Q2 2026 Asia Aviation PCL Earnings Call

Speaker #1: ท่านเช่นเคยครับ สู่งานแผงประกอบการนะครับ ประจําไตรมาส 2 ของบริษัท Asia Aviation จํากัด (มหาชน) นะครับผม ก็ก่อนอื่นผมขออนุญาตแนะนําผู้บริหารกับทีมงานที่เข้าร่วมในวันนี้นะครับ ท่านแรกนะครับ คุณไพรัตน์ พรพัฒนะ นางกูรนะครับ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารครับ ท่านที่สองนะครับ คุณธนิต ธนะทันมานนท์นะครับ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินครับ ท่านที่สามนะครับ อ่า Financial Controller นะครับ คุณอรวรรณ อู่พุทธินันท์นะครับ แล้วก็ทีมงาน Investor Relation นะครับ คุณศิรภพ และผม ชรัตน์นนท์นะครับผม ก็สําหรับผลประกอบการไตรมาส 2 นะครับ อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีนะครับ ไตรมาส 2 เป็นช่วงของ Low Season ของเรานะครับ ประกอบกับ อ่า วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางนะครับ ที่เราโดนผลกระทบหนักๆ เต็มๆ เลยเนี่ยในช่วงไตรมาส 2 เต็มเม็ดเต็มหน่วยนะครับ ซึ่งเดี๋ยวรายละเอียดเนี่ยทาง CEO และ CFO จะมาให้ละเอียดอีกทีหนึ่งนะครับผม สําหรับ อ่า Presentation Material นะครับ ทุกท่านสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ในเว็บไซต์ของเรานะครับ ก็เพื่อไม่เป็นการเสียเวลานะครับ เดี๋ยวขออนุญาตให้ทางพี่เอ คุณไพรัตน์ พรพัฒนะ ะ นางกูรนะครับ เปิดกล่าว เปิดสักเล็กน้อยนะครับผม เชิญครับ

Speaker #2: สวัสดีครับ สวัสดี วันศุกร์นะครับ เอ่อ Q2 ก็อาจจะไม่ค่อยสดใสเท่าไรนะครับ อย่างที่น้องบอกไป ก็จริงๆ เป็น Quarter ที่ปกติเราจะทํากําไรได้นะครับ แต่ว่าด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลางนะครับ ก็มีผลอย่างมากนะครับ เรื่องของน้ํามันเชดฟิลด์ที่ขึ้นไปสูงเกือบๆ จะ 3 เท่านะครับ ในบางช่วงนะครับ ทําให้เรื่องของต้นทุนมันสูงขึ้นค่อนข้างมากนะครับ ถึงแม้ว่าเราจะพยายามจะปรับตัวในเรื่องของการขึ้นราคาตั๋วแล้วนะครับ ก็ยังไม่สามารถที่จะ Cover ตรงผลของต้นทุนที่สูงขึ้นได้เพียงพอนะครับ ก็เดี๋ยวคงจะพูดคุยรายละเอียดให้ฟังนะครับ จะได้เห็นว่ามี เอ่อ ปัจจัยอะไรบ้างนะครับ ที่ส่งผลกระทบต่อ Q2 นี้ แล้วก็จะมี Outlook ให้อย่างที่ทุกคนเคยแชร์ให้ฟังนะครับ เดี๋ยวเชิญทาง CFO ครับ

Speaker #3: ครับ สวัสดีครับพี่ๆ ทุกท่านครับ ก็ เอ่อ ในส่วนของ Second Quarter นะครับ อย่างที่ทาง CEO ได้เรียนไป ก็คือเรื่องของราคาน้ํามันวิกฤตที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนค่อนข้างมากนะครับ เอ่อ เราก็มีการปรับตัวมาก เอ่อ พอสมควรเลย โดยเริ่มจากเรื่องของฟลีท ในฟลีทเนี่ย เรามี 62 ลําเหมือนเดิมนะครับ เอ่อ เหมือน Quarter ก่อนหน้า แต่ว่าในการ Operate เนี่ย เราใช้เครื่องทั้งหมด 46 ลํานะครับ เอ่อ เทียบกับในปีก่อนหน้าที่ 52 ลํา เอ่อ เพื่อบริหารจัดการต้นทุนของ Quarter 2 ที่ผ่านมานะครับ โดยทําให้ตัวของจํานวนไฟลต์บินเนี่ยลดลงไป 13% หรือเหลือเพียง เอ่อ 27,700 ไฟลต์นะครับ แล้วก็ Reflect ไปที่ตัว Capacity ที่ลดลงไป 13% เช่นกันนะครับ เหลือ 5.14 เอ่อ ในส่วนของการปรับตัวเนี่ย ทางฝ่าย Commercial ได้มีการเพิ่มราคาค่าตั๋ว ปรับให้ราคาสูงขึ้นเพื่อที่จะพยายาม Cover ตัวต้นทุนของน้ํามันให้ได้มากที่สุด ก็ส่งผลให้ตัวของ Load Factor ตกลงไปเล็กน้อยนะครับ ที่ 78% เป็นส่วนของ DOM เนี่ยอยู่ที่ 80 ขณะที่ส่วนของ International เนี่ยอยู่ที่ 76 นะครับ และ เอ่อ ตัว Passenger ที่บินใน Quarter ที่ผ่านมา จํานวนอยู่ที่ 4 ล้านท่านนะครับ เอ่อ ในเรื่องของราคาตั๋วเนี่ย ทาง Commercial ได้สามารถจานราคาขึ้นไปได้ 27% นะครับ เทียบกับปีก่อนหน้า ถือว่าค่อนข้างสูง แต่ก็ยังไม่สามารถ Cover ตัวน้ํามันได้ ตัวเรื่องของ Average Fare เนี่ย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 2,127 บาท ขณะที่ Unsealed เอ่อ รายได้เสริมเนี่ย Per Pack ยังอยู่ที่ Level เท่าๆ เดิมนะครับ 365 บาทนะครับ ใน Quarter ที่ผ่านมา เอ่อ ทางฝ่าย Operation มีการปรับปรุง ปรับเปลี่ยน แล้วก็วิธีการทํางานต่างๆ ทําให้ตัวเรื่องของ OTP ดีขึ้นมาที่ 88% ครับ ครับ ในส่วนของ เอ่อ Snapshot ของตัว P&L นะครับ ใน Quarter ที่ผ่านมา ตัว Revenue สามารถโตขึ้นได้มากกว่าปีก่อนหน้า แม้ว่า Capacity จะลดลงไป 13% โดย Revenue เอ่อ ปิดอยู่ที่ 10,000 ล้านนะครับ เทียบกับปีก่อนหน้าที่ 9,800 แต่ขณะเดียวกันในตัวส่วนของ EBITDA เอ่อ ลงมาอยู่ที่ 25 25 ล้านบาทนะครับ ก็ลดลงไปค่อนข้างมาก หลักๆ ก็เรื่องของ เอ่อ ต้นทุนของการ ในการบินนะฮะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของน้ํามัน ทําให้ตัว Net Income เนี่ย เอ่อ ปิดที่ติดลบอยู่ที่ 2,300 ล้าน ใน เอ่อ แต่ว่าตัวเรื่องของ Core เนี่ย Core Profit อยู่ที่ 2,100 ล้านนะครับ 2,091 ล้านฮะ ซึ่งในนี้จะมีเรื่องของ เอ่อ Gain Loss ของ Forex ที่แตกต่างกันระหว่าง Quarter นี้ในปีนี้กับปีที่แล้วนะครับ ขณะเดียวกันในทางด้านขวาเนี่ย ก็จะโชว์ให้เห็นถึงว่าผลกระทบของราคาน้ํามันที่กระทบกับสายการบินเป็นอย่างไรบ้างนะฮะ ในเรื่องของราคา เอ่อ ต้นทุนน้ํามันในปี 2020 เอ่อ 2026 ก่อนที่จะมีใน Quarter 1 นะ ก่อนที่จะมีสงครามเนี่ย ราคาต้นทุนน้ํามันเนี่ยเป็นอยู่ที่ประมาณ 653 บาทต่อ Passenger นะครับ พอมา Quarter 2 เมื่อเราได้รับผลกระทบของน้ํามันเต็มๆ เนี่ย มันขึ้นมาอยู่ที่ 1,242 บาท หรือขึ้นมาที่ 589 บาทต่อ Passenger ขณะเดียวกัน เอ่อ ด้านราคาตั๋ว ราคาตั๋วเราเพิ่มขึ้นมาจาก 2,200 ขึ้นมา 2,000 เกือบๆ 2,500 นะครับ ขึ้นมา 295 บาท อืม มันก็ยังไม่สามารถที่จะ Cover ตัวต้นทุนน้ํามันได้ทั้งหมดนะฮะ สามารถต้น เอ่อ ควบคุม เอ่อ Cover ได้อยู่ที่ 50% นะครับ ครับผม ในนี้ หน้านี้จะเป็นเรื่องของ Revenue ว่าแตกย่อยออกมาว่า Revenue ที่เราได้รับจากแต่ละส่วนงานเนี่ย มากน้อยแค่ไหน ถ้าเทียบกับปีที่แล้วนะครับ เอ่อ Total Revenue เนี่ยลดลงไปที่ 9% แต่ เอ่อ แต่จริงๆ แล้วเราได้ปรับราคาค่าตั๋ว ทําให้ตัวรายได้จากค่าตั๋วเนี่ยเพิ่มขึ้นมา 6% นะครับ ซึ่งเกิดจาก เกิดจาก Average Fare เป็นหลักที่เพิ่มขึ้นมา 27% ในส่วนของ Unsealed Unsealed มียอดที่ลดลงจาก Quarter เดียวกันปีก่อนหน้า แต่ เอ่อ หลักๆ เกิดจากเรื่องของจํานวนผู้โดยสารที่ลดลง เพราะว่าเรามีการลด Capacity ลงไปนะครับ ครับ เอ่อ ถ้าพูดถึงเรื่อง Core Core Revenue เนี่ย เทียบแล้วก็ยังบวกมาอยู่ 2% นะฮะ แต่ว่า Unsealed ลดลงไป 16% เอ่อ แต่ถ้าเกิดว่าเทียบกับ Quarter ที่แล้วนะครับ Quarter 1 มันจะเทียบ เทียบกันค่อนข้างยากนิดนึง เพราะว่า Quarter 1 เป็นจริงๆ มันเป็น Quarter ที่ High High ของเราเลย ก็ถ้าเทียบดูแล้วมันก็จะลดลงไป 20 เอ่อ ลดลงไปอยู่ที่ 26% ใช่ครับ ครับ เอ่อ จะขออนุญาต เอ่อ คุยถึงเรื่องราคา นิดนึง จะขอไฮไลท์ในเรื่องของราคานะครับ ในปี 2026 Quarter 2 เนี่ย เป็น Quarter ที่เราดันราคาขึ้นไปได้สูง โดย Average Fare ขึ้นไปอยู่ที่ 27 28% ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Domestic หรือว่า International นะฮะ โดยตัวราคาเนี่ยสามารถดันขึ้นไปได้สูงมากกว่า Quarter 4 และ Quarter Quarter 1 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็น Quarter ที่พีคของเรา โดยปกติราคาจะเป็นช่วงที่ราคาที่สูงที่สุด แต่ใน Quarter 2 ปีนี้เราสามารถดันขึ้นไปได้ถึง 2,127 บาท สูงกว่า Quarter 2 ในปี 25 อยู่ 27% นะครับ เอ่อ ทําได้ดีทั้งในด้านของ Domestic และ International ส่วนจํานวนผู้โดยสารที่ลดลงก็อย่างที่ เอ่อ ได้เรียนไปก็คือเรื่องของ Capacity ที่เราลดลงไปนะครับ เอ่อ ลดลงไป 13% นะฮะ แล้วก็ Load Factor มีดรอปลงไปเล็กน้อยจากราคาตั๋วที่สูงขึ้นครับ ในหน้าถัดไปเรื่องของ Unsealed นะฮะ Unsealed อย่างที่ได้เรียนไปก็คือตัว เอ่อ Revenue Per Pack ยังสามารถ maintain ได้อยู่ที่ 365 บาท แม้ว่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเนี่ย ได้ในด้านของฟรี ฟรีเนี่ยลดลงไปค่อนข้างเยอะ เพราะว่าเราได้มีการทําการยกเลิก Processing Fee ไปเมื่อกลางปีที่แล้วนะครับ แต่เราก็สามารถ เอ่อ ดึงตัว Revenue Per Pack เพิ่มขึ้นมาได้ในจากการที่เราปรับเปลี่ยนในเรื่องของ Product ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Baggage เรื่องของ Seat เช่น เอ่อ Together เอ่อ Seat Together นะครับ ทําให้ตัว Revenue Per Pack ของ Seat เนี่ยเพิ่มขึ้นจาก 50 บาทขึ้นมา 57 บาทนะครับ ครับผม ซึ่งก็สามารถไปชดเชยใน ในด้านของ Processing Fee ได้ครับ ครับ เอ่อ หน้านี้จะเรามาคุยเรื่องของ Expense เอ่อ แบ่งเป็น 5 Category ใหญ่ๆ นะฮะ เอ่อ อย่างที่ทราบ หลักๆ ก็คือเรื่องของน้ํามันเลย น้ํามันเนี่ยจากเดิม เอ่อ จริงๆ เป็นต้นทุนอยู่ที่ประมาณสัก 35 30 35% Per Passenger ใน Quarter ที่ผ่านมามันเพิ่มขึ้นมาเกือบๆ 60% เอ่อ ตัวของ เอ่อ ต้นทุนน้ํามันนะครับ เทียบกับ เทียบกับ เอ่อ ตัวของ เอ่อ ต้นทุนทั้งหมดนะฮะ ก็เพิ่มขึ้นมาค่อนข้างเยอะ เพิ่มขึ้นมา 1,500 ล้านใน Quarter 2 ปีนี้ เทียบกับปีที่แล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องของ Cost ของ Category อื่นๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็น Staff Cost หรือว่า Other Cost of Sales เนี่ย เราก็สามารถควบคุมให้มันลดลงไปจาก Quarter เดียวกันปีก่อนหน้าได้ มีเรื่องของ Maintenance ที่อาจจะทรงๆ เท่ากับปีก่อนหน้า เพราะว่าเรามีการ เอ่อ Manage เรื่องของ Schedule ในการเข้าซ่อมบํารุงเครื่องบินนะครับ แล้วก็เครื่องยนต์ให้เข้ามาในช่วงของ Quarter 2 Quarter 3 ซึ่งปกติจะเป็นช่วง เอ่อ ช่วง Low Season ของทั้งปีนะครับ เพื่อจะสามารถบริหารจัดการจํานวนการใช้งานเครื่องบินให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดใน Quarter 4 และ Quarter 1 ครับ ด้าน SG&A SG&A ก็สามารถลดลงไปได้ 17% นะครับ โดยหลักๆ เป็นการลดลงของค่าใช้จ่ายของ Marketing Cost แล้วก็เรื่องของ เอ่อ ค่า Commission ที่จ่ายให้กับทาง OTA ครับ ก็ในเรื่องของการควบคุมเรื่องของ Expense น่ะ เรายังทํางานทําอยู่ต่อเนื่องนะครับ ไม่ว่าจะเป็น Quarter ที่มีวิกฤตหรือไม่มีวิกฤต แต่ Quarter ที่มีวิกฤตเราก็เค้นให้เต็มที่นะฮะ หน้าถัดไปเป็น เอ่อ เรื่องของ RSK Revenue Available Seat Kilometer เทียบกับ CASK นะครับ Cost จะเห็นได้ว่าใน Quarter 2 ปีนี้ ตัว CASK รวมเนี่ยโดดขึ้นไปค่อนข้างแรงเลยที่ 2.44 เอ่อ บาท Per ASK นะครับ เทียบกับตัวของ Revenue ASK ที่ 2.05 ทําให้มี Loss อยู่ประมาณ 0.4 เอ่อ Per Available Seat Kilometer นะครับ แต่ถ้าเกิดว่าเราดูที่เรื่องของ Gap ระหว่าง Revenue RSK กับ CASK Exfil มันจะอยู่ขึ้นมาโต เติบโตขึ้นค่อนข้างเยอะครับ ขึ้นไปที่ 62.62 บาท Per ASK ซึ่งเกิดจากการที่เราปรับราคาค่าตั๋วค่อนข้างเยอะ แต่ถามว่า เอ่อ ตัว CASK Exfil ทําไมยังขึ้นอยู่ เป็นเพราะว่าเราในการลด Capacity เนี่ย เรายังมี Fixed Cost อยู่นะครับ ทําให้ตัว Fixed Cost เหล่าเนี้ย มันเข้ามาหารเฉลี่ยในตัวของ CASK Exfil ด้วย ครับผม ในเรื่องของ Profitability ก็อย่างที่ได้เรียนไปก่อนหน้านะครับว่า เอ่อ Second Quarter ปีนี้เนี่ย ตัว EBITDA เราลงมาเหลืออยู่ที่ 25 ล้านบาทนะครับ ก็เป็นหลักๆ เรื่องของราคาน้ํามัน ต้นทุนน้ํามันอย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้ามันขึ้นมา 1,500 ล้านใน Quarter นี้ Quarter เดียว เทียบกับ Quarter เดียวกันในปีก่อนหน้านะครับ ทําให้ตัวยอด เอ่อ กําไรต่างๆ มันปรับเปลี่ยนไปทิศทางอาจจะไป อาจจะปรับเปลี่ยนไปนะครับ ในส่วนของ Finance Cost and เอ่อ Depreciation Depreciation มีปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยนะครับ เนื่องจากจํานวนฟลีทที่ปรับเพิ่ม ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ Quarter เดียวกันของปีก่อนหน้านะครับ แต่ เอ่อ ก็พยายามดูเรื่องของ เอ่อ เรื่องของ Financing Cost ที่พยายามจะ maintain หรือปรับลดลงนะฮะ ก็ตัว Total ค่าใช้จ่ายเนี่ย ปรับลดลงไปเล็กน้อยเช่นกันครับ ประมาณ 50 ล้าน ในเรื่องของ เอ่อ เปรียบเทียบระหว่าง Net กับ Core นะครับ หลักๆ มันมีเรื่องของตัว เอ่อ FX เข้ามาเกี่ยวข้องนะครับ เรื่องของ เอ่อ Analyze Scale Loss ทําให้ตัว เอ่อ Gap ระหว่างตัว Net Profit กับตัว Core Profit เอ่อ ต่างกันอยู่ประมาณสัก 300 ล้านนะครับ แล้วก็ถ้าเทียบกับปีก่อนหน้าก็เช่นกันครับ ก็ปี Quarter นี้เรา ก็ขาดทุนมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าอยู่ประมาณ 1,200 ล้านครับ ที่ Core Profit ซึ่งก็หลักๆ เรื่องของ Operation นะครับ เรื่องราคาน้ํามัน ครับ ในเรื่องของ Cash Flow Balance Sheet นะครับ ตัวเรื่องของ Balance Sheet เนี่ย ใน Quarter นี้เรา มีเรื่องของ Debt ที่เพิ่มมากขึ้นเนื่องจาก เนื่องจากเรามีการออก Debenture จริงๆ ออกทั้งหมด 2 เอ่อ 2 รอบ รอบแรกในเดือน 4 นะครับ แล้วก็อีกรอบหนึ่งในเดือน 6 ซึ่งตัวเลข Total ก็ประมาณ 5,000 ล้าน ซึ่งเอาเข้ามาซัพพอร์ตในเรื่องของ Liquidity ในช่วง Quarter 2 ที่ผ่านมา เนื่องจาก เอ่อ ค่าใช้จ่ายของน้ํามันที่เพิ่มสูงขึ้นค่อนข้างมาก รวมถึงการ เอ่อ Payoff ไอ้ตัว เอ่อ Debenture ในเดือน 3 นะครับ ที่เรา มีการมี Cash ไหลออกไปนะครับ ก็ในส่วนของ Net Interest Bearing Debt นะครับ Per Equity ก็เพิ่มสูงขึ้นนะครับ จาก 0.7 ใน Quarter ที่แล้วขึ้นมาเป็นที่ 1.1 ในปัจจุบันเนี่ยเราก็ยังพยายามที่จะ พยายามจะ maintain นะ ไม่อยากให้มันโต โตมากขึ้น แต่ก็อยู่ที่เรื่องของสถานการณ์ที่ปรับเปลี่ยนไป เอ่อ อย่างราคาน้ํามันเนี่ย มันก็ขึ้นไปช่วงเดือน 4 เดือน 5 นะครับ เราก็ปรับตัวลงมาช่วงสั้นๆ แล้วก็ดันขึ้นไปใหม่ ตอนนี้ก็รออยู่ที่ว่า เอ่อ ตัวเรื่องของสงคราม หรือว่าความ เอ่อ ขัดแย้งในตะวันออกกลางเนี่ย จะมีทีท่าเป็นอย่างไร แล้วก็จะจบเมื่อไหร่นะครับ ในส่วนของ Cash Flow Cash Flow ก็ เอ่อ อย่างที่ได้เรียนเข้าไป ก็เรื่อง Operation แน่นอนก็ติดลบไป 305 ล้าน ใน มีในส่วนของ Investment แล้วก็ในส่วนของ Financing ที่ติดลบเพิ่มไปด้วย ซึ่งก็มีเรื่องของการ เอ่อ จ่ายคืน จ่ายคืน เอ่อ เงินต้นน่ะนะครับ แล้วก็มีเรื่องของการออกตัว Debenture ชุดใหม่เข้ามา ก็แต่ก็ยัง ก็ยังติดลบอยู่นะครับ Quarter นี้ทั้ง Quarter เนี่ย ตัว Cash Flow เราติดลดลงไป 828 ล้านครับ Snapshot ของ First Quarter เอ่อ First Half นะครับ จริงๆ First Half เนี่ยเรา Revenue เราติดลบลงไปอยู่ 2% แต่ว่าจริงๆ ไอ้ เอ่อ ในส่วนของปีนี้เนี่ย จริงๆ ถ้าเกิดว่า ถ้าเรายังจํากันได้นะครับ Quarter เอ่อ Quarter แรกเนี่ย เราทําได้ค่อนข้างดีเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Revenue หรือว่าเรื่องของ Profit แต่มาโดนดึงลงไปในช่วง Quarter 2 นี้ ถ้าจําได้ เรื่องของ Profitability EBITDA ใน Quarter 1 ปีนี้นะครับ ปีเราจบอยู่ที่ประมาณ 28% แต่ปีนี้เราก็ด้นผลกระทบใน Quarter 2 ไปเต็มๆ ทําให้ เอ่อ ตัว Profitability เนี่ย มันลดลงไปจากตัว เอ่อ Net Profit นะฮะ จากที่ปี ปีที่แล้วเนี่ย First Half อยู่ที่ 1,600 ล้าน ปีนี้ติดลบไป 1,500 ล้านนะครับ ในส่วนของ Core เช่นกัน Core ก็จาก เอ่อ เป็นบวกเกือบๆ 500 ล้าน ก็เป็นติดลบไป 400 กว่าล้านนะครับ สิ่งที่เรา เราทําได้ดีในปีนี้ก็คือเรื่องของ Fair Fair ใน First Half เนี่ย เราบวกขึ้นไป 7% ขึ้นไปที่ 1,951 บาท เทียบกับ 1,821 บาท รวมถึงในเรื่องของ Load เอ่อ Load Factor นะครับ ก็ยังค่อนข้าง maintain ได้เท่าๆ กับปีก่อนหน้า แม้ว่าปีนี้จะเกิดเหตุการณ์สถานการณ์น้ํามันนะฮะ แล้วก็เรามีการปรับ Fair ไปค่อนข้างมาก โดยตัว RSK ก็เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้า แต่ขณะเดียวกัน CSK มันโตเร็วกว่าปีก่อนหน้าไปสักนิดนึงครับ ในเรื่องของ Outlook เดี๋ยวจะขอเชิญท่าน CEO CEO ได้กล่าวเพิ่มครับ ครับ ก็อย่างที่เรียนไปนะครับ ก็เป็น Quarter ที่ไม่ค่อยสดใสมากนัก แต่ก็หลักๆ ยังจะเห็น เอ่อ การปรับตัวในเรื่องของราคาที่สูงขึ้นนะครับ ถ้าเทียบ Year on Year แล้วเนี่ย ถึงแม้ว่า Load Factor จะดรอปลงนะครับ แต่เราดันราคาตั๋วให้สูงขึ้นได้ เมื่อเทียบแล้วยังมีส่วนเกินนะครับ ยังโตขึ้นนิดนึงนะครับ ก็ ก็แสดงว่าตลาดเนี่ยเริ่มที่จะ Absorb เรื่องของราคาได้บ้างแล้วนะครับ แน่นอนยังมีเรื่องของ Test Load Factor ที่ต้องกลับมาให้เร็วขึ้นนะครับ ซึ่งก็คงใช้เวลานะครับ ซึ่งเราก็พอเห็นเทรนด์ว่ามันก็ค่อยๆ ดีขึ้นนะครับ ใน Quarter 2 ปลายๆ หรือ Quarter 3 เข้ามาแล้ว แต่ขออนุญาตไปในเรื่องของ เอ่อ ตัวเลขนะครับ ของสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยนะครับ สถิติที่เกิดขึ้นในช่วง Quarter 2 นะครับ Year on Year ดรอปไปประมาณ 4% นะครับ แล้วก็ตัวเลขมาจากทางจีนที่มีเพิ่มขึ้นบ้างนะครับ อินเดียมีเพิ่มขึ้นบ้างนะครับ แต่ว่าทางด้านอื่นก็จะค่อนข้างแฟลตลดลงนะครับ ทั้งปีทาง ททท.

Speaker #3: ยังมองอยู่ที่ 33.2 ล้านนะครับ ถ้าดูเทรนด์เส้นสีแดง เทียบกับสีดําในปีที่แล้วเนี่ย ก็คิดว่ายังจะเป็นเทรนด์เดียวกันนะครับ ในเรื่องของ Seasonality นะครับ ในเดือนที่จะ Low ก็จะลงมาใกล้เคียง แต่ในเดือนที่สูงขึ้นก็จะตามขึ้นไปนะครับ แต่ว่าก็เส้นอาจจะยังไม่ Steep พอนะครับ แต่ว่าคิดว่า 33.2 ล้านล่าสุด เท่าว่าเข้าใจว่าทาง ททท. ก็มีความมั่นใจพอสมควรนะครับ จากการพูดคุยกัน แล้วก็จากสิ่งที่พยายามจะทํากันต่อไป เรื่องนโยบายต่างๆ ที่จะออกมา เดี๋ยวคงจะมีแชร์ให้ฟังในสลัดถัดไปนะครับ ไปต่อ ในตลาด Domestic นะครับ เราลด Capacity ลงนะครับ เมื่อเทียบ Year on Year ขายได้ประมาณ 10% นะครับ เรา มี 3.6 ล้านที่นั่งนะครับ ใน Quarter 2 ยังไงก็ตาม เรื่องของ Market Share นะครับ ยังอยู่ที่ 3.7% ยังเป็น Number One อยู่นะครับ ถึงแม้จะลดลงจากที่เคยทําได้ที่ 40% แต่อันนี้เป็นเรื่องของการปรับตัวใน Capacity ในช่วง Quarter 2 นะครับ แล้วก็พยายามที่จะทําให้ดีที่สุดในเรื่องของการระมัดระวังให้เต็มที่นะครับ ในเรื่องของ Route ที่เราไม่มั่นใจว่าจะทํากําไรได้ดีนะครับ ก็อาจจะมีการลดลงไปชั่วคราว เพื่อดูสถานการณ์ แล้วก็ค่อยๆ ปรับตัว อย่างที่เรียนไปว่าเรื่องของราคาค่อยๆ ดึงขึ้นนะครับ ค่อยๆ ขยับตัว Load Factor ให้มากขึ้น ใน Quarter 2 ยังให้บริการจากทั้ง 2 สนามบินนะครับ ทางดอนเมือง แล้วก็สุวรรณภูมิ แต่ว่าสุวรรณภูมิเนี่ย ในช่วงเดือน 5 เดือน 6 เราลด เอ่อ เที่ยวบินจากสุวรรณภูมิไปที่เมืองรองนะครับ ยังจะบินเฉพาะแค่เมืองหลัก ก็คือเชียงใหม่กับภูเก็ตนะครับ Load Factor อยู่ที่ประมาณ 80% ทั้ง 2 ที่นะครับ ถ้าเทียบกับปีที่แล้วนะครับ Quarter 2 ปีที่แล้ว Load Factor อยู่ที่ 84% นะครับ ปีนี้อยู่ที่ 80% อย่างที่เรียนไปคือ ปกติ Quarter 2 Load Factor ก็น่าจะอยู่ประมาณสัก 80 กว่านะครับ 80 ก็ถือว่าค่อนข้างจะต่ํา เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ปกติ แต่เนื่องจากเราขยับตัว Fair Average Fair ของ Domestic เนี่ย ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,636 บาทนะครับ ขึ้นมาประมาณ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบ Year on Year ก็จะเห็นเทรนด์นะครับ อย่างที่ทาง CFO พูดไป เทียบกับ Quarter 1 แล้วก็ยังสูงขึ้นมานะครับ ซึ่งอันนี้เป็น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ แล้วก็เราก็พยายามที่จะผลักตัวนี้ต่อไปนะครับ คาดว่าใน ใน ใน Quarter ถัดๆ ไปก็คงจะเป็นเทรนด์ที่ค่อนข้างดีกว่านี้ สิ่งที่จะทําได้ก็คือการที่จะตลาดจะ Absorb เพื่อให้ Load Factor เพิ่มสูงขึ้นกว่านี้ได้นะครับ และแน่นอนส่งผลว่า Average Fair ก็จะโดนดันขึ้นไปด้วยนะครับ International นะครับ สังเกตจากตรงกลางจะเห็นว่า Capacity ลดลงไปทุก เอ่อ ภูมิภาคที่เราบินเลยนะครับ จีนเราลดไป 17% นะครับ เอ่อ East Asia ลดไป 19 Asia ลดไป 15 นะครับ แล้วก็เยอะที่สุดก็คือทางด้านของอินเดียนะครับ South Asia ลดไป 34% ก็สังเกตดู Load Factor นะครับ ก็ยังอยู่ใน Range ที่ เอ่อ ต่ํากว่าปกตินะครับ แต่ว่าก็คิดว่าเป็นผลที่เราพยายามจะปรับเรื่อง Capacity ให้มันออกมาดีที่สุดแล้วนะครับ South Asia อาจจะได้ Load Factor ค่อนข้างสูงอยู่นะครับ 82% เนื่องจากอย่างที่บอกว่ามีเรื่องของนักท่องเที่ยวที่ยังเข้ามานะครับ ถึงแม้เราจะลด Capacity ในบางเมืองลงไปนะครับ ก็ถ้าเมืองไหนที่เป็นเมืองรองที่เรารู้สึกว่ายังไม่สามารถจะทํากําไรได้แน่ๆ ใน Quarter 2 เราก็จะลดลงไปก่อนนะครับ เพราะว่าเราคงไม่แบก เอ่อ ด้วยสถานการณ์ที่ค่อนข้างจะไม่แน่นอนมากๆ นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Quarter 2 ที่ผ่านมา Load Factor ภาพรวมอยู่ที่ 76% นะครับ เทียบกับปีที่แล้วก็ใกล้เคียงกันนะครับ ส่วนที่เป็นทางอินโด China นะครับ CLMV เนี่ย ก็ค่อนข้างยังทําผลงานได้ไม่ ได้ค่อนข้างดีนะครับ แล้วก็ Fit Freedom ที่เป็น Unique Route เราก็ทําผลงานได้ค่อนข้างดีอยู่ครับ มาชี้ให้ดูกราฟน้ํามันนะครับ อาจจะเคยเห็นกันบ่อยๆ แล้ว ในช่วงที่สูงที่สุดนะครับ ก็ขึ้นไปที่ 240 US Dollar per Barrel นะครับ แล้วก็มีการขยับลงมา แล้วก็มีการเด้งกลับขึ้นไปใหม่นะครับ เป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งควบคุมได้ค่อนข้างยากมาก เฉลี่ยใน Quarter 2 อยู่ที่ประมาณ 180 นะครับ เฉลี่ยๆ เพราะว่าในเดือน 6 เนี่ยก็ลงมาค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับตอนขึ้นไปพีคนะครับ เดือน 7 ก็ลงมาพอสมควรเช่นเดียวกันนะครับ เราเห็นลงไปต่ําประมาณสักเกือบๆ 120 นะครับ แต่ว่าก็เดือน 8 ปลายๆ เดือน 7 ต้นๆ เดือน 8 เนี่ยก็ขยับขึ้นมาใหม่แล้ว ตอนนี้อยู่ที่ประมาณสัก 140 กว่าๆ 150 นะครับ แต่คาดว่า Range ก็คงอยู่ในประมาณนี้นะครับ เพราะว่าดูสถานการณ์อย่างที่ทุกท่านติดตามข่าว ก็ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรที่จะทําให้มัน Spike ขึ้นไปได้แรงๆ นะครับ สิ่งที่เราทํานะครับ ก็อย่างที่ 1 ก็คือเรื่องของ Fleet กับ Revenue Management นะครับ อย่างที่เห็นคือ Capacity เราจะทูนให้มันเหมาะสมนะครับ เราตัด Quarter 3 ต่อเนื่องนะครับ ใน Quarter 2 เนี่ยเราลด Capacity ไปตั้งแต่เดือน 5 เดือน 6 เนี่ยลดไปประมาณสัก 20% นะครับ ในเดือนเมษาเราตัดไปประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ เพราะเรายัง Keep เรื่องสงกรานต์อยู่นะครับ Quarter 3 นี่ก็จะเช่นเดียวกันนะครับ เราจะลด Capacity ลงไปประมาณสัก 20% นะครับ แต่ Quarter 4 จะเริ่มทยอยนํากลับมานะครับ เพราะเราเริ่ม เริ่ม เริ่มเห็นนะครับ เทรนด์ในเรื่องของ High Season ที่ ที่เราคิดว่าน่าจะกลับมาได้นะครับ เรื่องของ Fair อย่างที่เรียนไปว่าตั๋วคงจะต่อเนื่องในการที่เราจะขยับขึ้นนะครับ ถ้าหากตลาดสามารถจะ Absorb เรื่องราคาตั๋วได้มากขึ้น เราก็ค่อยๆ ขยับขึ้นไปนะครับ เรื่องของ Route ก็ในตัวของ เอ่อ Seasonal Route นะครับ ใน Quarter 3 ถ้าเป็น Route ที่อาจจะเคย Drop ไปใน Quarter 2 ถ้ากลับมาเป็น High แล้วเนี่ย ก็จะเอากลับเข้ามานะครับ เรื่องของต้นทุนน้ํามันนะครับ เรามีทํา Fuel Hedging ใน Quarter 3 ไว้ประมาณ 13% นะครับ อยู่ที่ 89 US Dollar per Barrel นะครับ ก็อาจจะไม่ได้สูงมากนะครับ แต่ก็ด้วย ด้วย เอ่อ สถานการณ์ปัจจุบันเนี่ย ก็คิดว่าเราคงจะ Monitor ต่อไปนะครับ เอ่อ Cash Flow นะครับ ก็มีการพูดคุยกับทาง Suppliers นะครับ ที่เป็นรายใหญ่ๆ ทั้ง Fuel Supplier, Airport Supplier นะครับ เอ่อ ที่เป็น Airline Operation Servicer ต่างๆ นะครับ เพื่อ เพื่อทําให้เราสามารถจะมี เอ่อ การผ่อนผันให้ชําระช้าลงนะครับ เพื่อ Protect เรื่อง Cash Flow ที่ต้องใช้ในบริษัทให้มากขึ้น แล้วก็เรื่อง Cost Discipline นี่เป็นเรื่องที่เราทําอยู่แล้ว แม้ว่าอยู่ในสถานการณ์ใดนะครับ ดี ไม่ดีอย่างไร เราก็ทําเต็มที่อยู่แล้ว แต่ช่วงนี้อาจจะมีเรื่องที่ เอ่อ จะ Tight ขึ้นหน่อย ก็คือเรื่องของ Headcount นะครับ ก็จะมีการที่เราจะ Freeze Headcount ที่ค่อนข้างจะชัดเจนนะครับ แล้วก็เรื่องของการทําโปรเจกต์ต่างๆ นะครับ ถ้าหากว่ายังสามารถจะรอได้ เราก็จะขยับออกไป ตัวหนึ่งที่เห็นก็คือเรื่องของ เอ่อ ค่าใช้จ่ายทาง Marketing ต่างๆ นะครับ ที่ ที่เห็นว่าตัวเลขจะลดลงใน Quarter 2 นะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Cost Discipline ที่เราพยายามจะทํา แต่ไม่ใช่ไม่ทํานะครับ ยังไงก็ตาม ยังต้องทําเรื่องของ Marketing เรื่องของ Promote เรื่องของ Branding อยู่ แต่ว่าจะทํายังไงให้ใช้เงินน้อยลง Financial Liquidity นะครับ เรามีการเตรียมนะครับ ใน Quarter 3 เอ่อ Quarter 4 ขออภัยครับ จะมี Roll Over Debenture อีกชุดหนึ่งนะครับ ที่ 1,500 ล้านในเดือน November นะครับ แล้วก็เรื่องของเครื่องบินที่ยังมีอยู่ใน Balance Sheet นะครับ เราสามารถที่ยังจะทํา SLB ได้อีกนะครับ ก็คาดว่าใน Quarter 3 นี้จะมีการ Complete เรื่องของ SLB ขึ้นมาเพิ่มเติมอีกนะครับ เพื่อ เอ่อ Liquidity เพิ่มในช่วงของ Low Season นะครับ มีการพูดคุยกับสถาบันการเงินหลายที่นะครับ ในเรื่องของ Credit Availability ซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดีนะครับ น่าจะมี เอ่อ โอกาสที่จะได้อะไรเพิ่มเติมเข้ามา อ่า อันนี้เราดูในเรื่องของ Capacity ในปีนี้นะครับ แล้วก็เรื่องของ Fair อย่างที่เรียนไปนะครับ เรา เรา Drop ตัว Capacity ใน Quarter 3 ลงมา 23% Year on Year นะครับ Quarter 4 จะเห็นว่ากลับขึ้นไปนะครับ เราลดแค่ 10% นะครับ แต่ก็มีโอกาสที่อาจจะกลับมามากกว่านี้นะครับ เราดูสถานการณ์อยู่ แต่ว่านี่คือ Plan ที่ ณ วันนี้เรา เรามองนะครับ อย่างที่เรียน Quarter 4 เป็น High Season อยู่แล้วนะครับ แล้วก็ถ้าหากว่าสามารถจะกลับมาได้เร็วกว่านี้ หรือมากกว่านี้ ก็จะทํานะครับ ส่วนเรื่องของ Fair นะครับ เรื่องของ Fair ถ้าดูข้างล่างนะครับ จะมี 3 เส้นนะครับ มี International สีแดงนะครับ มี Domestic สีดํานะครับ แล้วก็เฉลี่ยเป็นเส้นประ เอ่อ ใน Quarter 1, Quarter 2 อย่างที่เห็นไปแล้วนะครับว่า Average Fair ของ Domestic มันขยับขึ้นนะครับ จริงๆ เราอยากจะเห็นเทรนด์ตัวนี้เพิ่มเติมขึ้นไปอีกนะครับ อย่างที่เคยแชร์ให้ทุกท่านฟังใน Quarter ก่อน ซึ่งเราก็พยายามทําอยู่ แล้วก็คิดว่าทําได้ไม่เลวนะครับ ใน Quarter 3 เนี่ย แน่นอนมันเป็น Low Season นะครับ แต่ว่าก็จะพยายามจะยันตัว Average Fair อยู่ที่ 1,600 กว่าๆ ใน อย่างที่เหมือนใน Quarter 2 นะครับ เอ่อ ส่วน Quarter 4 เนี่ย ก็จะเห็นว่าเทรนด์จะขยับขึ้นไปใกล้ๆ กับเลข 2,000 นะครับ อ่า อาจจะถึงหรือไม่ถึง 2,000 แต่ว่าจะขยับสูงกว่าใน Quarter 2 และ Quarter 3 นะครับ เพราะว่าเป็นเรื่องของ High Season ซึ่งแน่นอนจะมีผลในเรื่องของ Demand ที่เข้ามามากขึ้นนะครับ International ก็เช่นเดียวกันนะครับ ในหลายๆ เมืองที่เป็น International Flight ที่เราบินไป ค่าตั๋วมันขึ้นทั่วโลกนะครับ ไม่ใช่ขึ้นเฉพาะเราคนเดียว เพราะฉะนั้นเนี่ย เอ่อ การ Absorb เรื่องของ ของ Yield เรื่องของ Pricing ในตลาดเนี่ย ก็เป็นไปโดยปกตินะครับ เราก็มีการตัด Flight ที่ไม่สามารถทํากําไรได้ลงไปนะครับ ส่วน Flight ที่สามารถจะทํากําไรได้ สามารถจะยืน Yield ให้สูงขึ้นได้ เราก็จะบินต่อไปนะครับ เอ่อ ทาง Quarter 3 เนี่ย จะเห็นว่าก็อย่างที่เรียนไปนะครับ 615 Flight ที่จะบินต่อสัปดาห์นะครับ Domestic นะครับ สุวรรณภูมิเราขออนุญาตพักชั่วคราวนะครับ ใน Quarter 3 นะครับ จะไม่มีการบินออกจากสุวรรณภูมิใน Quarter 3 นะครับ แต่ว่าใน Quarter 4 ก็จะกลับมาบินสุวรรณภูมิเต็มอัตราเหมือนเดิมนะครับ อันนี้เป็นเรื่องของ Low Season ด้วย แล้วก็เป็นเรื่องที่เราต้องวางแผนล่วงหน้าในเรื่องของราคาน้ํามันนะครับ ส่วน International เนี่ย ก็มีการนํากลับมานะครับ สิงคโปร์ เด่นพาซ่า แล้วคือบาหลีนะครับ แล้วก็มัลดีฟส์นะครับ ที่มาเลย์ เพราะว่าเป็น High Season ขึ้นมาแล้วนะครับ ใน Quarter 3 สําหรับ 3 3 Route นี้นะครับ เป็นเรื่องของ เอ่อ ช่วงวันหยุดยาวๆ ที่เขามีนะครับ เราก็เลยสามารถที่จํากลับมาได้นะครับ ในประเทศจีนยังมีอยู่ 8 เส้นทางนะครับ แล้วก็อินเดียมี 6 เส้นทาง ซึ่งจะลดลงจากเดิมอย่างที่เห็นว่าเราไม่ได้บินเต็มที่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ว่าทุกเที่ยวบินที่เราบินไปนะครับ ก็จะวางแผนกันว่าสามารถจะทําเรื่องของ Yield Management ได้ดีแค่ไหนนะครับ อาจจะเป็นที่น่าเสียดายว่าฮ่องกงอาจจะยังไม่ได้กลับมาใน Quarter 3 นะครับ อันนี้เป็นเรื่องของ Yield Management ที่เห็นค่อนข้างชัดเจนว่า Competition ค่อนข้างจะดุเดือดนะครับ เราอาจจะยังไม่อยากเข้าไปในจุดนี้นะ ณ เวลานี้นะครับ โดยสถานการณ์น้ํามันแบบนี้ Quarter 4 เนี่ย อย่างที่เรียนนะครับ เป็น High Season ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาเราก็สามารถทํากําไรได้นะครับ ก็คาดว่าปีนี้จะพยายามทําให้ได้กําไรนะครับ ก็เป็นเรื่องของโมเมนตัมนะ ช่วงสิ้นปีนะครับ ซึ่งจะเป็นอย่างนี้อยู่แล้วทุกปีนะครับ เอ่อ มีอันหนึ่งที่อยากจะเป็นข้อสังเกตนะครับ เรื่องของ Maintenance Cost ซึ่ง เอ่อ ใน ในครึ่งหลังของปี 2026 เนี่ยนะครับ เรามีแผนที่จะคืนเครื่องบินที่ เอ่อ เข้ามานะครับ ประมาณ 2 ถึง 4 ลํานะครับ อาจจะ 2 ลําใน Quarter 3 หรือ Quarter 4 แล้วก็อีก 2 ลําจะเป็น Quarter 4 หรืออาจจะ เอ่อ Extend ไปถึงต้น Quarter 1 นะครับ อันนี้จะเป็นแผนที่เราจะลดจํานวนเครื่องบิน ซึ่งอาจจะยังไม่ได้ใช้เต็มที่ในช่วงที่เราลด Capacity ลงนะครับ ก็เป็นการช่วยในเรื่องของ เอ่อ ค่าเช่านะครับ เราก็ประหยัดทั้ง Cash Flow แล้วก็ P&L ที่ไม่จําเป็นต้องแบก Fixed Cost ตัวนี้นะครับ เอ่อ มีการ เอ่อ มีการวางแผนนะครับ ใน Quarter 3, Quarter 4 นะครับ อาจจะเห็น Maintenance Cost ที่จะสูงขึ้นนะครับ ประมาณสัก 10% เมื่อเทียบกับ Quarter 2 นะครับ ไม่ได้เทียบกับปีก่อน เทียบกับ Quarter 2 ส่วนของ Maintenance อาจจะมีการขยับขึ้นสัก 10% นะครับ เพราะว่ามีเรื่องของการคืนเครื่องอย่างที่เรียนไป แล้วก็มีเรื่องของการวางแผนการทํา Maintenance ต่างๆ นะครับ เพราะว่าในช่วงที่เรามีเที่ยวบินน้อยลงเนี่ย เราก็จะมีเวลามากขึ้นในการที่จะบริหารจัดการเรื่องของการซ่อมบํารุงเครื่องบินนะครับ เพื่อให้เตรียมพร้อมสําหรับ Quarter 4 นะครับ อันนี้มาดูเรื่อง Catalyst ต่างๆ นะครับ ก็มีส่วนที่จะทําให้เราวางแผนใน Quarter 4 ได้ค่อนข้างจะดีขึ้นนะครับ เรื่องของ Visa ที่อินเดียที่ยังขยายต่อเนื่องนะครับ เรื่อง 30 วันที่เป็น Free Visa ก็ส่งผลให้เรายังสามารถบินอินเดียได้ค่อนข้างโอเคนะครับ เรื่องของโปรแกรม Thai เที่ยวไทยนะครับ ทาง เอ่อ ที่เป็น Co-Pay นะครับ อันนี้เรา ก็คือเรารอนะครับ ให้ชัดเจนในเรื่องของกระบวนการนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่ได้ใช้โดยตรงนะครับ กับทางตั๋ว ตั๋วจากตั๋วเครื่องบินเนี่ย แต่ว่าอย่างที่เห็นๆ กันมาในปีที่ผ่านๆ มานะครับ พอมีโปรแกรมลักษณะนี้ออกมาจากทางรัฐบาลเนี่ย เอ่อ Demand หรือว่ามีความตื่นเต้นนะครับ เพราะว่ามันก็จะมี Excitement เกิดขึ้นในตลาดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยก็จะสามารถคึกคักขึ้นได้นะครับ ซึ่งแน่นอนส่งผลทางอ้อมกับตั๋วเครื่องบินแน่นอนนะครับ ถ้าหากว่าโรงแรมถูกลง โรงแรมอาจจะแทบจะไม่ได้จ่าย ก็มีเงินเหลือที่จะมาบินกับเราเพิ่มขึ้นนะครับ ก็คาดว่าเนี่ยจะเริ่มเข้ามาคิกอินตั้งแต่ September เป็นต้นไปนะครับ ก็เข้ามาช่วย Quarter 4 พอดีนะครับ ส่วนอันที่ 4 เป็นเรื่องของ Fly Thai All The Feelings นะครับ อันนี้เป็นโปรเจกต์ที่ทาง ททท.

Speaker #3: ทําขึ้นมานะครับ แล้วก็จะมีเรื่องของ Subsidy ราคาตั๋วเครื่องบินนะครับ 400 บาท หรือ 600 บาท แล้วแต่กรณีที่เป็นเมืองหลักกับเมืองรองนะครับ ก็จะยังอาจจะช้ากว่าโปรเจกต์แรกสักนิดหน่อยนะครับ แต่ว่า Target ว่าคงจะเข้ามาทัน Quarter 4 เช่นเดียวกันนะครับ อันนี้จะได้รับผลตรงๆ กับทางสายการบินนะครับ แต่ก็กระจายกันไปในสายการบิน เอ่อ สัญชาติไทยที่อยู่ในประเทศไทยนะครับ ก็แต่ว่าอย่างไรก็ตามเราก็มี Market Share ที่สูงที่สุด คาดว่าคงจะได้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ค่อนข้างมากกว่าที่อื่นนะครับ ส่วนอันสุดท้ายเป็นเรื่องของ Connecting ในส่วนของ Charter Flight กับ Route ใหม่ๆ นะครับ ซึ่งตอนนี้ทางทีมงานกําลังทําการบ้านกันอยู่นะครับ ทางขวาก็แค่แชร์ให้ฟังนะครับว่า ว่าจริงๆ ในประเทศไทยยังมี เอ่อ เทศกาลดนตรี มีอีเวนต์ต่างๆ ที่น่าสนใจอยู่ใน Quarter 4 อีกหลายๆ ตัวนะครับ อย่าง Tomorrowland ซึ่งจะเกิดขึ้นที่พัทยาในเดือน 12 นะครับ ก็จะมีคนเข้ามาค่อนข้างเยอะ หรือ EDC นะครับ ถ้าหลายๆ ท่านอาจจะชอบดนตรีแนวนี้นะครับ ก็จะมีคนเข้ามาค่อนข้างมากเช่นเดียวกันใน Quarter 4 นะครับ ตรงนี้เป็น Opportunity นะครับ ซึ่งทางทีมงานพยายามทําการบ้านกันอยู่นะครับ ว่าจะเอาไปลิงก์กับเรื่องทางสายล่างได้อย่างไรนะครับ เรื่อง Thailand All Connect นะครับ ถ้าหากเราสามารถจะมี Opportunity ตรงนี้ได้ ก็จะทําเพิ่มเข้าไป อีกอันหนึ่งนะครับ อันนี้ขออนุญาตขายของแล้วกันนะครับ เอ่อ จริงๆ ก็วันแม่ที่ผ่านมานะครับ 12 สิงหาคม ก็มีการเปิดตัวโปรแกรมที่เรียกว่า Silver Care นะครับ ก็คือว่าเรา Target กลุ่มผู้สูงอายุนะครับ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในประเทศไทยก็มี 13.5 ล้านคนนะครับ แล้วก็เป็นเทรนด์ที่ทุกคนก็ทราบนะครับ เรื่องของ เอ่อ Aging Society ในประเทศไทย ยังไงก็ตามที่ ที่เราสนใจเรื่องนี้ เพราะว่าจริงๆ เป็นเรื่องของ Service นะครับ เราอยากจะให้บริการให้ดีขึ้นนะครับ เพื่อให้แบรนด์ Love เนี่ยมันมีมากขึ้น คือคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย อากงอาม่า ปะป๊าหม่าม้า นะครับ ก็ถ้ามากับเรานะครับ ก็จะได้พิเศษพิเศษนะครับ อันนี้ไม่ได้คิดตังค์เพิ่มนะครับ ไม่ได้เก็บฟรีเพิ่ม แต่ว่าเป็นสิ่งที่อยากจะทําขึ้นมาจริงๆ นะครับ ก็เป็น Special Service ที่ให้กับผู้โดยสารที่เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปนะครับ และผู้ติดตาม 1 ท่านนะครับ จะมีเรื่องของ Check-in Priority Lane นะครับ เข้ามาเช็คอินได้ก่อนเลยนะครับ มีเรื่องกระเป๋าที่จะออกมาก่อนนะครับ แล้วก็มีเรื่องของที่นั่งนะครับ เป็นการันตีเลยว่าจะ ถ้าไป 2 ท่านกับผู้สูงอายุเนี่ย จะได้นั่งติดกัน Availability ถ้ามีนะครับ แต่ซึ่งปกติก็จะมีนะครับ แต่ว่าในกรณีที่มันไม่มีก็อาจจะทําไม่ได้ แต่ว่าถ้ามีก็จะจัดให้นั่งติดกันนะครับ ก็ 3 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พยายามจะทํานะครับ นอกจากนี้เป็นเรื่องของการที่เราเตรียมทีมงานนะครับ น้องๆ เอ่อ พนักงานของเรานะครับ ทั้งในส่วนของทีมเช็คอินนะครับ ทางส่วน Guest Service แล้วก็ส่วนของลูกเรือบนเครื่องบินด้วยนะครับ เรามีจัดเทรนด์พิเศษขึ้นมาเพื่อให้ เอ่อ เตรียมพร้อมกับโปรเจกต์นี้นะครับ Silver Care นะครับ ก็ขออนุญาตฝากขายของเรื่องนี้กับทุกท่านอีกทีด้วยนะครับ เริ่มแล้วนะครับ 12 กัน 12 สิงหานะครับ แล้วก็จะทําต่อเนื่องไปเลย เอ่อ ในเรื่องของ Sustainability Focus นะครับ ไฮไลต์ของ Quarter นี้ก็จะมีอยู่ 2-3 เรื่องนะครับ เรื่องแรกก็เป็นเรื่องที่เราไปให้ความรู้เรื่อง Connect Zero ที่มหาวิทยาลัยรังสิตนะครับ ทางน้องที่ขึ้นไปพูดใส่เสื้อสีน้ําเงินนั่นก็เป็นผู้จัดการฝ่ายจัดการเรื่องของเที่ยวบินนะครับ เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องของ Village to the World นะครับ เรามีการทําโปรเจกต์นี้กับ ททท.

Speaker #3: ต่อเนื่องมานะครับ แล้วก็เริ่มไปทําที่สงขลา นะครับ แล้วจะทําต่อเนื่องต่อไปอีก ส่วนเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของ Voluntary Carbon Offsetting Initiative นะครับ มีการออกมาในระบบของการจองตั๋วแล้วนะครับ ว่าทางผู้โดยสารท่านใดมีความสนใจที่จะ เอ่อ Volunteer ในเรื่องของการทํา Offset Carbon นะครับ ก็สามารถจะ เอ่อ เอ่อ จ่ายเงินเพิ่มเติมในเรื่องนี้ได้นะครับ ซึ่งจะนําไปใช้กับโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ Greenhouse Gas Reduction นะครับ สุดท้ายเป็นเรื่องของ Jump Plus นะครับ Jump Plus เป็นโปรเจกต์ที่เราก็เข้าไปร่วมกับทางตลาดหลักทรัพย์นะครับ ด้วยความยินดีอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าเข้ามาจังหวะพอดีเลย นะครับ กับการวางแผน Strategy 3 ปีข้างหน้าของเรานะครับ ซึ่งตัวเลขข้างบนอาจจะเป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นก่อนสงครามนะครับ คงจะมีโอกาสได้ Revisit กันอีกทีหนึ่งเมื่อเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น แล้วอาจจะไม่มีโอกาสได้แชร์กับทุกท่านอีกครั้งนะครับ ตามกําหนดการที่ต้องเปิดเผยอยู่แล้วกับทางตลาดหลักทรัพย์นะครับ เอ่อ เวลาเรามองเรื่องของ Jump Plus ใน Strategy ของทาง เอ่อ AAV ก็คือเรามอง 3 Pillar นะครับ เรื่องของรายได้นะครับ Revenue เรื่องของประสิทธิภาพ Productivity แล้วก็เรื่องของคนของเรา แล้วก็ People ถ้าเรียก เราเรียกกันภายในในบริษัทว่า RPP นะครับ Revenue Productivity People แต่ RPP เนี่ย เงินมันไปตรงกับคําว่า เอ่อ Revenue Per Passenger ด้วยนะครับ มันคือมันเป็นศัพท์ที่เราใช้กันอยู่ในอุตสาหกรรมการบินอยู่แล้ว ทําให้พวกเราจะ เอ่อ จําคําศัพท์พวกนี้ได้ง่ายนะครับ เรื่อง Revenue ก็อย่างที่เรียนไปนะครับ มีเรื่องของ Product ใหม่ๆ ที่จะทําขึ้นมานะครับ ทํายังไงให้เราขยับตั๋วให้แพงกว่านี้ได้นะครับ ทํา Service ยังไงให้แบรนด์ Love ให้คนมั่นใจในเรื่องของ เอ่อ ความคุ้มค่า แล้วก็ความตรงต่อเวลาที่เรามีนะครับ ในเรื่องของ Productivity นะครับ เราก็เอา AI มาใช้นะครับ อย่างจริงจังนะครับ มีโปรเจกต์ที่เรียกว่า AI Champion ที่เข้ามาดูแลเรื่องของการทํางานของทุกๆ แผนกนะครับ อย่างเช่นทางทีม Engineering เนี่ย มีการทํา Predictive Maintenance นะครับ เราเขียน AI ขึ้นมาเพื่อจะทําให้การส่งข้อมูลจากบนเครื่องนะครับ ที่เป็น Live เนี่ย ถ้าเราเห็นแล้วว่ามี เอ่อ อะไรที่ต้องถึงเวลาต้อง Maintenance หรืออะไรต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างไฟลต์เนี่ย ลงมาปุ๊บ เรามีทีมงานเตรียมพร้อม เพราะว่าเราต้องการจะส่งข้อมูลให้ทันเวลานะครับ ซึ่งตรงนี้สามารถจะทําได้ค่อนข้างโอเคนะครับ เป็นโปรเจกต์ที่กําลัง Ongoing อยู่นะครับ ทางทีมน้องเช็คอินก็เช่นเดียวกันนะครับ ทาง GS มีการส่งข้อมูลระหว่าง Station ต้นทางกับปลายทางนะครับ เราพยายามจะเอา AI มาช่วยในการทําให้การส่งข้อมูลทําได้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ และแน่นอนประหยัดเวลาในการทํางานกับทุกๆ น้องๆ เองด้วยนะครับ มีเรื่องของ Process Champion นะครับ ตั้งชื่อมาคล้ายๆ กัน แต่ว่าเป็นเรื่องการที่การเอาไป Revisit เรื่องของ SOP ในการทํางาน ทํางานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ อาจจะต่อเนื่องกับทาง AI ด้วย หรือจะไม่ใช้ AI ก็ตาม แต่ว่าเราก็ไปดูอีกทีหนึ่งว่าการทํางานจะปรับเปลี่ยนตรงไหนได้บ้าง เพื่อให้มีการ เอ่อ Service ที่ดีที่สุด แล้วก็มีประสิทธิภาพที่สุดนะครับ ซึ่งส่งผลกลับไปที่คนของเราเช่นเดียวกันนะครับ เราอยากให้ เอ่อ บริษัทเนี่ยมีพนักงานที่มีความสุขนะครับ Happy ในการทํางาน เพราะฉะนั้นการที่เขามี Productivity ที่ดีขึ้น แปลว่าเขาทํางานได้ดีขึ้น ง่ายขึ้น เร็วขึ้นนะครับ แล้วก็จะส่งผลให้การทํางานกลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะยิ่งในอุตสาหกรรมที่เป็นเรื่องของ Service นะครับ เราอยากให้พนักงานมี เอ่อ ความสุขนะครับ จะได้ส่งความสุขนี้ต่อไปให้กับผู้โดยสารได้ด้วยนะครับ มีการวางแผนต่างๆ เรื่องการทํา Allowance ที่เหมาะสมนะครับ การทํา ENPS ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้นะครับ มีการมองใหม่ๆ หาวิธีใหม่ๆ เข้ามาดูนะครับ รวมถึงเรื่องของการทํา Talent Pooling ทํา Succession Planning ที่จะชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ เพื่อให้พนักงานทํางานให้เราได้ดีที่สุดนะครับ ก็จะเป็น 3 เรื่อง RPP หนึ่ง Jump Plus นะครับ ก็คงจะจบ เอ่อ เท่านี้นะครับ ก็มีคําถามก็สอบถามได้นะครับ ขอบคุณมากครับ ครับ ขอบคุณทาง CEO และ CFO นะครับ สําหรับข้อมูลที่เข้มข้นมากนะครับ รอบนี้ก็ท่านใดมีคําถามนะครับ ก็สามารถกดปุ่ม Raise Hand ขึ้นมานะครับ เดี๋ยวผมจะเรียนชื่อ แล้วก็สามารถเปิดไมค์ถามได้เลยครับ หรือถ้าหากไม่สะดวกเนี่ย สามารถถามเข้ามาในช่องทางแชทได้นะครับ เดี๋ยวผมจะเรียนอ่านคําถามให้กับท่านผู้บริหาร เชิญครับ เอ่อ ขออนุญาตท่านแรกนะครับ คุณปรินทร์นะครับ จาก KGI ครับผม เชิญครับ ครับ สวัสดีครับ ขอรบกวน เอ่อ 2 คําถามละกันนะครับ คําถามแรกก็คงจะ เอ่อ ย้ํานิดหนึ่งว่าในแง่ของบริษัท เอ่อ ยัง Target ในจํานวนของ Passenger ปี ปีนี้ เอ่อ เท่าไหร่ แล้วก็ปีหน้าเนี่ย ยังคิดว่าจะเป็นยังไงนะครับ คําถามแรก ส่วนคําถามที่ 2 เอ่อ ไม่แน่ใจเรื่องของ เอ่อ Fuel Hedging อะครับ ว่า เอ่อ ตอนนี้ทําไปสัดส่วนเท่าไหร่ ยังไงบ้างแล้วครับ ขอบคุณครับ ปีนี้เรา Forecast เอ่อ ตัวผู้โดยสารอยู่ประมาณ 19 ล้านนะครับ อาจจะดรอปลงจากปีที่แล้ว นะครับ ปีที่แล้วอยู่ที่ 21 นะครับ แต่ก็เป็นไปตามเรื่อง Capacity Management ที่ ที่ ที่เรียนไปนะครับ ก็อาจจะดรอปลงมานะครับ ส่วนปีหน้าก็เดี๋ยวดูกันอีกทีนะครับ เรากําลังวางแผนเรื่องของเครื่องบินในปีหน้าอยู่นะครับ Fuel Hedge ในปัจจุบัน อย่างที่ในสไลด์มีพูดเป็น Quarter 3 ไปนะครับ เราทําไปประมาณสัก 13% นะครับ เอ่อ สําหรับ Q3 Q4 ยัง ยัง ยังดูราคากันอยู่นะครับ ดูราคากันอยู่ ขอถามเพิ่มนิดเดียวค่ะ ว่าในแง่ของ เอ่อ การพิจารณาว่าจะเข้าไป Hedge ที่ เอ่อ เปอร์เซ็นต์เพิ่มอะไรตรงนี้ครับ ใช้ เอ่อ Criteria ว่ายังไงครับ จริงๆ เรื่อง Hedging อะครับ คือเราอยากจะทําให้มันเป็น Standard นะครับ ก็อยากจะมีเปอร์เซ็นต์ที่เราทํา Hedging ไว้นะครับ อย่างทั่วๆ ไปที่เคยทําก็คือประมาณสัก 15-20 ถึง 30% นะครับ ซึ่งใน Quarter 1 Quarter 2 Quarter 3 ก็อยู่ใน Range ประมาณนี้นะครับ 13 อาจจะเป็น เป็นทาง Lower Tier นะครับ แต่ว่าก็อยู่ใน Range ที่เราคิดว่าเป็นส่วนที่เหมาะสมที่จะทํานะครับ Quarter 4 กําลังจะเข้าไปทํานะครับ ตอนนี้ดูราคาอยู่ คือจริงๆ ราคา ถามว่าคงไม่มีใครตอบได้ว่าราคาเท่าไหร่จะเหมาะที่สุดนะครับ เราคงดู Timing ด้วยว่าเราจําเป็นต้องทําแค่ไหนอย่างไรนะครับ แต่ว่า Target ก็คือว่าเราอยากจะมีทุกๆ Quarter ที่จะมี เอ่อ Fuel Hedging อยู่จํานวนหนึ่งครับ ขออนุญาตเป็นท่านถัดไปนะครับ คุณดิษฐ์ธนพนะครับ จากกรุงศรีครับ เชิญครับ ครับ สวัสดีครับ เอ่อ ขอรบกวนถาม 3 ข้อนะครับ ถาม 3 ทีละคําถามนะครับ เอ่อ คําถามแรกเนี่ย อยากจะถามเกี่ยวกับตัว ไอ้ตัว Sale and List Back อะครับ เอ่อ อันนี้เนี่ย สมมติถ้าเกิดทํานะครับ จะ อยากจะเห็นภาพแบบนี้ครับว่า เอ่อ ถ้าเกิดเราทํา 1 ลํา นะครับ เอ่อ เรา เราสมมติทําปุ๊บ เอ่อ อาจจะมีกําไรพิเศษเกิดขึ้นไหมนะครับ แล้วก็ 2 เราจะได้ เอ่อ เงินเนี่ยจากการขายเนี่ยเข้ามาเท่าไหร่ Cash Flow นะครับ แล้วก็ 3 เนี่ย ถ้าเกิดขายไปแล้วเนี่ย เราเช่ากลับเนี่ย เอ่อ ตัวค่าเช่าเนี่ยมันจะเพิ่มขึ้นเนี่ย เอ่อ จากเดิมเนี่ย สมมติ เอ่อ เป็น เป็น เอ่อ รายปีก็ได้ว่ามัน มันจะเพิ่มขึ้นปีละเท่าไหร่ สมมติต่อเครื่องบิน 1 ลํา อะนะครับ ขอบคุณครับ เอ่อ เรื่อง Sale List Back นะครับ ก็ ถามว่าทําแล้วกําไรหรือเปล่า อันนี้มันเป็นเรื่องทางบัญชีนะครับ แต่ว่าคาดว่าน่าจะไม่เห็นกําไรในการทําครั้งนี้นะครับ เอ่อ เพราะมันอยู่ที่เงื่อนไขของระยะเวลา แล้วก็จํานวนราคาที่จะทําในแต่ละช่วงที่จะทํานะครับ เท่าที่เห็นอาจจะไม่เห็นกําไรพิเศษเรื่องนี้เข้ามานะครับ ส่วนเรื่องของราคาที่ได้ก็เป็นราคาตลาดนะครับ ที่ ที่อยู่ใน สําหรับเครื่องบินอายุประมาณนี้นะครับ ก็ น่าจะได้มาเป็น ก็เป็นหลักพันล้านนะครับ ในเรื่องของเครื่องบิน 2 ลํา นะครับ หลักพันล้าน ส่วนว่า เอ่อ Expense จะเป็นอย่างไรนะครับ จริงๆ แล้วเครื่องบินถ้าอยู่ใน Balance Sheet ของเราเนี่ย ก็จะเป็น Expense อยู่แล้วส่วนหนึ่งนะครับ ในแง่รูปของ Depreciation นะครับ ตอนนี้ก็คือเปลี่ยนรูปของ Depreciation ไปเป็นค่าเช่า แต่ว่าในมาตรฐานบัญชีปัจจุบัน ค่าเช่าก็ถือก็ตีกลับเข้ามาใน ในเรื่องลักษณะของ Depreciation ของ Right of Use นะครับ ก็จะไม่มีผลในเชิงของ P&L นะครับ ในเรื่องของ เอ่อ ความแตกต่างระหว่าง 2 รูปแบบของเครื่องบินนี้นะครับ อาจจะมีเรื่องของระยะเวลา ซึ่งอาจจะเป็นการคํานวณที่แตกต่างกันบ้างนะครับ แต่ว่าไม่มีสาระสําคัญขนาดที่จะ จะทําให้มีตัวเลขที่ต่างกันเยอะๆ นะครับ คิดว่า Exercise นี้เป็นเรื่องของ Cash Flow Management มากกว่าครับ เอ่อ ครับ ขอบคุณมากครับ เอ่อ คําถามที่ 2 เอ่อ เกี่ยวกับตัวที่เราจะคืนเครื่องอะครับ ที่เราอาจจะมีค่าซ่อมเพิ่มขึ้น 10% ใน เอ่อ ในครึ่งปีหลังนะครับ เอ่อ ทีนี้ เอ่อ ไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดเราคืนไปเนี่ย ไอ้ตัวค่าใช้จ่าย ค่าเช่าที่มันจะลดลงได้ สมมติต่อเครื่องอะครับ มัน มันจะลดลงได้มากน้อยแค่ไหนอะครับ มากน้อยแค่ไหน เดี๋ยว เดี๋ยวผมในดีเทลผมให้ทางทีม IR ติดต่อกลับไปแล้วกันนะครับ ว่ามากน้อยแค่ไหน แต่ก็ ก็แน่นอนว่าในเมื่อเครื่องหายไป ตัว Depreciation ก็จะหายไปด้วยครับ อ๋อ ครับ ขอบคุณครับ เอ่อ ขอถามสุดท้ายนะครับ เอ่อ คําถามสุดท้ายเกี่ยวกับไอ้ตัว เอ่อ ที่เรามีแผนที่อยากจะพยายามปรับแฟร์ขึ้น เอ่อ ในช่วงของครึ่งปีหลัง เพื่อ เพื่อให้มันสะท้อนตัวต้นทุนน้ํามันมากขึ้นอะนะครับ แต่ แต่ทีนี้อยากจะถามในมุมแบบนี้อีก เอ่อ เอ่อ มุมหนึ่งอะนะครับว่า เอ๊ะ ถ้าเกิดเราดูเนี่ย เอ่อ ราคาน้ํามัน เอ่อ Jet เนี่ย ในช่วงครึ่งปีหลังเนี่ย มันคงไม่ได้สูงเท่ากับ Quarter 2 นะครับ ที่ ที่มันสูง ทีนี้ มัน มันความเข้าใจมันอาจจะ อาจจะงง งงนิดหนึ่งตรงที่ว่า เอ่อ ราคาน้ํามันมันลงมาแล้ว แต่ว่าถ้าเกิดสายการบินเนี่ยพยายามที่จะปรับราคาขึ้นเนี่ย อันนี้เลยอยากจะถามความเป็นไปได้ที่เราอยากจะปรับขึ้นเนี่ย เรา เรามองว่ามัน มันจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนครับ ขอบคุณครับ ครับ เดี๋ยวผมชวนไปทันก๋วยเตี๋ยวแถวนี้ ราคาก๋วยเตี๋ยวมันขึ้นไปแล้วนะครับ จากเมื่อก่อนเรากินธรรมดา 40 บาท 45 บาท ตอนนี้ 60 65 พิเศษ 75 นะครับ แน่นอนก๋วยเตี๋ยวไม่ลงมาแล้วนะครับ เช่นเดียวกันนะครับ เรื่องของ Demand Supply เรื่องของราคาที่ยืนมาในตลาดเนี่ย เอ่อ เป็น เป็นสิ่งที่ทางผู้บริโภค Absorb เข้าไปแล้วนะครับ แล้วก็ด้วยราคา น้ํามัน ด้วยต้นทุนที่ขยับไปเนี่ย ยังไงก็ตามมันไม่สามารถจะลงมาที่เลเวลเดิมได้อยู่แล้วครับ เราก็มองว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างปกตินะครับ ตัวอย่างที่เห็นก็คือใน Quarter 2 ที่มัน Absorb เข้าไปได้นะครับ คือจริงๆ ทุกอย่างมันก็ เป็นเรื่องของ Demand Supply เรื่องของ Inflation เรื่องของราคาที่ต้องปรับให้เหมาะสมกับต้นทุนครับ ครับ โอเคครับ ขอบคุณมากครับ ครับผม เชิญพี่กิ๊บจาก InnovateX ครับ สวัสดีค่ะ ได้ยินเสียงไหมคะ ครับพี่ เชิญเลยครับ ค่ะ ขออนุญาตถามคําถามเกี่ยวกับสไลด์หน้า 21 อะค่ะ ในเรื่องของการ Estimate เรื่องของ Capacity Plan แล้วก็ Fair Forecast ของเราอะค่ะ ไม่แน่ใจว่าด้วยภาพนี้ค่ะ คือถ้าเราดู Operation ในไตรมาสที่ 3 ทีนี้ ตัวของ Cash Flow Management ของเราเนี่ย ภาพมันจะเป็นยังไงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 อะค่ะ คืออยากจะทราบว่ามันมีแนวโน้มที่มันดีขึ้นหรือมันยังทรง ทรงอยู่ แล้วเราจะรอการฟื้นในไตรมาสที่ 4 ภาพมันจะเป็นยังไงอะค่ะ เอ่อ จริงๆ ก็คือ ต้นทุนเราอะนะครับ มันก็จะ หมายถึงว่า เอ่อ ในส่วนของ Cash Flow นะครับ ต้นทุนที่เป็น Fixed Cost มันจะเหมือนเดิมนะครับ แต่ว่า Variable Cost จะต่ําลงนะครับ นั่นก็คือ Cash Flow ที่เข้ามาจากการขายตั๋วก็จะสอดคล้องกับเรื่องของ Operation ที่เกิดขึ้น แต่แน่นอนเราต้อง Carry ตัว Fixed Cost นะครับ เพราะฉะนั้นถามว่า 3 จะหนักกว่า 2 ไหม ก็อาจจะหนักกว่านะครับ นั่นก็เหตุผลที่เราต้องเข้าไปดูเรื่องของ SLB ที่เข้ามาให้ทันเวลาใน Quarter 3 นะครับ แต่ Quarter 4 อย่างที่ทางคุณกิ๊บพูดก็มีโอกาสที่จะปรับขึ้นไปดีขึ้น โดยการที่เราขายตั๋วได้ดีขึ้นมากขึ้น แพงขึ้นนะครับ แล้วก็สามารถใช้เครื่องบินได้มากขึ้น Fixed Cost ก็จะมีการ Absorb โดยตรงนี้เข้าไปด้วยนะครับ ค่ะ แล้วอย่างที่พี่เอบอมบอกว่า เมื่อกี้บอมบอกว่าเราอาจจะต้องขึ้นอยู่กับตัวการทํา SLB ของเราในไตรมาสที่ 3 ถูกไหมคะ ไม่แน่ใจว่าความเป็นไปได้ที่มันจะเกิดขึ้นทันไตรมาสที่ 3 ยังไง ถ้าเกิดว่าเราที่ต่างเป็นเปอร์เซ็นต์อย่างนี้ มันมีมากน้อยแค่ไหนอะค่ะ 90 6% แล้วกันครับ ละเอียดมากค่ะพี่ ได้ค่ะ ครับ โอเค อันนี้คือน่าจะทันในเรื่องของการ Manage Cash Flow ของเราเนอะ สําหรับไตรมาสที่ 3 นะคะ ครับ ทันครับ ค่ะ ทีนี้ที่ถามต่อเรื่องของ Capacity Plan นะคะ คือเราลดไปค่อนข้างเยอะต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ถูกไหมคะ แต่ว่าทีนี้ก็เลยอยากจะถามว่าถ้ามันมีลักษณะที่ว่า Demand มีการกลับมาเป็นอะไรที่มัน อาจจะดีกว่าที่เราวางแผนไว้อะค่ะ ในแต่ละตลาดอะค่ะ การเอา Capacity กลับมาเนี่ย มันทําได้เร็วช้ามากน้อยแค่ไหนอะคะ ค่อนข้างเร็วครับ Domestic ก็ทําได้เลยครับ เพราะว่ามีสล็อตอยู่แล้วครับ ตัว International นี่ก็ จริงๆ ในช่วง Quarter 4 ยังสามารถจะกลับมาได้ เพราะเป็นสล็อตเดิมในช่วงของ เอ่อ ทางซัมเมอร์อยู่นะครับ Winter อาจจะมีในช่วงปลายๆ ก็น่าจะจัดการทันครับ คิดว่า คือจริงๆ ถ้าจะกลับมาก็คือ Winter เราวางแผนไปแล้วว่าจะออกมาอย่างไร แต่ว่าถ้าจะกลับมาคือกลับมาในช่วงปลายๆ ซัมเมอร์ ซึ่งก็เป็นสล็อตเดิมที่มีครับ ก็สามารถจะทําได้ค่อนข้างเร็วครับ ขอบคุณมากค่ะ ครับ เชิญพี่ออกจาก KKB ครับ ฮัลโหลครับ สวัสดีครับ ได้ยินเสียงชัดไหมครับ ได้ยินครับ เชิญครับพี่ ครับ อ๋อ เอ่อ พอดีจะถามว่าอย่าง เอ่อ Q3 เนี่ยครับ เรามองว่าตัว Load Factor ครับ จะ จะเป็นสักประมาณเท่าไหร่อะครับ ถ้าดูจาก เอ่อ Forward Booking ช่วงปัจจุบันเนี่ยครับ น่าจะดีขึ้นถ้าเทียบกับ Q2 บ้างไหมครับ คิดว่าน่าจะใกล้เคียงกันครับ ก็พยายามจะ Push ให้เป็น เอ่อ เลเวลที่ใกล้เคียงกันนะครับ อันหนึ่งที่ ที่เห็นก็คือ Capacity ที่เราลดลงไปนะครับ ก็ ก็ Reflect เรื่องของ เอ่อ ความสามารถในแต่ละ Route ที่เราบินนะครับ ก็คือว่าถ้าหากว่าเราคิดว่า Route นี่ไม่เวิร์ก เราก็จะ จะดรอปไปนะครับ ตอนนี้ก็ ก็วางแผนกันมาแล้วว่า Quarter 3 เนี่ย Route ที่บินอยู่เนี่ย น่าจะสามารถทํา Load Factor ได้ไม่เร็วครับ ครับ ทีนี้ เอ่อ ดู Q3 เหมือน Capacity มันน้อยกว่า Q2 เอ่อ Load Factor ก็น่าจะใกล้เคียงอย่างนี้ใช่ไหมครับ แปลว่า Passenger อาจจะลดลงนิดหนึ่งอย่างนี้นะครับ ครับ ถ้าเทียบกับ Q2 ใช่ครับ โอเค โอเค ได้ครับ โอเค ทีนี้อีกคําถามหนึ่งอะนะครับ เอ่อ อยาก อยากถามว่าอย่าง Q2 ที่ผ่านมาครับ ที่เรามี Core Loss สัก 2,000 กว่าล้านเงี้ยครับ คือถ้าเราดูแต่ละเดือนนะครับ มันเหมือนลักษณะว่ามันขาดทุนน้อยลงหรือเปล่า เพราะว่าอันนี้ อันนี้คือผมคิดเอาเองว่า ตั๋วที่มันขายแพงขึ้นมันก็จะมีจํานวนที่เยอะขึ้น แล้วก็ Loss มันน่าจะลดลงอะไรอย่างนี้ครับ หรือ หรือ หรือว่าความจริงมันคือเป็นยังไงครับ คืออยากดูเทรนด์นิดหนึ่งครับว่า มันมีแนวโน้มที่ดีขึ้นไหมครับในแต่ละเดือน ด้วยน้ํามันที่ก็ ก็ดูเหมือนจะดีขึ้นในแต่ละเดือนอย่างนี้ครับ ครับ ก็จริงๆ ก็หลายๆ ปัจจัยนะครับ อันหนึ่งก็ใช่นะครับ ต้นทุนในเดือนที่น้ํามันลงก็จะต้นทุนต่ํากว่า แต่ก็มีปัจจัยเรื่องของ Seasonality ในแต่ละเดือนนะครับ ก็อาจจะทําให้ มันไม่ได้แบบ Stable ตลอดเวลานะครับ อย่างเช่นสมมติว่าเราเทียบ 4 กับ 6 อย่างเงี้ย 4 ต้นทุนน้ํามันแพงกว่า แต่ 6 ต้นทุนน้ํามันต่ํากว่า ก็เหมือนจะดี แต่จริงๆ แล้ว 6 เนี่ยมันเป็น Season ที่ Low เมื่อเทียบกับ 4 ซึ่งมีสงกรานต์ มีอะไร 6 แทบจะไม่มีอะไรเลยนะครับ ก็จะทําให้ตัว Top Line มันอาจจะต่ํากว่าครับ ก็เลย ก็เลยว่าจริงๆ แต่ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่หรืออะไรนะครับ ก็อย่างที่ เราก็เจอกันมาโดยตลอดว่าแต่ละเดือนมันมีความแตกต่างกันในเรื่องของ Seasonality เรื่องของ Demand Supply นะครับ โอเคครับ ได้ครับ เอ่อ อีก อีกคําถามหนึ่งขอถามเรื่อง เอ่อ Route จีนแล้วกันครับว่า เอ่อ รอบนี้ครับ การแข่งขันเป็นยังไงบ้างครับ เราเพิ่มค่าตั๋วได้ไหม แล้วก็สายการบิน Full Cost ของเขา ยังแบบ Ramp Up Capacity เต็มที่ หรือเขาก็มี เอ่อ Cut Capacity เหมือนกันครับ สําหรับตัว Full Service ของ ของ ของ Route จีนไหมครับ ครับ เอ่อ ถ้าตามผลประกอบการของ Quarter 2 จีนก็ อืม ประมาณแย่หมดเลย เท่าที่ผมจําได้นะครับ Spring ก็น่าจะขาดทุน China Eastern ก็น่าจะขาดทุนนะครับ เอ่อ แต่ถามว่า เอ่อ การแข่งขันเป็นอย่างไร ก็ เขา เขายังขาดทุนอยู่นะครับ ก็แสดงว่าเขายังขายตั๋วได้ไม่แพงเท่าที่ต้องการนะครับ เช่นเดียวกัน แน่นอนแสดงว่ามันมี Pressure กับเรื่องของการ Manage อยู่ของเราเหมือนกันนะครับ ก็ ก็คิดว่า แต่ว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่เราคิดว่าเราพยายามที่จะสู้กันต่อนะครับ ก็ไม่ได้ขนาดที่แบบเราสู้ไม่ไหวเลยนะครับ แบบต่ําจนเรา เราไม่ไหว ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็จะถอนออกนะครับ จะสังเกตว่าเรามีบางเมืองที่เราถอนออก ก็คงดูเป็นที่ๆ กันไปครับ เพราะยังไงก็ตาม Demand จีนก็เริ่มจะกลับเข้ามาบ้าง อย่างที่เห็นใน Quarter 2 ที่ผ่านมา ตัวเลข ททท.

More AAV earnings call transcripts

Browse all earnings call transcripts

Q2 2026 Asia Aviation PCL Earnings Call

Demo
AAV

Asia Aviation

Earnings

Q2 2026 Asia Aviation PCL Earnings Call

AAV

Friday, August 14th, 2026 at 9:59 AM

Transcript

No Transcript Available

No transcript data is available for this event yet. Transcripts typically become available shortly after an earnings call ends.

Want AI-powered analysis? Try AllMind →