Q2 2026 Bangkok Chain Hospital PCL Earnings Call and Opportunity Day

Speaker #1: ถึงบริการทางการแพทย์ให้ได้รับการรักษาที่ปลอดภัยและรวดเร็ว พร้อมสิทธิประโยชน์ดูแลอุ่นใจ สบายใจเรื่องค่าใช้จ่าย และโรงพยาบาลเกษมราชศรีบุรี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท Smile TPA จํากัด เพื่อความสะดวกในการเข้ารับบริการการรักษาแบบไม่ต้องสํารองจ่ายแก่ผู้ใช้สิทธิประโยชน์ประกันอุบัติเหตุ สําหรับนักเรียนนิสิตนักศึกษาและบุคลากรทางการแพทย์

Speaker #2: นะคะ

Speaker #1: และถัดมาค่ะ โรงพยาบาลเกษมราชแม่สายได้เพิ่มโครงการแพ็กเกจสมาชิกราคาพิเศษสําหรับผู้ป่วยโรคไต ซึ่งสามารถใช้บริการฟอกไตในราคาอัตรา 2,000 บาทต่อครั้ง พร้อมสิทธิ์สําหรับสมาชิกแบบรายปีในการจองรอบเวลาและเตียงประจําตัว เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดระยะเวลาการรอคอย และยกระดับประสบการณ์รับบริการค่ะ รวมถึงนะคะ โรงพยาบาลเกษมราชรัตนาธิเบศร์ได้ฉลองครบรอบ 11 ปี พร้อมกิจกรรม Health Talk โดยผู้เชี่ยวชาญและ Health Market Fair ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ตลอดจนอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และโรงพยาบาลเกษมราชบางแคได้เปิดให้บริการร้านรอสันภายในโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ญาติและผู้มารับบริการค่ะ โดยทั้งหมดนี้นะคะ ก็จะเป็นกิจกรรมในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาของบริษัท เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ขยายฐานผู้ป่วย และเพิ่มความสามารถในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างครบวงจรของเครือข่าย Basic Pet ค่ะ ถัดมานะคะ จะเป็นภาพรวมผลการดําเนินการดําเนินงานของบริษัทค่ะ สําหรับภาพรวมผลการดําเนินงาน 6 เดือนแรกของบริษัทนะคะ มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,941.6 ล้านบาท เพิ่มลดลงเล็กน้อย 0.5% Year on Year โดยมีจํานวนผู้ป่วยรวมนะคะ 2.2 ล้านราย เพิ่มขึ้น 3.6% Year on Year โดยแม้ว่าจํานวนผู้ประกันตนในโครงการประกันสังคมสําหรับงวด 6 เดือนแรกนะคะ จะลดลงเล็กน้อยจาก 1.026 ล้านรายนะคะ ลดเหลือ 1.023 ล้านราย หรือคิดเป็นการลดลงประมาณ 3,000 รายค่ะ แต่อย่างไรก็ตามค่ะ รายได้จากผู้ป่วยโครงการประกันสังคมเพิ่มขึ้น 4.3% Year on Year จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการรักษาของโรงพยาบาลในเครือ เพิ่มศักยภาพการรักษาผู้ป่วยโรคซับซ้อน ส่งผลให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงนะคะ การเป็นศูนย์รับส่งต่อของผู้ป่วยในโครงการประกันสังคม ทั้งในเครือและนอกเครือ โรงพยาบาล รายได้จากการให้บริการการบริการตรวจโรคหยุดหายใจขณะหลับ การรักษาผู้ป่วยในโครงการ MOU และการรับรู้รายได้ส่วนเพิ่มจากการให้บริการกลุ่ม 26 โรคเรื้อรัง จํานวน 71 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทนะคะ มี EBITDA EBITDA เท่ากับ 1,396.8 ล้านบาท ลดลง 7.8% Year on Year โดยมี EBITDA Margin เท่ากับ 23.5 ล้านบาท และมีบริษัทมีกําไรสุทธิ 610.7 ล้านบาท ลดลง 13.9% Year on Year และมี Net Profit Margin เท่ากับ 10.3% ค่ะ สําหรับภาพรวมผลการดําเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2026 บริษัทมีรายได้รวม 3,012.8 ล้านบาท ลดลง 1.1% Year on Year และมีจํานวนผู้รับบริการประมาณ 1.1 ล้านราย เพิ่มขึ้น 6.1% Year on Year รายได้จากผู้ป่วยทั่วไปนะคะ ได้รับผลกระทบเนื่องจากวันหยุดและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่อย่างไรก็ตามค่ะ รายได้จากผู้ป่วยประกันสังคมค่ะ ยังคงเพิ่มขึ้นนะคะ เติบโตอยู่ที่ 4.3% Year on Year จากการให้บริการของโรงพยาบาลในเครือ และการเป็นศูนย์รับส่งต่อทั้งในเครือและนอกเครือค่ะ โดยบริษัทมี EBITDA เท่ากับ 750.6 ล้านบาท ลดลง 5.2% Year on Year และมี EBITDA Margin เท่ากับ 24.9 ล้าน 24.9% ค่ะ จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล รวมถึงค่าธรรมเนียมแพทย์ ต้นทุนยาเวชภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขาย รวมถึงค่าเสื่อมราคาและค่าจัดจําหน่ายจากการเปิดให้บริการของโรงพยาบาลภายหลังการปรับปรุงอาทิ โรงพยาบาลเกษมราชปทุมธานี และโรงพยาบาลเกษมราชบางแคค่ะ ส่งผลให้บริษัทมีกําไรสุทธิอยู่ที่ 343.1 ล้านบาท ลดลง 11.6% Year on Year และมี Net Profit Margin เท่ากับ 11.4 ล้าน 11.4% ค่ะ ค่ะ และหากพิจารณารายได้นะคะ สําหรับไตรมาสที่ 2 แยกตามประเภทผู้ป่วย แยกตามแบรนด์ Hospital แล้วก็แยกตามสัญชาตินะคะ จะแบ่งได้ตามนี้เลยค่ะ โดยรายได้สําหรับโรงพยาบาลไตรมาสที่ 2 เท่ากับ 2,980.2 ล้านบาท ลดลง 1.3% Year on Year ซึ่งห่างแบกตามแบรนด์โรงพยาบาลทางกัฟด้านซ้ายมือนะคะ จะยังเห็นได้ว่าแบรนด์เกษมราชนะคะ ยังคงเป็นแบรนด์หลัก มีสัดส่วน 71.7% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% Year on Year และถัดมานะคะ เป็นแบรนด์เกษมราช International นะคะ มีสัดส่วน 16.4% ลดลง 13.8% Year on Year ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของศูนย์เกษมราชพลาสติกเจอรี่ของโรงพยาบาลเกษมราช International รัตนาธิเบศร์ และการลดลงนะคะ เป็นผลมาจากการที่ช่วงก่อนหน้านี้นะคะ จะเป็นการให้บริการในเรื่องของการผ่าตัดกระเพาะ แต่ในปัจจุบันนะคะ ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ จนทําให้รายได้ในส่วนนี้นะคะ ลดลง รวมถึงนะคะ การลดลงของผู้รับบริการชาวกัมพูชาของโรงพยาบาลเกษมราช International อรัญญประเทศ และผู้รับบริการชาวจีนภายหลังการเสร็จสิ้นการรักษาระยะยาวกับโรงพยาบาลเกษมราช International เวียงจันทน์ และถัดมาค่ะ เป็นแบรนด์ World Medical นะคะ มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 11.6% เพิ่มขึ้น 12.7% Year on Year จากการเติบโตของผู้รับบริการต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและโรงพยาบาล World Medical และสุดท้ายนะคะ แบรนด์การุณเวช โดยปัจจุบันจะเหลือเพียง 1 แห่ง คือ โรงพยาบาลการุณเวชอยุธยา มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 0.3% ค่ะ และหากพิจารณาตามกราฟตรงกลางนะคะ จะเป็นการแบ่งตามประเภทของผู้ป่วยค่ะ โดยสีม่วงเข้มและสีม่วงอ่อนนะคะ จะเป็นรายได้จากผู้ป่วยทั่วไป มีรายได้มีสัดส่วนอยู่ที่ 61.3% ค่ะ โดยสีม่วงเข้มค่ะ คือผู้ป่วยเงินสดทั่วไป OPD มีสัดส่วนเท่ากับ 34.6% ลดลง 6.4% Year on Year ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ของศูนย์เกษมราชพลาสติกเจอรี่ที่ลดลงตามเทรนด์ที่ลดลงค่ะ และรายได้นะคะ จากรายได้ของผู้ป่วยชาวกัมพูชา รายได้ของผู้ป่วยชาวลาวที่ลดลงค่ะ ส่วนสีม่วงอ่อนนะคะ คือรายได้ผู้ป่วยทั่วไป IPD มีสัดส่วน 26.7% ลดลง 1.8% Year on Year จากรายได้ผู้ป่วยชาวไทยที่ลดที่ชะลอตัวลงนะคะ รวมถึงรายรับของผู้รับบริการชาวจีนนะคะ ชาวลาวและกัมพูชา แต่อย่างไรก็ตามนะคะ รายได้จากผู้รับบริการชาวต่างชาติยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยในเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันออกกลางของโรงพยาบาล World Medical โดยหลักๆ นะคะ ก็จะเป็นผลมาจากประเทศ UAE ซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ค่ะ ที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และสัดส่วน 38.7% นะคะ เป็นสัดส่วนรายได้จากผู้รับบริการประกันสังคมค่ะ ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.3% Year on Year เป็นผลมาจากการยกระดับประสิทธิภาพและการขยายศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลในเครือ โดยเฉพาะการรองรับและการรักษาผู้ป่วยโรคซับซ้อนได้ดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทและโรงพยาบาลในเครือนะคะ มีบทบาทเป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยในโครงการประกันสังคม ทั้งภายในและภายนอกเครือโรงพยาบาล รวมถึงรายได้นะคะ จากการให้บริการตามการรักษาจริง เช่น รายได้จากการรักษาผู้ป่วยใน RW มากกว่า 2 การให้บริการตรวจโรคหยุดหายใจขณะหลับ และการรักษาผู้ป่วยในโครงการ MOU รวมถึงเรามีรายได้รับส่วนเพิ่มนะคะ จากการรักษาผู้ป่วย 26 โรคเหลือหลังด้วยค่ะ และกราฟทางด้านขวามือสุดนะคะ จะเป็นรายได้โรงพยาบาลแบ่งตามสัญชาติ โดยสีม่วงเข้มนะคะ จะเป็นรายได้จากผู้ป่วยชาวไทย มีสัดส่วน 87.2% ลดลง 0.3% นะคะ ซึ่งการลดลงก็มาจากทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในนะคะ จากการลดลงของศูนย์เกษมราชพลาสติกเจอรี่และการลดลงของรายได้ศูนย์เวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพค่ะ และถัดมาเป็นสัดส่วนนะคะ ของสีม่วงอ่อนจากรายได้คนไข้ต่างชาติ มีสัดส่วน 12.8% ลดลง 7.6% Year on Year ซึ่งหากว่าถ้าเราไม่รวมสัดส่วนของผู้รับบริการชาวกัมพูชานะคะ ก็จะลดลงเพียง 2.5% Year on Year จากผู้รับบริการชาวลาวและผู้รับบริการชาวจีนค่ะ ถัดมานะคะ สําหรับรายได้ผู้ป่วยทั่วไปในไตรมาสที่ 2 ปี 2026 นะคะ มีรายได้เท่ากับ 1,827.4 ล้านบาท ลดลง 4.4% Year on Year การลดลงก็เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน อย่างที่ได้กล่าวนะคะ อย่างเช่น ศูนย์เกษมราชพลาสติกเจอรี่ รวมถึงนะคะ ฐานที่สูงขึ้นของเกษมราช International อรัญญประเทศในปีก่อนหน้า และรายได้ที่ลดลงนะคะ ของผู้ป่วยกลุ่ม CLMV และชาวจีนค่ะ ซึ่งหากแยกตามประเภทผู้ป่วยนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าปัจจัยการลดหลักๆ นะคะ ก็มาจากผู้ป่วย OPD ลดลง 6.4% ขณะที่ผู้ป่วย IPD ลดลงเพียง 1.8% นะคะ ซึ่งอย่างไรก็ตามก็จะยังเห็นได้ว่ารายได้จากผู้ป่วยในต่างชาตินะคะ ยังคงเติบโตอยู่ที่ 4% ค่ะ สะท้อนนะคะว่าผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารับการรักษานะคะ มีความมีความซับซ้อนของโรคในการรักษาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยตะวันออกกลางนะคะ รวมถึงนะคะ ก็อ่ายังสามารถนะคะ ช่วยในเรื่องของการลดลงชดเชยการลดลงของผู้ป่วยในบางกลุ่มได้ค่ะ สําหรับกราฟด้านล่างนะคะ ก็จะแสดงรายการตามประเภทการชําระเงินนะคะ ประกอบไปด้วยผู้ป่วยที่ชําระเงินเองนะคะ ยังมีสัดส่วนอยู่ที่ 43.9% ลดลงนะคะ 11.5% Year on Year ผู้ป่วยกลุ่มคู่สัญญามีสัดส่วน 11% เพิ่มขึ้น 42.2% Year on Year โดยมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากคู่สัญญากับสถานทูต เพิ่มขึ้นถึง 194.2% Year on Year ค่ะ ซึ่งก็เป็นผลมาจากการให้บริการของผู้ป่วย UAE และผู้ป่วยกต้าที่เพิ่มขึ้นค่ะ และผู้ป่วยจากประกันมีสัดส่วน 37.7% ลดลง 6% Year on Year ผู้ป่วยจากพรบ.ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับมีสัดส่วน 2% เพิ่มขึ้น 2.8% Year on Year และผู้ป่วยที่ชําระด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ผู้ป่วยบริการล้างไตข้าราชการ การผ่าตัดโรคหัวใจเด็กร่วมกับมูลนิธิหรือกองทุนทดแทน มีสัดส่วนอยู่ที่ 5.4% เพิ่มขึ้น 3.7% Year on Year ค่ะ ถัดมานะคะ จะเป็นรายได้สําหรับผู้ป่วยต่างชาตินะคะ โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2026 นี้นะคะ บริษัทมีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติรวมอยู่ 381 ล้านบาท คิดเป็น 12.8% นะคะ ของรายได้กิจการโรงพยาบาล ลดลง 7.6% Year on Year ทั้งนี้หากไม่รวมผู้ป่วยชาวกัมพูชานะคะ จะลดลง 2.5% Year on Year ค่ะ ซึ่งก็เป็นผลมาจากการลดลงของผู้รับบริการชาวลาวนะคะ หลังเสร็จสิ้นการรักษา ระยะยาวนะคะ ของผู้รับบริการชาวจีนที่อยู่ ณ โรงพยาบาลเกษมราช International เวียงจันทร์ค่ะ โดยในสัดส่วนของจํานวนผู้ป่วยต่างชาตินะคะ อยู่ที่ 37,911 ราย ลดลง 15.2% Year on Year ค่ะ โดยรายได้จากผู้ป่วยต่างชาตินะคะ ยังคงมาจาก 2 กลุ่มหลักนะคะ ได้แก่ CLMV นะคะ 36.8% และผู้ป่วย Middle East นะคะ จํานวนสัดส่วน 36.4% และก็ผู้ป่วยชาวจีน 4.6% ผู้ป่วยอเมริกา 3% และผู้ป่วยชาติอื่นๆ 19.2% และสําหรับไตรมาสนี้นะคะ แม้ว่ารายได้จากผู้ป่วยกลุ่มชาว CLMV นะคะ จะลดลงนะคะ แต่รายได้ผู้ป่วยจากตะวันออกกลางยังคงเติบโตได้ดีนะคะ โดยเฉพาะผู้ป่วย UAE นะคะ ที่เติบโตถึง 185% Year on Year ค่ะ แล้วตามด้วยผู้ป่วยกต้า 91.1% ผู้ป่วยซาอุดิอาระเบีย 31.5% รวมถึงนะคะ ผู้ป่วย USA นะคะ ก็เพิ่มขึ้นด้วย 25.0% Year on Year ค่ะ และหากเราพิจารณานะคะ ของผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางนะคะ จะเห็นได้ว่าเป็น Positive Driver นะคะ ที่สําคัญของไตรมาสนี้เลยนะคะ โดยมีรายได้อยู่ที่ 138.6 ล้านบาทค่ะ เพิ่มขึ้น 43.3% Year on Year โดยหลักก็มาจาก UAE, กาตาร์ และก็ซาอุดิอาระเบียนะคะ ถึงแม้ว่าจํานวนผู้รับบริการนะคะ จะลดลงถึง 46.8% Year on Year แต่รายได้ต่อบิลนะคะ ยังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนนะคะ โดยเฉพาะรายได้ IPD ต่อบิลนะคะ อยู่ที่ประมาณ 1.6 ล้านบาท สะท้อนการเข้ารับการบริการนะคะ ที่เป็นโรคซับซ้อนมากขึ้น มี Value ต่อเคสสูงขึ้นค่ะ โดยกลยุทธ์ในปี 2026 นี้นะคะ บริษัทก็จะเน้นการต่อยอด Demand นี้นะคะ ผ่านศูนย์การแพทย์เฉพาะทางค่ะ อันที่ศูนย์แผลเบาหวาน ศูนย์มะเร็งทางเลือก และศูนย์หัวใจ ควบคู่กับการขยายช่องทางการเพิ่มผู้รับบริการนะคะ ผ่าน Insurance Network และ Agency Partnership ค่ะ และสําหรับผู้ป่วย CLMV นะคะ มีรายได้อยู่ที่ 140.2 ล้านบาท ลดลง 25.4% Year on Year จากผลกระทบของการปิดชายแดนไทย-กัมพูชานะคะ ซึ่งหากไม่รวมผลกระทบของชาวกัมพูชานะคะ รายได้จะลดลง 16.4% Year on Year จากจํานวนผู้รับบริการชาวลาวและชาวเมียวนาที่ลดลงค่ะ ก็ส่งผลให้รายได้ลดลง โดยจํานวนผู้มีจํานวนผู้ป่วยนะคะ เท่ากับ 25,054 ราย ลดลง 7.8% Year on Year ทั้งนี้หากไม่รวมผู้ป่วยชาวกัมพูชาจะลดลง 1.8% Year on Year ค่ะ และแม้รายได้นะคะ และรายได้ค่ะ จะมีรายได้ OPD ต่อบิลนะคะ เท่ากับ 3,316 บาท และรายได้ IPD ต่อบิลเท่ากับ 65,536 บาทค่ะ สําหรับกลยุทธ์ในการขยายผู้รับบริการ CLMV นะคะ บริษัทก็ได้มุ่งเน้นการตลาดนะคะ ไปยังประเทศเมียนมาร์และประเทศลาวค่ะ ผ่านโรงพยาบาลในเครือที่มีอยู่ และโดยเฉพาะในไตรมาสนี้นะคะ เราก็จะมีการเปิดให้บริการของอาคารแห่งใหม่ของโรงพยาบาลเกษมราชแม่สายในช่วงเดือนกันยายนนี้ด้วยค่ะ ก็จะช่วยเพิ่มในเรื่องของศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยชาวเมียนมาร์และก็ลาวตลอดจนการส่งต่อผู้ป่วยนะคะ ที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น หรือว่าต้องการรักษาเฉพาะทางนะคะ ไปยังโรงพยาบาลเกษมราชศรีบุรีได้ด้วยค่ะ ถัดมานะคะ จะเป็นรายได้จากผู้ป่วยประกันสังคมค่ะ สําหรับไตรมาสที่ 2 ปีนี้นะคะ แม้ว่าจํานวนผู้ประกันตนจะลดลงนะคะ แต่รายได้ผู้รับบริการประกันสังคมยังสามารถเติบโตได้ดีนะคะ โดยมีรายได้เท่ากับ 1,152.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% Year on Year ค่ะ จากการจากศักยภาพและการบริการในโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นนะคะ ส่งผลให้บริษัทค่ะ ก็จะมีบทบาทในการเป็นศูนย์รับส่งต่อทั้งภายในและภายนอกเครือโรงพยาบาลได้ดีขึ้นค่ะ ประกอบกับการรักษาที่เกิดขึ้นจริงและโรงพยาบาลจะทําการเบิกนะคะ จากสํานักงานประกันสังคมภายหลังการให้บริการแล้ว ที่สําคัญดังนี้นะคะ กลุ่ม 26 โรคเรื้อรังนะคะ จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 17.6% นะคะ เติบโต 0.4% Year on Year กลุ่ม High Cost Care หรือ RW มากกว่า 2 นะคะ ซึ่งรวมกับการให้บริการในโครงการ MOU ด้วยนะคะ ที่ลดลงเหลือเพียง 2 โรคนะคะ มีสัดส่วนอยู่ที่ 19.3% นะคะ เพิ่มขึ้น 8.2% Year on Year การให้บริการผู้ป่วย OPD และการรับส่งต่อค่ะ มีสัดส่วน 11.8% เพิ่มขึ้น 25.1% Year on Year การให้บริการ Sleep Test นะคะ ซึ่งก็จะเป็นส่วนหลักที่เราเร่งการให้บริการเพิ่มขึ้นนะคะ มีสัดส่วน 3.3% เพิ่มขึ้น 161.1% Year on Year ค่ะ ซึ่งทั้งนี้นะคะ บริษัทนะคะ เอ่อ โรงพยาบาลในเครือก็ยังมีการขยายห้องตรวจแล้วก็ติดตามผู้รับบริการอย่างต่อเนื่องค่ะ ถัดมาเป็นค่าบริการค่าเหมาจ่ายรายหัวนะคะ ในส่วนสีเทาค่ะ คิดเป็นสัดส่วน 39.9% ค่ะ ลดลงเล็กน้อย 0.6% Year on Year ซึ่งก็สอดคล้องกับจํานวนผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนลดน้อยลงนะคะ ลดลงเพียง 0.4% Year on Year เช่นกันค่ะ ถัดมาค่ะ การให้บริการทันตกรรมทั้งภายในและรถทันตกรรมเคลื่อนที่นะคะ มีสัดส่วน 0.8% ลดลง 5.4% Year on Year ค่ะ และการให้บริการอื่นๆ เช่น การตรวจสุขภาพ การฉีดวัคซีน การผ่าตัดแบบวันเดียวกลับนะคะ มีสัดส่วนอยู่ที่ 7.3% ค่ะ ลดลง 16.8% Year on Year ค่ะ โดยกราฟทางด้านขวานะคะ ก็จะแสดงให้เห็น Utilization Rate นะคะ สําหรับผู้ป่วย OPD นะคะ จะเท่ากับ 3.443 ครั้งต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากเรามีการให้บริการเชิงรุกในด้านการตรวจสุขภาพและการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นค่ะ ส่วนของ IPD Utilization Rate นะคะ เท่ากับ 0.063 ครั้งต่อคนต่อปี ซึ่งก็จะอย่างใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าค่ะ ถัดมานะคะ จะเป็นส่วนของรายได้ต่อบิลนะคะ สําหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2026 นี้นะคะ รายได้ต่อบิลผู้ป่วยทั่วไป OPD ค่ะ เท่ากับ 4,389.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% Year on Year จากการเพิ่มขึ้นของศูนย์การแพทย์เฉพาะทางนะคะ อันที่ศูนย์มะเร็งนะคะ รวมถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นนะคะ จากภายหลังการปรับปรุงพื้นที่การให้บริการของโรงพยาบาลในเครือ เช่น โรงพยาบาลบางแค โรงพยาบาลเกษมราชบางแค และโรงพยาบาลเกษมราชปทุมธานีค่ะ รายได้ต่อบิลของผู้ป่วย IPD เท่ากับ 16,099.6 บาทนะคะ เพิ่มขึ้น 25.8% ซึ่งส่วนใหญ่นะคะ ก็จะเพิ่มขึ้นจากการให้บริการของผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางนะคะ ซึ่งพรรครักษาตัวเป็นผู้ป่วย IPD ของโรงพยาบาล World Medical ค่ะ ถัดมารายได้ผู้ป่วยประกันสังคมต่อหัวนะคะ จะเท่ากับ 4,515 บาท เพิ่มขึ้น 4.8% Year on Year นะคะ จากการให้บริการโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการให้บริการผู้ป่วย RW มากกว่า 2 การให้บริการการตรวจโรคหยุดหายใจขณะหลับ รวมถึงนะคะ ได้รับในเรื่องของรายได้ส่วนเพิ่ม 26 โรคเรื้อรังด้วยค่ะ สําหรับ Admission Rate นะคะ ของผู้ป่วยทั่วไปค่ะ เท่ากับ 3.2% และมี Range of Stay นะคะ อยู่ที่ 2.4 วันค่ะ Admission Rate สําหรับผู้ป่วยประกันสังคมนะคะ เท่ากับ 1.8% และมี Range of Stay เฉลี่ยอยู่ที่ 3.3 วันค่ะ ถัดมาสําหรับส่วนของต้นทุนรวมนะคะ ของบริษัทนะคะ เท่ากับ 2,529.7 ล้านบาทค่ะ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.7% Year on Year จากการดําเนินกิจการของโรงพยาบาลแล้วก็บริษัทนะคะ โดยต้นทุนหลักของธุรกิจโรงพยาบาลนะคะ ของเรามีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญนะคะ โดยต้นทุนหลักนะคะ ก็จะเป็นค่าตอบแทนแพทย์ พนักงานนะคะ มีสัดส่วน 21% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% ค่าตอบแทนแพทย์นะคะ เอ่อ ค่าตอบแทนพนักงานในส่วนนี้นะคะ ก็จะมาเพิ่มจากการที่เรานะคะ มีการรับพนักงานวิศวะนะคะ สําหรับการก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ รวมถึงมีการปรับค่าตอบแทนประจําปี การสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงนะคะ มีการสร้างพนักงานเพิ่มขึ้นนะคะ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผู้ป่วยที่สาขา World Medical ด้วยค่ะ ค่าตอบแทนแพทย์นะคะ มีสัดส่วน 19.2% ค่ะ เพิ่มขึ้น 1.2% ต้นทุนด้านยาและเวชภัณฑ์ค่ะ มีสัดส่วน 16.7% เพิ่มขึ้น 3.8% Year on Year ซึ่งก็เป็นจากการให้บริการบางรายการนะคะ ที่มีการจัดซื้อแล้วก็มีเครื่องมือนะคะ ที่เพิ่มขึ้นค่ะ เช่น การเพิ่มเครื่อง 18 นะคะ สําหรับการตรวจรักษา Sleep Test ที่เพิ่มขึ้นค่ะ และต้นทุนในหมวดอื่นๆ นะคะ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญนะคะ ก็จะมีต้นทุนการให้บริการค่ะ ที่ลดลงนะคะ 6.6% จากการลดลงของศูนย์เกษมราชพลาสติกเจอร์เจอรี่ค่ะ ต้นทุนค่าเสื่อมราคานะคะ จะเพิ่มขึ้น 2.8% ก็เป็นผลมาจากการให้บริการศูนย์การแพทย์และการเปิดพื้นที่ให้บริการใหม่หลัง Renovate นะคะ ของโรงพยาบาลเกษมราชปทุมธานีและโรงพยาบาลเกษมราชบางแคค่ะ ต้นทุนในการส่งต่อผู้ป่วยนะคะ ลดลง 9.1% นะคะ จากการที่เราเปิดให้บริการศูนย์เกษมราชแล้วก็ศูนย์เฉพาะทางในเครือเพิ่มขึ้นนะคะ จนทําให้เราค่ะ สามารถส่งต่อภายในเครือเพิ่มขึ้น ลดการส่งต่อภายนอกนะคะ ก็จะทําให้เรามีศักยภาพเพิ่มขึ้นค่ะ ถัดมาจะเป็นในเรื่องของต้นทุนการส่งเสริมการขายนะคะ เพิ่มขึ้น 17.9% โดยหลักๆ นะคะ ก็จะเป็นการเพิ่มขึ้นนะคะ ของการให้บริการในเรื่องของการส่งเสริมการขายของโรงพยาบาล World Medical ค่ะ และสุดท้ายก็จะเป็นการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าเช่านะคะ เพิ่มขึ้นประมาณ 6% ค่ะ จากการเช่าเครื่องมือแพทย์นะคะ ของโรงพยาบาล World Medical ที่มีการให้ในเรื่องของการให้บริการของศูนย์การแพทย์เฉพาะทางค่ะ ส่งผลให้บริษัทนะคะ มีกําไรจากการดําเนินงานนะคะ อยู่ที่ 483.1 ล้านบาท ลดลง 9.2% Year on Year และมีอัตรากําไรจากการดําเนินงานสุทธิอยู่ที่ 16% ค่ะ สําหรับโครงสร้างทางการเงินนะคะ ของบริษัทนะคะ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 บริษัทมีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 17,446 ล้านบาท โดยมีโครงสร้างเงินทุนหลักนะคะ คือส่วนของผู้ถือหุ้นค่ะ คิดเป็น 81% และมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 6% เจ้าหนี้การค้า 4% และรายการอื่นๆ 9% ค่ะ โดยกราฟทางด้านขวานะคะ ก็จะแสดง DE Ratio นะคะ เท่ากับ 0.24 เท่าค่ะ และมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อผู้ถือหุ้น 0.08 เท่า กราฟด้านล่างซ้ายนะคะ จะแสดงกระแสเงินสดนะคะ โดยต้นงวด ณ วันที่ 1 มกราคมนะคะ บริษัทมีเงินสดนะคะ จํานวน 1,0591 ล้านบาท และจากการดําเนินกิจการโรงพยาบาลประกอบกับการใช้เงินนะคะ ในการปรับปรุงการก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ รวมถึงการชําระคืนเงินต้น การชําระต้นทุนทางการเงิน ส่งผลให้เงินสดสุทธิปลายงวดนะคะ เท่ากับ 1,009 ล้านบาทค่ะ และสุดท้ายนะคะ จะเป็นการจ่ายเงินปันผลนะคะ บริษัทนะคะ มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ํากว่าร้อยละ 40 ของกําไรสุทธิ โดยคณะกรรมการนะคะ ก็มีมติอนุมัตินะคะ การจ่ายเงินปันผลรวมอยู่ที่ 0.35 บาทต่อหุ้น โดยแบ่งเป็นเงินปันผลสําหรับผลการดําเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2026 เท่ากับ 0.15 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลพิเศษนะคะ 0.2 บาทต่อหุ้นค่ะ ซึ่งจะกําหนดรายชื่อผู้ รายชื่อผู้มีสิทธิ์รับเงินปันผลนะคะ ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ก็คือวันนี้นะคะ และกําหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 กันยายน 2026 นี้ค่ะ สําหรับ Forward Outlook นะคะ บริษัทนะคะ ได้แบ่งเป็น 4 หัวข้อ นะคะ โดยที่เราคิดว่าใน 4 หัวข้อนี้นะคะ ก็จะเป็นการเติบโตนะคะ ที่จะ ที่จะช่วยการเติบโตนะคะ ของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังนี้ค่ะ สําหรับหัวข้อนะคะ แบ่งได้เป็น 6 หัวข้อ ได้แก่ หัวข้อแรกนะคะ ก็คือผลการดําเนินงานของโรงพยาบาลเกษมราชปทุมธานีนะคะ หลังการรีแบรนด์นะคะ โรงพยาบาลเกษมราชปทุมธานีนะคะ ก็จะเห็นได้ว่านะคะ ผลการดําเนินงานนะคะ เติบโตอย่างต่อเนื่องภายหลังจากการยกระดับนะคะ จากการุณเวชเป็นเกษมราชตั้งแต่ในช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมานะคะ โดยสําหรับผลการดําเนินงานนะคะ ในตัวเลขสนิทก็จะรวมโรงพยาบาลเกษมราชและโรงพยาบาลการุณเวชอยุธยาในไตรมาสที่ 2 ปี 2026 นี้ค่ะ โรงพยาบาลนะคะ มีรายได้นะคะ เท่ากับ 138.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% Year on Year ทั้งนี้หากไม่รวมนะคะ แบรนด์การุณเวชอยุธยานะคะ สําหรับโรงพยาบาลเกษมราชปทุมอย่างเดียวเลยเนี่ย ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 11.8% Year on Year ค่ะ ด้านจํานวนผู้ประกันตนนะคะ ก็จะมีผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนนะคะ 16,427 รายนะคะ เพิ่มขึ้น 4.3% Year on Year หากไม่รวมการุณเวชอยุธยานะคะ จะเพิ่มขึ้น 4.9% Year on Year ค่ะ สําหรับจํานวนผู้ป่วยรวมนะคะ มีจํานวน 19,060 รายนะคะ เพิ่มขึ้น 1.2% Year on Year ทั้งนี้หากไม่รวมแบรนด์การุณเวชนะคะ เกษมราชปทุมธานีเนี่ย จะมีจํานวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นถึง 3.4% Year on Year ค่ะ โดยโรงพยาบาลนะคะ มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นเนี่ย ก็จากการให้บริการทางผู้ป่วยในและก็ผู้ป่วยประกันสังคม เอ่อ ผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยประกันสังคมเลยนะคะ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เรานะคะ มีการยกระดับการให้บริการ รวมถึงมีการทําการตลาดนะคะ อย่างต่อเนื่อง เพิ่มฐานผู้รับบริการในแต่ละกลุ่มด้วยค่ะ อาทินะคะ ในส่วนของการทําการตลาดนะคะ เราก็จะมีในเรื่องของการเข้าถึงนะคะ ของโรงพยาบาลเนี่ย โดยการจัดกิจกรรมการให้ความรู้ด้านสุขภาพ ควบคู่กับการตรวจสุขภาพในเรื่องของโรคซ้ํา 2 เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ รวมถึงนะคะ เราก็จะมีในเรื่องของการมุ่งเน้นขยายบริการนะคะ ด้านแม่และเด็ก รวมถึงแพ็กเกจคลอดแบบราคาที่คงที่นะคะ รวมถึงกิจกรรมมาสเตอร์ทัวร์นะคะ เพื่อเพิ่มจํานวนผู้มารับบริการในเรื่องของการฝากครรภ์และคลอดบุตรเพิ่มขึ้น ใช่ค่ะ ซึ่งการยกระดับบริการและการทํากิจกรรมทางการตลาดนะคะ ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนนะคะ ช่วยการเติบโตของทั้งรายได้ แล้วก็จํานวนผู้รับบริการของโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องค่ะ ถัดมานะคะ ก็จะเป็นกลยุทธ์การเติบโตนะคะ ของผู้รับบริการชาวต่างชาติ ผู้รับบริการประกันสังคม แล้วก็ผู้รับบริการทั่วไปค่ะ โดยสําหรับกลุ่มผู้รับบริการต่างชาตินะคะ เราก็จะเห็นได้ว่า จากที่รายงานนะคะ ว่าโรงพยาบาล World Medical นะคะ ก็จะเติบโตมากเลยจากกลุ่มผู้รับบริการต่างชาตินะคะ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในไตรมาสที่ 2 เนี่ยค่ะ โรงพยาบาลนะคะ มีรายได้รวม 344.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% Year on Year โดยจะเห็นได้ว่าผู้ป่วยไทยค่ะ มีสัดส่วน 51.5% นะคะ จะลดลง 16.4% Year on Year ค่ะ เนื่องจากจํานวนผู้รับบริการที่ลดลง รวมถึงรายได้จากศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ชะลอตัวลงค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม ก็จะเห็นได้ว่านะคะ รายได้จากผู้ป่วยต่างชาตินะคะ มีสัดส่วนถึง 48.5% แต่เพิ่มขึ้นถึง 78.6% Year on Year เลย ซึ่งก็ได้รับแรงสนับสนุนนะคะ หลักเลยเนี่ย จากผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางนะคะ ได้แก่ ผู้ป่วยชาวซาอุดิ เอ่อ เอ่อ UAE นะคะ ผู้ป่วยซาอุดิอาระเบีย และผู้ป่วยกาตาร์ รวมถึงนะคะ ผู้ป่วยชาวเมียนมาร์ค่ะ ที่กําลังมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของโรงพยาบาลแห่งนี้นะคะ และจากแนวโน้มการเติบโตดังกล่าวนะคะ เราก็มองว่าผู้ป่วยต่างชาตินะคะ เป็น Growth Driver ที่สําคัญค่ะ เราเลยจะมีการต่อยอดนะคะ การเติบโตค่ะ ผ่านสากลกลยุทธ์หลักนะคะ ได้แก่ในด้านแรกเลยนะคะ เราก็จะมีการขยายการตลาดแบบเจาะจงนะคะ โดยเน้นการตลาดที่มีศักยภาพ อย่างเช่น กลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เติบโตสูงเลยนะคะ อย่างเช่น ชาวซาอุดิอาระเบีย ชาวกาตาร์นะคะ รวมถึงชาวเมียนมาร์ค่ะ รวมถึงนะคะ การขยายเครือข่ายเนี่ย ผ่านตัวแทนผู้ส่งต่อผู้ป่วยนะคะ พันธมิตรทางธุรกิจ และการทําการตลาดทางออนไลน์ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นค่ะ ถัดมานะคะ เราก็จะมีการผลักดันศูนย์การแพทย์เฉพาะทางนะคะ ที่มีศักยภาพ อาทิเช่น ศูนย์แผลเบาหวาน ศูนย์มะเร็งทางเลือด ศูนย์หัวใจ และศูนย์สุขภาพนะคะ ให้เป็นบริการหลักในการดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติค่ะ และด้านที่สามก็จะเป็นการเพิ่มจํานวนผู้ป่วยนะคะ และยกระดับประสบการณ์ในการเข้ารับบริการ โดยเราก็จะมีการเพิ่มนะคะ บุคลากรที่เหมาะสมกับผู้รับบริการชาวต่างชาติ การขยายพื้นที่ให้สอดคล้องกับจํานวนผู้รับบริการที่เพิ่มขึ้น และการดูแลนะคะ ประสานงานตั้งแต่ก่อนเข้ารับบริการ รวมถึงระหว่างการบริการ และการติดตามผลการรักษาด้วยค่ะ จากกลยุทธ์ เอ่อ จากการดําเนินงานกลยุทธ์ดังกล่าวนะคะ เราก็คิดว่าจะเป็นส่วนที่จะช่วยซัพพอร์ตนะคะ ให้โรงพยาบาล World Medical ของเรานะคะ สามารถขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติ และสร้างการเติบโตของรายได้กลุ่มนี้ได้อย่างต่อเนื่องเลยค่ะ ถัดมานะคะ จะเป็นการทําการตลาดนะคะ ของกลยุทธ์จากฐานผู้ประกันตนนะคะ โดยบริษัทนะคะ มองว่าการต่อยอดนะคะ จากฐานผู้ประกันตนเนี่ย ผ่าน Etsy Plus นะคะ หรือว่าเป็นการที่ผู้รับบริการนะคะ ของผู้ประกันตนเดิมเนี่ย สามารถนะคะ เพิ่มสิทธิ์นะคะ หรือว่าการชําระเงินเพิ่มเนี่ย ผ่านรูปแบบสิทธิ์ร่วมต่างๆ นะคะ เพื่อเข้าถึงบริการที่มากกว่า 10 พื้นฐานค่ะ โดยสําหรับงวด 6 เดือนแรกนะคะ ก็จะเห็นได้ว่า รายได้สัดส่วน Etsy Plus เนี่ยค่ะ เท่ากับ 29.4% ก็จะเป็นรายได้ของกลุ่มเครือเกษมราษฎร์ 10 แห่งนะคะ ที่ให้บริการผู้ประกันตนค่ะ ซึ่งก็จะเห็นได้ว่า รายได้ส่วนของ Etsy Plus เนี่ยค่ะ เพิ่มขึ้น 2.7% Year on Year เลยค่ะ โดยรายได้ส่วนใหญ่นะคะ ของกลุ่มนี้นะคะ ก็จะมาจาก Private Insurance นะคะ ซึ่งมีสัดส่วนถึง 85.1% ตามด้วย พ.ร.บ.

Browse all earnings call transcripts

Q2 2026 Bangkok Chain Hospital PCL Earnings Call and Opportunity Day

Demo
BCH

Bangkok Chain Hospital

Earnings

Q2 2026 Bangkok Chain Hospital PCL Earnings Call and Opportunity Day

BCH

Thursday, August 27th, 2026 at 6:05 AM

Transcript

No Transcript Available

No transcript data is available for this event yet. Transcripts typically become available shortly after an earnings call ends.

Want AI-powered analysis? Try AllMind →