตามธุรกิจบริการนะครับ ส่วนค่าใช้จ่ายการขายก็จะโตเพิ่มขึ้นตามยอดโอนนะครับ ภาพรวมของทั้งครึ่งปีแล้วก็ภาพรวมเฉพาะไตรมาส 2 เนี่ย ตัวเลขคล้ายๆ กันนะครับ ก็คือเพิ่มขึ้นมาประมาณสัก 7% จากปีก่อนที่ 528 ล้านในภาพ 6 เดือน ขยับมาเป็น 533 ล้านใน ในครึ่งปีแรกของปีนี้นะครับ ส่วนของ Net Profit นะครับ Net Profit เอ่อ ครึ่งปีแรกเนี่ยเราลบอยู่ประมาณ 20.8 ล้านนะครับ ในเฉพาะไตรมาส 2 เนี่ยลบอยู่ 21.2 ล้านนะครับ ก็ เอ่อ เมื่อสักครู่จะมีค่าใช้จ่ายตัวหนึ่งที่ ที่ไม่ได้อยู่ในสไลด์นะครับ ก็คือตัวของดอกเบี้ยจ่ายนะครับ ดอกเบี้ยจ่ายที่เราบันทึกไว้ในตัวของงบกําไรขาดทุนนะครับ ช่วงครึ่งปีแรกเนี่ยตัวเลขอยู่ประมาณสัก 160 ล้านนะครับ ตัวเลขเฉพาะไตรมาส 2 อยู่ประมาณสัก 80 ล้าน ตัวเลขใกล้ๆ กันในช่วง 2 ไตรมาสนะครับ แต่ถ้าดูภาพของปีที่แล้วเนี่ยเราบันทึกดอกเบี้ยจ่ายใน ในงบกําไรขาดทุนเนี่ย ไตรมาสหนึ่งประมาณสัก 30 กว่าล้านนะครับ ภาพรวม 6 เดือนประมาณสัก 60 ล้าน ก็คือตัวเลขมันขยับเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างเยอะนะครับ แต่ถ้า ถ้าเรามองในแง่ของดอกเบี้ยจ่ายจริงๆ เนี่ย ใน ในหน้างบการเงินเนี่ย ตัวเลขมันไม่ได้สูงขึ้นนะครับ ตัวเลขในงบกระแสเงินสดเนี่ย ดอกเบี้ยจ่ายในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้เนี่ยต่ํากว่าปีที่แล้วอยู่ประมาณสัก 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็คือโดย โดยปกติเนี่ย เอ่อ เราจ่ายดอกเบี้ยจ่ายอยู่ประมาณสัก 120-130 ล้านนะครับ ไตรมาสล่าสุดเนี่ยเราก็จ่ายอยู่ประมาณสัก 110 นะครับ ก็ตัวเลขลดลงตามของ Cash Flow ที่เรานําไปชําระหนี้นะครับ แต่ว่าตัวเลขในส่วนของ เอ่อ งบกําไรขาดทุนเนี่ย ตัวที่บันทึกมากขึ้นเนื่องจากเรามีการชะลอโครงการไป แล้วก็มีการบันทึกเป็นดอกเบี้ยเป็นค่าใช้จ่ายเนี่ยเพิ่มสูงขึ้นนะครับ แล้วก็นําไปบันทึกเป็นต้นทุนสินค้าเนี่ยน้อยลง ทําให้ตัวภาพของดอกเบี้ยจ่ายที่ลงมาใน เอ่อ บรรทัดงบกําไรขาดทุนเนี่ยสูงขึ้นนะครับ ซึ่งก็มี มีเขียนเข้าไปใน อยู่ในตัวของ MD&A นะครับ แล้วก็มี มี เอ่อ ชี้แจงอยู่ในเป็นระยะๆ เพราะว่ามันเริ่มตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้วนะครับ ที่ทําให้ตัวเลขออกมาเนี่ย Performance มันออกไปติดลบนะครับ ส่วนของ Asset นะครับ Asset เราลดลงไปประมาณ 5% นะครับ ตอนนี้ Total Asset เราเหลืออยู่ประมาณสัก 22,000 474 นะครับ ก็ตัวเลขลดลงนะครับ จากช่วงครึ่ง ช่วงปลายปีที่แล้วนะครับ ผ่านมาครึ่งปีก็ตัวเลขลดลงไปประมาณสัก 1,200 1,200 กว่าล้านนะครับ ก็ตัว Asset ที่ลดลงหลักๆ ก็จะเป็นในส่วนของ Inventory นะครับ แล้วก็ทรัพย์สินให้เช่านะครับ แต่ในส่วนของตัวงานระหว่าง แล้วก็งานระหว่างก่อสร้างนะครับ ทั้งงานระหว่างก่อสร้างที่กําลังพัฒนา แล้วก็รอพัฒนาอยู่นะครับ ก็ตัวเลขลดลงทุกรายการนะครับ หลักๆ ก็คือมีการระบายสินค้าออกไปนะครับ พัฒนาเพิ่มเติม แล้วก็ เอ่อ เคลียร์เพื่อนํา Cash กลับมาให้บริษัทนะครับ ภาพนี้จะเห็นได้ชัดกว่านะครับ ที่ เอ่อ แน่นอนครับ ตัวเลขลดลง 5% เท่ากัน แต่ว่าหลักๆ เนี่ยจะไปลดลงในส่วนของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยนะครับ ไอเทมที่เป็นสีฟ้าตรงกลางนะครับ ตัวเลขจากประมาณ 10,000 ล้านในช่วงปลายปีสิ้นปี 68 นะครับ ลดลงเหลืออยู่ประมาณสัก 8,700 ล้านในช่วงกลางปีนี้นะครับ ก็ตัวเลขลดลงไปเกือบๆ 1,300 ล้านนะครับ หลักๆ ก็คือการชําระหนี้สินนะครับ อย่างในช่วงไตรมาส 1 ก็มีการชําระคืนหุ้นกู้นะครับ อายุ 2 ปีเราคืนไปช่วงเดือนมกราคมนะครับ ตอนนั้นก็ตัวเลขอยู่ประมาณสัก 612 ล้านนะครับ ที่ ที่ชําระคืนไป แล้วเราก็มีการ เอ่อ Issue หุ้นกู้ใหม่ออกมาใน ในช่วงประมาณไตรมาส 2 นะครับ ประมาณสัก 210 ล้าน ส่วนตัว ตัว Gap ที่มันต่างไปเนี่ย เราก็ใช้ในส่วนของ เอ่อ Cash Flow From Operation นะครับ แล้วก็วงเงินธนาคารที่เรามีสํารองเอาไว้ในการชําระคืนนะครับ แล้วก็ส่วนของ เอ่อ ผู้ถือหุ้นนะครับ ลดลงประมาณ 1% นะครับ หลักๆ ก็คือตัวเงินปันผลที่จ่ายในช่วง เอ่อ เงิน เงินปันผลประจําปีนะครับ ที่มาจ่ายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 69 บวกกับการซื้อหุ้นคืนนะครับ ซื้อหุ้นคืนในช่วง เอ่อ ออกมาช่วงปลายปีที่แล้ว แล้วก็เริ่มซื้อตั้งแต่ช่วงมกราคม 69 นะครับ แล้วก็สิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมนะครับ ก็สิ้นสุดไปเรียบร้อยแล้วนะครับ วงเงินไม่เกิน เอ่อ 50 ล้านนะครับ แล้วก็ซื้อหุ้นคืนได้ประมาณสัก 30 กว่าล้านหุ้นนะครับ ส่วนของ D2E นะครับ DE Ratio ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 0.94 นะครับ ก็โดย โดยประมาณ 0.9495 นะครับ แล้วก็ตัวของ DE มีดอกเบี้ยเนี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.76 นะครับ ก็ตัวเลขลดลงมาค่อนข้างเยอะนะครับ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่ทางบริษัทเองพยายามจะเร่งระบายสต็อก แล้วก็ลดภาระหนี้สินลงมานะครับ เนื่องจากว่าตัว เอ่อ อัตราดอกเบี้ยที่ ที่จ่ายอยู่เนี่ย มันก็มีช่วงที่ผ่านมามันมีแนวโน้มสูงขึ้นนะครับ ประกอบกับ เอ่อ ภาวะอสังหาที่เริ่ม เอ่อ มีความตึงตัวมากขึ้น ขายได้ยากขึ้นเนี่ย เราก็ต้องการที่จะเซฟเรื่องของภาระดอกเบี้ยลงไปนะครับ การขยายโครงการที่ลดลง แล้วก็ลดภาระหนี้ลงมาก็ลด Pressure ในส่วนของดอกเบี้ยจ่ายออกไปครับ ส่วนของโปรเจกต์ใหม่นะครับ โปรเจกต์ใหม่ในไตรมาส 3 นี้ เอ่อ เราจะมีเปิดตัวที่แรกคือลุมพินีพาร์ค บางหว้าอินเตอร์เชนนะครับ ก็เป็นโครงการที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยสยามนะครับ อยู่ อยู่ถัดจากมหาวิทยาลัยสยามไปด้านหลังนิดนึง ก็โปรเจกต์วัยรุ่นประมาณ 1,400 ล้านนะครับ ก็เราจะเตรียมเปิดตัวในไตรมาสนี้นะครับ ไตรมาสที่ 3 นี้ แล้วก็เริ่มมี Add เริ่มมี เอ่อ โฆษณาออกไปแล้วนะครับ แล้วก็จะส่งมอบในช่วงประมาณปลายปีหน้านะครับ ก็เป็น เป็น เอ่อ อาคารชุดนะครับ เป็นอาคารชุด เป็นแนวสูงประมาณ เอ่อ 4 อาคารนะครับ ประมาณ 4 อาคาร แล้วก็ยูนิตประมาณ 862 ยูนิตนะครับ ก็ตัวสํานักงานขายแล้วก็อะไรก็อยู่ในระหว่างการตกแต่งก่อสร้างนะครับ ก็คิดว่าภายในช่วง เอ่อ ปลายเดือนนี้ต้นเดือนหน้าเนี่ยน่าจะเข้าไปเยี่ยมชมที่สํานักงานขายได้นะครับ แล้วก็จะมี มี เอ่อ Add ต่างๆ ออกไปทางสื่อของ LP.N.

Speaker #1: อยู่นะครับ ถึงแม้ว่าจะลดระดับลงมาจากช่วงใกล้ๆ 90 นะครับ ตอนนี้เหลือประมาณสัก 86% ของ GDP แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงนะครับ ส่วนของเงินเฟ้อประมาณ 2.4 ก็ยังอยู่ในกรอบของทิศทางแบงก์ชาติ นโยบายที่ 1 ถึงไม่เกิน 3% นะครับ แต่ก็ เอ่อ ถือว่า ถือว่ายังมีระดับที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยอยู่นะครับ ส่วนของภาพการเปิดตัวนะครับ ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาเนี่ย มีการเปิดตัวที่อยู่อาศัยใหม่มากพอสมควรนะครับ แต่หลักๆ เนี่ยจะไปอยู่ในกลุ่มที่เป็น upper นะครับ เป็นกลุ่ม เป็นกลุ่ม luxury ชั้นบนนะครับ ก็เดี๋ยวเราไปดูในรายละเอียดกันนะครับ สรุปสถานการณ์ภาพรวมนะครับ ครึ่งปีแรกเนี่ย เปิดตัวเนี่ยเพิ่มขึ้นประมาณสัก 14% ในแง่ของจํานวนหน่วยนะครับ แล้วก็ในแง่ของมูลค่าเนี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 39% นะครับ มูลค่ารวมประมาณสัก 150,000 ล้าน เอ่อ คอนโดมิเนียมนะครับ เปิดตัวทั้งหมดใน 26 โครงการนะครับ ประมาณ 10,000 กว่าหน่วย แล้วก็เพิ่มขึ้นเนี่ยประมาณสัก 40 กว่าเปอร์เซ็นต์นะครับ ส่วนในแง่ของมูลค่าเนี่ยเพิ่มขึ้นถึง 281% นะครับ ก็มีหลักๆ ในท็อปเดย์อยู่ในย่าน GBD นะครับ แล้วก็มีกลุ่มที่เป็น เอ่อ ระดับบนอยู่ที่ได้แจ้งนะครับ เดี๋ยวจะมีลงรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนภาพรวมของแนวราบนะครับ ทั้งในกลุ่มของต่ํา 10 ล้าน แล้วก็ในกลุ่มของกลุ่มพรีเมียมที่เกิน 10 ล้านขึ้นไปเนี่ย ก็ลดลงทั้งในแง่ของหน่วยและมูลค่านะครับ เริ่มจากส่วนของอาคารชุดนะครับ ครึ่งปีแรกเนี่ย เปิดตัวเพิ่มขึ้นทั้งมูลค่า แล้วก็ในส่วนของจํานวนหน่วยนะครับ เนื่องจากว่ามีโครงการระดับพรีเมียมประมาณ 3 โครงการนะครับ ที่เข้ามาในช่วงไตรมาส 2 เนี่ย แล้วก็มี assumption ที่ถือว่าค่อนข้างดีนะครับ ก็อยู่ประมาณสัก 29% ในค่าเฉลี่ยนะครับ เอ่อ เมื่อดูเทียบกับปีก่อนเนี่ย โตขึ้นมา 41% ในกราฟด้านซ้ายมือนะครับ แล้วก็ take up rate เนี่ยยังเฉลี่ยอยู่แถวๆ ประมาณสัก 29% ได้อยู่ ใกล้เคียงกับปีก่อนและช่วงที่ผ่านมาประมาณสัก 28% นะครับ แต่ว่าในแง่ของยูนิตเนี่ยเพิ่มขึ้น เพราะมีโครงการใหม่อัดเข้ามาในช่วงไตรมาส 2 นะครับ ส่วนแง่ value เนี่ยค่อนข้างน่าสนใจ เพราะว่ามูลค่า ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยเนี่ยมันขยับขึ้นจากเลเวลประมาณ 3 ล้าน นี่ขึ้นไปประมาณ 8 ล้านนะครับ ก็ในแง่มูลค่าเนี่ยขยับไปถึงประมาณ 87,000 ล้านนะครับ ซึ่งตัว 3 ตัวที่เข้ามาใหม่ที่ในเข้ามาในตลาดช่วงไตรมาส 2 ที่เป็นระดับบนเนี่ย มูลค่ารวมๆ ก็เกือบ 50,000 ล้านนะครับ ก็เดี๋ยวจะอย่างที่เรียนนะครับ มีโครงการในระดับประมาณ 30-50 ล้านเข้ามาเปิดตัวเพิ่ม แล้วก็ take up rate ค่อนข้างสูง เอ่อ มันก็สะท้อนถึงตัว demand ของระดับบนที่ยังมีอยู่นะครับ แต่ก็มีผู้เล่นไม่มากนักนะครับ ที่ที่เข้าไปในกลุ่มนี้เพิ่มเติม เพราะส่วนใหญ่เนี่ย ราคาเกินครึ่งเนี่ยก็ยังอยู่ต่ํากว่า 3 ล้านอยู่นะครับ แต่ในกราฟก็ เอ่อ ดูจากกราฟด้านขวาสุดนะครับ ตัวเลเวลที่เป็นระดับต่ํากว่า 3 ล้านเนี่ย ก็ยังอยู่ในสัดส่วนประมาณสัก 48% นะครับ เทียบกับค่าเฉลี่ยเดิมที่อยู่ประมาณสัก 60-70% ก็ถือว่าลดลงนะครับ เพราะว่ามีตัว เอ่อ product ที่เป็นระดับที่แพงกว่าเนี่ยเข้ามาค่อนข้างเยอะในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ในส่วนของบ้านนะครับ ในบ้านในเลเวลที่ต่ํากว่า 10 ล้านเนี่ย เอ่อ เปิดตัวในครึ่งปีแรกเนี่ยลดลงต่อเนื่องนะครับ ก็ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้วนะครับ สําหรับในภาพรวมเปรียบเทียบครึ่งปีต่อครึ่งปีที่ผ่านมาเนี่ย ลดลง ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณสัก 4,500 กว่าหน่วยนะครับ แล้วก็ส่วนของ value เนี่ยเหลืออยู่ประมาณสัก 20,000 ล้านนะครับ ซึ่งปัจจัยที่ลดลงเนี่ยมันก็มี 2 ส่วน หนึ่งคือเรื่องของตลาดที่ ที่แข่งขันกันดุเดือดมากขึ้นนะครับ assumption ที่ลดลง แล้วก็บวกกับตัวของที่ดินที่จะทําเพื่อที่จะทํากลุ่มบ้านต่ํากว่า 10 ล้านเนี่ย ถ้าในบริเวณที่ที่อยู่ในในตัวเมืองเนี่ยก็ลดลงเรื่อยๆ นะครับ ก็สะท้อนทําให้กลุ่มเนี่ยก็ค่อยๆ จะลดลงไปจากตลาดนะครับ เอ่อ ในแง่ของตัว product เองเนี่ย ก็ที่จะเป็นบ้านเดี่ยวเนี่ยลดลงมากกว่าครึ่งนะครับ จะดูจากตัวเลขด้าน ด้านขวามือสีฟ้าทั้ง 2 กราฟทั้ง 2 ฝั่งนะครับ ก็จากปีที่แล้วเนี่ยเปิดอยู่ 1,400 กว่าหน่วยนะครับ ตอนปีนี้เหลืออยู่ประมาณแค่ 638 หน่วยที่เป็นบ้านเดี่ยวที่ราคาต่ํากว่า 10 ล้านนะครับ ส่วนของในแง่ value ก็เช่นกันนะครับ ก็ลดลงเหลือประมาณสัก 4,000 กว่าล้าน จากราคาเฉลี่ยของกลุ่มบ้านเนี่ยที่ที่อยู่ใน segment ที่ต่ํากว่า 10 ล้านก็อยู่ประมาณสัก 4.4 ล้านนะครับ ก็ตัวเลขใกล้ๆ เดิม แต่ว่าตัวของ supply ที่ถูกปล่อยออกมาในช่วงครึ่งปีแรกเนี่ยก็ลดลงต่อเนื่องนะครับ ส่วนของครึ่งปีแรกเนี่ยก็เป็นรายใหญ่นะครับ ที่ที่ครองตลาดกว่า 75% นะครับ แล้วก็ส่วนของ product หลักๆ เนี่ยก็ยังเป็นทาวน์เฮ้าส์และบ้านแฝดอยู่ เพราะว่าตัวของอย่างที่เรียนครับ พอที่ดินราคามันสูงขึ้น การที่จะ develop บ้านเดี่ยวในราคาที่ที่ยังไม่ถึง 10 ล้านเนี่ย ก็ต้องออกไปชานเมืองหรือออกไปนอกกรุงเทพมหานครพอสมควรนะครับ แล้วก็ เอ่อ ตัว product ที่ที่ทําหลักๆ เนี่ยก็จะเป็นในส่วนของทาวน์เฮ้าส์นะครับ แล้วก็ตัวบ้านแฝดก็ยังยังมีอยู่นะครับ ยังมีอยู่ เข้ามาประมาณสัก 1,000 กว่ายูนิตในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานะครับ ในส่วนของตลาดบ้านพรีเมียมนะครับ เปิดตัวก็ชะลอตัวเช่นกันนะครับ หลังจากที่มีการเร่งเปิดตัวหลักๆ ในช่วงปี 66-67 นะครับ ที่หลายๆ เจ้าเนี่ยก็เข้าไปเล่นในตลาดที่อยู่ใน segment นี้นะครับ ที่เปิดตัวขึ้นไปถึงระดับ 3,000 กว่าหน่วยในช่วงประมาณปี 67 นะครับ แล้วก็ลดลงมาเหลือประมาณสัก เอ่อ 2,000-3,000 หน่วยนะครับ ในช่วงปีที่แล้ว แล้วก็ปีนี้ในครึ่งปีแรกยังอยู่แค่ประมาณสัก 2,000 กว่าหน่วยนะครับ ก็ในแง่ของยูนิตเนี่ยลดลง 27% นะครับ แล้วก็ value เนี่ยลดลงประมาณ 30% แต่ตัวของราคาเฉลี่ยเนี่ยก็ยังอยู่ในเลเวลเดิมนะครับ อยู่ประมาณสัก 22 ล้าน แล้วก็ตัว product หลักๆ ก็คือเป็นบ้านเดี่ยวนะครับ ใน หลักๆ ก็เป็นบ้านเดี่ยวนะครับ ที่ที่เปิดตัวอย่างที่เรียน แล้วก็ เอ่อ การเปิดตัวของบ้านแฝดและทาวน์เฮ้าส์เนี่ย เปิดตัวลดลงค่อนข้างเยอะนะครับ ยังมีอยู่ แต่ว่าเปิดตัวลดลงค่อนข้างมากนะครับ เนื่องจากว่า demand ของของตลาดก็ถ้าระดับ upper 10 ล้านขึ้นไปเนี่ย ก็อยากได้เป็นที่อยู่อาศัยที่เป็นบ้านเดี่ยวเพื่อที่มีเพื่อที่ใช้สอยที่ที่มากกว่านะครับ แล้วก็เรื่องของความ เอ่อ private ด้วยนะครับ หลักๆ ที่กระจุกตัวในระดับ 10 ถึง 30 ล้านนะครับ แล้วก็ ก็อย่างที่เรียนนะครับ การขายเนี่ยก็อยู่ในเลเวลเฉลี่ยประมาณสัก 9-10% นะครับ แต่ว่าตัวบ้านแฝดเนี่ยช่วงครึ่งปีแรกเนี่ยขายได้ค่อนข้างน้อยนะครับ อยู่ที่ประมาณ 3% โอเคครับ เดี๋ยวถัดไปเป็นในส่วนของตัว performance ของตัว LPN เองนะครับ ขอเริ่มจาก presale นะครับ presale ไตรมาส 2 เนี่ยเราจบอยู่ที่ 1,768 ล้านนะครับ ก็ลดลงประมาณสัก 4% year on year นะครับ ในภาพรวม 6 เดือนเนี่ยทําได้ 3,276 ล้านนะครับ ลดลงประมาณ 4% เช่นเดียวกัน เอ่อ หลักๆ คอนโดมิเนียมเนี่ยมีการเติบโตสูงขึ้นนะครับ ตัว high rise ก็ ก็ขยับขึ้นประมาณสัก 4-5% แต่ว่าตัว low rise ของเราก็มีการปรับลดลงนะครับ สําหรับ presale ในช่วง เอ่อ ครึ่งปีแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้วนะครับ หนึ่งก็คือเราไม่ได้มีโครงการเปิดใหม่นะครับ สองก็คือส่วนของสินค้าที่เราขายหมดแล้วก็เราระบายไปในช่วงปีก่อนนะครับ ปีที่แล้วเนี่ยเราขายโอนทั้งบ้านและคอนโดไปได้ประมาณสัก 4,000 กว่าล้าน แล้วก็ในครึ่งปีแรกเนี่ยก็ยังไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่นะครับ ก็มี เอ่อ supply แล้วก็ inventory ที่ที่ระบายออกไปพอสมควรนะครับ ก็พอสินค้าลดลง ตัวยอดขายภาพรวมก็จะมีความลดลงตามนะครับ ส่วนของยอดโอนนะครับ ยอดโอนเนี่ยเราทําได้ดีขึ้นนะครับ ยอดโอนในช่วงไตรมาส 2 เนี่ยทําได้ 1,193 ล้านนะครับ แล้วก็ภาพรวม 6 เดือนเนี่ยทําได้ 2,273 ล้านนะครับ ก็เติบโตขึ้น เอ่อ ไตรมาส 2 เนี่ยเฉพาะไตรมาส 2 year on year ขึ้นประมาณสัก 36% นะครับ แล้วก็ภาพรวม 6 เดือนเนี่ยเพิ่มขึ้นประมาณสัก 28% เอ่อ เหตุผลหลักเนี่ยคือเรามีการส่งมอบโครงการเฟส 168 เปลี่ยน 9 นะครับ ในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา แล้วก็ส่งมอบต่อเนื่องมาถึงช่วงไตรมาส 2 นะครับ ก็มีการเคลียร์ เอ่อ backlog นะครับ แล้วก็มีการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าเข้าไป ส่วนของ GP นะครับ GP เนี่ยลดลงนะครับ ไตรมาส 2 เนี่ยอยู่ที่ประมาณ 16% นะครับ เทียบกับปีก่อนประมาณ 21% แล้วก็ภาพของรวมครึ่งปีเนี่ยอยู่ที่ 16.8% ลดจากปีที่แล้วประมาณ 21% นะครับ ตัวเลขลดลงค่อนข้างเยอะนะครับ ตัวของ เอ่อ คอนโดมิเนียมเนี่ยก็มี ก็มีการมีสินค้าใหม่ที่ที่เข้ามา แต่ว่า GP ไม่ได้สูงมากนักนะครับ บวกกับตัวสินค้าเก่าที่เคยมี GP ที่ค่อนข้างสูงเนี่ย แล้วก็ เอ่อ มีทั้งขายหมดไปแล้ว แล้วก็ต้องระบายสินค้าในช่วงที่ผ่านมานะครับ ส่วนของแนวราบก็ GP ค่อนข้างจะกดดันนะครับ ลงมาอยู่ในอยู่ในประมาณเลขตัวเดียวนะครับ แล้วก็เพื่อที่จะระบายสินค้าออกไป จากที่เห็นที่เรารายงานในช่วงต้นว่าในใน segment ของของบ้านเอง supply ก็น้อยมากนะครับ บวกกับ demand ที่มีก็ ก็จะมีเจ้าตลาดที่ที่ที่แข็งอยู่พอสมควรนะครับ บวกกับตัว เอ่อ product ที่มีอยู่เนี่ยเราก็จะทยอยทํา ทยอยสร้างไปนะครับ เราไม่ได้ไม่ได้สร้างทีเดียวทั้งโครงการ แล้วก็ค่อยๆ ทยอยส่งมอบไปนะครับ ส่วนของรายได้รวมนะครับ ไตรมาส 2 เนี่ยได้ประมาณ 2,020 ล้านนะครับ ก็ตัวเลข 2,000 เนี่ยไม่ไม่เห็นมาสักพักใหญ่ๆ นะครับ ก็ประมาณสัก เอ่อ ประมาณ 6 ไตรมาสนะครับ ไตรมาสสุดท้ายที่ได้ระดับ 2,000 ล้านก็คือประมาณปลายปี 67 นะครับ ก็สืบเนื่องมาจากตัวยอดของยอดโอนที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับ บวกกับธุรกิจบริการที่เราโตขึ้นมาค่อนข้างเยอะนะครับ เทียบ year on year เนี่ยโตขึ้นมาประมาณสัก 200 ล้านนะครับ สําหรับในแถบสีฟ้าที่อยู่ในบรรทัดของ service นะครับ หลักๆ ก็เป็นรายได้ของงานบริการวิศวกรรมนะครับ แล้วก็การขยายการรับบริการงานบริหารชุมชนต่างๆ นะครับ ในทั้งในส่วนของตัว เอ่อ คอนโดมิเนียมเอง แล้วก็ตัวของ เอ่อ สถานประกอบการต่างๆ ที่เราเข้าไปรับบริการนะครับ ก็เติบโตขึ้นได้ค่อนข้างดีนะครับ รายได้รวมโตขึ้นประมาณสัก 33% ภาพรวม 6 เดือนรายได้อยู่ที่ 3,884 ล้านนะครับ โตขึ้นประมาณ 27% ก็เป็นตัวเลขที่คล้ายๆ กันกับภาพไตรมาส 2 นะครับ แต่ว่าไตรมาส 2 เนี่ยเราจะโตขึ้นมากว่าไตรมาส 1 ประมาณหนึ่งนะครับ ทําให้ตัวเลขภาพรวมเนี่ยก็ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 3,884 ล้านนะครับ ก็เทียบกับตัวเป้าทั้งปีเราเนี่ย ตัวยอดโอนเรามองทั้งปีอยู่ที่ประมาณสัก 4,500 ล้าน ก็ทําได้ประมาณสัก 50 51% นะครับ แล้วก็รายได้รวมเนี่ยก็ตัวเลขใกล้ๆ กันครับ ก็คือเกิน 50% มาแล้วนะครับ ส่วนของ gross profit margin นะครับ ก็อย่างที่เรียนว่า เอ่อ GP หลักๆ เนี่ยตัวภาพรวมเนี่ยลดลงนะครับ ก็อยู่ประมาณสัก 4% คือไตรมาสนี้อยู่ประมาณ 16.8 นะครับ ก็ส่วนของอสังหาประมาณสัก 16 แต่ว่าส่วนของธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเช่ากับตัวของ service เนี่ยเพิ่ม เอ่อ ยังยังมีตัวเลขที่สูงกว่าอยู่นะครับ ก็เดี๋ยวไปดู detail ในหน้าถัดไปนะครับ ก็ตัวภาพรวมที่เป็นจํานวนเงินนะครับ เพิ่มขึ้นประมาณสัก 7% แต่ว่ามันก็จะต่ํากว่ารายได้นะ รายได้เราขึ้นมาเกือบประมาณสัก 30 แต่ว่าตัวของกําไรขั้นต้นในแง่ของเม็ดเงินเนี่ยมันเพิ่มขึ้นแค่ประมาณ 7% นะครับ ส่วนต่างก็คือเรื่องของการที่เราลดราคา สินค้านะครับ แล้วก็ธุรกิจบริการที่เราขยายออกไปเนี่ย หลายๆ งานก็จะมี GP ที่ต่ํากว่าค่าเฉลี่ยเดิมที่อยู่เลเวลประมาณสัก 25-30% นะครับ ก็ เอ่อ ได้แลกกับ volume ที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับ แล้วก็ตัวของจํานวนงานที่มีการแข่งขันด้วยนะครับ โดยเฉลี่ยเนี่ยตัว GP ของ sale นะครับ ของอสังหาเนี่ยอยู่ประมาณสัก 16% นะครับ ในในช่วงนี้ แล้วก็ เอ่อ ภาพของปีที่แล้วอยู่ประมาณ 18-19% นะครับ แต่ในส่วนของ rental ตัวของงานเช่าต่างๆ เนี่ย GP ก็ยังเฉลี่ยอยู่แถวๆ 26-27 อยู่นะครับ แต่อีกตัวหนึ่งที่ที่ drop ลงมาก็คือธุรกิจบริการ ซึ่งธุรกิจบริการเนี่ยจะรวมถึงงานวิศวกรรมที่เราได้ได้เรียนไปในเบื้องต้นแล้วนะครับ ก็ GP drop ลงมาจาก 21 เหลือประมาณ 16-17% นะครับ เพราะว่ามีการเร่ง volume เพิ่มขึ้นมานะครับ อาจจะทําให้ตัว GP นั้น drop ลงไป แต่ว่าตัวของตัวเลข amount นั้นก็ยังเติบโตขึ้นได้อยู่นะครับ ส่วนของค่าใช้จ่ายนะครับ ค่าใช้จ่ายก็ ก็เราก็พยายามควบคุมนะครับ ไม่ให้มันโตเท่าๆ กับรายได้นะครับ ก็ให้มันโตน้อยกว่าตัวเลขของค่าใช้จ่ายในไตรมาส 2 เนี่ยจบอยู่ที่ประมาณ 277 ล้านนะครับ เพิ่มขึ้นประมาณสัก 7% โดยหลักๆ เนี่ยก็จะเป็นค่าใช้จ่ายการขาย แล้วก็ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานนะครับ ซึ่ง เอ่อ ดําเนินงานเนี่ยก็จะโตขึ้นตามธุรกิจบริการนะครับ ส่วนค่าใช้จ่ายการขายก็จะโตเพิ่มขึ้นตามยอดโอนนะครับ ภาพรวมของทั้งครึ่งปีแล้วก็ภาพรวมเฉพาะไตรมาส 2 เนี่ย ตัวเลขคล้ายๆ กันนะครับ ก็คือเพิ่มขึ้นมาประมาณสัก 7% จากปีก่อนที่ 528 ล้านในภาพ 6 เดือน ขยับมาเป็น 533 ล้านในในครึ่งปีแรกของปีนี้นะครับ ส่วนของ net profit นะครับ net profit เอ่อ ครึ่งปีแรกเนี่ยเราลบอยู่ประมาณ 20.8 ล้านนะครับ ในเฉพาะไตรมาส 2 เนี่ยลบอยู่ 21.2 ล้านนะครับ ก็ เอ่อ เมื่อสักครู่จะมีค่าใช้จ่ายตัวหนึ่งที่ที่ไม่ได้หยุดอะไรนะครับ ก็คือตัวของดอกเบี้ยจ่ายนะครับ ดอกเบี้ยจ่ายที่เราบันทึกไว้ในตัวของงบกําไรขาดทุนนะครับ ช่วงครึ่งปีแรกเนี่ยตัวเลขอยู่ประมาณสัก 160 ล้านนะครับ ตัวเลขเฉพาะไตรมาส 2 อยู่ประมาณสัก 80 ล้าน ตัวเลขใกล้ๆ กันในช่วง 2 ไตรมาสนะครับ แต่ถ้าดูภาพของปีที่แล้วเนี่ยเราบันทึกดอกเบี้ยจ่ายในในงบกําไรขาดทุนเนี่ยไตรมาสหนึ่งประมาณสัก 30 กว่าล้านนะครับ ภาพรวม 6 เดือนประมาณสัก 60 ล้าน ก็คือตัวเลขมันขยับเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างเยอะนะครับ แต่ถ้าถ้าเรามองในแง่ของดอกเบี้ยจ่ายจริงๆ เนี่ยในในหน้างบการเงินเนี่ยตัวเลขมันไม่ได้สูงขึ้นนะครับ ตัวเลขในงบกระแสเงินสดเนี่ยดอกเบี้ยจ่ายในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้เนี่ยต่ํากว่าปีที่แล้วอยู่ประมาณสัก 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็คือโดยโดยปกติเนี่ย เอ่อ เราจ่ายดอกเบี้ยจ่ายอยู่ประมาณสัก 120-130 ล้านนะครับ ไตรมาสล่าสุดเนี่ยเราก็จ่ายอยู่ประมาณสัก 110 นะครับ ก็ตัวเลขลดลงตามของ cash flow ที่เรานําไปชําระหนี้นะครับ แต่ว่าตัวเลขในส่วนของ เอ่อ งบกําไรขาดทุนเนี่ยตัวที่บันทึกมากขึ้นเนื่องจากเรามีการชะลอโครงการไปแล้วก็มีการบันทึกเป็นดอกเบี้ยเป็นค่าใช้จ่ายเนี่ยเพิ่มสูงขึ้นนะครับ แล้วก็นําไปบันทึกเป็นต้นทุนสินค้าเนี่ยน้อยลง ทําให้ตัวภาพของดอกเบี้ยจ่ายที่ลงมาใน เอ่อ บรรทัดงบกําไรขาดทุนเนี่ยสูงขึ้นนะครับ ซึ่งก็มีมีเขียนเข้าไปในอยู่ในตัวของ MD&A นะครับ แล้วก็มีมี เอ่อ ชี้แจงอยู่ในเป็นระยะๆ เพราะว่ามันเริ่มตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้วนะครับ ที่ทําให้ตัวเลขออกมาเนี่ย performance มันออกไปติดลบนะครับ ส่วนของ asset นะครับ asset เราลดลงไปประมาณ 5% นะครับ ตอนนี้ total asset เราเหลืออยู่ประมาณสัก 22,000-474 นะครับ ก็ตัวเลขลดลงนะครับ จากช่วงครึ่งช่วงปลายปีที่แล้วนะครับ ผ่านมาครึ่งปีก็ตัวเลขลดลงไปประมาณสัก 1,200-1,200 กว่าล้านนะครับ ก็ตัว asset ที่ลดลงหลักๆ ก็จะเป็นในส่วนของ inventory นะครับ แล้วก็ทรัพย์สินให้เช่านะครับ แต่ในส่วนของตัวงานระหว่าง แล้วก็งานระหว่างก่อสร้างนะครับ ทั้งงานระหว่างก่อสร้างที่กําลังพัฒนาแล้วก็รอพัฒนาอยู่นะครับ ก็ตัวเลขลดลงทุกรายการนะครับ หลักๆ ก็คือมีการระบายสินค้าออกไปนะครับ พัฒนาเพิ่มเติม แล้วก็ เอ่อ เคลียร์เพื่อนํา cash กลับมาให้บริษัทนะครับ ภาพนี้จะเห็นได้ชัดกว่านะครับ ในส่วนของหนี้สินและทุนนะครับ ที่ เอ่อ แน่นอนครับ ตัวเลขลดลง 5% เท่ากัน แต่ว่าหลักๆ เนี่ยจะไปลดลงในส่วนของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยนะครับ item ที่เป็นสีฟ้าตรงกลางนะครับ ตัวเลขจากประมาณ 10,000 ล้านในช่วงปลายปีสิ้นปี 68 นะครับ ลดลงเหลืออยู่ประมาณสัก 8,700 ล้านในช่วงกลางปีนี้นะครับ ก็ตัวเลขลดลงไปเกือบๆ 1,300 ล้านนะครับ หลักๆ ก็คือการชําระหนี้สินนะครับ อย่างในช่วงไตรมาส 1 ก็มีการชําระคืนหุ้นกู้นะครับ อายุ 2 ปีเราคืนไปช่วงเดือนมกราคมนะครับ ตอนนั้นก็ตัวเลขอยู่ประมาณสัก 612 ล้านนะครับ ที่ที่ชําระคืนไป แล้วเราก็มีการ เอ่อ issue หุ้นกู้ใหม่ออกมาในในช่วงประมาณไตรมาส 2 นะครับ ประมาณสัก 210 ล้าน ส่วนตัวตัว gap ที่มันต่างไปเนี่ย เราก็ใช้ในส่วนของ เอ่อ cash flow from operation นะครับ แล้วก็วงเงินธนาคารที่เรามีสํารองเอาไว้ในการชําระคืนนะครับ แล้วก็ส่วนของ เอ่อ ผู้ถือหุ้นนะครับ ลดลงประมาณ 1% นะครับ หลักๆ ก็คือตัวเงินปันผลที่จ่ายในช่วง เอ่อ เงินเงินปันผลประจําปีนะครับ ที่มาจ่ายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 69 บวกกับการซื้อหุ้นคืนนะครับ ซื้อหุ้นคืนในช่วง เอ่อ เรามีมติกรรมการครั้งที่ 12/2568 นะครับ ออกมาช่วงปลายปีที่แล้ว แล้วก็เริ่มซื้อตั้งแต่ช่วงมกราคม 69 นะครับ แล้วก็สิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมนะครับ ก็สิ้นสุดไปเรียบร้อยแล้วนะครับ วงเงินไม่เกิน 50 ล้านนะครับ แล้วก็ซื้อหุ้นคืนได้ประมาณสัก 30 กว่าล้านหุ้นนะครับ ส่วนของ D2E นะครับ DE ratio ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 0.94 นะครับ ก็โดยโดยประมาณ 0.9495 นะครับ แล้วก็ตัวของ DE มีดอกเบี้ยเนี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.76 นะครับ ก็ตัวเลขลดลงมาค่อนข้างเยอะนะครับ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่ทางบริษัทเองพยายามจะเร่งระบายสต๊อกแล้วก็ลดภาระหนี้สินลงมานะครับ เนื่องจากว่าตัว เอ่อ อัตราดอกเบี้ยที่ที่จ่ายอยู่เนี่ยมันก็มีช่วงที่ผ่านมามันมีแนวโน้มสูงขึ้นนะครับ ประกอบกับ เอ่อ ภาวะอสังหาที่เริ่ม เอ่อ มีความตึงตัวมากขึ้น ขายได้ยากขึ้นเนี่ย เราก็ต้องการที่จะเซฟเรื่องของภาระดอกเบี้ยลงไปนะครับ การขยายโครงการที่ลดลงแล้วก็ลดภาระหนี้ลงมาก็ลด pressure ในส่วนของดอกเบี้ยจ่ายออกไปครับ ส่วนของโปรเจคใหม่นะครับ โปรเจคใหม่ในไตรมาส 3 นี้ เอ่อ เราจะมีเปิดตัวที่แรกคือลุมพินีพาร์คบางหว้าอินเตอร์เชนนะครับ ก็เป็นโครงการที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยสยามนะครับ อยู่ๆ ถัดจากมหาวิทยาลัยสยามไปด้านหลังนิดนึง ก็โปรเจควัยรุ่นประมาณ 1,400 ล้านนะครับ ก็เราจะเตรียมเปิดตัวในไตรมาสนี้นะครับ ไตรมาสที่ 3 นี้ แล้วก็เริ่มมีแอดเริ่มมีโฆษณาออกไปแล้วนะครับ แล้วก็จะส่งมอบในช่วงประมาณปลายปีหน้านะครับ ก็เป็นเป็น เอ่อ อาคารชุดนะครับ เป็นอาคารชุดเป็นแนวสูงประมาณ เอ่อ 4 อาคารนะครับ ประมาณ 4 อาคาร แล้วก็ยูนิตประมาณ 862 ยูนิตนะครับ ก็ตัวสํานักงานขายแล้วก็อะไรก็อยู่ในระหว่างการตกแต่งก่อสร้างนะครับ ก็คิดว่าภายในช่วง เอ่อ ปลายเดือนนี้ต้นเดือนหน้าเนี่ยน่าจะเข้าไปเยี่ยมชมที่สํานักงานขายได้นะครับ แล้วก็จะมีมี เอ่อ แอดต่างๆ ออกไปทางสื่อของ LP.N.

Speaker #1: Uh-huh.

Speaker #2: แล้วก็ AI อันนี้ คุณหมิง ข้อ 11 ค่ะ AI จะสามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้มากน้อยแค่ไหน และจะอยู่ยาวขนาดไหน บริษัทมีแนวทางที่จะเพิ่มยอดขายในสินค้ากลุ่มนี้อย่างไรบ้าง AI

Speaker #3: ข้อ 11 AI อ่า 1 นาที ก็เรามองว่าเป็นจุดเริ่มต้นนะครับ เอ่อ จากตอนแรกที่ที่พูดๆ กันเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาคือ AI PC AI PC AI iPhone ตอนนี้มันเป็นเรื่องปกติไปละ แต่ มันยังมีอีกหลาย หลายอย่างที่เรายังไม่ได้ explore นะครับ อันหนึ่งที่เราคิดว่า เฮ้ย มัน มันมีโอกาสเป็นไปได้ และมีโอกาสจะเป็น use case ใน ใน ในกับ consumer ในอนาคต ก็คืออย่างพวก robotic พวกนี้นะครับ อนาคต อ่า AI ผสม robotic เนี่ย อ่า อาจจะเป็นหนึ่งใน component ของคุณในอนาคต ในบ้านก็ได้ หรือใน ในเชิง commercial ก็มีโอกาสที่จะมี AI อ่า robotic เนี่ยจะมีบทบาทมากยิ่งขึ้น จากที่แต่ก่อนเป็นแค่ เป็นแค่ขาจับแล้วทําตาม command มันจะกลายเป็น robotic ที่ ที่มันคิดเองได้อะ โอเค เวลาหมดแล้วครับผม ขอบคุณมากครับ

Speaker #2: ได้ค่ะ เราจะเจอกันใหม่ในครั้งหน้าค่ะ ขอบคุณค่ะ

Speaker #1: If your work sprawls across multiple apps, you need ClickUp.

Speaker #3: Yeah, you do.

Speaker #1: Your single place for your projects and docs: whiteboards and dashboards, so your work goes from scattered to seamless. Get ClickUp today.

Speaker #4: Having a custom app can give you a serious edge over the competition. And with GoDaddy Aero AI Builder, you can have one ready to go before the lunch rush.

Speaker #1: นะครับ ถัดมาเป็นส่วนของแนวราบพรีเมียมนะครับ ที่เราเปิดในไตรมาสนี้เช่นเดียวกันนะครับ ก็คือบ้าน 365 เจษฎาราชพฤกษ์นะครับ ก็โปรเจควัยรุ่นประมาณ 1,350 ล้านบาทนะครับ มีทั้งหมด 70 ยูนิตนะครับ ก็เริ่มเปิดตัวในไตรมาสนี้นะครับ แล้วก็จะทยอยส่งมอบไปเรื่อย ๆ นะครับ ทยอยสร้างแล้วก็ส่งมอบตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 เป็นต้นไปนะครับ โปรเจควัยรุ่นประมาณ 1,350 ล้านบาทนะครับ ก็เป็นบ้านเดี่ยวทั้งหมดนะครับ 70 ยูนิต ก็ตอนนี้ก็เปิดให้เยี่ยมชมแล้วนะครับ อยู่ในจังหวัดนนทบุรีนะครับ แล้วก็ถนนเส้นแถว ๆ นครอินทร์นะครับ นครอินทร์ ในส่วนของโปรเจคอัปเดตนะครับ อันนี้เป็น inventory นะครับ หลัก ๆ ที่เป็นของคอนโดมิเนียมเนี่ย มูลค่าเราประมาณสักหมื่นกว่าล้านเนี่ย ตอนนี้เราขายเฉลี่ยอยู่ประมาณสัก 90% นะครับ ในค่าเฉลี่ยทั้งหมด ตัวเลข เอ่อ ที่ของที่สินค้าที่เหลืออยู่ประมาณหมื่นกว่าล้านเนี่ย จริง ๆ ก็ตัวเลขเหลืออยู่ประมาณสักพันกว่าเท่านั้นเองนะครับ ก็หลัก ๆ อย่าง เอ่อ ไอเทมที่ 2 นะครับ พาร์คเพชรเกษม 98 หรือตัววิวพระนั่งเก้า ไอเทมที่ 3 เนี่ยก็จะหมดในช่วงปลายปีนี้นะครับ แล้วก็เอ่อ ไอเทมอย่างพาร์คบรม ไอเทมที่ 7 นะครับ ก็คาดว่าจะขายหมดภายในสิ้นปีนี้เช่นเดียวกันนะครับ ประกอบกับตัวของเอ่อ วิวแจ้งวัฒนะนะครับ ก็ขยับเพิ่มมาค่อนข้างเยอะในช่วงไตรมาสที่ผ่านมานะครับ ยอดขายทำได้ประมาณสัก 10% ในไตรมาสเดียวนะครับ ก็ตัวเลขนี้ก็คาดว่าจะจบในช่วงปีหน้านะครับ เช่นเดียวกับที่พหล 32 นะครับ ไอเทมที่ 5 แล้วก็ซีวิวชะอำ ไอเทมที่ 4 นะครับ ที่มีอายุแล้วก็พอสมควรนะครับ แต่เราคาดว่าเราจะปิดโครงการ ปิดโปรเจคได้ในปีหน้านะครับ แล้วก็มีที่รังสิตเช่นเดียวกันนะครับ รังสิตนี้จะหมดแล้วนะครับ เหลืออยู่ประมาณไม่ถึง 200 ยูนิตนะครับ ในปัจจุบันจาก 10,000 ยูนิตที่เป็น เอ่อ ใช้คำว่าเมืองตรงนั้นแล้วกันนะครับ สำหรับรังสิตคลอง 1 ก็อันนี้เป็นเฟสสุดท้ายแล้วก็เป็นอาคารในบล็อกแถวสุดท้ายนะครับ อาคาร G ที่เหลืออยู่นะครับ รวม ๆ ภาพรวมประมาณสัก 200 กว่ายูนิต ก็คือเหลืออยู่ประมาณสักอาคารเดียวนะครับ ถัดมาในส่วนของคอนโดมิเนียมที่เพิ่งส่งมอบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานะครับ ก็มีที่เพชรแจ้งแล้วก็วิวจรัญไฟฉาย ก็ยอดขายก็เป็นไปอย่างต่อเนื่องนะครับ ก็มีการทยอยขายทยอยส่งมอบกันออกไปนะครับ ตัวเลขของยอดขายก็ขยับขึ้นมาตัวประมาณสัก 3-4% นะครับ ไอเทมหลัก ๆ ก็จะมีเตือนไป LP.N.

Speaker #1: อีกตัวนึงนะครับ ที่เพิ่งส่งมอบไปช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้วนะครับ ก็มีการขายโอนกันมาอย่างอย่างต่อเนื่อง แล้วก็จะมีกิจกรรมนะครับ ที่ที่จัดขึ้นที่ที่เตือนเพื่อกระตุ้นยอดขาย แล้วก็กระตุ้นการรับรู้เพิ่มเติมนะครับ ที่บริเวณ เอ่อ นิคมอมตะนะครับ ตัวสุดท้ายตัวล่าสุดที่เพิ่งส่งมอบไปนะครับ เพชร 168 ปิ่นเกล้านะครับ ก็ส่งมอบไปในช่วงเดือนมีนาคมปี 69 นี้นะครับ แล้วก็ส่งมอบมาแล้วประมาณสัก 4-5 เดือนนะครับ ก็เรียบร้อยดีนะครับ แล้วก็มีมียอดขายอยู่ประมาณสัก 23% แล้วก็ปัจจุบันก็จะเป็นขายในรูปแบบของ Ready to move นะครับ อันนี้เป็นโปรเจคที่ส่งมอบนะครับ ปลายปีนี้จะมีส่งมอบอีกโครงการนึงก็คือที่เพชร 168 วุฒากาศนะครับ ยอดขายปัจจุบันอยู่ที่ 44% นะครับ ก็คาดว่าตึกเนี่ยจะเสร็จเรียบร้อยช่วงช่วงไตรมาส 4 นี้นะครับ แล้วก็อีกโครงการนึงที่เราเปิดตัวในช่วงปีที่แล้วคือลุมพินีพาร์คออนไนน์ทีนนะครับ ก็ยอดขายปัจจุบันอยู่ 37% คาดว่าจะส่งมอบช่วงปลายปีหน้านะครับ ส่วนของบ้านนะครับ เป็นในกลุ่มพรีเมียมนะครับ ก็ เอ่อ มีอยู่ 4 โครงการนะครับ ปัจจุบันก็ยอดขายตามในพรีเซนเทชันนะครับ ประมาณ 20-40% ถัดมาเป็นส่วนในของบ้าน Affordable นะครับ หรือภายในเราจะเรียกกันว่าบ้านลุมพินีนะครับ ก็มีอย่างไตรมาสที่ผ่านมาก็จะมียอดขายขยับเยอะหน่อยในส่วนของไอเทมที่ 1 ทาวน์วิวลาดกระบังสุวรรณภูมินะครับ แล้วก็ในส่วนของกลุ่มเวนูต่างๆ ที่เป็นทาวน์เฮ้าส์นะครับ แล้วก็กลุ่มกลุ่ม เอ่อ บ้านลุมพินีที่เปิดตัวใหม่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานะครับ ในอยู่ในที่ไอเทมด้านล่างก็ ก็ขยับได้พอสมควรนะครับ ยอดขายของกลุ่มบ้าน เอ่อ ลุมพินีในช่วงครึ่งปีแรกเนี่ยอยู่ประมาณเกือบๆ 400 ล้านนะครับ ยอดขายยอดโอน โอเคครับ เดี๋ยวเราไปถัดไปในส่วนของคําถามนะครับ ก็คําถามแรกนะครับ บริษัทมองว่าตลาดการแข่งขันในตลาดคอนโดช่วงครึ่งปีหลังจะรุนแรงขึ้นหรือไม่ LP.N.

Speaker #1: มีจุดแข็งอย่างไรที่ช่วยรักษายอดขาย ก็ เอ่อ ปัจจุบันนะครับ ที่จริงก็เรียนตรงๆ ว่ายอดขายคอนโดมิเนียมมันเริ่มพิกอัพกลับมาในช่วงปลายปีที่แล้ว ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่แล้วนะครับ ก็ใช้คำว่าคอนโดกลุ่มที่เป็น Ready to move กลุ่มที่เสร็จแล้วเนี่ย ลูกค้ามีความสนใจมากกว่ากลุ่มที่ เอ่อ ยังสร้างไม่เสร็จนะครับ อันนี้คือสำหรับ L.P.N. นะครับ เพราะว่าลูกค้าอาจจะมองว่าถ้าจำเป็นต้องผ่อน 2 ทาง อาจจะต้องเช่าอยู่หรือย้ายจากที่อยู่ที่มีอยู่ที่หนึ่งมาอยู่ที่ใหม่เนี่ย การที่จำเป็นต้องจ่ายภาระทั้ง 2 ทางเนี่ย อาจจะเป็นเรื่องที่ เอ่อ ค่อนข้างยากนะครับ การที่มีห้องหรือคอนโดมิเนียมที่เสร็จแล้วและพร้อมอยู่เนี่ย แล้วก็ เอ่อ จะได้เพื่อที่จะกู้แล้วก็ผ่อนทางเดียวเนี่ย มันก็อาจจะเป็นอะไรที่ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ มากกว่าที่จะไป เอ่อ จ่ายเงินดาวน์จองแล้วก็ต้องรออีกประมาณปีถึง 2 ปีขึ้นไปเพื่อที่จะได้เข้าไปอยู่นะครับ ก็คิดว่าจุดแข็งเรื่องที่ปัจจุบันเรามีสินค้าอยู่ประมาณ 7-8 พันล้านที่พร้อมอยู่นะครับ ก็คาดว่าจะส่งมอบแล้วก็สร้างรายได้ไปอีก 2-3 ปีได้อย่างต่อเนื่องนะครับ แล้วก็บวกกับเรื่องของบริการหลังการขายของ L.P.N.

Speaker #1: เองที่เป็นจุดแข็งมาอย่างยาวนานนะครับ สําหรับตัว เอ่อ บริษัทย่อยที่ชื่อ LP.P. นะครับ ก็ดูแลนิติบุคคลก็ปัจจุบัน เอ่อ บริษัท LP.P. นี้ก็ก่อตั้งมาประมาณสัก 30-33 ปีนะครับ 33 ปีแล้วนะครับ บริษัทมีเป้าหมายลด DE ไปอยู่ในระดับใด ก็ในปัจจุบันนะครับ ปัจจุบันเราอยู่ที่ประมาณ 0.94 สําหรับ DE ที่ที่เป็นภาพรวมนะครับ ส่วน DE ที่มีดอกเบี้ยอยู่ประมาณ 0.76 ก็ เอ่อ ถ้าย้อนกลับไปเนี่ย ทางทาง CEO เคยให้สัมภาษณ์แล้วก็เคยตอบไปว่าตัวเลขอยู่ประมาณสัก 0.6 นะครับ อันนั้นคือตัวเลขที่เป็นเป้าหมายไกลๆ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันก็ค่อนข้างใกล้ใกล้ตัวเลขที่วางไว้เยอะแล้วนะครับ แต่ว่าก็ปัจจุบันเราก็ยังใช้เงินอย่างระมัดระวังนะครับ เรื่องของการลงทุนในโปรเจคใหม่ เราพยายามจะหยิบตัวที่ดินที่เรามีอยู่แล้วเนี่ยกลับขึ้นมาพัฒนานะครับ ในทุกๆ รายการอย่างที่เปิดตัวปีนี้ทั้ง 3 โครงการเนี่ย เราจะมีเตรียมเมื่อสักครู่ผมอาจจะพูดไม่ไม่ครบ เราจะมีเปิดตัวพัก 1 เอ่อ ตัวของลุมพินี นพรัตน์อีกที่นึงนะครับ ในช่วงไตรมาส 4 นะครับ ก็แล้วก็รวมถึงทั้งที่ 365 เจษฎากับตัวของบางหว้าที่จะเปิดเนี่ย 3 3 โปรเจคนี้เป็นโปรเจคที่เรามีที่ดินอยู่แล้วนะครับ ซื้อที่ดินมาไว้ประมาณสัก 2-3 ปีละ แล้วก็หยิบขึ้นมาพัฒนานะครับ ก็ยัง เอ่อ หยิบพยายามหยิบรายการหยิบทรัพย์สินต่างๆ ที่เรามีอยู่นํามานํามาสร้างรายได้ให้ได้มากที่สุดนะครับ แล้วก็เพื่อที่จะลดตัวคาเปกเงินลงทุนในในโครงการใหม่ลงไปนะครับ แล้วก็ลดภาระหนี้ลงไปตาม Policy ที่เราค่อนข้าง Conservative เรื่องของการใช้เงินลงทุนครับ บริษัทมีแผนเปิดตัวคอนโดและบ้านในไตรมาสหน้า หวัง Take up rate 2 โครงการไว้ประมาณเท่าไหร่ และเรื่องดอกเบี้ยจ่ายที่ทําให้กําไรติดลบ บริษัทคาดว่าผลกําไรผลกระทบกําไรจากสมมิตอยู่ในระดับนี้ต่อเนื่องหรือไม่นะครับ ก็เดี๋ยวแยกเป็น 2 เรื่องนะครับ เรื่องของเปิดตัวก็อย่างที่เรียนไปนะครับ ก็เรื่องของคาดหวัง Take up rate ก็คาดหวังว่าอยู่ในระดับเดียวกับของค่าเฉลี่ยอย่างที่เรียนไปในตอนต้นนะครับ ตัวคอนโดมิเนียมเนี่ยค่าเฉลี่ยของตลาดปัจจุบันก็อยู่ประมาณ 29% นะครับ แล้วก็คาดหวังตัวเลขบวกลบอยู่แถวๆ นั้นนะครับ เพราะว่าอย่างโปรเจคที่เราเปิดมา 2 ตัวล่าสุดที่เรายังไม่ส่งมอบเนี่ยคือที่อ่อนนุชเนี่ย ตอนยอดตอนนี้ก็อยู่ประมาณสัก 37% นะครับ แล้วก็วุฒากาศอยู่ประมาณ 44% แต่ช่วงเปิดตัวเนี่ยตัวเลขก็ได้ประมาณเท่าค่าเฉลี่ยนะครับ ก็คือประมาณสัก 30% บวกลบนะครับ ส่วนของแนวราบนะครับ แนวราบก็ก็อย่างเช่นเดียวกันกับในเอ่อ อุตสาหกรรมก็ตัวเลขก็อยู่ประมาณสัก 10% นะครับ แล้วก็คาดหวังที่ตัวเลข 10% บวกลบนะครับ ในส่วนของเอ่อ ดอกเบี้ยจ่ายนะครับ ดอกเบี้ยจ่ายเนี่ยเป็นเป็นอาจจะเนื่องด้วยว่าบริษัทเนี่ยเราเรามีสินค้าที่พร้อมอยู่เราเราปรับ Product เป็นสินค้าพร้อมอยู่ค่อนข้างเยอะนะครับ แล้วก็พัฒนาโครงการใหม่เนี่ยน้อยลง ทําให้สินค้าพวกนี้เราไม่สามารถที่จะแคปบันทึกต้นทุนเข้าไปบันทึกต้นทุนดอกเบี้ยเข้าไปในสินค้าได้แล้ว เนื่องจากสินค้ามันเสร็จแล้วนะครับ แต่ว่าสินค้านี้ยังไม่ได้ถูกระบายออกไป เพราะฉะนั้นเนี่ยตัวดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตัวเลขประมาณสัก 8,000-700 ล้านเนี่ยมันก็จะถูกส่วนหนึ่งอ่ะมันก็จะถูกแคปไปในต้นทุนของโครงการที่เรากําลังอยู่ระหว่างพัฒนาอยู่นะครับ ซึ่งตัวเลขมันมันจะลดลงกว่ากว่าในอดีตนะครับ เพราะว่าสัดส่วนตอนนี้เอ่อ ถ้าดูจากใน Balance sheet เนี่ยตัวของตัวของ Inventory เนี่ยมันมันมีอยู่ประมาณสัก 7,000 กว่าล้านนะครับ ตัวสินทรัพย์ที่ที่เขียนว่า VIP เนี่ยมันก็จะแบ่งเป็นข้างในมันก็ไส้ในก็จะแบ่งเป็น 2 ก้อนนี่คือกลุ่มที่พัฒนาอยู่กับกลุ่มที่รอพัฒนานะครับ ก็ตัวเลขประมาณครึ่งๆ ซึ่งเอ่อ ตัวเลขที่นําไปนําไปบันทึกดอกเบี้ยได้จริงๆ เนี่ยมันก็จะมันก็จะลดลงไปอีกนะครับ ทําให้ภาพรวมตัวของโครงการที่เรากําลังพัฒนาอยู่แล้วสามารถบันทึกดอกเบี้ยเข้าไปเป็นต้นทุนได้เนี่ยมันลดลง แต่ว่าในภาพรวมเนี่ยดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทเนี่ยมันลดลงเรื่อยๆ อยู่แล้วนะครับ เนื่องจากหนี้สินที่ลดลงจากเอ่อ ตัวเลขเดิมที่เคยพีคที่สุดเนี่ยผมจําไม่ผิดตัวของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเราเคยขยับไปประมาณ 13,000 ล้านนะครับ ปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 8,700 ก็ตัวเลขลดลงมาค่อนค่อนข้างเยอะนะครับ แต่ว่าเรื่องของการเอ่อ บันทึกบัญชีเนื่องจากเราชะลอโครงการแล้วก็มี Asset ที่ที่ Capital ตัวของดอกเบี้ยได้น้อยลงเนี่ยทําให้ดอกเบี้ยเนี่ยมันมากดดันตัวของ Margin ช่วงระยะเวลาหนึ่งนะครับ ก็ใช้คําว่าจนไปถึงตัวเลขที่เราคาดหวังไว้แล้วก็มี Pick up มีโครงการใหม่เติมเข้ามาเนี่ยตัวเลขก็จะกลับมาอยู่ในเลเวลปกตินะครับ ถัดมานะครับ ที่พิจารการขายที่ลดลง บริษัทคาดว่าจะฟื้นกลับมาได้ไหมและอยู่ในระดับใดในช่วงครึ่งปีหลัก เอ่อ ครึ่งปีหลังครึ่งปีหลังที่จะมีการเปลี่ยนแปลงน่าจะมีแค่ตัวเดียวคือเรามีการส่งมอบโครงการใหม่ที่วุฒากาศนะครับ ที่เหลือเนี่ยมันจะเป็นสินค้าเดิมทั้งหมดที่เราขายต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว แล้วก็จะมีไอเทมใหม่ 2 โครงการคือ Earn by FPN ปลายปีที่แล้วกับตัวของ PS1 ของ 89 ที่ส่งมอบช่วงต้นปีนะครับ ซึ่งโอเคแหละ TP เค้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยก็จริง แต่ว่าตัวสินค้าที่เรามีอยู่อย่างที่เรียนประมาณ 7-8,000 ล้านเนี่ยก็จะอยู่ใน TP ในเลเวลเดิมๆ ที่เราเคยแจ้งไปนะครับ ตัวตัวแนวราบก็อยู่ประมาณสัก 5-10% ตัวของคอนโดมิเนียมก็ 20-25% แต่ว่าเวลาเราขายก็เรื่องของโปรโมชั่นต่างๆ เรื่องของแคมเปญต่างๆ ที่ต้องอัดเข้าไปเพื่อเพื่อที่จะกระตุ้นให้ยอดขายเพิ่มเติมเนี่ยก็บางครั้งก็จําเป็นต้องกดตัวของ TP ลงมานะครับ คาดว่า TP ในช่วงครึ่งหลังก็คงไม่ไม่ได้ต่างจากช่วงครึ่งแรกมากนักนะครับ ตัวเลขน่าจะใกล้ๆ กัน แต่เราคาดหวังที่จะได้ตัวเลขที่ Achieve ตัวของยอดโอนแล้วก็รายได้รวมที่เราวางไว้นะครับ เพื่อที่จะให้เอ่อ บริษัทมีมีแคชเพิ่มเพื่อที่จะไปลงทุนเพิ่มเติมแล้วก็ชําระหนี้นะครับ ก็คําถามมีหมดเท่านี้นะครับ ก็ยังไงตัวของเอ่อ Performance ของ LPN ในวันนี้นะครับ แล้วก็ Earning Call วันนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่สนใจนะครับ ผมครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ จากทราบแผนการโตผ่านอยู่ไลฟ์ในอนาคตแล้ว ปัจจุบันมีลูกค้าที่ใช้บริการนี้มากน้อยแค่ไหน เอิ่ม ผมขอเรียนรวมในในในในส่วนของ Non-Finance ดีกว่านะครับ ไม่ Particular ไปที่ไปที่เจ้าใดเจ้าหนึ่งนะครับ เอิ่ม เราเป็นเราต้องถือว่าเราให้ความสําคัญกับกับการที่การเข้าถึงสินค้าของเราพอสมควรนะครับ อ่าซึ่งหนึ่งในตัวตัวเร่งที่สําคัญตัวตัวตัวตัวที่ช่วยที่สําคัญก็คือในส่วนของ Non-Finance ซึ่งปัจจุบันก็มีหลากหลายเจ้านะครับ อ่าสิ่งที่เราทําในปัจจุบันก็คือว่าเราเป็นเราเป็น Key Key Player ในตลาดนี้ที่มีที่มี offering ในส่วนของ Non-Finance อยู่มากเป็นอันดับต้นๆ ของตลาดอ่ะนะครับ และเป็น offering ที่ที่น่าสนใจอ่าแข่งขันได้นะครับ เราพยายามที่จะทําให้ offering อ่าในส่วนของ Non-Finance ของเราเนี่ยมีความ competitive มากเป็นอันดับต้นๆ ของของตลาดนะครับ ซึ่งซึ่งก็ก็ ก็เป็นทําให้เกิดทําให้เกิดสิ่งที่สิ่งที่สิ่งที่เอ่อเราเรียกว่าพอลูกค้าไปไปไปเช็ค offering ของ Non-Finance ที่อื่นแล้วพอมาเช็คที่เรากลับกลายเป็นว่ามาเช็คมาเจอที่เราเนี่ย Non-Finance ของเราเนี่ยน่าสนใจมากกว่าเป็น offer ที่ดีกว่าก็ ก็ถือว่าเป็นเป็น strategy ที่ที่เราโฟกัสอย่างต่อเนื่องแล้วก็ทํางานใกล้ชิดกับกับเอ่อในส่วนของในส่วนของ Partner Non-Finance อย่างต่อเนื่องนะครับ ครับผม แล้วก็คิดว่าในในในช่วงครึ่งปีหลังก็ยังจะเป็นในรูปแบบนี้แล้วก็จะมีมีความใกล้ชิดอย่างนี้ต่อๆ ไปในอนาคตในระยะกลางระยะยาว คําถามต่อไป ในปัจจุบันการเข้ามาของ Data Center จะมีผลกระทบกับธุรกิจของเราไหมอย่างไรบ้างนะครับ เอิ่ม เรามองในเชิง Adoption Adoption มากกว่านะครับ ถ้าเกิดว่า Data Center เข้ามาเนี่ยแล้วเป็น Data Center ที่ที่ที่นําเสนอ Solution ให้กับให้กับเอ่อคนไทยนะครับ สิ่งที่เราคาดหวังก็คือว่าอ่าการการ Adopt ในส่วนของ AI เนี่ยจะจะมีการ Adopt ที่ละอ่ากว้างขึ้นแล้วก็เร็วขึ้นนะครับ คือ Worst Case Scenario อ่าคุณก็ต้องมี Terminal ที่เข้าถึงอ่า AI on Cloud Chatbot ต่างๆ อะไรประมาณนี้นะครับ อันนี้คือ Worst Case Best Case คือคือ Adoption ในเชิงอ่า Local AI ซึ่งเราก็ได้ประโยชน์ตรงนี้เหมือนกันนะครับ เรามีมุมมองในเชิงบวกกับตรงนี้นะครับ ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ใช่มุมมองเชิงลบครับผม บริษัทมองตัวเองใน 3 ปีข้างหน้าอย่างไรบ้างนะครับ เรามองว่าอย่างที่แจ้งไปนะครับ อ่าตลาดมีความไดนามิคสูงพอสมควร อ่าเราต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่เรามองว่าอ่าในระยะกลางระยะยาวเนี่ยเราต้องเป็นเราต้องเป็นหนึ่งในผู้นําของของตลาดดิจิตอล Lifestyle นะครับ ถ้าคิดถึง Digital Lifestyle ต้องคิดถึงเราไม่อยากจะบอกว่าเป็น Device ไหนอะไรยังไงนะครับ เพราะว่าอย่างที่แจ้งไปก็คือตลาดมีความไดนามิคสูง ระยะกลางระยะยาวเราไม่รู้จริงๆ ว่ามันจะออกมาในรูปแบบไหน อาจจะเป็นอาจจะเป็น Form Factor ที่ที่ Popular ในปัจจุบันอย่างเช่นสมาร์ทโฟนก็ได้ หรืออาจจะเป็นอ่า AI GL หรืออาจจะเป็น AI เอ่อ Implant Something ที่ที่มันจะเกิดขึ้นในอนาคต อันนี้ก็ต้องก็ต้องเรียนตามตรงนะครับว่าในระยะยาวนี่มันมันมันมันตอบได้ยากจริงๆ แต่เราอย่างไรก็ตามเนี่ยใน Digital Lifestyle เราเราต้องเป็นหนึ่งในผู้นําในตลาดนะครับ นี่คือเป้าหมายของเรา เบลมีอะไรอีกมั้ย มีในส่วนของการขยายสาขาเอ่อบริษัทมีแผนในการขยายสาขาในปีนี้มั้ย ถ้ามีจะขยายเท่าไหร่มีแนวทางยังไงนะคะ ก็อย่างที่ได้เรียนแจ้งไว้นะคะในส่วนของจํานวนสาขาที่เรามีการเปิดเพิ่มเนี่ยจะเห็นได้ว่าเอ่อในปัจจุบันนะคะก็เราต้องมีการทําฟีดอย่างชัดเจนก่อนแล้วก็บางสาบางห้างที่เขามีการ relocation นะคะเราก็จะต้องมีการเอ่อมาร์คในส่วนของตําแหน่งของร้านเราเนี่ยให้อยู่ในโลเคชั่นที่เราคิดว่ามันจะทํากําไรนะคะ โดยเราไม่ได้มีการวางเอ่อจํานวนสาขาที่เราจะเปิดไว้ในอนาคตนะคะแต่เรามีแนวทางในการที่เราจะขยายสาขารวมไปถึงการเปิดสาขาเพิ่มนะคะ ก็อย่างที่บอกก็คือในส่วนของโลเคชั่นที่ดีในส่วนของการมูฟไปอยู่ในโลเคชั่นที่ดีหรือว่าการเปิดในห้างที่อาจจะเป็นห้างใหม่แต่เราก็เล็งเห็นถึงเอ่อ capacity ของของตัวตึกเองนะคะ Yes.

Browse all earnings call transcripts

Q2 2026 L.P.N. Development Public Co Ltd Earnings Call

Demo
LPN

L.P.N. Development

Earnings

Q2 2026 L.P.N. Development Public Co Ltd Earnings Call

LPN

Friday, August 14th, 2026 at 8:15 AM

Transcript

No Transcript Available

No transcript data is available for this event yet. Transcripts typically become available shortly after an earnings call ends.

Want AI-powered analysis? Try AllMind →

Earnings analysis guides

Methods for extracting KPIs and checking source support when reviewing an earnings call.

Browse all earnings calls